ในห้องชั้นบนสุดของเหลาสุราปรากฏบุรุษในอาภรณ์ดำที่นั่งมองออกไปด้านนอกบุรุษผู้เข้ามาใหม่ได้แต่มองบุรุษที่อยู่ก่อนหน้านั้นก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“เ้ามาช้า”
“ข้ามิได้ว่างเช่นเ้า จะให้รีบไปรีบมาได้อย่างไร”
“เื่นั้นเป็อย่างไรบ้าง”
“เด็กนั่นหนีออกมาจากจวนหานและกลับจวนของเ้าไปแล้ว”
“อื่ม”
“อื่ม...แค่นี้งั้นหรือ”
“นาง้ารับเด็กคนนั้นเป็บุตรบุญธรรม”
“พรื๊ดดดดด”
ซูซินหยางที่กำลังดื่มชาถึงกับสำลักเมื่อได้ยินสิ่งที่หยางเฟยหย่าพูด
“นี่เ้าล้อข้าเล่นใช่หรือไม่”
“คนของข้าที่แอบตามเข้าไปในจวนเป็ผู้รายงาน นาง้าเด็กคนนั้นและมิได้รังเกียจเื่ราวที่หญิงคนนั้นก่อไว้”
“หากข้าจำไม่ผิดคุณหนูหานนั่น....ยังมิถึงวัยปักปิ่นเสียด้วยซ้ำแม้นางจะเป็บุตรบุญธรรมที่รับมาจากพี่ชายแท้ ๆ ของฮูหยินหานแต่พวกเขาก็ล้วนแต่รักนางดั่งบุตรแท้ ๆ ไม่แปลก ๆ ที่นางจะมีจิตใจที่ดีกับเด็ก...”
“อื่ม”
“หากจะติด ก็คงจะมีแต่เื่เ้าก็เท่านั้น”
“เื่หน้าตาของข้า และอดีตของข้างั้นหรือ”
“เื่หน้าตาของเ้า....ก็ถือว่าใช้ได้อยู่แม้จะมีรอยแผลเป็ใหญ่และน่าเกลียดก็ตามส่วนเื่อดีตและเื่ในจวนของเ้าตอนนี้ หากนางคิดจะรับเด็กคนนั้นเป็บุตรบุญธรรมจริงๆ นางคงจะต้องหาทางจัดการอย่างแน่นอนประเด็นสำคัญคือเ้าจะต้องทำให้นางมีใจให้แก่เ้าและเ้าจะต้องมอบอำนาจในการดูแลจวนรวมถึงบุตรชายของเ้าให้แก่นางมิเช่นนั้นหลานชายตัวน้อยของข้าคงถูกรังแกอยู่เช่นนี้ตลอดไปอย่างแน่นอน”
“จะให้ข้าทำเช่นใด”
“เฮ้อออออ”
ซูซินหยางถอนหายใจแรง ๆ อีกครั้ง
“ั้แ่เ้าได้รับาเ็ในครั้งนั้นแม้การมองเห็นของเ้าจะดีเหมือนเดิม แต่ดูเหมือนจะมีส่วนที่ติดขัดอยู่แม้จะตามหมอมารักษาก็มิสามารถรักษาหายและไม่มีใครรักษาให้หายได้ ข้าเกรงว่า...”
“เ้าเกรงว่านางจะรังเกียจโรคประหลาดนี้ของข้า”
“หากเป็เ้า เ้าจะไม่คิดหรือ เช่นนั้น เ้าลองดูรูปภาพนี้สิ”
บุรุษในชุดสีน้ำตาลชี้ไปบนภาพวาดที่แขวนอยู่ข้างฝา
“นี่คือรูปอะไร”
“ดอกเหมย”
“นี่ล่ะ”
“ลำธาร”
“นี่ล่ะ”
“เรือน”
“ดูสิ เ้าสามารถบอกรูปวาดในภาพได้ทั้งหมดแต่เ้ากลับไม่สามารถบอกได้ว่าภาพนี้คือภาพอะไร แม้แต่ตัวข้าเองหากยืนรวม ๆในกองทัพของเ้า เ้าก็ไม่สามารถชี้บอกได้ว่าข้าอยู่ตรงส่วนใดยกเว้นจะเรียกชื่อข้าให้ไปหาเ้า หรือให้คนตามข้าไปพบ”
“ข้า...”
