The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 162 ชาติกำเนิดที่เป็นปริศนา

    เครดิตภาพจาก https://www.wallpaperflare.com


           ดวงตาแดงของมารร้ายเบิกโพลงเพราะถูกความกลัวเข้าจู่โจมหัวใจ ด้วยตั้งแต่กำเนิดเกิดมายังไม่เคยเจอใครที่รวดเร็วขนาดนี้


    “หึ หึ หึ ถึงกับยืนตัวแข็งเลยเหรอ ” เด็กสาวหัวเราะเบาๆ ก่อนก้าวมายืนเคียงแม้มารร้ายไม่หันมามอง ก็สันนิษฐานได้ว่าเธอน่าจะสิ่งยิ้มเยือกเย็นให้แต่อมนุษย์สมเพชตัวเองได้ไม่นาน มันก็ขบกรามแน่น


    “ฮึ่ม……ไม่ยอมก็แค่เร็วกว่าเท่านั้น ส่วนด้านพลัง มนุษย์อย่างแกไม่น่าเทียบข้าได้ ”

          


          ทันทีที่มารร้ายคำรามดังมันก็เหวี่ยงแขนขวาใส่สุดแรงจนก่อให้เกิดเสียงแหวกอากาศแต่สุดท้ายก็ถูกหยุดอย่างฉับพลันด้วยการคว้าจับของเด็กสาว


    “ปึก…..” เสียงดังสนั่นปะทุขึ้นมาอันดูไม่ต่างจากเสียงรถยนต์ปะทะกัน บ่งบอกถึงพลังมหาศาลของคู่ประลองได้เป็นอย่างดีทว่ามารร้ายกลับหงุดหงิด เพราะถูกสกัดดาวรุ่งอีกวาระ


    “บัดซบ ยังกันไว้ได้อีก งั้นลองนี่ดูบ้าง ” มารร้ายพูดจบ ก็ง้างแขนซ้ายไปข้างหลังพร้อมเกร็งกำลังจนกำปั้นขยายใหญ่เป็นสองเท่าตัว จากนั้นก็ยิงหมัดนั้นออกไปสุดแรง


    “ซูม……”


    “ตูม…..”

           


           มารร้ายตกตะลึงอีกครั้งเมื่อเด็กสาวหยุดกำปั้นพิฆาตด้วยฝ่ามือขวาที่ทั้งเล็กและบางแบบอิสตรีทั่วไปมิหนำซ้ำ ยังย้ายมาจับข้อมือ แล้วกดลงต่ำ ส่งผลให้มารร้ายทรุดฮวบลงไปนั่งเพราะสู้แรงไม่ได้


    “หึ หึ หึ ดูท่าทาง แม้แต่พละกำลัง เจ้าก็สู้ข้าไม่ได้ ” อากิเนะยิ้มเย้ยหยันเธอไม่หลงเหลือเศษเสี้ยวแห่งความอ่อนโยนอยู่ในตัว

          


           มารผู้ชั่วช้ารู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในฝันร้ายแม้จะยึดร่างกายนี้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังเป็นรองเด็กสาวอยู่หลายขุม


    “บ้าที่สุด ยัยเด็กนี่เป็นตัวอะไรกันแน่ โอเคแม้ออร่าที่เปล่งออกมาจะชี้ชัดว่ามันไม่ใช่มนุษย์และน่าจะมีเชื้อสายของเผ่าเราผสมอยู่แต่ไม่น่าทรงพลังขนาดนี้ ประเมินคร่าวๆ น่าจะเหนือกว่ามารร้ายระดับสูง ” อมนุษย์ไตร่ตรองมันเริ่มสัมผัสถึงความอับจนหนทางที่เคยมอบให้ผู้อื่นมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่ทันได้สำนึกบาป ก็ถูกเสยปลายคางด้วยฝ่าเท้าขวา


    “ปัง…..”

