บนแท่นสูง เจียงเหวินไห่กลับหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ดีมาก”
ผู้ดูแลข้างกายถาม
“ผู้าุโสนใจเขา?”
“เด็กอายุสิบหกที่เพิ่งเริ่มฝึก แต่รู้ว่าตนด้อยตรงไหน รู้ว่าจะใช้สนามอย่างไร และไม่ลังเลแม้ต้องยอมรับาแเพื่อแลกกับตำแหน่งที่้า”
เจียงเหวินไห่มองฉินเฟิง
“คนเช่นนี้มีค่ามากกว่าคนที่มีพลังสูงแต่รู้เพียงโจมตีตรง ๆ”
ฉินซวนเฮ่อซึ่งยืนอยู่ด้านล่างได้ยินเสียงชมจากคนรอบข้างแล้วสีหน้ายิ่งไม่ดี
เมื่อเช้าเขายังคิดว่าฉินเฟิงเป็เพียงปัญหาเล็ก
ตอนนี้กลับชนะหลี่เทียนิ
ผู้ที่อยู่ขั้นแปด
หากปล่อยให้เติบโตต่อไปอีกไม่กี่เดือนล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้น หากฉินเฟิงได้รับความสนใจจากสำนักเมฆาฟ้า การจัดการเขาจะยากขึ้นทันที
ฉินซวนเฮ่อมองไปยังฉินเหว่ย
อีกฝ่ายเองก็มีสีหน้าไม่พอใจ
แต่ไม่กล้าพูดอะไร
ผลวันนี้ทำให้คนจำนวนมากเริ่มไม่กล้าหัวเราะเยาะฉินเฟิงโดยง่ายแล้ว
ผู้ดูแลรอให้เสียงสงบลงก่อนประกาศคู่ต่อไป
การประลองดำเนินต่อ
มู่ชิงหลันชนะคู่ต่อสู้รอบสองโดยใช้เพียงไม่กี่กระบวนท่า
ฉินซวนเฮ่อเองก็ชนะ
หลังจากทุกคู่จบ ผู้ผ่านเหลือห้าคน
ได้แก่ มู่ชิงหลัน ฉินซวนเฮ่อ ฉินเฟิง หลี่หยุน และหวังเซียว
ตามกติกา จะมีหนึ่งคนได้พักรอบ และอีกสี่คนประลองกัน
ผู้ดูแลกำลังจะเริ่มจับสลาก
แต่เจียงเหวินไห่กลับยกมือ
“ไม่ต้องแล้ว”
ทุกคนหันมอง
เขาลุกขึ้น
“การทดสอบวันนี้เพียง้าเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติไปยังเมืองหลวงเขตตะวันออก ไม่จำเป็ต้องประลองจนเหลือคนเดียว”
“จากผลงานทั้งสามด่าน ข้าประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์โดยตรงสามคน”
ทั่วลานเงียบ
เจียงเหวินไห่กล่าวชื่อแรก
“มู่ชิงหลัน”
ไม่มีผู้ใดแปลกใจ
“ฉินซวนเฮ่อ”
คนตระกูลฉินเผยรอยยินดี
จากนั้นทุกคนรอชื่อที่สาม
บางคนคิดว่าเป็หลี่เทียนิแม้แพ้ เพราะผลงานก่อนหน้าดีมาก
บางคนคิดว่าเป็หลี่หยุน
เจียงเหวินไห่มองไปยังฉินเฟิง
“ฉินเฟิง”
เสียงพูดคุยดังขึ้นอีกครั้ง
แต่ไม่มีผู้ใดกล้ากล่าวว่าไม่สมควร
ระดับเจ็ดสูงสุดในด่านแรก