“ข้าจึงมิเคยต่อต้านที่เ้าจะไม่ไปหาบุตรชายของเ้าแต่ตอนนี้เ้าจะเร้นกายเช่นนี้ต่อไปอีกไม่ได้อีกแล้วมิเช่นนั้นเ้าก็หาคนมาดูแลหลานชายของข้าที่ดีกว่าคุณหนูรองเซวียก็แล้วกัน”
“ฟังจากที่เ้าพูด ดูเหมือนตอนนี้ข้าจะมีคนในใจแล้ว”
“หากเ้าหมายถึงคุณหนูหานแล้วล่ะก็...ข้าขอให้เ้ารอดูอีกสักหน่อยได้หรือไม่ข้ายังไม่มั่นใจในตัวนางมากนัก”
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเช่นกัน”
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกันข้าจะทำให้ทั้งสองได้บังเอิญเจอกันในสถานการณ์ต่าง ๆข้าอยากรู้เหมือนกันว่าทั้งคุณหนูรองเซวียและคุณหนูหานจะทำอย่างไรกับหลานชายตัวน้อยของข้า”
“เป็ความคิดที่ไม่เลว”
“แต่....”
“อะไรอีกงั้นหรือ”
“เ้าจะเข้าใกล้นางได้เช่นนั้นหรือเท่าที่ข้าจำได้สตรีที่พยายามจะเข้าใกล้เ้าก็ถูกเ้าเตะหรือไม่ก็ตบกลับไปจนหน้าหันทุกราย”
“ข้ามิรู้ว่าเป็สตรี ข้า…เห็นเป็เพียงสุนัขหรือไม่ก็แมลงวันก็เท่านั้น”
“ฮ่า ๆ ๆ สายตาของเ้ายังดีอยู่ใช่หรือไม่ข้าไม่รู้ว่าโรคของเ้านี้เป็เื่ที่ดีหรือร้ายกันแน่แต่เท่าที่ข้ารู้ดูแล้วเหมือนว่านอกจากคุณหนูใหญ่เซวียที่เป็ภรรยาของเ้าแล้วนอกจากนั้นก็ไม่มีสตรีอื่นใดเข้าใกล้เ้าได้อีกเลยไม่รู้ว่าครั้งนี้...เ้าจะสามารถเข้าใกล้สตรีที่ยอมเป็แม่บุญธรรมให้ลูกของเ้าได้หรือเปล่า”
“ข้าเองก็ไม่รู้”
“แน่นอนว่าเ้าไม่รู้ มิสู้ลองเจอกับนางดูสักคราดีหรือไม่เ้าอาจจะได้รู้ว่าเ้าสามารถเข้าใกล้นางได้หรือไม่”
หยางเฟยหย่าคิดหนักถึงเื่นี้เช่นกันั้แ่ที่เขารู้เื่จากรายงานที่คนของเขาได้ตามไปสืบนั้น ลึก ๆเขาเองรู้สึกดีใจที่มีสตรีรักและเอ็นดูในตัวบุตรชายของเขาโดยที่ยังมิได้รู้ว่าเด็กคนนั้นเป็ใครอีกทั้งนางยังเสนอตัวเป็แม่บุญธรรมของเด็กคนนั้นอีกทั้ง ๆที่รู้ว่ามีเื่ราวให้ชวนปวดหัวรออยู่เบื้องหน้า ‘เดี๋ยวนะนี่นางไม่คิดจะสนใจในตัวข้าแม้แต่น้อยงั้นหรือ...’ เมื่อคิดได้ถึงจุดนี้อารมณ์ของชายหนุ่มเริ่มแปรปรวนในทันที
“เฟยหย่า เ้าไม่พอใจสิ่งใด”
“ข้าเปล่า”
“อย่าโกหกข้า ข้าเป็เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเ้า”
