เมื่อยามราตรีมาเยือนบรรยากาศทั่วทั้งย่านเมืองเก่าก็ถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายอันเย็นเยือกและคาวาในทันที
ร้านรวงธรรมดาสามัญในยามทิวาต่างพากันปิดประตูลั่นดาลลงอย่างรวดเร็วกลับกัน บรรดาร้านค้าใต้ดินที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชนได้ต่างทยอยกันแขวนป้ายไฟสว่างไสวขึ้นมาแทน
ป้ายของร้านทำผมจันทร์แดงยังคงส่องสว่างเช่นเดิมมันตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางกลุ่มตึกเก่าคร่ำคร่าอาคารเล็กสามชั้นหลังนี้ช่างดูโดดเด่นสะดุดตา
เซียวเยี่ยยืนอยู่หน้าทางเข้าร้านทำผมจันทร์แดงเขาพบว่าค่ำคืนนี้ภายในร้านดูจะคึกคักเป็พิเศษบนเก้าอี้นอนชั้นหนึ่งคลาคล่ำไปด้วยเงาร่างของผู้คน นับรวมแล้วมีไม่ต่ำกว่าสิบคน
“นายมาแล้วเหรอ? เข้ามาสิ!”
หงซานเหนียงที่กำลังใช้มือเท้าคางอยู่บนเคาน์เตอร์เหลือบไปเห็นเซียวเยี่ยที่อยู่ด้านนอกพอดีเธอโบกมือเรียกเขาอย่างเป็กันเอง ซึ่งเซียวเยี่ยก็ไม่ได้เกรงใจเขาก้าวเท้าเดินเข้าไปในร้านทันที
พริบตาที่ก้าวข้ามธรณีประตูสายตาหลายสิบคู่ภายในร้านทำผมจันทร์แดงก็พุ่งตรงมาที่ร่างของเขาเป็จุดเดียว
ในสายตาเ่าั้มีทั้งแววเป็ปฏิปักษ์และลอบประเมินแต่เซียวเยี่ยหาได้หวาดกลัวไม่เขากวาดสายตาสำรวจใบหน้าคนเ่าั้กลับไปพร้อมกับแอบเปิดใช้งานเนตรทะลวงมายาจนพบว่าคนกลุ่มนี้ทั้งหมดล้วนเป็ผู้ตื่นรู้!
เมื่อพิจารณาจากค่าสถานะและคุณสมบัติเสริมพร์แล้วฝีมือของคนพวกนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่ากลุ่มมือสังหารที่ไล่ล่าคุณอาฉินเมื่อคืนวานเลยแม้แต่น้อย
“เ้าหนุ่มนี่น่ะเหรอที่ท่านฉินถูกใจ? ขนเพิ่งจะขึ้นหรือเปล่าก็ไม่รู้!”
ชายร่างกำยำที่มีรอยแผลเป็บนใบหน้าะโออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“หึหึ...” ชายผอมแห้งอีกคนที่โพกผ้าพันศีรษะเหลือเพียงดวงตาเรียวเล็กจ้องมองเซียวเยี่ยอย่างไม่เป็มิตรเขายืนขึ้นพลางขยับมุมปากยิ้มอย่างยโส “หน้าตาดีใช้ได้เลยนี่หรือจะเป็ลูกนอกสมรสที่ท่านฉินซุกซ่อนไว้ข้างนอก?”
หงซานเหนียงที่เท้าคางอยู่บนเคาน์เตอร์เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่เธอก็เพียงแค่ยิ้มโดยไม่กล่าววาจาใดๆ
ทันใดนั้นเสียงใสๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากภายในห้อง “ถ้าพวกนายยังพล่ามเื่ไร้สาระอยู่อีกระวังฉันจะตัดลิ้นพวกนายให้หมดทุกคน!”
เ้าของเสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็เด็กสาวที่ชื่อจิ่วเยว่ เธอเดินก้าวฉับๆ ออกมาจากด้านในด้วยสีหน้าปั้นปึ่ง
ทันทีที่ชายหน้าบากได้ยินคำพูดนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันควัน เขาหัวเราะแห้งๆ แล้วปิดปากเงียบสนิทดูท่าทางเขาจะเกรงกลัวจิ่วเยว่อยู่ไม่น้อย
วันนี้จิ่วเยว่เปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่จากชุดกระโปรงลำลองที่เซียวเยี่ยเห็นเมื่อวานกลายเป็ชุดเกราะหนังที่ดูคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงที่เอวของเธอยังพกพากริชที่ส่องประกายเย็นะเืไว้เล่มหนึ่ง
จิ่วเยว่คนนี้...เป็ผู้ตื่นรู้เช่นกัน!
