จุติเทพกระบี่

    ตอนที่ 44 หนีเอาชีวิตรอด


            หลิวอี้ยืนจ่องหน้ากับหญิงงามนางนั้น เขาฟังคำพูดของนางก็รู้สึกโมโหเล็กน้อย


            “ข้าตอบได้เพียงแค่คำถาม แต่ไม่สามารถเชื่อฟังท่านได้”


            หญิงงามนางนั้นรู้สึกว่าหลิวอี้พูดไม่เข้าหู นางจึงฟันกระบี่ของนางออกไปอีกหนึ่งรอบจากนั้นนางก็พุ่งเข้าไปหาเขา 


            หลิวอี้สามารถต้านรับพลังจากกระบี่ของนางได้แต่เขาต้องถอยไปถึงสามก้าว เขารู้สึกเจ็บปวดที่หน้าอกนิดๆ เขาเห็นนางพุ่งเข้ามาและรู้ว่านางเอาจริง หลิวอี้จับกระบี่สีดำทั้งสองเล่มเข้าปะทะกับนาง


            ทั้งสองคนปะทะพลังกระบี่ เพียงปะทะกันในครั้งแรกหลิวอี้รู้ว่าเขาเป็นลองนาง เขาจึงได้แต่ป้องกันไม่สามารถที่จะเป็นฝ่ายบุกโจมตีนางได้ หากว่านางไม่มีอาวุทธระดับนภา หลิวอี้คิดว่าเขาจะชนะแน่นอน


            หญิงงามนางเป็นฝ่ายไล่ต้อนหลิวอี้อย่างเดียว เพลงกระบี่ของนางดุดันเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงแม้ว่านางจะไล่ต้อนเขาสักแค่ไหนนางก็ยังไม่สามารถที่จะฟันกระบี่ถูกร่างกายของเขาได้ นางเห็นแบบนี้นางยิ่งโมโห


            การต่อสู้ของทั้งสองคนรุนแรงเป็นอย่างมาก ต้นไม้ที่อยู่รอบๆต่างล้มลง 


            ปะทะกระบี่ไปได้สักพักทั้งสองต่างก็ถอยไปตั้งหลัก


            หลิวอี้ต่อสู้กับนางไปหลายกระบวนท่าตอนนี้เขาเหนือยเป็นอย่างมากพลังปราณของเขาเริ่มที่จะลดลง ข้อมือของเขาเริ่มที่จะเจ็บปวดเวลาปะทะกับกระบี่ของนาง หลิวอี้โยนเม็ดโอสถเข้าไปที่ปาก 


            หญิงงามนางรู้สึกหงุดหงิดเเละโมโหที่ไม่สามารถทำอะไรหลิวอี้ได้ ตอนนี้นางยิ่งอยากจะรู้ความลับของหลิวอี้มากขึ้นไปอีก 


            หญิงงามนางนี้คือคนดูแลหอหงอี้ทุกทวีป ที่นางมาดักรอหลิวอี้เป็นเพราะว่านางอยากจะสอบถามเรื่องที่เขาประมูลหอสิบทิศไป แต่พอนางได้เห็นเขาความโกธแค้นที่เขาปฎิเสธไม่พบกับนางก็พุดขึ้นมาในหัว นางจึงฟันกระบี่ไปที่รถม้าของเขา ตอนแรกนางก็คิดว่าเขาไม่ธรรมดา แต่พอได้ลองต่อสู้กับเขานางคิดว่านางคิดถูก เพราะตอนนี้นางยังไม่สามารถเอาชนะเขาได้


            “เจ้าเตรียมตัวรับมือ ต่อไปนี้ข้าจะเอาจริงแล้วนะ”หลิวอี้ตะโกนขึ้นมา


            หลิวอี้ล้วงเอาเม็ดยาออกมาจากแหวนมิติจากนั้นเขาก็ขว้างเม็ดโอสถออกไป


            หญิงงามเห็นเม็ดโอสถลอยเข้ามาใกล้กับนาง นางจึงยกกระบี่ของนางขึ้นมาเเละฟันไปที่เม็ดโอสถ


            เม็ดโอสถที่ถูกฟันแตกกระจายออกเป็นกลุ่มควันสีขาวขนาดใหญ่ หลังจากที่กลุ่มควันจางหายไปนางเห็นหลิวอี้ขี่กระบี่ของเขาบินออกไปบนฟ้าแล้ว นางรู้แล้วว่าเขากำลังจะหนี นางกำลังจะตามเขาไปแต่มีเสียงดังมาจากหลิวอี้


            “ตอนนี้เจ้าสูดดมยาปลุกอารมณ์ของข้าเข้าไปแล้วหากว่าท่านไม่รีบถอนพิษและยังตามข้ามา หากพิษกำเริบข้าคงจะทำได้เพียงช่วยท่านถอนพิษด้วยวิธีการผสมสายเลือด”

            

            นางได้ยินสิ่งที่หลิวอี้พูดนางถึงกับหยุดชะงัก หากว่าเป็นแบบที่หลิวอี้พูดจริงๆนางจะได้ไม่คุ้มเสีย นางจึงหาที่เงียบใช้พลังปราณขับพิษออกจากร่างกาย


            หลิวอี้ขี่กระบี่ของเขากลับมายังทิศทางของเมืองหลวง เพราะหากว่าเขาอยู่ภายในเมืองหลวง ต่อให้นางเจอเขานางก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรเขาแน่นอน มาถึงประตูใหญ่เขารีบวิ่งเข้าไปในตัวเมืองทันที เขารู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก หากคนอื่นรู้ว่าเขาสู้หญิงงามไม่ได้แถมยังเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดและได้แต่วิ่งหนีหางจุกตูด


            หลิวอี้มาถึงเรือนสิบทิศก็รีบวิ่งเข้าไปข้างในทันที กลับมาถึงเขาก็รีบฝึกวิชากระบี่ของเขาทันที ไม่งั้นเขาคงจะไม่มีทางที่จะออกไปจากเมืองหลวงได้แน่นอน


            หลายวันผ่านไป ภายในเมืองหลวงตอนนี้คนของหอหงอี้ต่างก็กำลังออกตามหาเขาเพราะเป็นคำสังของหญิงงามที่ต่อสู้กับหลิวอี้


            บนท้องฟ้า องค์ชายลำดับที่หนึ่งกำลังยืนอยู่บนหลังมังกรของเขา หลังจากที่เขาชนะการประมูลโอสถเขาเดินทางกลับไปที่ทวีปอี ระหว่างที่เขาเดินทาง ถูกมือสังหารลอบสังหารตลอดเส้นทาง แต่ยังดีที่เขามีผู้คุ้มกันอยู่ในระดับปรมาจารย์เขาจึงสามารถหนีเอาชีวิตรอดมาได้ และตอนนี้เขากำลังเดินทางกลับมายังทวีปซีเพื่อมาพบกับหญิงงามคนรักของเขาและที่สำคัญเขาต้องการสืบหาว่าใครเป็นคนจ้างนักฆ่ามารอบสังหารเขา ในระหว่างทางที่เขาเดินทางมาก็ถูกกลุ่มนักฆ่ารอบสังหารตลอดเส้นทางเช่นกัน


            หลิวอี้ออกจากเรือนสิบทิศและกลับไปที่จวนเย่ เขายังเห็นเย่เอ๋อตั้งใจฝึกฝนเช่นเคย

            

            นางเห็นหลิวอี้นางจึงพูดขึ้นมา


            “เจ้าของหอหงอี้เรียนเชิญท่านไปพบ นางให้คนมาตามหาท่านเป็นร้อยๆรอบจนข้าแทบจะทนไม่ไหว ท่านรีบไปพบนางเถอะ”

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพกระบี่ ที่คุณอ่าน