“ข้าบอกแล้วไงว่าเปล่า”
“แล้วเช่นนั้นไอสังหารที่เ้าแผ่ออกมาหมายความว่าอย่างไร”
เมื่อได้ยินในสิ่งที่เพื่อนสนิทของตนเอ่ยขึ้นชายหนุ่มรีบปรับอารมณ์ของตนในทันที‘นี่ข้าเป็อะไรไป ข้ามิเคยเป็เช่นนี้มาก่อน’ ซูซินหยางมองหยางเฟยหย่ายิ้ม ๆ ‘แค่เพียงได้ยินเื่นางยังสามารถทำให้อารมณ์ของเ้าแปรปรวนได้ถึงเพียงนี้ หากเ้าพบนางและได้รู้จักกับนางข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าบุรุษหน้าตายเช่นเ้าจะเปลี่ยนไปได้หรือไม่’
“โบยมันเข้าไปจนกว่ามันจะสารภาพว่าขโมยเงินของข้าเพื่อไปซื้อชุดใหม่ใช่หรือไม่”
“ข้าเปล่านะ ข้าไม่ได้ขโมย”
“หากเ้าไม่ขโมยงั้นใครมอบมันให้กับเ้า”
เด็กชายตัวน้อยที่ตอนนี้ถูกจับโบยจนหลังแตกมองชุดที่ถูกถอดออกไปด้วยความรู้สึกเสียใจและเสียดาย
‘นั่นเป็ของที่.....ท่านเทพเซียนมอบให้แก่ข้า’ แม้กระนั้นเด็กชายก็มิยอมบอกว่าใครเป็ผู้มอบให้
“โบยมันต่อไป”
“คุณหนูขอรับ หากโบยต่อไปเด็กคนนี้คงจะตายอย่างแน่นอน”
เซวียอินมองเด็กชายที่ตอนนี้สลบไปด้วยหางตา
“คุณหนูเ้าคะถึงอย่างไรเด็กคนนี้ก็มีสายเืคุณหนูใหญ่และท่านแม่ทัพ อย่าทำให้ต้องถึงกับตายเลยเ้าค่ะเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”
เซวียอินถอนหายใจอย่างรำคาญขณะฟังอาลัวหญิงรับใช้คนสนิทเอ่ย
“เช่นนั้นก็เอามันไปขังในห้องเก็บฟืน”
“ขอรับ”
บ่าวรับใช้รีบนำเด็กชายตัวน้อยไปทิ้งไว้ในห้องเก็บฝืน เมื่อทุกอย่างสงบลงแล้วในเงามืดปรากฏเงาร่างบุรุษรูปร่างสูงโปร่งมือของเขาถือขวดยาด้วยอาการสั่นเทาเบา ๆ มือใหญ่ค่อย ๆเปลื้องเสื้อที่ขาดวิ่นและเปื้อนเืนั้นออกก่อนจะค่อย ๆ เทยาลงไปบนแผลนั้น
“ฮื่อ ๆ ท่านแม่ ท่านพ่อ ข้าเจ็บเหลือเกิน”
เด็กชายตัวน้อยละเมอเอ่ยขึ้นเพราะความเ็ปมือใหญ่นั้นกำแน่นจนเล็บหยักลงไปบนเนื้ออย่างไม่รู้ตัว
“รอพ่ออีกสักหน่อยนะเ้ากระต่ายน้อยเื่นี้พ่อจะเอาคืนแทนเ้าอย่างแน่นอน”
เพียงไม่นานร่างสูงโปร่งได้หายไปอย่างรวดเร็วเหลือเพียงเงาร่างของชายอีกคนที่ถูกมอบหมายให้ดูแลเด็กชายตัวน้อยอยู่ห่างๆ เท่านั้น