หกเสียงในด่านสอง
และชนะหลี่เทียนิในด่านสาม
ต่อให้ระดับพลังเพียงขั้นสาม ผลงานก็โดดเด่นเกินพอ
เจียงเหวินไห่กล่าวต่อ
“หลี่เทียนิได้รับสิทธิ์สำรองอันดับหนึ่ง และจะได้รับโอกาสทดสอบเพิ่มในวันพรุ่งนี้”
หลี่เทียนิประสานมือ
“ขอบคุณผู้าุโ”
จากนั้นเจียงเหวินไห่หันกลับไปหาฉินเฟิง
“ส่วนเ้า”
ฉินเฟิงเงยหน้า
“ข้าเคยกล่าวไว้ว่า หากผ่านรอบต่อไป จะให้เข้าร่วมการทดสอบพิเศษ”
“พรุ่งนี้ยามเช้า มาพบข้าที่เรือนรับรองสำนักเมฆาฟ้า”
ฉินเฟิงประสานมือ
“ขอรับผู้าุโ”
คำประกาศนี้ทำให้หลายคนริษยาขึ้นอีกครั้ง
แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าการทดสอบพิเศษคืออะไร
เมื่อการคัดเลือกจบ ผู้คนเริ่มแยกย้าย
ฉินเฟิงกำลังจะลงจากลาน
มู่ชิงหลันกลับเดินเข้ามาหา
สายตานางหยุดที่าแสองแห่งบนแขนเขา
“แขนของท่านต้องรักษาก่อน”
“เป็เพียงแผลตื้น”
“หากปล่อยไว้ระหว่างที่ต้องใช้พลังต่อ อาจฉีกกว้างขึ้น”
ฉินเฟิงมองนาง
“เ้ากำลังสั่งข้าหรือ”
มู่ชิงหลันนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนตอบ
“ข้าเพียงเตือน”
ฉินเฟิงยิ้มบาง ๆ
“ข้ารู้แล้ว ขอบคุณเ้า”
เสี่ยวอวี่ซึ่งยืนด้านหลังมองสลับคนทั้งสองด้วยท่าทีประหลาด
เมื่อก่อนคุณหนูของนางแทบไม่สนใจเลยว่าฉินเฟิงจะไปดื่มเหล้าหรือสร้างเื่ที่ใด
แต่วันนี้กลับมาดูาแให้ทันทีหลังการประลอง
มู่ชิงหลันเองดูเหมือนจะไม่รู้ตัว
ฉินเฟิงกำลังจะจากไป จู่ ๆ มู่ชิงหลันกลับกล่าว
“คืนนี้หลังยามค่ำ ข้าจะลองฝึกตามวิธีที่ท่านบอกอีกครั้ง”
“ได้”
“หากไม่มีอาการ ข้า้าให้ท่านช่วยชำระพลังเย็นพรุ่งนี้”
ฉินเฟิงคิดเล็กน้อย
“พรุ่งนี้เช้าข้าต้องไปพบผู้าุโเจียง ่บ่ายจึงจะว่าง”
“เช่นนั้น่บ่าย”
“ตกลง”
ทั้งสองแยกจากกัน
ฉินเฟิงเดินออกจากลานกลางเมืองพร้อมคนตระกูลฉิน
แต่ยังไม่ถึงครึ่งทาง กลับมีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินมาขวางเบื้องหน้า
คนผู้นั้นสวมชุดสีน้ำตาลเข้ม หน้าอกมีตราเตาโอสถสองดวง
ฉินเฟิงจำไม่ได้
แต่คนรอบข้างกลับมีสีหน้าเปลี่ยน
“นักปรุงโอสถระดับสอง!”
ชายวัยกลางคนมองฉินเฟิงั้แ่ศีรษะจรดเท้า
“เ้าคือฉินเฟิง?”
