“ในชาติที่แล้วข้าได้รู้ความจริงจากปากหลี่ชิงหยวนพี่สาวของเ้าว่าข้าถูกนางหลอก นางทำร้ายข้าไม่พอ นางยังทำร้ายเ้าและลูก แม้แต่ร้านของเ้าที่เ้าสร้างมากับมือสุดท้ายคนที่ได้เอาไปคือนาง ก่อนตายข้าถึงได้รู้ว่านางเป็พวกขององค์ชายรองที่้ากำจัดข้ามาั้แ่ต้น นางวางแผนมาแทนที่เ้าั้แ่แรก” สิ่งที่กู้จือเสวี่ยไม่ได้บอกหลี่อวิ๋นเจียวคือนางต้องตายเพราะเขา ต้นเหตุคือเขาทั้งสิ้น
หลี่อวิ๋นเจียวมองกู้จือเสวี่ยที่มีหน้าตาสำนึกผิด นางรู้สึกหดหู่ไปด้วย แต่เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าอย่างนั้น...
“ท่านบอกว่าร้านของข้าอย่างนั้นหรือ ร้าน ร้าน ร้านไก่ทอดฮ่าวชือจ๋าจีของข้านะหรือ” หลี่อวิ๋นเจียวเพิ่งนึกขึ้นได้จากคำที่กู้จือเสวี่ยพูดออกมา ถ้าเช่นนั้นแสดงว่าชาติที่แล้วนางก็ทะลุมิติมาอย่างนั้นหรอกหรือ นางกัดเล็บออกมาโดยไม่รู้ตัว สีหน้าเคร่งเครียด แสดงว่าไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องทะลุมิติมาอยู่แล้ว แล้วสาเหตุมันคืออะไรกันแน่
“สาเหตุอันใดที่องค์ชายรองถึงได้ปองร้ายท่านกันแน่ ท่านเป็แม่ทัพใหญ่แต่นั้นเป็ถึงองค์ชายเชียวนะ หรือว่า ก่อกบฎ!” หลี่อวิ๋นเจียวเงยหน้าสบตากับกู้จือเสวี่ย กู้จือเสวี่ยใจสั่นสะท้านเมื่อสบตากับดวงตากลมโตของนาง นางฉลาดเกินไปเกรงว่าเขาคงต้องยอมเผยความจริงทั้งหมดเสียแล้ว
“เื่มันเป็เช่นนี้ ” ก่อนที่กู้จือเสวี่ยจะอธิบายทุกอย่างอย่างไม่มีหมกเม็ดให้หลี่อวิ๋นเจียวฟัง เขาไม่แม้แต่จะแก้ตัวแต่เื่ทั้งหมดนั้นเขา้าให้นางได้รับรู้ความจริง
“ท่าน ท่าน ท่านนี่มัน โง่งมที่สุด เป็ผู้ชายที่หลอกง่ายจนนำหายนะมาสู่ตัวแท้ๆ” หลี่อวิ๋นเจียวยืนเท้าเอว ชี้หน้าด่ากู้จือเสวี่ยทันทีหลังจากฟังเื่ทั้งหมด
กู้จือเสวี่ยไม่พูดมากจึงได้แต่ก้มหน้าสำนึกผิด
“แล้วที่ข้าเคยช่วยท่านตอนเด็กๆ ท่านก็จำผิดเป็นางงั้นหรือ ข้าช่วยท่านด้วยใจจริงแต่ท่านกลับนำความช่วยครั้งนั้นมาทำให้ทุกอย่างชุลมุนไปหมด หากมันเริ่มมาอย่างถูกต้องท่านเชื่อหรือไม่ว่าแม้แต่ฝ่าาก็ทำอันใดไม่ได้ ที่ท่านทำให้ทุกอย่างกลายเป็เยี่ยงนี้เพราะความซื่อบื้อของท่านใช่หรือไม่”
ไม่รู้เหตุใดหลี่อวิ๋นเจียวถึงได้โมโหโทโสขนาดนี้จนนางอธิบายไม่ได้หรือเป็เพราะเนื้อแท้ของเ้าของร่างเดิมนั้นมีกู้จือเสวี่ยอยู่ในใจมานาน
กู้จือเสวี่ยยื่นมือมากุมมือของนาง สองตาประสานกัน ใบหน้าของหญิงสาวค่อยๆ เจื่อสีแดงจางๆ เขาอมยิ้มโดยไม่รู้เลยใบหูของตนเองขึ้นสีเป็สีแดงแปร๊ด เห็นได้ชัดยิ่งกว่านางนัก ฝ่ามือของกู้จือเสวี่ยนั้นใหญ่และอบอุ่นแตกต่างจากฝ่ามือเล้กๆเย็นเฉียบของหลี่อวิ๋นเจียวแต่โทสะในใจนางยังไม่หมดนางจึงสะบัดข้อมืออกและหันหลังให้กู้จือเสวี่ย
