เมื่อเฟยหรงทำการคาราวะเฟยอู่หนานเป็นที่เรียบร้อย อยู่ดีเขาก็สัมผัสได้ถึงคนสองขึ้นซึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจรงมาที่เขาจนไม่อาจที่จะหลบได้พ้น
ชายหนุ่มหันหน้าไปยังต้นต่อของตัวตนนั้นปรากฏว่า หญิงงามสะคราญสองนางได้มาอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งยังไม่วายสวมกอดเขาเอาไว้อย่างเร็วจนเฟยหรงถึงกับตื่นตระหนกยกใหญ่ และงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างถึงที่สุด แต่กลับกันเฟยอู่หนานถึงกับแย้มยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ใช่! ทั้งสองนางคือภรรยาทั้งสองของเขาเฟยฮุยหยาและเฟยหลันหลินนั่นเอง
"เอ่อ ช่วยปล่อยก่อนได้หรือไม่ขอรับ ข้าหายใจไม่ออก"เฟยหรงยกยิ้มเจื่อน หญิงงามทั้งสองนางพลันยกยิ้มอย่างมีความสุขและคลายอ้อมกอดในทันทีเพื่อไม่ให้เฟยหรงอึดอัดจนเกินไป
"เจ้าตัวน้อยคนนี้ ช่างน่ารักน่าชังเสียจริง"เฟยฮุยหยากล่าวอย่างขบขัน ส่วนเฟยหลันหลินพลันหัวเราะและพยักหน้าอย่างเห็นด้วย สำหรับพวกนางแล้วหาได้ดูความพิเศษจากการบ่มเพาะไม่ ขอเพียงเป็นหลานนางก็รักหมด ยิ่งเป็นหลานที่หน้าตาดีและน่ารักประดุจผู้หญิงอย่างเฟยหรงแล้วพวกนางเรียกได้ว่าอยากจะประคบประหงมเลยก็ว่าได้
ในเวลาต่อมาเฟยหรงก็ถอยกายออกไปก่อนที่จะประสานมือคาราะพวกนางอย่างนอบน้อม ก่อนที่เขาจะเบนสายตาไปด้านข้างที่เฟยอู่หลินและเฟยหงลี่ยืนอยู่พร้อมกับพี่สาวของพวกเขาอย่างเฟยอู่เหมย
"คาราวะท่านทวดขอรับ"เฟยหรงไม่ได้ติดใจเรื่องในอดีตอีกต่อไป เขาคาราวะทั้งสามคนเช่นเดียวกัน เฟยอู่หลินที่เห็นดังนั้นพลันดวงตาสั่นเคลืออย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่จะเดินเข้าไปลูบศรีษะของเฟยหรงอย่างแผ่วเบา
"เด็กดีๆ"เฟยอู่หลินราวกับยกภูเขาออกจากอกเรื่องที่เขากังวลมาโดยตลอดคือเฟยหรงจะไม่ให้อภัยแก่เขา แต่ในตอนนี้ไม่มีอีกต่อไปแล้ว ทั้งลูก หลาน รวมไปถึงเหลนอย่างเฟยหรงต่างไม่ถือโทษเขาอีกต่อไป ดังนั้นชายหนุ่มจึงอดไม่ได้ที่ตื้นตัน
"เหลนข้าช่างพิเศษนัก ไหนมาให้ย่าทวดคนนี้ดูหน่อยสิว่าเจ้าเติบโตมาได้ดีเพียงใด"เฟยหงลี่เองนัยตาก็ฉายแววตื่นเต้นเช่นกัน นับตั้งแต่เฟยหรงเกิดมาในตระกูลเฟยบนโลกนั้นนี่เป็นครั้งที่สองที่นางได้เจอกับเหลนคนนี้เลยก็ว่าได้ ดังนั้นอาการเห่อจึงออกมาในทันใด
หากกล่าวกันตามจริงทั้งตระกูลเฟยตอนนี้ต่างก็รู้สึกเห่อเฟยหรงด้วยกันทั้งนั้น แทบจะเรียกได้ว่าหากเฟยหรงต้องการอะไรไม่ว่าจะหาอยากเพียงไหนก็จะหามาให้อย่างแน่นอน
