[จบ] ยอดหมอพลิกแผ่นดิน

    บทที่ 31 เสือบุกเข้าหมู่บ้าน

    บทที่ 31 เสือบุกเข้าหมู่บ้าน


    ตอนนี้จ้าวผิงยังไม่รู้เรื่องราว หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว เขาก็ไปยังหมู่บ้านถัดไป เพราะอวิ๋นหม่านไม่ได้กลับมาหลายวันแล้ว ทำให้จ้าวผิงเกิดกังวลใจ 

     

    หมู่บ้านถัดไปคือหมู่บ้านเซี่ยซุน ซึ่งเล็กกว่าหมู่บ้านซีผิง โดยมีประชากรประมาณสองพันคน

             

    หากไม่นับรวมผู้ที่เกณฑ์ทหารเข้ากองทัพและผู้ที่ออกไปทำงานต่างถิ่น ก็มีประชากรถาวรประมาณหนึ่งพันห้าร้อยคน

     

    เนื่องจากอยู่ใกล้ภูเขาด้านหลัง จึงมีทุ่งนาที่สภาพดินอุดมสมบูรณ์น้อย ส่งผลให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเซี่ยซุนยิ่งยากจน

     

    ทว่าเซี่ยจี้หัวหน้าหมู่บ้านเซี่ยซุนมีจิตใจดีมาก เขาไม่เคยฉ้อโกงที่ดินของชาวบ้านใต้ปกครองเลย 


    ทุกครัวเรือนจึงสามารถมีที่ดินปลูกพืชผลบางชนิดได้ เมื่อจ่ายภาษีแล้ว ก็ยังเหลือไว้บริโภคส่วนหนึ่ง เพราะถ้าหากอาศัยแค่การขุดหาผักป่าหรือของป่าเพิ่มเติม ก็แทบจะเลี้ยงชีพไม่ไหว

     

    สิ่งนี้ทำให้ผู้คนในหมู่บ้านเซี่ยซุนมีความสามัคคีกันมาก เมื่อเซี่ยจี้หัวหน้าหมู่บ้านขอแรงสนับสนุน พวกชาวบ้านก็เต็มใจช่วยเต็มที่ 

     

    ครั้นปีนี้เจอเสือลงจากภูเขา ทำให้เสบียงอาหารถูกทำลาย

     

    เซี่ยจี้หัวหน้าหมู่บ้านจึงได้เรียกชายหนุ่มในหมู่บ้านเซี่ยซุน และยังรวบรวมนายพรานจากหมู่บ้านต่าง ๆ โดยรอบ เพื่อตั้งกลุ่มล่าและขับไล่เสือออกไป

     

    เมื่อจ้าวผิงมาเยือน เขาได้หิ้วกระต่ายมาสองตัวด้วยเพื่อจะมอบให้กลุ่มชาวบ้านที่มาช่วยกันล่าเสือ ให้กลุ่มล่าเสือได้กินของอร่อย เสมือนเป็นรางวัลแก่พวกเขา 

     

    เซี่ยจี้รู้สึกขอบคุณมาก เขาจับมือของจ้าวผิงพลางเอาแต่พร่ำพูดว่า “เด็กดี เด็กดี” ส่วนอวิ๋นหม่านที่อยู่ข้าง ๆ ก็คอยพูดสิ่งดี ๆ เกี่ยวกับจ้าวผิงไม่หยุด

    ทำให้มุมมองของเซี่ยจี้ต่อจ้าวผิงยิ่งเปลี่ยนไปด้วย

     

    ด้วยทั้งสองหมู่บ้านอยู่ใกล้กันมาก ห่างเพียงแค่ไม่กี่ลี้ ทำให้เรื่องราวใด ๆ ที่เกิดขึ้นแพร่กระจายถึงกันอย่างรวดเร็ว 

     

    เซี่ยจี้จึงได้รู้ว่าที่หมู่บ้านซีผิงมีชายสำมะเลเทเมาคนหนึ่งชื่อจ้าวผิง ทั้งติดการพนันทั้งติดเหล้า ทุกครั้งที่มีเรื่องขัดใจก็จะทุบตีภรรยาและลูก มิหนำซ้ำยังขู่ว่าจะขายภรรยากับลูกสาวเพื่อหาเงินไปเล่นการพนันด้วย

