“่นี้ร้อนมากเลยนะ ฉันคิดว่าภายในวันสองวันนี้ฝนน่าจะตกล่ะ” โจวต้าเฝิงนั่งมองท้องฟ้า
่นี้เป็่สิ้นสุดฤดูร้อนและกำลังจะเข้าฤดูฝน อากาศจึงร้อนอบอ้าวเป็พิเศษ เพราะอากาศเป็แบบนี้บนูเาจึงมีเห็ดผุดขึ้นเป็จำนวนมาก
“พรุ่งนี้เป็่พักงาน ถ้าฝนไม่ตกเราขึ้นเขาไปหาของป่ากันเถอะ ผมอยากหาอะไรมาปลูกที่สวนหลังบ้านสักหน่อย หรือพี่คิดว่าไง” เจียงโม่โฉวหันไปถามโจวต้าเฝิง
“ฉันก็อยากขึ้นไปหาเห็ดบนูเาเหมือนกันค่ะ ฤดูนี้เห็ดจะขึ้นเยอะมาก ถ้าเราเก็บเห็ดได้เยอะ ฉันกะว่าจะเอามันมาตากแห้งไว้กินในหน้าหนาว” โจวอ้ายเหม่ยพูดเสริม
“ความจริงแล้วพวกพืชผักเราก็ไม่ได้ขาดนะ ผักในแปลงที่โม่โฉวปลูกไว้ก็มีเยอะทีเดียว” โจวต้าเฝิงพูดเสียงเบา ความจริงแล้วในมิติของเขามีตู้แช่อาหารสดติดมาด้วย แต่น่าเสียดายที่เขาหยิบเอาของข้างในออกมาใช้ไม่ได้สักอย่าง เพราะกลัวทุกคนจะผิดสังเกต
“พี่ต้าเฝิง ทำไมพี่เงียบไปล่ะครับ” เจียงโม่โฉวขมวดคิ้ว “พี่กำลังกลุ้มใจเื่อะไรอยู่หรือเปล่า ผมเห็นพี่เอาแต่ถอนหายใจมาหลายวันแล้ว หรือว่าพี่ยังกังวลเื่เงินอยู่หรือครับ”
หลังจากที่เจียงโม่โฉวปรึกษากับโจวต้าเฝิงเื่ที่จะขุดบ่อน้ำหลังบ้าน ไม่กี่วันหลังจากนั้นเขาก็ไปจ้างเสียนจื่อที่เป็ช่างขุดบ่อมาทำการขุดบ่อน้ำให้ ซึ่งก็โชคดีที่หลังบ้านของพวกเขามีตาน้ำอยู่จริงๆ และในหมู่บ้านก็มีบ้านแค่ไม่กี่หลังที่มีบ่อน้ำเป็ของตัวเอง การขุดบ่อครั้งนี้ใช้เงินไปสองร้อยกว่าหยวนเลยทีเดียว เจียงโม่โฉวจึงคิดว่าพี่ชายสามีคงจะเสียดายเงิน
“ถ้าพี่ยังกลุ้มใจเื่นั้นอยู่ พี่ก็ตกลงทำตามวิธีของผมสิครับ” เจียงโม่โฉวพูดยิ้ม “เอาพืชผักของผมไปขายในตลาดมืด รับรองว่าเราต้องขายดีมากแน่ๆ จากนั้นพี่จะได้ไม่ต้องมาเครียดเื่เงินอีก”
โจวต้าเฝิงมองน้องสาวสลับกับน้องเขยอย่างตัดสินใจ แล้วถามขึ้นด้วยท่าทางจริงจัง “ถ้าฉันบอกความลับบางอย่าง และมันเป็เื่ที่สำคัญมาก พวกนายสัญญาได้ไหมว่าจะเก็บมันไว้เป็ความลับและไม่เอาเื่นี้ไปบอกใคร”
“เื่ที่พี่เป็เทพหยั่งรู้ถูกส่งลงมาเกิดน่ะหรือครับ” เจียงโม่โฉวคาดเดาอย่างตื่นเต้น
“เทพหยั่งรู้บ้าบออะไรของนาย ฉันกำลังซีเรียสอยู่แท้ๆ นายก็เอาแต่พูดไร้สาระอยู่นั่น”