“ใช่”
“ข้าชื่อโจวชิง เป็นักปรุงโอสถจากสมาคมโอสถเมืองชิงหลาน”
เขาหยิบขวดกระเบื้องเล็กออกมา
“วันนี้เถ้าแก่เหอจากหอร้อยสมุนไพรนำตัวอย่างน้ำยาฟื้นปราณของเ้าไปให้สมาคมตรวจ”
ฉินเฟิงมีแววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เื่แพร่เร็วกว่าที่คาด
โจวชิงกล่าวต่อ
“ผลของมันดีกว่าน้ำยาฟื้นปราณที่สมาคมผลิตในปัจจุบันเกือบสองเท่า และสิ่งเจือปนน้อยกว่ามาก”
คนตระกูลฉินรอบข้างได้ยินก็หันมามองทันที
ฉินเหว่ยถึงกับเบิกตา
ฉินซวนเฮ่อเองชะงัก
พวกเขารู้เพียงว่าฉินเฟิงมีอาจารย์ลึกลับสอนสมุนไพร
แต่ไม่เคยรู้ว่ายาที่เขาปรุงถูกสมาคมโอสถตรวจแล้ว
โจวชิงถาม
“น้ำยานี้เ้าเป็คนปรุงเองจริงหรือ”
ฉินเฟิงตอบ
“ใช่”
ชายวัยกลางคนจ้องอยู่นาน
“ตามข้าไปสมาคมโอสถ”
ฉินเฟิงไม่ได้ขยับทันที
“ด้วยเหตุใด”
โจวชิงดูเหมือนไม่คิดว่าจะถูกถามกลับเช่นนี้
“สมาคม้าทดสอบความสามารถด้านโอสถของเ้า”
“หากผ่าน เ้าจะได้รับการรับรองเป็นักปรุงโอสถฝึกหัด และอาจได้รับสิทธิ์ใช้ห้องหลอมโอสถของสมาคม”
คำสุดท้ายทำให้ฉินเฟิงสนใจทันที
ห้องหลอมโอสถ
สิ่งที่เขาขาดมากที่สุดตอนนี้คือเตาและสถานที่ที่เหมาะสำหรับปรุงโอสถเม็ด
หากใช้ห้องของสมาคมได้ ความเร็วในการพัฒนาพลังและพลังิญญาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ฉินเฟิงจึงพยักหน้า
“ข้าจะไป”
คนรอบข้างยังไม่ทันตั้งตัว เขาก็เปลี่ยนเส้นทางตามโจวชิงไปทันที
ฉินซวนเฮ่อยืนมองแผ่นหลังนั้น
สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็ไม่สบายใจอย่างแท้จริง
ภายในวันเดียว
ฉินเฟิงผ่านการคัดเลือกสำนักเมฆาฟ้า
ได้รับสิทธิ์ทดสอบพิเศษ
และตอนนี้สมาคมโอสถยังมารับตัวไปทดสอบอีก
หากสิ่งหลังสำเร็จด้วย…
จากคนไร้ค่าที่ทุกคนเคยเหยียบย่ำ
ฉินเฟิงจะมีทั้งสำนักเมฆาฟ้าและสมาคมโอสถสนใจพร้อมกัน
ฉินเหว่ยถามเสียงเบา
“พี่ซวนเฮ่อ เราจะทำอย่างไร”
ฉินซวนเฮ่อไม่ตอบทันที
เขามองผู้คนรอบข้าง
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครฟัง จึงกล่าวเพียง
“กลับจวนก่อน”
น้ำเสียงไม่มีความสบายใจเหมือนก่อนอีกแล้ว
