กรงขังขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ในสายตากลมโตฉ่ำน้ำแววตาถูกใจฉายชัดจนปิดไม่มิด พยัคฆ์ขาวสามแม่ลูกนอนเล่นกันอยู่ด้านใน กลิ่นคาวจากซากสัตว์ลอยออกมาปะทะจมูกเป็ระยะๆ เสือร้ายตัวแม่หันมามองเ้าเฟิ่งเซียนเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าตามสัญชาตญาณของสัตว์ที่กำลังปกป้องลูกของตน
หนึ่งสตรีหนึ่งสัตว์หน้าขนมองสบตากันนิ่ง…นาน จิตใจสตรีงดงามเต้นกระหน่ำมือขาวบางปลดผ้าคลุมหน้าลงราวกับต้องมนต์ สองขาเรียวขยับเข้าไปใกล้กรงขังเรื่อยๆ ปากพร่ำพูดออกมาตามความรู้สึก
“เ้าสวยจริงๆ พยัคฆ์ขาว” ลำตัวของเสือตรงหน้าใหญ่โตมากกว่านางถึงห้าเท่า ลูกของมันทั้งสองตัวหากลุกขึ้นยืนคงสูงถึงครึ่งเอวของนางแล้วแน่ๆ “ข้ามาดีและอยากััเ้า” ค่อยๆยื่นมือเข้าไปหาช้าๆ “ได้หรือไม่?” มือขาวบางลอดเข้าไปในกรงขัง ไร้อาการสั่นหรือหวาดกลัวใดๆทั้งสิ้น ตาสีทองสวยของพยัคฆ์ขาวตัวแม่มองท่าทีของสตรีตรงหน้าอยู่อย่างนั้นก่อนจะลุกขึ้นยืนผละจากลูกๆของมัน…เดินตรงเข้าหา ไร้เสียงขู่คำรามจากสัตว์ร้าย ไร้ความหวาดหวั่นของหญิงสาว…ไร้เสียงดังรอบข้างจากเหล่าทหาร…เงียบสงัดราวกับทุกคนไม่หายใจ
พยัคฆ์ขาวสงบนิ่งและสั่นหางไปมา…ทุกคนมองเห็นได้ชัดเจนถึงความแตกต่างจากเดิม
แม่ทัพใหญ่จางเหวินเป่าหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด..ไม่แน่ว่าที่ผ่านมาเสือขาวพยศตัวนี้เฝ้าแต่อาละวาดไม้เว้นแต่ละวันก็อาจจะเป็เพราะ..ชื่อเรียกขานหรือมิชอบใจคนเลี้ยงดูซึ่งเป็บุรุษ ลูกกุญแจเก่าๆถูกส่งไปตรงหน้าองค์หญิงผู้ดื้อรั้น “เข้าไปสิ”
หมับ!!! ไร้ความลังเลในดวงตาสวย เ้าเฟิ่งเซียนมุ่งตรงเข้าไปไขกุญแจทันทีเสียง แกร่กๆ ดังเรียกสายตาจากสัตว์หน้าขนทั้งสามตัว ตัวแม่นั่งนิ่งแต่ตัวลูกทั้งสองทำท่าหมอบเตรียมพร้อมอย่างระวังภัย
แม่ทัพใหญ่เดินประกบตามหลังเ้าเฟิ่งเซียนไม่ยอมห่างเกินหนึ่ง่แขนเพื่อป้องกันสัตว์ร้ายจะอาละวาด โดยที่แฝดผู้พี่เ้าหยางหลงและรัชทายาทยืนอยู่หน้าประตูในใจแต่ละคนครุ่นคิด..หากนางคุ้นเคยกับสัตว์เช่นนี้ก็ถือว่าเป็เื่ดีเพราะยังมีโอกาสนำลูกเสือขาวออกไปเป็ของขวัญในวันพระราชสมภพได้
ความเงียบปกคลุมไปทั่วลานกว้าง..เ้าเฟิ่งเซียนเดินเข้าไปยืนห่างประมาณสาม่ตัวก่อนที่จะนั่งลงกับพื้นช้าๆ มือขาวแบออกไป ริมฝีปากบางร้องเรียก “อาเจิน” นางยิ้มหวานทั้งใบหน้าทั้งดวงตาแสดงออกถึงความจริงใจ ไร้ท่าทีคุกคาม “มาหาข้าสิ”
กรร!! กรร!! เสียงครางของพยัคฆ์ตัวลูกทั้งสองที่กำลังหมอบอยู่ดังขึ้นมาเป็่ๆ แม่ทัพใหญ่จางเหวินเป่าจับด้ามกระบี่ไว้แน่นหากสัตว์ทั้งสองตัวพุ่งเข้าหา ตัวเขาก็พร้อมที่จะรับมือถึงอย่างไรชีวิตคนก็ต้องมาก่อน
“อาเจินข้าคืออาเฟิ่งและข้าจะมิทำร้ายพวกเ้า”
พึ่บ!! พยัคฆ์ขาวตัวใหญ่ลุกขึ้นยืน…และเ้าเฟิ่งเซียนรับรู้ได้ทันทีว่าตนเองนั้นตัวเล็กแค่ไหน จังหวะก้าวเดินเพียงสามก้าวของสัตว์ตัวใหญ่ที่เดินมาตรงหน้าของนางพร้อมลูกน้อยตัวเล็กของมัน ลมหายใจของบุรุษรุ่นบิดาด้านหลังแทบจะขาดห้วง พยัคฆ์ตัวใหญ่ที่สูงกว่าสตรีที่ค่อยๆยวบลงเพราะนั่งหมอบทำให้หลายคนถอนหายใจ เฮือกใหญ่..
“อ๊าย!!!!” พรึ่บ!!! เ้าเฟิ่งเซียนกรีดร้องพร้อมกับะโพุ่งตัวเข้าไปกอดเสือขาวตัวใหญ่ ขนยาวนุ่มนิ่ม “อาเจินของข้าน่ารักที่สุดเลยยย”
“????” เ้าหยางหลง
“????” เ้าอี้หลิง
“????” จางซิงอี
“????” แม่ทัพจางเหวินเป่าคลายมือออกจากกระบี่ข้างเอว เฮ่อ!!