ดูจากอุปกรณ์แล้วเธอน่าจะเป็อาชีพมือสังหารหรือไม่ก็จอมโจร
“ทำไม มองอะไรเหรอ?”
สายตาของจิ่วเยว่ประสานเข้ากับสายตาของเซียวเยี่ยก่อนที่เธอจะแย้มยิ้มหยอกเย้าเหมือนเมื่อคืนจ้องมองจนใบหน้าของเซียวเยี่ยเริ่มร้อนผ่าว “นึกว่าคืนนี้จะไม่กล้ามาเสียแล้วเห็นแบบนี้ก็นับว่าใจเด็ดเหมือนกันนะ”
“ไอ้หนุ่มเอ๊ย!”
จิ่วเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเรียกเสียงหัวเราะจากคนในห้องขึ้นมาอีกระลอก
หงซานเหนียงที่อยู่ข้างเคาน์เตอร์ใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆแล้วกล่าวว่า “พอได้แล้วจิ่วเยว่ เลิกหยอกเขาได้แล้วอีกประเดี๋ยวคุณอาฉินก็คงมาถึง”
จากนั้นหงซานเหนียงก็เดินมาตรงหน้าเซียวเยี่ยพร้อมกับยื่นสิ่งของชิ้นหนึ่งให้มันคือแผนที่ที่มีรายละเอียดครบถ้วนซึ่งเซียวเยี่ยเคยเห็นเมื่อวานนี้
“แผนที่นี้ฉันยกให้นาย”
เซียวเยี่ยตาเป็ประกายนี่คือของขวัญที่มีค่ามหาศาลอย่างยิ่ง เขารับมันไว้ด้วยสองมือพลางกล่าว“ขอบคุณมากครับหงซานเหนียง!”
หงซานเหนียงยิ้มอย่างมีเลศนัยขณะจ้องมองเซียวเยี่ยก่อนจะกระซิบที่ข้างหูเขาเบาๆ “เมื่อคืนเ้าเด็กน้อยจิ่วเยว่แกล้งอะไรนายหรือเปล่า?”
ใบหน้าของเซียวเยี่ยแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีภาพเหตุการณ์อันชวนวาบหวามในห้องแคบๆเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัวจนเขาไม่รู้จะตอบกลับอย่างไรดี
หงซานเหนียงโบกมือปัดไปมาพลางมองเซียวเยี่ยด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง “แม่นั่นก็นิสัยรักสนุกแบบนี้แหละแต่นายอย่าเข้าใจผิดนะร้านทำผมจันทร์แดงของฉันเลิกทำธุรกิจประเภทนั้นมาั้แ่สิบกว่าปีก่อนแล้ว”
“จิ่วเยว่เป็เด็กดี การเดินทางไปเมืองเฮยสุ่ยครั้งนี้ เธอจะไปกับนายด้วย”
เซียวเยี่ยรู้สึกประหลาดใจจิ่วเยว่อายุไล่เลี่ยกับเขาน่าจะเป็ผู้ตื่นรู้ที่เพิ่งผ่านพิธีตื่นรู้มาได้ไม่นาน
การไปเมืองเฮยสุ่ยนั้นอันตรายถึงชีวิตตัวเขาเองไม่มีทางเลือกจึงต้องไปแต่ทำไมหงซานเหนียงถึงยอมส่งจิ่วเยว่ไปยังดินแดนที่เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้านเช่นนั้นด้วย?
หงซานเหนียงดูจะอ่านความสงสัยในใจของเซียวเยี่ยออกเธอหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า “นายไม่ต้องเป็ห่วงเธอหรอกจิ่วเยว่เป็จอมโจรภูตพรายระดับ S เชียวนะ”
“ไม่ใช่แค่พวกขั้วอำนาจเบื้องหน้าในเมืองซ่างจิงหรอกนะที่มีทายาทที่โดดเด่นพวกเราฝ่ายมืดเองก็มีผู้สืบทอดของตัวเองเหมือนกัน”
ใจของเซียวเยี่ยสั่นสะท้านเป็ระลอกเขาไม่คาดคิดเลยว่าจิ่วเยว่จะเป็ผู้ตื่นรู้อาชีพระดับ S!