"เอาละๆเข้าไปด้านในกันเถอะ หากไม่เช่นนั้นพวกบรรดาผู้อาวุโสจะพากันมายังที่นี่กันหมด"เฟยอู่หนานกล่าบจบเขาก็ถือกระบี่เดินเข้าไปด้านใน ตามไปด้วยเหล่าภรรยาของเขาและเฟยอู่เหมย ส่วนเฟยหงลี่และเฟยอู่หลินนั้นเดินไปพร้อมกับเฟยหรง ระหว่างเดินไปทั้งสามก็พลันคุยกันอย่างสนุกสนานโดยไม่สนใจเลยว่าการต่อสู้เมื่อครู่ทำให้เหล่าสมาชิกรวมไปถึงผู้อาวุโสทุกคนต่างพากันตื่นตระหนกยกใหญ่ หากไม่ใช่เฟยเสี่ยวโหรวไปพูดให้พวกเขากระจ่างเกรงว่าจะพากันมายังโถงดาราพิสุทธิ์กันหมดแล้ว
"เด็กน้อยมานั่งนี่สิ"เมื่อมาถึง เฟยฮุยหยาและเฟยหลันหลินพลันกวักมือเรียกเฟยหรงในทันทีพร้อมกับเว้นที่ตรงกลางระหว่างพวกนางเอาไว้เพื่อให้เฟยหรงได้นั่งโดยเฉพาะ
ชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นก็หันไปมาเฟยอู่หลินและเฟยหงลี่ในทันที เมื่อเห็นทั้งสองส่งยิ้มและพยักหน้าเชิงว่าให้ไปเฟยหรงจึงได้ก้าวไปหาทั้งสองนางและนั่งลงระหว่างกลางด้วยอาการเกร็งในทันที ในเวลานี้เฟยหรงเข้าใจแล้วว่าคนที่รับมือยากที่สุดในตระกูลนี้หาใช่เฟยอู่หนานไม่แต่เป็นท่านย่าทวดใหญ่ทั้งสองคนนี้ต่างหาก
"เฟยหรงตอนนี้ปู่กับบิดาเจ้าอยู่ที่ใด"เฟยอู่หนานกล่าวถามในทันที
"เอ่อ.....อยู่ที่ทะเลดวงดาวในเขตตะวันตกของจักรวาลขอรับ ทางนั้นเป็นบรรพบุรุษฝั่งท่านแม่กับท่านย่า"เฟยหรงกล่าวตอบไปตามตรง เฟยอู่หนานได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ "มิน่าเจ้าถึงได้มีสายเลือดเทพสมุทร แท้จริงแล้วข้าเกี่ยวดองกับเป่ยฮ่าวหลานงั้นหรือนี่"
"ท่านรู้จักเทพสมุทรงั้นหรือขอรับ"ครานี้เป็นเฟยหรงที่กล่าวถามบ้างแต่ทว่าทั้งห้องโถงกลับหัวเราะอย่างขบขัน จนเฟยหรงถึงกับแปลกใจว่าเขาถามอะไรผิดไปหรือเปล่า
"เหตุใดจะไม่รู้จัก ปู่ของเจ้าน่ะจะเรียกว่ารู้จักดีเลยก็ว่าได้"เฟยหลันหลินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม เฟยหรงจึงหันไปมองอย่างอย่างรู้คำตอบในทันที
"เจ้ารู้หรือเปล่าว่าเฟยเสี่ยวโหรวกับเป่ยฮ่าวหลานไม่ถูกกัน"เฟยอู่หนานกล่าวถาม เฟยหรงพลันนึกไปตอนที่ทั้งเทพสมุทรและเฟยเสี่ยวโหรวเจอกันคราแรก ในตอนนั้นพวกเขาก็เหมือนจะไม่ถูกกันจริงๆดังนั้นเฟยหรงจึงหันไปและพยักหน้าให้กับทวดใหญ่ของเขา
"สาเหตุมันก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย เดิมทีแล้วเป่ยฮ่าวหลานคือศิษย์คนแรกของข้าเอง!"