     

    ในสายตาของเซี่ยจี้ จ้าวผิง คนเช่นนี้ ช่างเป็นคนไร้ประโยชน์

     

    หมู่บ้านเซี่ยซุนไม่มีจ้าวผิงย่อมดีกว่าหมู่บ้านซีผิง

     

    กอปรกับภายใต้การบริหารจัดการที่รอบคอบของเขา ทำให้ชาวบ้านอยู่ร่วมกันด้วยความสามัคคีและมีมิตรภาพเสมือนครอบครัวใหญ่จำนวนสองพันคน

     

    แม้เกิดข้อพิพาทน้อยมาก แต่ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าขโมยหรือโจรเลย 

     

    ขนาดว่าตอนกลางคืนสามารถเปิดประตูทิ้งไว้ได้ด้วยซ้ำ


    หากในหมู่บ้านเซี่ยซุนของพวกเขามีคนประเภทจ้าวผิงอยู่ ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนรอหักขาทิ้งสักกี่คน 

     

    ทว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น 


    จ้าวผิงไม่เพียงแต่รู้วิธีการล่าสัตว์เท่านั้น เขายังมีวิชาแพทย์ติดตัวด้วย ทั้งเขายังสร้างรายได้มากมายจากทักษะการแพทย์ ทำให้ครอบครัวมีความรุ่งเรือง

     

    โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่วันมานี้ อวิ๋นหม่านอยู่ในหมู่บ้านเซี่ยซุน เขาเอาแต่พูดยกย่องจ้าวผิงจนเกือบจะเรียกเขาว่าท่านเซียนเสียแล้วด้วยซ้ำ

     

    ส่งผลให้สาวน้อยหลายคนในหมู่บ้านเซี่ยซุนอยากแต่งเป็นอนุของจ้าวผิงกันยกใหญ่ เพื่อจะได้กินอาหารสามมื้อต่อวัน และได้กินเนื้อสัตว์ทุกมื้อ


    “หัวหน้าหมู่บ้าน เสือลงจากภูเขาอีกแล้ว"

     

    ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันด้วยความสนุก ชายหนุ่มคนหนึ่งถือคันธนูวิ่งมาแจ้งข่าวด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ 

     

    “แต่คราวนี้มันไม่ได้ตรงมายังหมู่บ้านของพวกเรา มันเบนไปทางหมู่บ้านซีผิงแทน"

     

    “พวกเราจะทำอย่างไรกันดี?”

     

    “จะทำกระไรได้อีกเล่า? รีบพากันไปช่วยหมู่บ้านซีผิงสิ"


    เซี่ยจี้รีบพูด "ตอนนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วง หากเสือทำลายพืชผลจนหมดจนไม่สามารถจ่ายภาษีได้ ครั้นฤดูหนาวมาเยือน จะมีคนอดอยากล้มตายกันนับไม่ถ้วน” 


    เมื่อได้ยินว่าเสือไปที่หมู่บ้านซีผิงแล้ว จ้าวผิงก็กังวลนัก

     

    “อวิ๋นหม่าน รีบไปกับข้า”


    หลังจากเรียกอวิ๋นหม่านแล้ว ทั้งสองก็รีบกลับไปที่หมู่บ้านซีผิง

     

    โชคดีที่คนในครอบครัวอยู่กันครบทั้งหมด จ้าวผิงจึงรีบปิดประตู ใส่สลักล็อกประตูทุกบาน แต่เขาก็ยังไม่วางใจ เขาจึงย้ายโต๊ะสี่เหลี่ยมออกจากห้องหลัก นำมาวางไว้หลังประตูอีกชั้น 

     

    เหวินฮุ่ยถูกสั่งให้เลิกผลิตเหล้าก่อน

     

    หลังจากดับไฟแล้ว ก็เทเหล้ากรอกขวด และปิดจุกไม้ก๊อกไว้

     

            เมื่อทำเสร็จสิ้นหมดแล้ว จ้าวผิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ได้แต่เฝ้าภาวนาไม่ให้เสือมุ่งมาทางหมู่บ้าน และถูกกลุ่มล่าเสือไล่ออกไปในไม่ช้า

     

    ทว่ายิ่งกลัวสิ่งใด ก็มักจะได้ประสบสิ่งนั้น 

     

    จ้าวผิงได้ยินเสียงคนข้างนอกตะโกนดัง “แย่แล้ว เสือบุกเข้าหมู่บ้านมาแล้ว ทุกคนรีบซ่อนตัวเร็วเข้า"

     

    “บ้าเอ๊ย!”

