ได้ยินคำตอบแบบกวนๆ รินหัวเราะคิกคักท่าทางของเธอเวลาหัวเราะดูน่ารักและสดใสในวัยแรกแย้ม ทำให้พัฒอยากได้เธอมามากยิ่งขึ้น
“ปากแบบนี้ระวังตัวหน่อยก็ดีนะ อาจจะโดนกระทืบเอาได้” พัฒกล่าวด้วยน้ำเสียงดุร้ายและข่มขู่อย่างเปิดเผย
รินได้ยินแบบนั้นคิ้วก็ขมวดเป็ปมและพูดอย่างไม่พอใจ “หากคุณคิดจะทำร้ายลูกทีมของฉัน ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าเขาอยู่ในการคุ้มครองของฉัน”
“ผมไม่กล้าทำอะไรเขาต่อหน้าคุณหรอกครับ แต่ลับหลังล่ะก็ไม่แน่…” พัฒไม่สนใจภาพพจน์และยังข่มขู่ต่อไป เขาเกิดมาในครอบครัวใหญ่เหมือนกัน เขาไม่เคยกลัวใครหน้าไหนและเคยทำเื่เลวร้ายมามาก เขาเชื่อว่าต่อให้รินรู้ว่าเขาอยู่เื้ัการทำให้โจพิการเธอก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ เขาไม่เชื่อว่าครอบครัวของเธอจะยอมเสียเืเสียเนื้อเพื่อคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า
“นาย!!” รินเริ่มทนไม่ไหวกับการขู่ซึ่งๆหน้าเหมือนว่าตัวตนของเธอไม่มีความหมาย หากแม้แต่ลูกทีมคนเดียวของเธอยังช่วยไม่ได้ ต่อไปก็คงไม่มีใครอยากมาเข้าร่วมหน่วยของเธอแน่
“ใจเย็นๆสิริน ยิ่งพูดกับคนแบบนี้ต่อไปก็ยิ่งทำให้ประสาทเสีย วันนี้ผมมาขอให้คุณพาผมเดินเที่ยวในเมืองหน่อย ผมเพิ่งมาถึงเลยยังไม่ได้เดินเที่ยวสักเท่าไร” โจกล่าวยิ้มๆและยักคิ้วให้พัฒ
รินเข้าใจว่าโจกำลังช่วยตัวเองให้ออกจาสถานการณ์นี้จึงตอบตกลงโดยไม่ลังเล “เข้าใจแล้วค่ะ เดี๋ยววันนี้ฉันจะเป็คนพาทัวร์เองนะคะ”
ทั้งคู่จึงเดินไปด้วยกันโดยไม่สนใจพัฒอีก เขามองทั้งคู่ด้วยแววตา้าฆ่า แน่นอนว่าเขาไม่กล้าทำอะไรรินแต่ถ้าเป็โจเขากล้าทำแน่นอน จากนั้นเขาโทรไปหาใครบางคน
“ภู ฉันมีงานให้แกทำ ฉันให้ห้าแสนแต่ต้องทำให้มันหายไปจากโลก” จากนั้นพัฒก็บอกรายละเอียดให้คนในสายฟัง
หลังจากที่รินและโจเดินออกมานอกองค์กรโจก็กล่าวถาม “เขาเป็ใครงั้นเหรอ?"
รินได้ยินคำถามก็รู้สึกรังเกียจที่ต้องนึกถึงใบหน้าของพัฒ “เขาชื่อพัฒเป็ลูกชายของพลโทสิน”
“ส่วนใหญ่แล้วบุคคลที่มีคนใหญ่คนโตหนุนหลังมักจะเป็แบบนี้ทุกคนรึเปล่า?"
รินรู้สึกละอายใจในฐานะที่เป็ลูกหลานของคนใหญ่คนโตเหมือนกันเมื่อได้ยินคำถามตรงไปตรงมาของโจ “คือฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
เห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของรินโจก็ยิ้มขึ้นมา “แต่ผมคิดว่าไม่หรอก เพราะผมไม่เห็นว่ารินจะเหมือนคนเ่าั้สักนิด”
ได้ยินคำพูดของโจ รินหน้าแดงเป็ลูกมะเขือเทศ ในใจคิดว่านี่เขากำลังจีบเธอหรือเปล่า
“วันนี้ก็รบกวนด้วยนะครับ” โจกล่าวดึงสติที่กำลังฟุ้งซ่านของริน
“คะ…ค่ะ”
รินพาโจเดินเที่ยวไปรอบเมือง บริเวณที่พวกเขาไปอยู่รอบๆองค์กรไม่ได้ไปไหนไกล รินแนะนำสถานที่ต่างๆให้โจฟัง บางครั้งก็เล่าถึงประวัติของสถานที่เก่าแก่ว่ามีความเป็มาอย่างไร โจเองก็ตั้งใจฟังอย่างดี ไม่ว่าเผ่าพันธุ์ไหนก็มีสถานที่เก่าแก่กันทั้งนั้นและพวกเขาก็จะปกป้องมันด้วยชีวิต
“ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” เมื่อเห็นว่าเที่ยงแล้วเธอก็กล่าวชวนโจที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
“โอ้ดีเลยครับ” ในเมื่อมีคนเลี้ยงเขาก็ไม่ปฏิเสธ
รินพาโจไปทานข้าวที่ภัตตาคารหรูแห่งหนึ่ง เขาสั่งหลายอย่างมากินโดยไม่เกรงใจรินแม้แต่น้อย