"ห๊ะ!! อะไรนะ"เฟยหรงลุกขึ้นพรวดพราด เห็นได้ชัดว่าเขาตกใจกับเรื่องนี้จริงๆ บรรดาพวกทวดทั้งหมดที่เห็นอาการของเฟยหรงเช่นนั้นจึงพากันหัวเราะยกใหญ่ เฟยหรงที่ได้สติจากการตกใจก็นั่งลงในทันทีพร้อมกับรอฟังต่อไป
"ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นพี่น้องร่วมสาบานของเป่ยฮ่าวหลานอย่างจีเหยาเองก็เป็นศิษย์ของหลันหลิน หยุนจินเป็นศิษย์ของฮุยหยา ส่วนเฟยเสี่ยวโหรวนั้นเป็นศิษย์คนสุดท้ายของข้าแต่เขาไม่ชอบติดตามอู่หลินเลยติดเรียกข้าว่านายใหญ่"
"เช่นนั้นพวกเขาก็เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันสินะขอรับ แล้วเหตุใดพวกเขาถึงไม่ถูกกันละ??"เฟยหรงกล่าวถามด้วยความสงสัยในทันที
"นั่นเพราะ พวกเขามีพรสวรรค์ที่ตรงกันข้ามกันทำให้นิสัยแตกต่างกันไปด้วย เป่ยฮ่าวหลานนั้นเป็นพวกขี้แกล้งส่วนเฟยเสี่ยวโหรวก็เป็นพวกที่โดนยั่วยุง่าย ในอดีตพวกเขาพากันมักจะประลองกันในเรื่องเล็กๆน้อยๆตลอดเวลาแต่ทว่าเป็นเป่ยฮ่าวหลานที่ชนะทุกครั้งไป แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุที่พวกเขาไม่ถูกกันหรอกนะ"
"สาเหตุจริงๆก็คือตอนที่เป่ยฮ่าวหลานออกไปตั้งขุมกำลังของตัวเองต่างหาก ในตอนนั้นเฟยเสี่ยวโหรวรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก เพราะในความคิดของเขามันเหมือนกับว่าเป่ยฮ่าวหลานชนะแล้วหนีอะไรทำนองนั้นกระมัง นั่นแหละคือสาเหตุที่พวกเขาไม่ค่อยถูกกัน"เฟยอู่หนานอธิบายมาถึงตรงนี้ เฟยหรงถึงกับอึ้งงัน นี่คือเหตุผลของผู้แข็งแกร่งที่ไม่ถูกกันงั้นหรือ แพ้แล้วหนีเนี้ยนะท่านก็แค่เปิดรูหนอนไปท้าสู้กันต่อก็ได้ไม่ใช่หรือไง เฟยหรงไม่เข้าใจจริงๆ
"ช่างเถอะๆมันก็เป็นเรื่องของพวกเขา"เฟยหรงกล่าวพร้อมส่ายหัวไปมา ลำพังแค่ได้รู้ว่าสามเทพเป็นศิษย์ของท่านทวดใหญ่และย่าทวดใหญ่ก็ทำให้เขาตกตะลึงมากพออยู่แล้วเขาไม่อยากจะตกใจไปมากกว่านี้อีก
"หืม! ท่านทวดหญิง ท่านป่วยอยู่หรือ"เฟยหรงหลังจากที่ทำเป็นไม่สนใจเรื่องที่เฟยอู่หนานเล่าแล้ว สายตาของเขาก็พลันจับจ้องไปที่หญิงงามที่นั่งอยู่ด้านตรงข้ามในทันใด เฟยอู่เหม่ยที่ได้ยินก็พลันตื่นตะลึงยกใหญ่ อาการของนางหลังจากที่กินยาสะกดเอาไว้ก็น่าจะไม่มีใครมองเห็นนี่น่า
"เด็กน้อยเจ้ารู้ได้อย่างไร"เสียงของทุกคนในโถงดังขึ้นมาพร้อมกัน เฟยหรงลุกขึ้นไม่ได้กล่าวตอบอะไรก่อนที่เขาจะเดินไปตรงหน้าของเฟยอู่เหม่ยและยื่นมือออกไป ซึ่งเฟยอู่เหม่ยเหมือนจะเข้าใจในจุดประสงค์จึงได้ยื่นมือของนางให้เจ้าเหลนตัวน้อยในทันที