ในขณะเดียวกัน ฉินเฟิงเดินตามโจวชิงผ่านถนนสายหลักของเมือง
ข่าวการประลองยังแพร่ไปไม่ทั่ว
ผู้คนตามถนนจำนวนมากยังมองเขาด้วยภาพจำเดิม
บางคนยังหัวเราะ
บางคนยังชี้นิ้ว
ฉินเฟิงไม่ได้สนใจ
เพราะอีกไม่นาน คนเ่าั้ก็จะรู้เองว่าในวันนี้เกิดอะไรขึ้นที่ลานกลางเมือง
เมื่อเดินมาถึงอาคารใหญ่สีเทาขาวแห่งหนึ่ง โจวชิงหยุด
เหนือประตูมีตราเตาโอสถสามขาตั้งอยู่
ตัวอักษรสีทองเขียนว่า
สมาคมโอสถเมืองชิงหลาน
ทันทีที่ทั้งสองเข้าไป กลิ่นสมุนไพรหลายสิบชนิดก็ลอยเข้ามา
ฉินเฟิงสูดลมหายใจเพียงครั้งเดียวก็แยกได้เกือบทั้งหมด
โจวชิงเดินนำขึ้นชั้นสอง
“ผู้าุโของสมาคมรอเ้าอยู่แล้ว”
เมื่อถึงประตูห้องหนึ่ง ชายวัยกลางคนผลักเปิด
ภายในมีคนอยู่สามคน
หนึ่งในนั้นเป็ชายชราผมขาว สวมชุดนักปรุงโอสถที่หน้าอกมีตราเตาโอสถสามดวง
นักปรุงโอสถระดับสาม
ในเมืองชิงหลาน คนระดับนี้มีสถานะสูงพอให้ผู้นำตระกูลใหญ่ต้องให้เกียรติ
ชายชรามองฉินเฟิงทันทีที่เข้ามา
บนโต๊ะตรงหน้าเขามีขวดน้ำยาฟื้นปราณที่ฉินเฟิงเคยขายให้หอร้อยสมุนไพร
“เ้าคือผู้ปรุงน้ำยานี้?”
“ขอรับ”
ชายชรายกขวดขึ้น
“ใช้หญ้ารวมปราณ รากอัคคีแดง ดอกน้ำค้างขาว และเมล็ดชิงหลัว?”
ฉินเฟิงมองอีกฝ่ายเล็กน้อย
สามารถแยกวัตถุดิบได้เกือบครบจากน้ำยาที่หลอมเสร็จแล้ว แสดงว่าชายชรามีพื้นฐานพอใช้ได้ในดินแดนระดับนี้
“ยังมีสมุนไพรอีกหนึ่งชนิด”
ชายชรามีสีหน้าเปลี่ยน
“อีกหนึ่ง?”
“ผงรากสนม่วง”
คนในห้องสามคนมองกันเอง
ชายชราขมวดคิ้ว
“รากสนม่วงมีฤทธิ์ทำให้พลังปราณไหลช้าลง หากใส่ในน้ำยาฟื้นปราณจะไม่ลดผลของมันหรือ”
ฉินเฟิงตอบ
“หากใช้มากเกินไปใช่ขอรับ แต่หากบดจนละเอียดและใช้เพียงหนึ่งส่วนต่อหญ้ารวมปราณสิบเจ็ดส่วน มันจะช่วยให้พลังจากรากอัคคีแดงไม่กระจายเร็วเกินไป ทำให้ผู้ดื่มดูดซับได้มากขึ้น”
ทั่วห้องเงียบลง
ชายชรามองเขาอยู่นาน
จากนั้นหยิบพู่กันมาคำนวณสัดส่วนบนกระดาษ
ยิ่งเขียน สีหน้ายิ่งจริงจัง
โจวชิงที่ยืนด้านข้างเองก็ไม่กล้าพูด
ผ่านไปพักใหญ่ ชายชราวางพู่กันลง
“หลักการเป็ไปได้จริง”
เขามองฉินเฟิง
“ผู้ใดสอนเ้า”
“อาจารย์ขอรับ”
“ชื่อ?”