“แต่ข้านั้นดีใจยิ่ง ดีใจที่ชาตินี้ข้าได้ย้อนกลับมาก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายมากกว่านี้ ข้าดีใจยิ่ง ดีใจจนแทบเป็บ้าตายไปอีกรอบ” กู้จือเสวี่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดของเขา เกรงว่าหนิงเฟิ่งมาได้ยินคงใตายก่อน เนื่องจากไม่เคยเห็นกู้จือเสวี่ยเป็แบบนี้มาก่อน
บ่าวไพร่ที่ยืนเวรอยู่ด้านนอกเห็นไฟในห้องหนังสือเปิดอยู่ ต่างพากันใจคอไม่ดี หากแต่เมื่อเห็นเงาที่ทั้งสองต่างใกล้ชิด แม้หลี่อวิ๋นเจียวจะหันหลังให้แต่ด้วยระยะความใกล้ทำให้ทุกคนเข้าใจผิดได้ง่ายๆ ทุกคนต่างมองหน้ากันและพากันถอยหลบแต่โดยดี
“แล้วท่านจะทำเช่นไรต่อไป จะจัดการพวกมันอย่างไร ” หลี่อวิ๋นเจียวนึกสงสัยด้วยเพราะกู้จือเสวี่ยนั้นมีความมั่นใจบางอย่างที่นางก็ไม่ทราบสาเหตุนั้นเช่นกัน
“เ้าก็รู้หากพวกมันยังรู้ตัวตนที่แท้จริงของข้า เหตุใดข้าจะไม่ให้คนผู้นั้นรู้ตัวตนของข้าก่อนพวกมันเล่า ตอนนี้พวกมันต่างเก็บข้าไว้เป็เบี้ย หากพวกมันรู้ความจริงแบบดั่งชาติที่แล้ว แผนของเราจะยิ่งแย่ลง ตอนนี้เรายังพอมีเวลาในการแก้ไข ”กู้จือเสวี่ยเสริมสร้างความมั่นใจให้หลี่อวิ๋นเจียวทันที การย้อนเวลาทำให้้เขาสามารถกุมความลับได้หลายอย่างอีกทั้งรัชธายาทนั้นก็อ่อนแอเกินไป มีเพียงองค์ชายรองและพรรคพวกเท่านั้นที่เป็คู่ต่อสู้ที่แท้จริง
รุ่งเช้าเด็กน้อยได้ยินเสียงบางอย่างที่รบกวนการน้อยของนาง นางขยี้ตาแรงๆก่อนจะเอาผ้าห่มมาปิดหน้า
“ดวงตาช่างเหมือนเ้ายิ่ง”
“จมูก ปาก โครงหน้านั้นมันท่านชัดๆ เลยนี่น่า ”
“ สีผิวขาวดุจน้ำนมก็เหมือนเ้า โชคดีนักที่ไม่ได้ผิวแบบข้าไป”
“แม้แต่ท่าทางการเดินก็เหมือนท่าน อาหารที่ชอบก็ชอบเหมือนกันอีก สมกับเป็พ่อลูกกันเสียจริง”
“เ้ารู้ด้วยหรือว่าข้าชอบอันใด เ้าช่างเป็ฮูหยินที่ดียิ่ง ”
เด็กน้อยที่พยายามนอนหลับอดรนทนไม่ไหวกับเสียงที่มารบกวนการนอนของนาง เด็กน้อยสะบัดผ้าห่มลุกขึ้นนั่งเตรียมตัวจะอาละวาดจนเห็นท่านพ่อ ท่านแม่ของนาง กึ่งนั่งกึ่งนอนเท้าคางมองมาที่นางนั้นเอง เด็กน้อยเมื่อมองเห็นท่านพ่อท่านแม่อยู่ด้วยกันจึงยิ้มยิงฟัน ลืมทุกสิ่งสิ้น
“ได้เวลาไปแปรงฟันได้แล้วเด็กน้อย พอ่บ่ายๆ เ้ากับท่านพ่อของเ้าค่อยมาหาแม่ที่ร้าน” หลี่อวิ๋นเจียวเช็ดขี้ตาให้เด็กน้อย ขณะที่กู้จือเสวี่ยมองทั้งสองด้วยแววตารักใคร่ จนหลี่อวิ๋นเจียวถึงกับทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะหนึ่ง