เฟยหรงจับมือของนางพลังวิญญานพลันปะทุขึ้นมาในทันใด ก่อนที่จะใช้มันสำรวจร่างกายของหญิงงามโดยละเอียด "รากปราณเสียหาย ตันเถียนเสียหาย ร่างกายทรุดโทรม ทั้งยังมีปราณความมืดกัดกินเส้นลมปราณอีก ท่านรู้หรือไม่หากเป็นเช่นนี้ท่านจะสูญสิ้นซึ่งพรสวรรค์และกลายเป็นคนพิการได้"
เฟยอู่เหมยมองเฟยหรงอย่างตะลึงงัน นางโดนลมปราณธาตุความมืดกันกินงั้นหรือ เหตุใดนางจึงไม่รู้สึกถึงมันมาก่อนทั้งเทวะโอสถคนที่เคยมารักษานางยังไม่เคยวินิจฉัยพบเจอปราณความมืดที่ว่านี้
"เจ้ารู้ได้อย่างไร"นางกล่าวถามในทันที เฟยหรงพลันยกยิ้มขึ้นมา "เห็บแบบนี้ข้าก็เป็นนักปรุงโอสถคนหนึ่งนะขอรับ เรื่องนี้เช่นนี้ย่อมรู้อยู่แล้ว ลมปราณที่ท่านโดนเหมือนกับว่าจะเป็นเส้นลมปราณปฐมกาลธาตุความมืดทั้งคนที่ปล่อยมันเข้าสู่ร่างกายของท่านก็ซ่อนมันเอาไว้เสียลึกล้ำดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนทั่วไปจะหามันไม่เจอ"
"ปฐมกาลแห่งความมืด??"ทุกคนพากันตื่นตระหนกยกใหญ่ แบบนี้มันไม่แย่หรอกหรือเนื่องจากเส้นลมปราณของเฟยอู่เหม่ยคือดาราจรัสแสงซึ่งเป็นธาตุตรงข้ามกัน แล้วด้วยที่มันระดับต่ำกว่าเส้นลมปราณปฐมกาลแห่งความมืดจึงทำให้แทนที่มันจะยับยั้งไม่ให้ลมปราณความมืดกลืนกิน แต่ทว่ามันกลับทำให้การกลืนกินทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีกหลายสิบเท่า
"หากเป็นอย่างที่เฟยหรงว่าเราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะท่านพี่ ลูกเราจะต้องกลายเป็นคนพิการงั้นหรือ"เฟยฮุยหยากล่าวอย่างใจเสีย ตอนแรกในความคิดของทุกคนขอเพียงได้เมล็ดของต้นไม้จักรวาลและหาเทวโอสถมาปรุงโอสถเท่านั้นเฟยอู่เหม่ยก็จะกลับมาดังเดิม แต่ทว่าตอนนี้กลับมืดแปดด้านไปหมดเนื่องจากลมปราณปฐมกาลไม่ใช่อะไรที่จะถอนออกได้โดยง่าย และจำเป็นให้ผู้ที่มีฝังเอาไว้มาถอนคืนเท่านั้นหรือไม่ก็ต้องหาลมปราณความมืดที่เหนือกว่านั้นมาถอนให้
แต่ทว่าสำหรับพวกเขาแล้วเส้นลมปราณปฐมกาลนับว่าเป็นที่สุดของธาตุความมืดแล้ว ดังนั้นจึงไร้ซึ่งปัญญาที่จะหาทางแก้ได้ในตอนนี้
"ข้าจะไปถล่มตำหนักอาญาสวรรค์ซะแล้ว นำตัวคนที่มันทำร้ายอู่เหม่ยมาถอนลมปราณ"เฟยอู่หนานกล่าวพร้อมกำลังจะเดินออกไปอย่างเร่งร้อน
"ช้าก่อขอรับ! ไม่จำเป็นต้องทำอะไรขนาดนั้น เดี๋ยวข้าจัดการเอง ท่านใจเย็นๆลงหน่อย"เฟยหรงกล่าวจนเฟยอู่หนานชะงักงัน แต่ทว่าเมื่อเขาหันกลับไปเฟยหรงกลับระเบิดออร่าลมปราณแห่งความมืดออกมาอย่างไม่ขาดสาย เฟยอู่หนานรวมทั้งคนอื่นที่ได้เห็นถึงกับตกตะลึงไปตามๆกัน ลมปราณเช่นนี้สมควรเป็นปราณมืดชั้นสูงอย่างแน่นอน