     

    จ้าวผิงอดก่นด่าออกมาไม่ได้ จากนั้นก็พาทุกคนกลับไปที่ห้องหลัก

     

    เขายังพาเฉียนลิ่วเข้ามาด้วย 


    คนหลายคนถืออาวุธ เฝ้าอยู่หลังประตู เตรียมพร้อมต่อสู้ได้ตลอดเวลา

     

    แม้แต่อวิ๋นหม่านก็ดูเหมือนจะกังวลไม่น้อย


    จ้าวผิงถามว่า “อวิ๋นหม่าน เจ้ายืนหมุนไปหมุนมาทำไม ถ้ามีเรื่องจะพูดก็พูดมาตามตรงได้ไหม?"


    “อาจารย์ ข้าอยากออกไปข้างนอก” ดูเหมือนว่าอวิ๋นหม่านจะตัดสินใจแล้วจึงพูดออกมา 


    “จะไปทำบ้าอันใดข้างนอก?”

     

    ใบหน้าของจ้าวผิงมืดลง "เสือเข้ามาในหมู่บ้านของเราแล้วนะ หากเจ้าออกไปตอนนี้แล้วเผชิญหน้ากับเสือ ก็มีแต่จะเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า”  


    “อาจารย์ ข้าไม่เพียงแต่เป็นนายพราน แต่ยังเป็นสมาชิกของกลุ่มล่าเสือด้วย” 

     

    อวิ๋นหม่านฝ่าฝืนคำสั่งของจ้าวผิงเป็นครั้งแรก “เมื่อเสือเข้ามาในหมู่บ้าน มันจ้องจะฆ่าคนแน่ ๆ” 

     

    “ข้าจำเป็นต้องออกไปอยู่กับพี่น้องกลุ่มล่าเสือ เพื่อร่วมมือกันขับไล่เสือออกไปโดยเร็วที่สุด จะได้ลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงด้วย"

     

    จ้าวผิงพูดไม่ออกอยู่นานสองนาน

     

    เขากำลังตกอยู่ในสงครามระหว่างสวรรค์กับมนุษย์


    ตามความคิดของจ้าวผิง การเลือกรักษาตัวรอดนั้นเป็นยอดดีแน่นอน เพราะเขาเดินทางข้ามมิติมา และไม่ได้รับความเมตตาในหมู่บ้านซีผิง ทำให้เขาไม่รู้สึกผูกพันธ์ ขอเพียงรักษาครอบครัวนี้ให้ปลอดภัย เขาก็พอใจแล้ว


    ทว่าอวิ๋นหม่านก็พูดมีเหตุผล 

     

    เมื่อเสือบุกเข้าหมู่บ้าน ถ้าไม่รีบไล่มันออกไป ปล่อยให้มันสร้างอันตรายตามใจชอบ หมู่บ้านซีผิงจะต้องได้รับความเสียหายอย่างหนัก อาจถึงขั้นสูญเสียชีวิตผู้คนด้วย

     

    อวิ๋นหม่านในฐานะนายพรานและอีกหนึ่งสมาชิกของกลุ่มล่าเสือ มีหน้าที่และภาระติดพันในการขับไล่เสือให้ได้ 


    แต่จ้าวผิงก็ทนมองอวิ๋นหม่านตายไม่ได้เช่นกัน


    จ้าวผิงใช้ความคิด อย่างไรเสียเขาก็เดินทางทะลุมิติข้ามเวลามา เขาย่อมมีวิธีจัดการกับเสือมากกว่าแน่นอน


    หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง จ้าวผิงก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า "ข้าจะไปกับเจ้า"


    “ไม่ได้” หลิ่วเมิ่งหรูเป็นคนแรกที่คัดค้าน "สามี เสือดุร้ายเกินไป หากท่านไป…"