“อ้าว...ไม่ใช่หรอกเหรอ ก็ผมเห็นพี่ชอบพูดเื่อนาคตแล้วก็เื่ที่ประเทศของเรากำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง และยังพูดถึงเื่ที่ประเทศของเราจะก้าวขึ้นเป็มหาอำนาจทางเศรษฐกิจอะไรนั่นอีก ผมก็นึกว่าพี่เป็เทพหยั่งรู้ที่รู้อนาคตล่วงหน้ามาเกิดน่ะสิ” เจียงโม่โฉวทำหน้าเซ็ง เขานึกว่าจะมีเทพองค์ไหนทำผิดกฎ์แล้วถูกส่งลงมาเกิดเหมือนเขากับเหม่ยเหม่ยบ้างก็แค่นั้นเอง
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมนายถึงพูดเื่เทพถูกส่งลงมาเกิดอะไรนั่น แต่เื่ที่ฉันรู้อนาคตน่ะ ฉัน...ฉันพอจะรู้มันอยู่บ้างจริงๆ”
“แล้วพี่รู้เื่อนาคตได้ยังไง หรือว่าพี่มีฝันเป็ลางบอกเหตุ ประเภทฝันที่เป็จริง อะไรทำนองนั้นใช่ไหมครับ”
“คุณก็ปล่อยให้พี่ชายฉันพูดให้จบทีเดียวสิคะ ไปพูดแทรกอยู่ได้” โจวอ้ายเหม่ยปรามสามี “พี่ใหญ่พูดต่อเถอะค่ะ พี่อยากบอกอะไรพี่ก็บอกเราได้ทุกเื่”
โจวต้าเฝิงยิ้มให้น้องสาว “พี่ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของเธอหรอกนะ จะพูดยังไงดีล่ะ มีแค่ร่างกายนี้เท่านั้นที่เป็ของพี่ชายเธอ”
“แล้วก็บอกว่าตัวเองไม่ใช่เทพมาจุติ คนธรรมดาที่ไหนจะมาอยู่ในร่างของคนอื่นได้ล่ะ” เจียงโม่โฉวย่นจมูก
“ฉันบอกว่าฉันไม่ใช่เทพมาจุติยังไงเล่า แต่ฉันเป็คนจากโลกอนาคตทะลุมิติให้มาอยู่ในร่างนี้ต่างหาก” โจวต้าเฝิงตวาดน้องเขย ก่อนที่เขาจะแปลกใจ “เดี๋ยวนะ! แล้วทำไมพวกนายถึงไม่ใเลยล่ะ หรือว่าพวกนายก็ทะลุมิติมาเหมือนกัน ใช่แล้ว...มันต้องใช่แน่ๆ พวกนายรีบบอกมาว่าตกลงแล้วพวกนายเป็คนจากยุคไหน”
“ยุคไหนอะไรล่ะครับ ผมกับอ้ายเหม่ยชดใช้ความผิดจนเวียนว่ายตายเกิดมาครบห้าร้อยชาติแล้ว และครั้งนี้พวกผมถูกส่งให้มาเกิดในท้องของคุณแม่ของพวกเราอย่างถูกต้อง ชีวิตนี้จึงเป็ชีวิตที่สมบูรณ์ของพวกเราอย่างแท้จริง” เจียงโม่โฉวคว้ามือภรรยามาจับไว้ และมองภรรยาด้วยสายตาหวานหยด “ผมกับอ้ายเหม่ยจำกันได้ั้แ่ได้สบตากันครั้งแรกแล้วล่ะครับ”
“หมายความว่าเมื่อก่อนพวกนายเป็เทพไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอย่างฉันเหรอ โอ้...มันน่าเหลือเชื่อมาก” โจวต้าเฝิงทำตาโต
“พวกผมมาเกิดอย่างถูกต้องครับ ไม่เหมือนพี่ที่ทะลุมิติมา ว่าแต่ยุคที่พี่จากมาน่ะมันคือยุคไหน แล้วทำไมพี่ถึงรู้อนาคตของประเทศเรา อ้อ...แล้วพี่จากยุคที่แท้จริงของพี่มาได้ยังไง”
“พี่ใหญ่คะ เป็เื่ะเืใจหรือเปล่าคะ ถ้าพี่ไม่สะดวกจะเล่าให้เราฟังก็ไม่ต้องเล่าก็ได้ เอาเป็ว่าตอนนี้เรารู้แล้วว่าพี่เป็คนทะลุมิติมาจากยุคอื่น แต่ถึงแม้จะเป็อย่างนั้น พี่ก็ยังเป็พี่ชายของฉันเหมือนเดิมนะคะ เราไม่กลัวและไม่รังเกียจพี่อย่างแน่นอน” โจวอ้ายเหม่ยบอกกับพี่ชาย
“ขอบใจนะอ้ายเหม่ย มันก็ไม่ใช่เื่ะเืใจอะไรมากมายหรอก แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ฉันถูกส่งมาที่นี่มันค่อนข้างน่าอายน่ะ” โจวต้าเฝิงใช้มือลูบจมูกตัวเอง “ฉันชื่อโจวต้าเฝิงเหมือนกับร่างนี้ อายุ 24 ปี จบมหาวิทยาลัยมาได้สองปีแล้ว แต่ฉันยังเป็แค่คนตกงานที่อาศัยเงินสนับสนุนจากภาครัฐในการดำรงชีพ เพราะ่ที่ฉันตายเป็่ที่เศรษฐกิจของโลกยังไม่ฟื้นจากการเกิดโรคระบาด
ส่วนสาเหตุที่ฉันตายก็เพราะฉันไปทำงานเป็พนักงานล้างจานรับค่าจ้างรายชั่วโมงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พ่อครัวใจดีจึงคิดจะสอนฉันทำอาหาร เผื่อว่าวันหนึ่งฉันจะไปเปิดรถเข็นขายอาหารได้ แต่ฉันมันดวงซวยไง ผัดกับข้าวอยู่ดีๆ ถังแก๊สในครัวก็ะเิ จากนั้นฉันก็มาตื่นในร่างนี้ รู้สึกจะเป็วันที่ฉันเป็ไข้หนักๆ ตอนนั้นนั่นล่ะ”
“ตอนที่พี่ขึ้นเขาไปเก็บของป่าแล้วเป็ไข้กลับมาน่ะหรือคะ” โจวอ้ายเหม่ยถามเมื่อนึกถึงอดีต
“ก็แสดงว่าพี่มาอยู่ในยุคนี้ก่อนที่ผมจะถูกส่งมาทำงานที่หมู่บ้านแค่เดือนเดียวเองน่ะสิครับ” เจียงโม่โฉวยิ้ม “ถ้างั้นก็ขอต้อนรับน้องใหม่จากโลกอนาคตอย่างเป็ทางการนะครับ”
“น้อยๆ หน่อย นายบอกเองว่านายถูกส่งลงมาเกิดอย่างถูกต้อง ปีนี้พวกเราอายุ 18 ปีเท่ากันก็จริง แต่อายุจริงของฉันมัน 24 ปีแล้วนะ”
เจียงโม่โฉวส่ายหัว “พี่ลืมอะไรไปหรือเปล่า ผมกับอ้ายเหม่ยเกิดมาในยุคนี้จนอายุ 18 ปีแล้วนะครับ แต่พี่เป็คนที่มาจากโลกอนาคต เอาจริงนะ...ปีที่พี่เกิดน่ะมันห่างจากพวกผมไปตั้งกี่สิบปี”
คราวนี้เป็โจวต้าเฝิงที่พูดไม่ออกแล้วจริงๆ ปีปัจจุบันที่เขาอยู่นี้คือปี 1975 แต่ปีที่เขาเกิดจริงๆ คือปี 2000 เอ่อ...เขาเกิดหลังน้องสาวกับน้องเขยไปหลายสิบปีจริงๆ
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงตอนนี้ฉันก็เป็พี่ชายของพวกนาย” โจวต้าเฝิงรีบเปลี่ยนเื่ “ว่าแต่เมื่อกี้นายบอกว่าพวกนายเป็เทพที่ถูกส่งลงมาเกิดใช่ไหม แล้วพวกนายมีความสามารถพิเศษอะไรติดตัวมาด้วย อย่างเช่นเสกสิ่งของได้ เหาะได้ หรือว่าหายตัวได้อะไรพวกนี้”
“เราไม่มีความสามารถพิเศษแบบนั้นหรอกค่ะ”
“พวกเราถูกส่งลงมาเกิดเป็มนุษย์ธรรมดา จะมีแค่ความทรงจำว่าเราเคยเป็เทพอยู่บน์เท่านั้น ส่วนความทรงจำและความสามารถที่พวกเราเกิดทั้งหมดห้าร้อยชาติที่ผ่านมา เราไม่ได้อะไรติดตัวมาเลยครับ อ้อ...ไม่สิ ผมมีมิติที่มีพื้นที่กสิกรรมและบ่อน้ำศักดิ์ติดตัวมาด้วยครับ” เจียงโม่โฉวตอบ
“ฉันมีมิติคงสภาพที่มีเครื่องปรุงนานาชาติอยู่ในมิติค่ะ โดยสิ่งของในมิติไม่มีวันหมดด้วย และฉันยังได้ทักษะการทำอาหารเพิ่มมาอีกค่ะ” โจวอ้ายเหม่ยพูดต่อ
“ส่วนมิติของฉันก็เป็มิติคงสภาพ ข้างในมีตู้แช่เนื้อสัตว์หลายชนิดและยังมีเครื่องครัวครบชุดอยู่ในนั้นด้วย” โจวต้าเฝิงอธิบายมิติของตัวเองเช่นกัน
“โอ้โห...นี่ถ้าเอามิติของเรามารวมกันได้ก็ถือว่าสุดยอดมากแล้วนะครับ ต่อให้เราไม่ลงแปลงไปใช้แรงงาน เราก็ไม่อดตาย” เจียงโม่โฉวพูดอย่างดีใจ
“อดตายสิ มิติของฉันไม่เหมือนของอ้ายเหม่ย แม้จะเป็มิติคงสภาพเหมือนกัน แต่ถ้าฉันหยิบจับอะไรออกมาใช้แล้วมันก็จะหมดไป ยังดีที่ตู้แช่เนื้อสัตว์เป็ขนาดใหญ่ตามมาตรฐานของร้านอาหาร เนื้อสัตว์ที่อยู่ในนั้นเราจะกินได้อีกนานอยู่นะ”
“หมดก็ไม่เป็ไรหรอกครับ มิติของผมสามารถเลี้ยงสัตว์ในนั้นได้ แต่ว่าพี่ต้าเฝิง เมื่อเรามีของดีกับตัวอย่างนี้ ทำไมเราไม่ใช้โอกาสนี้เอาพวกมันออกมาทำเงินกันล่ะครับ พี่บอกว่าในอนาคตประเทศของเราจะเปลี่ยนแปลง ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปยังไง แต่มีเงินติดมือไว้มันจะอุ่นใจกว่านะ” เจียงโม่โฉวยังทำท่าทางจริงจัง
“เอาเป็ว่าฉันจะเล่าเกี่ยวกับอนาคตของประเทศเราให้พวกนายฟังคร่าวๆ ก็แล้วกัน” จากนั้นโจวต้าเฝิงก็เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงของประเทศในยุคต่างๆ
เจียงโม่โฉวและโจวอ้ายเหม่ยนั่งฟังเื่ราวในอนาคตอย่างตื่นเต้น จริงอยู่ที่ทั้งคู่ถูกส่งไปเกิดมาแล้วหลายร้อยชาติภพ แต่พวกเขาไม่เคยไปเกิดในโลกสมัยใหม่เลยสักครั้ง สถานที่ที่พวกเขาถูกส่งไปเกิดมักจะเป็ยุคโบราณหรือไม่ก็ยุคที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ใดๆ
แต่จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกนัก เพราะมีครั้งหนึ่งที่เจียงโม่โฉวได้ไปเกิดในโลกอนาคตอันล้ำสมัย แต่เขากลับเป็เพียงคนป่วยที่ต้องนอนติดเตียงมาั้แ่กำเนิด และโจวอ้ายเหม่ยก็เป็เพียงเ้าสาวที่ถูกซื้อตัวมาแต่งงานในพิธีแก้เคล็ดและขับไล่สิ่งอัปมงคลให้เขาเท่านั้น เรียกว่าการเกิดใหม่ในโลกอนาคตครั้งนั้นเป็สิ่งที่เปล่าประโยชน์จริงๆ