“ท่านไม่อนุญาตให้เปิดเผย”
ชายชราหรี่ตา
แต่ไม่ได้ถามซ้ำ
“ดี”
เขาลุกขึ้น
“ข้าชื่อหานโม่ เป็รองหัวหน้าสมาคมโอสถเมืองชิงหลาน”
“วันนี้ข้าจะทดสอบเ้าด้วยตนเอง”
เขาชี้ไปยังประตูด้านใน
“ภายในเป็ห้องปรุงโอสถ มีเตาระดับหนึ่ง สมุนไพรพื้นฐานยี่สิบชนิด”
“เ้าสามารถเลือกปรุงอะไรก็ได้หนึ่งชนิด”
“เวลาหนึ่งชั่วยาม”
“หากสำเร็จตามมาตรฐานนักปรุงโอสถฝึกหัด สมาคมจะออกตรารับรองให้”
ฉินเฟิงมองไปยังประตูห้องหลอม
ในที่สุดสิ่งที่้าก็มาถึง
เขาถาม
“ข้าสามารถเลือกปรุงโอสถเม็ดได้หรือไม่”
หานโม่ชะงัก
โจวชิงเองก็หันมองทันที
“เ้าเคยหลอมโอสถเม็ด?”
ฉินเฟิงตอบอย่างสงบ
“อาจารย์เคยสอน”
หานโม่ถาม
“เ้ามีพลังิญญาเพียงพอหรือ”
ฉินเฟิงไม่ได้ตอบด้วยคำพูด
เขาหลับตาชั่วครู่
จากนั้นพลังิญญาบริเวณกลางหว่างคิ้วแผ่ออกไปรอบตัวอย่างช้า ๆ
ถ้วยชาบนโต๊ะสั่นเบา ๆ
ใบชาสองใบที่ตกอยู่ข้างถ้วยขยับตามกระแสพลังที่มองไม่เห็น
สีหน้าของทั้งสามคนเปลี่ยนพร้อมกัน
หานโม่เดินเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว
“พลังิญญาของเ้า…”
เขาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง
“ถึงระดับนักปรุงโอสถฝึกหัดแล้วจริง”
จากนั้นจึงมองอายุของฉินเฟิงอีกครั้ง
สิบหกปี
ขั้นรับปราณขั้นสาม
แต่มีพลังิญญาถึงระดับที่สามารถเริ่มหลอมโอสถเม็ด
หานโม่เริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดโจวชิงจึงรีบมาตามเด็กคนนี้ทันทีหลังการประลอง
“เข้าไปเถิด”
เขากล่าว
“ข้าจะดูว่าเ้าทำได้จริงเพียงใด”
ฉินเฟิงเปิดประตูห้องหลอม
ด้านในมีเตาโอสถทองแดงสามขาขนาดประมาณครึ่งตัวคนตั้งอยู่กลางห้อง
ชั้นไม้รอบผนังวางสมุนไพรไว้เรียงราย
เพียงกวาดตามอง ฉินเฟิงก็เลือกสิ่งที่จะปรุงได้ทันที
หญ้ารวมิญญา
ผลหินเื
รากอัคคีแดง
ดอกฟื้นชีพ
เมล็ดชิงหลัว
ทั้งหมดมีอยู่
เขาเดินไปหยิบวัตถุดิบทีละอย่าง
หานโม่ที่ยืนตรงประตูมองแล้วขมวดคิ้ว
“เ้าจะปรุงอะไร”
ฉินเฟิงตอบ
“โอสถชำระปราณขอรับ”
คนในห้องทั้งหมดนิ่งไป
โจวชิงถามทันที
“โอสถชำระปราณชนิดใด?”