    ก่อนนางจะพูดจบ จ้าวผิงก็พูดแทรกขึ้น "ไม่ต้องกังวลไป ข้ามีวิธีจัดการกับเสือเช่นกัน"

     

    เดิมทีเหวินฮุ่ยก็อยากจะหยุดเขาไว้ แต่หลังจากได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของนางพลันเป็นประกายสดใส

     

    ผู้มีพระคุณเป็นผู้มีความสามารถ เขาย่อมจะมีวิธีแน่ ๆ 


    “อาจารย์ ท่านอย่าไปเลย” แต่อวิ๋นหม่านยังคงห้ามเขา "ข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มล่าเสือ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะออกไปช่วย” 

     

    “แต่ท่านจะไปในฐานะใด?”

     

    “ก็ในฐานะอาจารย์ของเจ้าอย่างไร”


    จ้าวผิงกล่าวเสริม “ข้าไม่สามารถทนเห็นเจ้ากลายเป็นอาหารของเสือได้หรอก” 


    "เอาละ ตกลงตามนี้เถอะ รีบหยิบของแล้วออกไปดูกันเลย” 

     

    เมื่อตอนนี้ได้ตัดสินใจลงมือแล้ว จ้าวผิงย่อมไม่ลังเลอีกต่อไป แต่เขายังต้องเตรียมอุปกรณ์จำเป็นก่อน

             

    ขั้นแรก ผูกไม้กระดานสองแผ่นไว้กับตัว ทั้งเขายังบอกให้อวิ๋นหม่านทำตามด้วย จากนั้นเขาก็เหน็บมีดหั่นผักไว้ที่เอว

     

    ด้วยมีดในราชวงศ์ต้าเว่ยยังไม่ได้รับการพัฒนามากนัก มีดหั่นผักก็คล้ายกับมีดแตงโม*[1] ในยุคอนาคต แต่มีขนาดเล็กและประณีต ซึ่งเหมือนกริชมากกว่า จึงสามารถเหน็บไปได้ง่าย

     

    นอกจากนี้จ้าวผิงยังถือเคียวไว้ในมือด้วย

     

    กระนั้นเขาก็ยังไม่คลายกังวล เขาจึงนำเพนิซิลินที่เพาะเลี้ยงไว้ก่อนหน้านี้ออกมา แล้วเทลงในช่องท้องของซากกระต่ายสองตัว


    เขาหยิบหน้าไม้ขงเบ้งขึ้นมา อธิบายวิธีใช้งานสั้น ๆ ก่อนจะมอบให้อวิ๋นหม่าน 

     

    ในเวลาเดียวกัน เขาก็บอกให้เหวินฮุ่ยปิดประตูไว้ให้ดี ๆ และอย่าเปิดประตูจนกว่าพวกเขาทั้งสองจะกลับมา

     

    และในที่สุดจ้าวผิงก็เดินออกจากบ้าน

     

    ทันทีที่ออกมาก็พบกับกลุ่มล่าเสือ

     

    เนื่องจากทุกคนรีบเร่งจะขับไล่เสือ จึงไม่ได้หยุดพูดคุยกัน เพียงแค่พยักหน้าทักทายและรับรู้เท่านั้น

     

    กลุ่มล่าเสือมีสมาชิกมากกว่ายี่สิบคน ทำให้จ้าวผิงพอจะคลายกังวลลงได้มาก แล้วจ้าวผิงก็ออกเดินทางไปพร้อมพวกเขา

     

    แต่ในขณะที่วิ่งอยู่นั้น จ้าวผิงก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติ เพราะทิศทางนี้...เป็นทิศทางมุ่งไปบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน

     

    ไม่ผิด ไม่นานทุกคนก็มาถึงบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านจริง ๆ

     

    พอมาถึง พวกเขาก็ได้กลิ่นเลือด กับกลิ่นคล้ายปัสสาวะลอยมาแต่ไกล

     

    จ้าวผิงเห็นเสือตัวหนึ่งอยู่นอกลานบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน มันดูแข็งแรงมาก และตัวใหญ่เหมือนลูกวัวหนักประมาณห้าร้อยชั่ง

     

    ปากของมันเปิดกว้าง และมีเลือดไหลเปรอะมุมปาก ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเลือดของผู้ใด