“โจมาจากไหนเหรอคะ?” รินเอ่ยถามเพื่อทำลายความเงียบและเธอเองก็อยากรู้จักโจมากกว่านี้ ในเมื่อจากนี้ไปเขาจะต้องอยู่กับเธอไปอีกนานก็ควรจะสนิทกันเข้าไว้
“ผมเป็เด็กกำพร้าน่ะ ผมก็ไปๆมาๆหลายที่เพื่อหาที่ซุกหัวนอนและหาของกิน คุณเชื่อไหมล่ะว่าตอนที่ผมยังเด็กผมมักจะขโมยของเพื่อประทังชีวิต แต่พอเริ่มโตขึ้นมาอีกผมก็ทิ้งนิสัยนั้นไปและหันมาทำงาน” โจแต่งเื่จากหนังสือบางเล่มที่เขาเคยอ่าน
รินน้ำตาซึมเล็กน้อย ตอนที่โจเล่าเธอก็เปรียบเทียบกับตัวเองตอนเด็ก เธอนั้นอยู่สุขสบายไม่ต้องกังวลเื่ปากท้องและที่ซุกหัวนอนเหมือนโจ เธอใช้ชีวิตเหมือนเ้าหญิงตัวน้อยอยากได้อะไรก็มีคนเอามาให้และคอยเอาใจ เธอกำลังคิดว่าถ้าเป็เธอที่มีชีวิตเหมือนโจจะเป็ยังไง? เธอรู้สึกนับถือที่โจสามารถมีชีวิตรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้
“อะไรกันถึงกับน้ำตาซึมเลยเหรอ” โจไม่คาดคิดว่าเื่ที่ตนเองแต่งขึ้นมาจะทำให้หญิงสาวร้องไห้ได้
“โจคงมีชีวิตที่ลำบากมากเลยสินะคะ”
โจนึกย้อนกลับไปในตอนที่เขาต้องดิ้นรนต่อสู้และฝึกฝน ทุกครั้งที่ออกไปในอวกาศเขาไม่เคยได้หลับสนิทสักครั้ง
“ใช่แล้วล่ะ” โจพยักหน้า
“โจไม่ต้องกังวลนะคะ ฉันจะใช้ทุกอย่างเพื่อปกป้องคุณเอง” รินกล่าวด้วยความจริงจัง
“จากคนชื่อพัฒน่ะเหรอ?” โจกล่าวยิ้มๆ
รินเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรกำกวมก็หน้าแดงแล้วพยักหน้าเหมือนไก่จิก “ใช่แล้วค่ะ”
“ไม่ต้องห่วงเื่นี้หรอกครับ ผมว่าน่าจะห่วงเื่หาคนเข้าหน่วยดีกว่านะ” โจพูดไปหัวเราะไป
“อย่าแกล้งกันสิคะ โจก็น่าจะรู้นะคะว่าตอนนี้คนแทบทั้งหมดมีหน่วยย่อยของตัวเองแล้ว แล้วฉันจะไปหาใครเข้าร่วมได้อีก” รินถอนหายใจออกมา สองสามวันนี้เธอพยายามอย่างหนักเพื่อชวนคนเข้าหน่วยย่อย แต่ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไรทำไมถึงไม่มีคนเข้าร่วมหน่วยของเธอ แม้ว่าเธอจะมั่นใจว่าคนๆนั้นยังไม่มีหน่วยแต่ก็ไม่ยอมเข้าร่วมกับเธอและบอกปัดว่าตนเองมีหน่วยแล้ว
“ไม่ต้องกังวลไปถึงจะมีแค่เราสองคนตอนนี้ ไม่แน่ว่าในภายหน้าอาจมีคนมาเข้าร่วมหน่วยของเราอีก” โจกล่าวแต่เขาไม่ได้พูดถึงว่าภายหน้าจะเป็เผ่าพันธุ์อื่นที่เข้าร่วมหน่วย
เห็นสีหน้ากังวลของรินโจก็เปลี่ยนไปถามอย่างอื่น “ตอนนี้รินรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเื่อวกาศ?”
รินครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า “ฉันเองก็รู้อะไรไม่มากหรอกค่ะ แต่ฉันมีบางอย่างอยากจะบอกแต่ต้องขอให้คุณเก็บเป็ความลับนะคะ”
“แน่นอนครับ”
“ตอนนี้มนุษย์เราได้เข้าร่วมกับสหพันธ์กาแลคซี่ที่รวมหลายเผ่าพันธุ์เข้าไว้ด้วยกันและนอกจากนี้ฉันยังรู้เล็กน้อยอีกว่ามีศัตรูที่น่ากลัวอยู่ด้านนอกนั่น” ประโยคแรกเธอกล่าวด้วยความตื่นเต้นส่วนประโยคหลังเธอกล่าวอย่างกังวล
“แล้วรู้ไหมครับว่าศัตรูที่ว่าเป็ใคร?"
“ไม่รู้เลยค่ะ คุณพ่อเองก็ไม่ยอมบอกอะไรเลย" เธอส่ายหน้าและหน้าบึ้งตึงที่พ่อเธอไม่ยอมบอกอะไร
โจถอนหายใจออกมา ตอนนี้เขารู้แล้วว่ามีไม่กี่คนที่รู้เื่สหพันธ์แต่ก็คงจะอีกไม่นานก่อนที่พวกเขาจะประกาศให้ทุกคนรู้และเื่ศัตรูคงเห็นว่ายังไม่รู้อะไรมากนักจึงยังไม่ได้บอกแก่ลูกหลาน และมันก็เป็แบบนั้นจริงๆเพราะมนุษย์เพิ่งก้าวสู่ยุคใหม่ พวกเขาเลยยังไม่เคยเจอศัตรูว่าน่ากลัวแค่ไหน