ฉินเฟิงวางสมุนไพรลงข้างเตา
“ชนิดที่ช่วยชำระสิ่งเจือปนในพลังปราณและทำให้ผู้ฝึกขั้นรับปราณดูดซับพลังได้รวดเร็วขึ้นใน่เวลาหนึ่ง”
หานโม่เดินเข้าไปอีกก้าว
“สมาคมไม่มีสูตรเช่นนี้”
ฉินเฟิงหันมอง
“อาจารย์ของข้ามี”
หานโม่เงียบ
หลังจากนั้นจึงกล่าว
“ปรุงให้ข้าดู”
ฉินเฟิงจุดไฟใต้เตา
เปลวไฟธรรมดาลุกขึ้น
ยังไม่มีเพลิงโอสถ
ไม่มีพลังปราณธาตุไฟ
เขาจึงต้องอาศัยการควบคุมอุณหภูมิด้วยมือและพลังิญญาแทน
หญ้ารวมิญญาถูกใส่ลงก่อน
ตามด้วยผลหินเื
ฉินเฟิงไม่ได้เททั้งหมดพร้อมกัน
แต่แบ่งผลหินเืเป็สามส่วน ใส่ทีละ่
หานโม่มองแล้วขมวดคิ้ว
วิธีนี้ไม่เหมือนวิธีปรุงโอสถทั่วไปของเมืองชิงหลาน
ปกติจะสกัดสมุนไพรแต่ละชนิดแยกกัน ก่อนรวมภายหลัง
ฉินเฟิงกลับทำให้สมุนไพรช่วยปรับสรรพคุณกันเองั้แ่ต้น
เมื่อรากอัคคีแดงถูกใส่ลง เปลวไฟใต้เตาถูกลดลงทันที
พลังิญญาของเขาแทรกเข้าไปในเตา
แม้ยังไม่มาก แต่การควบคุมละเอียดอย่างน่าประหลาด
ของเหลวจากสมุนไพรแบ่งออกเป็สามกลุ่มภายในเตาโดยไม่ปะปนกัน
หานโม่มีสีหน้าเปลี่ยน
“แยกยาสามสายพร้อมกัน?”
โจวชิงอ้าปากค้าง
นักปรุงโอสถฝึกหัดทั่วไปแทบควบคุมการสกัดสมุนไพรหนึ่งชนิดให้สมบูรณ์ยังยาก
ฉินเฟิงกลับควบคุมสามส่วนพร้อมกัน
เหงื่อเริ่มปรากฏบนหน้าผาก
พลังิญญาของร่างนี้ยังต่ำมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาเคยมี
แต่ประสบการณ์ในอดีตทำให้ไม่มีพลังส่วนใดถูกใช้เกินจำเป็
หนึ่งลมหายใจ
สิบลมหายใจ
ครึ่งก้านธูป
กลิ่นสมุนไพรภายในห้องเริ่มเปลี่ยนไป
จากกลิ่นฉุนหลายชนิด กลายเป็กลิ่นหอมอ่อนที่รวมเป็หนึ่ง
หานโม่สูดกลิ่นแล้วมีแววตาเปลี่ยน
“สรรพคุณเริ่มรวมแล้ว”
ฉินเฟิงไม่ตอบ
เขาใส่ดอกฟื้นชีพเป็ลำดับสุดท้าย
พลังิญญาทั้งหมดที่สามารถใช้ได้รวมเข้าสู่เตา
ของเหลวสามสายค่อย ๆ รวมเข้าหากัน
อุณหภูมิถูกเพิ่มขึ้นทีละน้อย
เสียงเดือดเบา ๆ ดังจากภายใน
ฉินเฟิงยกมือขวาขึ้นเหนือฝาเตา
พลังิญญาหมุนเป็วง
สิ่งเจือปนบางส่วนถูกแยกออกเป็ไอสีเทา
หานโม่ก้าวเข้ามาอีกโดยไม่รู้ตัว
“วิธีชำระสิ่งเจือปนเช่นนี้…”
เขาไม่เคยเห็น
ไม่นานนัก ฉินเฟิงกลับลดไฟลงกะทันหัน
ฝาเตาถูกเปิด
กลิ่นหอมเข้มข้นพุ่งออกมา
ด้านในมีของเหลวข้นสีเขียวทองรวมตัวอยู่
แต่ยังไม่เป็เม็ด
ฉินเฟิงสูดลมหายใจลึก
ขั้นตอนสุดท้ายเป็ส่วนที่ยากที่สุด
พลังิญญาของเขาเหลือน้อยกว่าสามส่วนแล้ว
หากพลาด โอสถทั้งหมดจะกลายเป็น้ำยาแทน
เขาจึงไม่ฝืนทำหลายเม็ด
แบ่งพลังยาออกเพียงสามส่วน
จากนั้นหมุนพลังิญญาเข้าหากัน
ของเหลวสามก้อนเริ่มกลมขึ้นทีละน้อย
หนึ่งเม็ดสำเร็จก่อน
สองเม็ด
เม็ดที่สามสั่นแรง
เกือบแตก
ฉินเฟิงรีบลดอุณหภูมิและเพิ่มพลังิญญาตรงผิวด้านนอก
ชั่วครู่ต่อมา ทุกอย่างสงบ
เขาดับไฟ
ทั่วห้องเงียบสนิท
เมื่อเปิดฝาเตาอีกครั้ง
โอสถสีเขียวอ่อนสามเม็ดนอนอยู่ด้านใน
แต่ละเม็ดมีผิวเรียบ
กลิ่นหอมบริสุทธิ์
ไม่มีรอยไหม้
ไม่มีรอยแตก
หานโม่ยืนมองอยู่ครู่ใหญ่
จากนั้นจึงหยิบหนึ่งเม็ดขึ้นมาตรวจ
เขาหมุนดูทุกด้าน
สูดกลิ่น
ใช้พลังิญญาตรวจสรรพคุณ
สีหน้าของชายชราค่อย ๆ เปลี่ยนจากสงสัยเป็ตกตะลึง
“ความบริสุทธิ์…เกินแปดส่วน”
โจวชิงเผลออุทาน
“แปดส่วน?”
โอสถระดับหนึ่งทั่วไปที่นักปรุงโอสถประจำเมืองสร้างได้ หากมีความบริสุทธิ์หกส่วนก็นับว่าดี
เจ็ดส่วนถือว่าคุณภาพสูง
แปดส่วนแทบไม่ปรากฏบ่อย
และนี่มาจากเด็กอายุสิบหกที่เข้าห้องหลอมโอสถของสมาคมเป็ครั้งแรก
หานโม่มองฉินเฟิง
“เ้าเรียนหลอมโอสถมานานเท่าใด”
ฉินเฟิงตอบตามเดิม
“ไม่นานขอรับ”
คำตอบครั้งนี้ทำให้ชายชราเงียบยิ่งกว่าเดิม
ฉินเฟิงเองก็ไม่พอใจกับผลนัก
หากเป็อดีต โอสถระดับต่ำเพียงนี้ ถ้าความบริสุทธิ์ไม่ถึงเก้าส่วนเก้า เขาคงโยนทิ้งโดยไม่คิด
แต่ร่างกายและพลังิญญาตอนนี้มีเพียงเท่านี้
ทำได้แปดส่วนกว่า ถือว่าใช้ได้แล้ว
หานโม่วางโอสถลง
จากนั้นหันไปหาโจวชิง
“นำตรานักปรุงโอสถระดับหนึ่งมา”
โจวชิงชะงัก
“ระดับหนึ่ง? ไม่ใช่ตราฝึกหัดหรือขอรับ?”
“โอสถระดับหนึ่ง ความบริสุทธิ์แปดส่วน ปรุงสำเร็จสามเม็ดจากหนึ่งเตา”
หานโม่ถามกลับ
“เ้าจะให้ข้าออกตราฝึกหัด?”