     

    รูปลักษณ์ของมันชั่วร้ายนัก


    ตอนนี้หูซิงเย่ หัวหน้าหมู่บ้านกำลังนั่งอยู่ตรงเบื้องหน้าของเสือร้ายห่างออกไปประมาณยี่สิบเมตร

     

    พื้นใต้ร่างของเขาเปียกเป็นวงใหญ่ ร่างกายเขาสั่นเทามาก เห็นได้ชัดว่าเขาคงหวาดกลัวจนฉี่ราด 

     

    ปากหูซิงเย่พึมพำ “ข้าก็คืนลูกให้เจ้าแล้ว ฆาตกรก็ถูกเจ้ากินเข้าไปแล้ว พ่อเสือ โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะ ...”

     

    เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้ว จ้าวผิงก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมาดัง ๆ

     

    ในชาติก่อนเขาเคยอ่านเรื่องตลกอยู่เรื่องหนึ่ง เรื่องตลกนั้นเล่าว่า

     

    มีเทพองค์ถูกถามว่า หากเจอเสือในป่า ท่านจะเอาตัวรอดอย่างไร 

     

    เทพตอบกลับ คุกเข่าแล้วเรียกพ่อ เพราะต่อให้เสือจะร้าย มันก็ไม่กินลูกตัวเอง


    ตอนได้อ่าน เวลานั้นจ้าวผิงเห็นเป็นเรื่องตลกและหัวเราะจนแทบจะขาดใจตาย แต่วันนี้เขาก็ได้เห็น ไม่คาดคิดเลยว่าผู้คนในยุคโบราณจะทำเช่นนั้นจริง ๆ


    ขณะที่จ้าวผิงกำลังสงสัยว่าวิธีเช่นนี้ได้ผลจริงหรือไม่ ก็มีคนจากกลุ่มล่าเสือพูดขึ้นว่า 

     

    “ทุกคนอย่าเพิ่งใจร้อน เสือมีท่าทางโกรธมาก เราไม่สามารถช่วยหัวหน้าหมู่บ้านหูได้แน่นอน แค่หวังว่ามันจะสงบลงหลังจากกินหัวหน้าหมู่บ้านหู แล้วพวกเราจะสามารถยิงขับไล่มันออกไปได้"


    ชื่อผู็พูดเช่นนั้นคือ เซี่ยเฉวียน เป็นนายพรานจากหมู่บ้านเซี่ยซุน

     

    เนื่องจากอายุและประสบการณ์อันยาวนาน เขาจึงได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้ากลุ่มล่าเสือ  

     

    คนอื่นต่างพยักหน้าเชื่อฟัง


    มีเพียงอวิ๋นหม่านเท่านั้นที่ขมวดคิ้วและพูดว่า "พี่เฉวียน หมายความว่าพวกเราจะยืนดูเสือกินหัวหน้าหมู่บ้านก่อนงั้นหรือ?"


    "อาหม่าน ข้าก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นหรอก” เซี่ยเฉวียนกล่าวเสียงเครียด “แต่เจ้าก็ได้เห็นสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว”


    “มีหนังลูกเสือผืนหนึ่งวางอยู่ข้างเท้าเสือตัวนั้น หมายความว่าคนจากครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านพวกเจ้าสังหารลูกเสือและกินมันเข้าไป” 


    “เสือตัวนี้จึงมาที่นี่เพื่อแก้แค้น”

     

    “ตอนนี้มันอยู่ในสภาวะเดือดดาล ถ้าเรายิงธนูใส่ นอกจากจะไม่สามารถขับไล่มันออกไปได้แล้ว ตรงกันข้ามกลับยิ่งจะทำให้มันดุร้ายมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของทั้งหมู่บ้าน นี่คือวิธีเดียวแล้วล่ะ"

     

    อวิ๋นหม่านไม่เต็มใจนัก เขาหันถามจ้าวผิง “อาจารย์ หน้าไม้นี้สามารถฆ่าเสือได้หรือไม่?"



    *[1] มีดแตงโม หมายถึง มีดที่มีใบมีดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ยอดหมอพลิกแผ่นดิน ที่คุณอ่าน

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852