         


            ใบหน้าของมารร้ายเชิดสูงจนคอเกือบหลุดจากบ่าแต่ก็ปลิวได้ไม่ไกล เพราะถูกอากิเนะฉุดรั้งด้วยการจับข้อมือ ทว่าเพลงเตะหฤโหดยังไม่จบเพียงเท่านี้ วินาทีต่อมา เท้าซ้ายขวาก็ถูกรัวใส่อมนุษย์แบบไม่ยั้ง


    “เปรี้ยง ปัง ปึก ตุบ ”

           


            มารร้ายเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เพราะทุกฝ่าเท้าล้วนหนักกว่าช้างถีบแต่ก็ไม่อาจร้องครวญ เนื่องจากทุกสิ่งเกิดไวเกินไป จวบจนพายุบาทาดำเนินเกือบนาทีเด็กสาวก็หยุดจู่โจม


    “อั้ก…..”มารร้ายกระอักโลหิตอีกครั้ง ทั่วร่างเกิดรอยฟกช้ำหลายสิบจุดเลือดดำหลั่งไหลโทรมกาย ท่าทางเหมือนสุนัขที่ถูกรถสิบล้อเหยียบมานับล้านครั้ง


    “หึ หึ หึ ถึงขนาดนี้ ยังบอกว่าสูสีอีกเหรอ แค่ประมือได้ทัดเทียมกันหลายสิบเพลงไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะเทียบเคียงข้าได้ ” อากิเนะตอกย้ำถึงความห่างชั้นของฝีมือดวงตาฉายประกายเยือกเย็น


    “อุก….”มารร้ายครางดังอีกครั้ง กายบางร่วงลงไปนอนคว่ำหน้ากับพื้นเพราะอากิเนะได้ปล่อยมือขวาที่เกาะกุม

            


           อากิเนะมองหน้ามารร้ายนิ่งๆในขณะที่อมนุษย์ก็จ้องตอบเช่นกัน แม้สภาพโดยรวมจะย่ำแย่ เพราะแพ้พ่ายจนต่อไม่ติดแต่ความมั่นใจที่ส่งผ่านดวงตาของมันยังคงเต็มเปี่ยมจนเด็กสาวสัมผัสได้


    “อืม…..ดูจากแววตาแล้วท่าทางว่าเจ้ายังไม่คิดยอมแพ้ ใช่มั้ย ” อากิเนะเอ่ยถาม ดวงตากลมโตหรี่ต่ำเป็นเชิงพิเคราะห์


    “ใช่แล้ว ข้ายังยืนยันคำเดิม….ถ้าได้ร่างเดิมมา ช้าไม่แพ้เจ้าแน่ ”


    “หึ หึ หึ มั่นใจตัวเองจริงนะ แต่ข้าคงไม่ให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งที่สองแล้วล่ะเพราะเจ้านั้นช่างอ่อนหัดจนน่าเบื่อ ดังนั้น จงตายไปซะ ” อากิเนะพูดจบเธอก็กางฝ่ามือออก เพื่อเตรียมปล่อยคลื่นพลังใส่ศัตรู

            


            มารร้ายรู้ทันทีว่าถ้าปล่อยให้เด็กสาวยิงคลื่นพลังเวทออกมาร่างจิตของมันต้องสูญสลายอย่างแน่นอน เลยปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้จึงแก้เกมด้วยการยื่นขอเสนอที่อากิเนะไม่อาจเมินเฉย


    “เจ้าไม่อยากรู้เรื่องชาติกำเนิดของตัวเองเหรอ ”

           


           กายอรชรของอากิเนะกระตุกแรงออร่าสีม่วงอมดำที่พวยพุ่งรอบตัวถึงกับดับลงโดยพลัน ดวงตาคลายความเยือกเย็น แล้วกลับมากลมโตดุจเดิมเพิ่มเติมด้วยแววฉงน ปากก็ร้องถาม


    “เอ๊ะ……นี่เจ้ารู้เรื่องนั้นด้วยเหรอ”

           


            มารร้ายแสยะยิ้มเพราะเริ่มจับจุดอ่อนของเด็กสาวได้ ไม่นาน มันก็วางฟอร์ม เพื่อดึงเช็งให้ยืดยาว


    “จะว่ารู้ ก็คงเป็นเช่นนั้น แต่ว่า….”

          


            อากิเนะไม่ยอมให้อีกฝ่ายคุมเกม จึงกระทืบลงไปที่ศีรษะของมารร้ายเต็มแรงส่งผลให้ใบหน้าของอมนุษย์แนบกับพื้น ปากก็ร้องสำทับเป็นเชิงข่มขู่


    “ถ้าไม่อยากให้หน้าจมลงไปในธรณี ก็รีบบอกมาได้แล้ว อย่าลีลา ”

           


            ความทรมานจากการขาดอากาศหายใจและความเจ็บปวดที่ถูกกดศีรษะมาเยือนมารร้ายอย่างต่อเนื่องทำให้มันไม่กล้าเยิ่นเย้อจนเกินงาม และร้องห้ามเสียงหลง


    “โอเค ข้ายอมเล่าแล้ว ”

          