โจวชิงรีบประสานมือ
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
ไม่นาน ตราทองแดงรูปเตาโอสถหนึ่งดวงถูกนำมา
หานโม่ส่งให้ฉินเฟิงด้วยตนเอง
“ั้แ่วันนี้ เ้าเป็นักปรุงโอสถระดับหนึ่งที่สมาคมรับรอง”
เขาหยุดเล็กน้อย
ก่อนกล่าวต่อ
“และเป็นักปรุงโอสถระดับหนึ่งอายุน้อยที่สุดเท่าที่สมาคมโอสถเมืองชิงหลานเคยบันทึกไว้”
ฉินเฟิงรับตรามา
“ขอบคุณรองหัวหน้าหาน”
หานโม่มองโอสถบนโต๊ะอีกครั้ง
“โอสถสามเม็ดนี้ สมาคมขอซื้อได้หรือไม่”
“ได้”
“เม็ดละเท่าใด”
ฉินเฟิงคิดครู่หนึ่ง
“หนึ่งร้อยเหรียญเงิน”
โจวชิงเกือบสำลัก
โอสถระดับหนึ่งทั่วไปหลายชนิดราคาเพียงหลายสิบเหรียญ
ฉินเฟิงกลับเรียกหนึ่งร้อย
หานโม่ไม่ได้ปฏิเสธทันที
เขาถาม
“ผลของมันอยู่ได้นานเพียงใด”
“ประมาณหกชั่วยาม ผู้ฝึกขั้นรับปราณที่ใช้จะสามารถดูดซับพลังได้เร็วขึ้นราวสามถึงห้าส่วนตามพื้นฐาน และช่วยชำระสิ่งเจือปนบางส่วนออกจากเส้นชีพจร”
หานโม่เงียบไป
จากนั้นกล่าว
“สามเม็ด สามร้อยเหรียญ ตกลง”
โจวชิงมองชายชรา
แต่ไม่กล้าขัด
ฉินเฟิงกลับถาม
“ข้าขอไม่รับเงินได้หรือไม่”
หานโม่เลิกคิ้ว
“แล้วเ้า้าอะไร”
ฉินเฟิงมองเตาโอสถตรงหน้า
“สิทธิ์ใช้ห้องหลอมโอสถนี้สามครั้ง และวัตถุดิบตามมูลค่าของโอสถสามเม็ด”
หานโม่มองเขาอยู่นาน
ก่อนหัวเราะเบา ๆ
“เ้าเลือกสิ่งที่มีประโยชน์กับตนเองมากกว่าเงิน”
“ดี”
“ข้ายอม”
ฉินเฟิงประสานมือ
“ขอบคุณรองหัวหน้าหาน”
ภายในใจเขาเริ่มวางแผนทันที
คืนนี้เขาจะใช้ห้องหลอมโอสถของสมาคม
โอสถชำระปราณสำหรับตน
โอสถชำระพิษสำหรับบิดา
และบางที…
หากวัตถุดิบเพียงพอ เขาสามารถเริ่มหลอมโอสถบำรุงิญญาระดับหนึ่งได้แล้ว
พรุ่งนี้ยังมีการทดสอบพิเศษของสำนักเมฆาฟ้า
ก่อนถึงเวลานั้น เขาต้องเพิ่มพลังอีกครั้ง
หานโม่ไม่รู้ความคิดภายในของเด็กหนุ่ม
เขาเพียงมองตรานักปรุงโอสถระดับหนึ่งในมือฉินเฟิง แล้วรู้สึกว่าข่าวที่จะออกจากสมาคมวันนี้น่าจะทำให้เมืองชิงหลานวุ่นวายไม่น้อย
เพราะในวันเดียวกันนั้นเอง
ชายหนุ่มผู้ที่คนทั่วเมืองเคยเรียกว่า “สวะไร้ปราณ”
เพิ่งเอาชนะอัจฉริยะขั้นรับปราณขั้นแปดในการประลอง
และไม่ถึงหนึ่งชั่วยามต่อมา
กลับสร้างสถิติใหม่ในฐานะนักปรุงโอสถระดับหนึ่งที่อายุน้อยที่สุดของเมืองชิงหลาน
สองเส้นทางซึ่งผู้คนทั่วไปต้องใช้เวลาหลายปีเพื่อเดินให้ได้เพียงเส้นเดียว
กำลังถูกเด็กหนุ่มอายุสิบหกปีเดินไปพร้อมกัน
และนี่เป็เพียงวันที่สามนับจากวันที่เขาเริ่มต้นใหม่