นางเข้าใจในสาเหตุการกระทำของกู้จือเสวี่ยและเข้าใจได้ว่าเื่ราวในละครที่นางเคยดูนั้นไม่เหมือนกับเหตุการณ์ในโลกนี้ บุตรสาวของนางนั้นจะไม่ต้องกำพร้าแม่ โดนรังแก อีกต่อไป หากนางยังอยู่และกู้จือเสวี่ยคนนี้ยังคงเป็คนเดิม นางก็พร้อมทำทุกอย่างให้กู้เสียวเสี่ยวมีความสุขที่สุด
เด็กน้อยอาบนำ้ประแป้งตัวห้อมหอมกำลังเกาะขากู้จือเสวี่ย
“ท่านพ่อเ้าขา” กู้เสียวเสี่ยวน้อยลากเสียงยาว
กู้จือเสวี่ยมองเด็กน้อยด้วยสายตารักใคร่ยิ่ง “ไปก่อนเวลาก็ดีเหมือนกัน พ่อเริ่มคิดถึงแม่ของเ้าแล้วด้วยสิ” สองพ่อลูกกอดกันกลมก่อนจะพากันยกโขยงไปที่ร้าน พวกเขาคิดถึงหลี่อวิ๋นเจียวเหลือเกิน เวลาผ่านไปไม่เท่าไหร่เองแต่เขากลับนึกถึงแต่นาง แค่ได้มองก็ยังดี
บรรยากาศในร้านนั้นคึกคักเป็อย่างมาก ผู้คนต่อแถวยาวเหยียดด้วยไก่ทอดในร้านนี้อร่อยเสียจนกินชิ้นเดียวไม่พอจนต้องบอกต่อปากต่อปาก ร้านอาหารจึงต้องจำกัดการซื้อให้แต่ละคนสามารถซื้อได้ไม่เกินคนละสองชุด เพื่อให้ทั่วถึงแม้บางคนอยากจะซื้อเยอะๆ ก็ต้องทำตามมีให้กินดีกว่าไม่มีให้กิน
หลี่อวิ๋นเจียวกับฮวาจิ่นช่วยงานจนยุ่งหัวหมุนไปหมด แม้แต่ลูกๆ ของฮวาจิ่นทั้งสามก็อาสามาช่วยแต่เนื่องจากยังเด็กเกินไปกลายเป็มาวุ่นวายแทนจึงโดนดุจนได้เด็กๆ มายืนเรียกลูกค้าเข้าร้านกลายเป็ตุ๊กตาน้อยสามหน่อเรียกเสียงชื่นชมในความน่ารักของเด็กๆ
“ เื่ราวมันเป็มาเป็ไปอย่างไรกันแน่” ฮวาจิ่นที่กำลังปอกมันฝรั่งเอ่ยถามกับหลี่อวิ๋นเจียวที่กำลังทอดมันฝรั่งอยู่ข้างๆ
“ เขาคือพ่อของกู้เสียวเสี่ยว” หลี่อวิ๋นเจียวก้มหน้าตอบ นางไม่รู้จะอธิบายเื่ราวให้ฮวาจิ่นอย่างไรแต่ฮวาจิ่นคือเพื่อนที่จริงใจต่อนางที่สุด
“ เื่นั้นข้ารู้ เขากับเสียวเสี่ยวหน้าเหมือนกันขนาดนั้น ที่ข้าถามคือเื่ของพวกเ้าสองคนเป็มาอย่างไรกันแน่” ฮวาจิ่นถามต่อทันที นางรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่ากู้จือเสวี่ยมีจุดประสงค์และนั้นคือหลี่อวิ๋นเจียวเป็แน่ โชคดีที่เขาไม่ได้ประสงค์ร้ายต่ออวิ๋นเจียว
“เขามาขอข้าคืนดีแต่ข้าแค่ให้โอกาสเขาทำหน้าที่พ่อเท่านั้น ตอนนี้ข้าและเขาเปรียบเสมือนเพื่อน ข้าไม่อยากทำตัวมีปัญหาให้พ่อลูกต้องแยกจากกัน อีกอย่างข้าก็ไม่เคยรู้สึกอะไรกับเขาก็เลยสามารถทำได้สบายๆ นะ” หลี่อวิ๋นเจียวตอบตามความจริง นางไม่อยากปิดบังเพื่อนสนิทแต่ก็ไม่อาจบอกทุกอย่างได้จริงๆ ยิ่งการย้อนเวลาของกู้จือเสวี่ย นางไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีจริงๆ