ไกลกว่าสายรุ้ง

    บทที่ 4

    เบอรี่ แลนซิ่ง อ่านข่าวการหมั้นครั้งนี้ ขณะที่เขากำลังดื่มไวน์อยู่กับลินผู้ช่วยคนใหม่ ดอกไม้ตะวันออกดอกเล็ก ๆ ผู้ซึ่งเพิ่งจะมาปรากฏตัวขึ้นที่สตูดิโอของเขาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง และเรียกร้องแกมบังคับให้เขาได้สอนเธอในทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีความรู้ และนับแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาก็ได้ใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของเธอ ด้วยวิธีต่าง ๆ ตามที่เธอคาดคั้นขณะนี้ สาวน้อยผู้นั้นกำลังอ่อนระโหยโรยแรงกับการที่จะต้องทำงานอยู่ในห้องมืด 3 ชั่วโมง ตามด้วยการเสพย์สมอีกหนึ่งชั่วโมงเต็ม และขณะนี้ เธอกำลังนอนเปลือยร่างอยู่บนเก้าอี้พักผ่อน“ชิท...” เบอรี่ร้องอุทานออกมา “คริสตี้กำลังจะแต่งงานกับฟิลลิป ทัลบอท แล้วหรือนี่”ลินสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเขาสบถออกมา ไวน์ในแก้วกระฉอกลงบนหน้าที่ว่างเปล่าเปลือย 2-3 หยด เธอใช้ฝ่ามือปาดมันออก“แล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้พบกับคุณคริสตี้ โจฮันเซ่น ผู้แสนงามจนหาใครเปรียบไม่ได้คนนั้นเสียทีล่ะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเยาะหยัน ดวงตาเรียวยาวเหมือนเมล็ดอัลมอนด์ดูจะหรี่เล็กลงกว่าเดิม เมื่อเห็นเขาไม่ยอมตอบ “เป็นอะไรไปล่ะ เบอรี่ นี่คุณคิดจะเคี้ยวนางแบบทุกคนที่เข้ามาอยู่ในสังกัดของคุณให้หมดเลยอย่างนั้นเรอะ”เบอรี่คำรามออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามควบคุมสติอารมณ์ของตนเองไว้ด้วยความยากยิ่ง เมื่ออยู่ที่นี่ เขาจำเป็นจะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เขาไม่จำเป็นที่จะต้องเล่าให้เธอฟังถึงเหตุผลที่บังเกิดความโกรธเคืองขึ้นมา เขาควรจะลดน้ำเสียงลงอีกสักเล็กน้อย อย่างน้อยก็จนกว่าเธอจะออกไปจากที่นี่“พวกนางแบบน่ะมักจะพูดติดปากกันเสมอเลยว่า ถึงแม้จะแต่งงานแล้วก็ยังจะยึดอาชีพนางแบบต่อไปเรื่อย ๆ ” เขาพูดอย่างระมัดระวัง “แต่ยังไม่ทันไรเลยก็เกิดท้องขึ้นมาเสียแล้ว หรือไม่พ่อผัวสุดที่รักก็ยื่นเท้าเข้ามายุ่ง แล้วปฏิเสธว่า ไม่มีทาง เขาไม่มีวันยอมให้เมียมาเปิดเผยร่างกายให้ผู้ชายคนอื่นดูแน่ และคริสตี้ก็เป็นนางแบบชั้นยอด...ยอดจริง ๆ โครงสร้างของรูปร่างเหมือนการ์โบไม่มีผิด ผิวพรรณยังงี้ต่อให้อายุ 80 ก็ไม่มีวันย่น ยังเดินแบบได้สบายอีกตั้ง 10 ปี อาจจะกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ เชอรีล ทีกส์ ไม่มีทางที่จะเปรียบเทียบกับคริสตี้ได้เลย”“โอ...คุณคริสตี้ผู้โชคดี” ลินพูดด้วยน้ำเสียงเสียดสี“อย่าหึงไปหน่อยเลย อีหนู” เบอรี่เลิกคิ้วใส่เธอ “ผมไม่ได้เอาเขาหรอก”“สงสัยคุณคงไม่เคยจีบยายคนนี้เลยสินะ”เขายิ้มกว้าง แม้ว่าสีหน้าจะราวกับสวมหน้ากากไว้“เคยสิ ผมต้องรักษาประวัติของตัวเองไว้ให้มั่นคงนี่”ตอนที่ลินพบกับเบอรี่ใหม่ ๆ นั้น เธอ...ก็เช่นกับคนอื่น ๆ คือคิดว่าเขาเป็นเกย์ ราวกับว่าน้ำเสียงที่แหลมเล็กกับเรือนร่างที่ผอมบางยังเป็นปัญหาที่ไม่เพียงพอ เขายังมีใบหน้ารูปหัวใจ ริมฝีปากสีแดง เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนหยักศกสลวย หูค่อนข้างกาง กับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนโยนอีกด้วย นอกจากนั้นทั้งมือและเท้าก็เล็กตามรูปร่างและเรียวงาม ท่าทางของเขาเหมือนปีเตอร์ แพน เวลาพูดก็เหมือนทิงเกอร์เบลล์ ซึ่งบิดาผู้เป็นช่างเครื่องของบริษัทเครื่องบินแห่งหนึ่งมักเปรียบเปรยอยู่เสมอ ความเห็นของพ่อกับเบอรี่ไม่เคยตรงกันเลย แต่กระนั้น ด้วยคำสั่งของยีนส์ เขาก็ยังมีส่วนสูง 5 ฟุต 4 นิ้ว เหมาะสมกับสัดส่วนของเรือนร่างที่เขามีอยู่โดยปกติแล้ว เบอรี่เป็นคนที่มีอารมณ์แจ่มใสร่าเริง ยอมรับในรูปร่างของตน และมักจะแต่งตัวอย่างวิลิศมาหราอยู่เสมอ ซึ่งเหมาะสำหรับการโฆษณาตัวเองยิ่งนัก แต่ทว่า ความขัดแย้งกันระหว่างรูปร่างลักษณะพฤติกรรมของเขา มักจะสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้หญิงบางคนอยู่มาก และบางคนก็ผวาเข้าสู่เตียงนอนของเขาก่อนที่จะทันเดาได้ด้วยซ้ำว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น อย่างเช่นลินเป็นต้นแต่ทว่า เหตุการณ์เช่นนี้ มิได้รวมคริสตี้ โจฮันเซ่นเข้าไว้ด้วย เธอบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า“ให้ตายสิ คุณน่าจะได้เห็นคริสตี้ ตอนที่แอดเดรียนพาเขามาที่นี่ครั้งแรก ตอนนั้นเขาเพิ่งจะอายุ 20 เท่านั้นละ รูปร่างสูงระหง ขาเพรียวสวยทีเดียว มีใบหน้าชนิดที่สามารถจะถ่ายภาพได้จากทุกมุมเลย ท่าทางติดจะหยิ่ง ๆ สักหน่อย ผมต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะทำให้เขาพร้อมสำหรับการที่จะอยู่หน้ากล้อง” น่าแปลกนัก ที่จนเมื่อเขาได้อัดรูปเหล่านั้นออกมาแล้ว เบอรี่จึงสังเกตเห็นดวงตาของเธอ มันมีแววเศร้า ๆ ฉายแสงอยู่ ขัดแย้งกับท่าทางเฉยเมยที่เธอแสดงออกอยู่ตลอดเวลาอย่างฉกาจเขาเพ่งมองดุภาพที่ปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ด้วยสายตาพิจารณาแล้วก็บอกกับตัวเองว่า ภาพนี้ไม่สามารถจะบอกถึงความเป็นตัวตนอันแท้จริงของคริสตี้ได้เลย ดูมันจะมีเงาอยู่มาก แต่แววตาหยิ่ง ๆ แววที่เขาสอนให้เธอสร้างมันขึ้นปรากฏอยู่ ส่วนฟิลลิปนั้นเล่า แม้เบอรี่ไม่เต็มใจที่จะยอมรับ และแน่นอนที่เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองปรารภออกมาดัง ๆ เขาก็ยังเห็นว่า ภาพของฟิลลิปในยามนี้ช่างสว่างามเสียเหลือเกิน แม้จะเห็นอยู่อย่างชัดเจนว่า เขาแก่กว่าคริสตี้มาก รอยยิ้มของเขานั้นเป็นรอยยิ้มของผู้ชนะโดยแท้ เป็นรอยยิ้มที่พระผู้เป็นเจ้าทรงโปรดยิ่งนัก“เหมือนรอยยิ้มของกษัตริย์ ที่เพิ่งเสด็จกลับมาจากสงคราม” เขาพึมพำอยู่กับตัวเองเบอรี่ผุดลุกขึ้นยืนอย่างทันทีทันใด ไม่ได้ให้ความสนใจในตัวลินเลยแม้แต่น้อย เมื่อเดินลงไปยังห้องทำงานของเขาซึ่งอยู่ชั้นล่าง เขาดึงลิ้นชักหนึ่งของตู้เอกสารออกและหยิบแฟ้มที่ด้านหน้าเขียนไว้ว่า “คริสตี้ เจ.” ออกมาวางลงบนหลังตู้นั้น และเปิดออกพลิกดูภาพต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ภายในทั้งภาพสีโฆษณาเต็มหน้า ภาพการเดินแฟชั่นต่าง ๆ และภาพที่เป็นปกนิตยสารทั้งของโว้ค, ทาวน์ แอนด์ คันทรี่, ฮาร์เพอร์ บาซารร์, เกลเมอร์ และอื่น ๆเขาเป็นคนแรกที่ได้ถ่ายภาพของเธอ เขาคือคนที่ปลุกปั้นเธอขึ้นมา สร้างเธอขึ้นมาจากความเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรเลย จนกระทั่งได้เป็นนางแบบชั้นผู้นำประสบความสำเร็จ เขารู้สึกถึงความโกรธที่กำลังแล่นริ้ว ๆ ขึ้นมาอีกแล้ว ปิดแฟ้มนั้นลง เดินกลับขึ้นบันไดไปชั้นบน เขายังไม่ต้องการให้ลินเกิดความสงสัยว่า เขาลงไปทำอะไรข้างล่างนั่น และตั้งคำถามต่าง ๆ นานาขึ้นมายั่วโมโหเล่นลินกำลังนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ตอนที่เขาเดินกลับเข้าไปในห้องสตูดิโอ เธอปรายตามองหน้าเขาผ่านขนตาปลอมเป็นแผงที่ใส่ไว้ ย่นจมูกล้อ ๆ พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า“สงสัยอึไม่ออกมาอีกแล้วสินี่” ผลุดลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างระเหี่ยระโหย เมื่อเบอรี่กลับทรุดตัวลงนั่งอีกครั้ง เมื่อเห็นเขาไม่ตอบ เธอก็เลยเข้าไปมนห้องแต่งตัว นวลเนื้อตรงช่วงสะโพกไหวระริกตามจังหวะของการก้าวเดิน“คนอย่างผมนี่ มันต้องต่อสู้เพื่อชีวิตอยู่เรื่อยเลยจริง ๆ ” เบอรี่เอ่ยขึ้นราวจะยอมรับต่อความจริงที่กำลังปรากฏอยู่ และยังพยายามต่อสู้เพื่อที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเองไว้ให้มั่น“คุณน่ะเรอะ ที่ต้องต่อสู้” ลินซึ่งชะงักอยู่ตรงแค่ประตู เอี้ยวหน้ามาถาม “คุณแน่ใจหรือว่า ตัวเองไม่ใช่ประเภทเสือใบน่ะ”ดวงตาที่จ้องมองหน้าเธออยู่ในยามนี้ เต็มไปด้วยแววแห่งความดุร้ายอย่างไม่ต้องการจะปิดบัง แต่ทว่าความโกรธของเขาดูจะไม่ทำให้ลินสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย เธอเพียงแต่ทำปากยื่น แล้วก็ส่งจูบมาให้เขา ทั้งนี้เพราะเธอมั่นใจในเสน่ห์ทางเพศอันมหากาฬของตนเอง และมั่นใจในอำนาจที่ตัวเองมีอยู่เหนือผู้ชายคนนี้อย่างเต็มที่ และแล้วเธอก็หายร่างเข้าไปในห้องแต่งตัวนั้นเบอรี่คว้าแก้วไวน์ขึ้นมาถือ กรอกเข้าไปในปากอึกใหญ่ ไม่เคยมีใครให้ความสนใจกับความโกรธของเขาอย่างจริงจังเลยสักคน มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติธรรมดาอะไรที่นางแบบสักคนหนึ่งจะเอื้อมมือมาขยี้หัวหยิก ๆ ของเขาเล่นทั้ง ๆ ที่กำลังอยู่ในอารมณ์โกรธอย่างที่สุด และเขาก็ไม่อาจจะทำใจแข็งโกรธผู้หญิงคนไหนได้ลงเลย นับแต่เริ่มเดินได้ เขาก็เรียนรู้ที่จะชื่นชมมบูชาในตัวผู้หญิงเสียแล้ว โดยเริ่มจากแม่เป็นคนแรกแต่ออกจะโชคร้ายอยู่สักหน่อย ที่แม่เป็นเพียงผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นในโลกนี้ ที่ปฏิบัติต่อเขาอย่างผู้ชายคนหนึ่งเช่นที่เขาปรารถนาจะได้เป็น แต่ทว่า เขาก็สูญเสียแม่ไปเป็นเวลานานแล้วเขามองดูหนังสือพิมพ์ฉบับที่โยนลงกับพื้น คอลัมน์สังคมคนดังนั้นดูจะลอยเด่นขึ้นมาให้เห็นอยู่ ภาพและเรื่องราวของคริสตี้ โจฮันเซ่น กับ ฟิลลิป ทัลบอท ผู้โชคดีคนนั้น อันที่จริงเขาก็พอจะรู้อยู่เหมือนกันว่า เธอเป็นเพื่อนกับฟิลลิป แต่มันไม่ได้มีลางบอกเหตุอะไรที่จะทำให้เขาเชื่อได้เลยนี่ว่า คริสตี้ครุ่นคิดเรื่องการแต่งงานอยู่ในใจ แอดเดรียนเองก็คงจะต้องมีความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังเช่นเดียวกันแน่ ... “ไม่โกรธก็ให้มันรู้ไปวะ...” เขาคำรามออกมาเบา ๆเขาหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นขึ้นมาพับอย่างประณีตเอาวางไว้บนกองแม็กกาซีนข้างเก้าอี้ เป็นครู่ที่เขาเหม่อมองดูผนังสีขาวของห้องสตูดิโอแห่งนี้ เคาะนิ้วอยู่กับเท้าแขนไม้ของเก้าอี้ตัวหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ พยายามที่จะครุ่นคิดตัดสินใจให้ได้ว่าควรจะต้องทำอะไรต่อไปอันที่จริง การที่คริสตี้จะตัดสินใจแต่งงาน มันก็เป็นเรื่องเลวร้ายพออยู่แล้ว แต่ที่มันร้ายหนักยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เพราะเหตุใดเธอจึงต้องเลือกแต่งกับเจ้าหมอฟิลลิป ทัลบอท คนนั้นด้วยฟิลลิป ทัลบอท เป็นมนุษย์ผู้ชายคนเดียวในโลกที่เบอรี่เกลียดชังยิ่งกว่าใคร เพราะฉะนั้น ไม่มีทางที่เขาจะยืนมองดูเฉย ๆ และปล่อยให้คริสตี้แต่งงานกับมันไปต่อหน้าต่อตา โดยไม่คิดจะทำอะไรเลยแน่ ...