ดูท่าในกลุ่มอำนาจใต้ดินเหล่านี้จะมีัซ่อนพยัคฆ์หมอบอยู่จริงๆและในเมืองซ่างจิงก็ไม่ได้มีเพียงหลินเสวียิหรือหวังเปียวเท่านั้นที่เป็อาชีพระดับ S ตามที่ข่าวประกาศไว้...
เซียวเยี่ยหันไปมองจิ่วเยว่ประจวบเหมาะกับที่เธอหันมามองเขาพอดี เมื่อสบตากันมุมปากของจิ่วเยว่ก็หยักยิ้มขึ้นทว่ารูม่านตาของเธอกลับกลายเป็สีแดงฉานในฉับพลัน...เนตรโลหิต!
นี่คือลักษณะเด่นของพวกภูตพราย!
เป็อาชีพจอมโจรภูตพรายระดับSไม่ผิดแน่!
ในวินาทีนั้นเองเสียงคำรามของรถยนต์ก็ดังขึ้นจากด้านนอกร้านทำผมจันทร์แดงร่างสูงใหญ่ปรากฏขึ้นที่ประตู “คุณอาฉินมาแล้ว!”
“คุณอาฉินมาแล้ว!”
เพียงพริบตาเดียวกลุ่มคนที่เคยนั่งเอนหลังอย่างไร้ระเบียบในร้านเมื่อครู่ต่างพากันลุกขึ้นยืนตัวตรงด้วยความนอบน้อม
สายตาของทุกคนที่จับจ้องไปยังร่างสูงใหญ่ตรงประตูนั้นเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรงที่มาจากก้นบึ้งของหัวใจ
“คุณอาฉิน ท่านไม่เป็ไรใช่ไหมครับ?”
ชายหน้าบากรีบก้าวเข้าไปหาพลางสำรวจร่างกายคุณอาฉินด้วยความกังวลทว่าคุณอาฉินที่เมื่อคืนยังมีาแเต็มตัวและนอนซมอยู่บนเก้าอี้กลับมายืนหยัดได้อย่างมั่นคงในตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็เพราะพลังฟื้นฟูอันมหาศาลของเขาเองหรือเป็เพราะฝีมือของช่างเย็บศพหงซานเหนียงกันแน่
“ไม่เป็ไรแล้ว!”
คุณอาฉินโบกมือเป็เชิงว่าไม่ต้องห่วงสายตาของเขากวาดมองไปทั่วใบหน้าของคนในห้อง ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่เซียวเยี่ยเขาพยักหน้าให้เบาๆ แล้วกล่าวว่า “อย่ามัวเสียเวลาพูดพล่าม!ทุกคนเตรียมตัวออกเดินทางทันที!”
“ครั้งนี้เราจะเดินทางไปเมืองเฮยสุ่ยทางน้ำ!”
ผู้คนในร้านทำผมจันทร์แดงเริ่มเคลื่อนไหวทันทีนอกจากหงซานเหนียงแล้วทุกคนต่างเร่งสวมใส่เครื่องป้องกันและเตรียมอาวุธกันอย่างรวดเร็ว
คุณอาฉินเตรียมรถออฟโรดมาสามคันซึ่งเพียงพอสำหรับทุกคนพอดี
เซียวเยี่ยถูกจัดให้นั่งข้างคุณอาฉินคุณอาฉินหยิบบุหรี่ที่เหลืออยู่ครึ่งมวนขึ้นมาคาบไว้ในปากแต่ไม่ได้จุดไฟดูเหมือนเขาเพียงแค่้าบรรเทาอาการอยากบุหรี่เท่านั้น
จากนั้นเขาก็หันมาพูดกับเซียวเยี่ย“ฉันจะไปส่งพวกนายออกนอกเมืองด้วยตัวเอง จากนั้นหน้าบากและคนอื่นๆจะคอยคุ้มกันพวกนายเดินทางทางน้ำไปจนถึงเมืองเฮยสุ่ย”
“เมื่อถึงที่นั่นจิ่วเยว่จะพานายไปพบกับพี่น้องของเราที่คอยรับ่ต่อในเมืองเฮยสุ่ย”
“หลังจากนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวนายเองแล้ว!”
“อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ฉันจะส่งคนไปรับพวกนายกลับมา”
คุณอาฉินเลื่อนกระจกรถลงพลางโบกมือลาหงซานเหนียงที่ยืนอยู่หน้าประตูร้านทำผม“ซานเหนียง ผมไปก่อนนะ!”
เครื่องยนต์ถูกสตาร์ทขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความมืดมิดยามราตรีขบวนรถยนต์พุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังท่าเรือของเมืองซ่างจิงอย่างมั่นคง