            อากิเนะยกเท้าออก แต่ไม่ขยับห่างเผื่อว่ามารร้ายยังไม่เลิกเล่นตลก เธอจะได้ย่ำต่อ


    “แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก…..ค่อยยังชั่วนึกว่าจะตายซะแล้ว ” มารร้ายหอบถี่ พลางยันกายลุกขึ้นนั่งแต่ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะยืน เพราะน่วมจนเกินบรรยาย


    “เอ้า ตกลงที่เจ้าพูดมาหมายความว่าไง ” อากิเนะร้อนใจและไถ่ถามโดยเร็วส่วนมารร้ายหันมามอง แล้วเฉลยในสิ่งที่รู้ เพราะไม่ต้องการให้เด็กสาวทรมานรอบสอง


    “อืม…..ถ้าจะว่ากันถึงเรื่องชาติกำเนิดเท่าที่รู้ แทบไม่มีมารเผ่าไหนที่มีหน้าตาคล้ายมนุษย์แบบเจ้าที่ใกล้เคียงสุดก็คือเผ่าไร้เขาแบบข้า แต่ก็มีบางส่วนที่ดูแปลกประหลาด ”มารร้ายพูดจบ ก็แสยะยิ้มน่าเกลียดเป็นนัยจะบอกว่า……รอยยิ้มนี้คือจุดต่างที่ทำให้ดูไม่เหมือนคน


    “แล้วถ้าเป็นพวกลูกครึ่งมารกับมนุษย์ล่ะ พอจะมีหน้าตาเหมือนคนมั้ย ” อากิเนะถามต่อเพราะคิดว่าตนอาจมาจากสิ่งมีชีวิตจำพวกนี้


    “พวกลูกครึ่งนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ดูน่าสะพรึงกลัวกว่ามารปกติหลายเท่า มิหนำซ้ำยังมีพลังพื้นฐานที่สูงกว่าเดิม ส่วนมากเป็นอัจฉริยะด้านต่างๆ บุคคลสำคัญหลายตนในโลกของข้าก็อยู่ในข่ายนี้” มารร้ายดับฝันด้วยการตอบตรงๆ ทำให้อากิเนะตัดข้อนี้ไปเพราะเธอน่าจะไม่ใช่มนุษย์ครึ่งมาร ด้วยมีหน้าตาที่เหมือนเด็กสาวทั่วไป คำถามต่อไปจึงหลุดจากปาก


    “แล้วตกลง ข้าอยู่ในเผ่าไหน บิดา มารดา ผู้ให้กำเนิดคือใคร ”

            


           มารร้ายนิ่งไปถนัดตา มันครุ่นคิดเพราะสิ่งที่อากิเนะถามไถ่ ดูจะยากเกินความรอบรู้ของมันแต่จากประสบการณ์ที่อยู่มานาน จึงมีคำตอบให้พอชื่นใจ


    “สำหรับเรื่องนั้น ก็พอจะตอบได้เล็กน้อย แต่ขอเกริ่นความเป็นมาของโลกมารให้ฟังก่อน”

            


             อากิเนะนั่งลงบนก้อนหินใหญ่ลูกหนึ่งท่วงท่าดูรับฟังอย่างตั้งใจ โดยปราศจากอาการคุกคามเพราะมารร้ายเริ่มเชื่องจนให้ความร่วมมือจากใจจริง

            


            มารร้ายเองก็ขยับไปนั่งเอนกายพิงก้อนหินเพื่อวางท่าให้สบาย ด้วยคาดว่าเรื่องที่เล่า น่าจะยืดยาว และพอทิ้งช่วงไประยะหนึ่งมันก็เริ่มสาธยาย


    “เมื่อหลายพันปีก่อน ขณะที่โลก The DarkWorld เพิ่งก่อกำเนิด ได้เกิดอมนุษย์ตนหนึ่งที่ดินแดนของหมู่มารมันมีจิตใจที่แตกต่างจากผู้คน ”


    “แตกต่างยังไง ” อากิเนะถามเสียงแข็ง อันเป็นการแสดงถึงความร้อนใจซึ่งก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะข้อมูลที่ได้รับ อาจเกี่ยวพันกับต้นกำเนิดทว่ามารร้ายก็ส่ายหัวเป็นเชิงตำหนิ


    “อย่าเพิ่งใจร้อนสิ ข้ากำลังจะปูเรื่อง ”

           


            ท่าทางขัดเคืองดังกล่าวทำให้อากิเนะดูเย็นลง และก้มหัวขอโทษ ท่าทางทั้งสองจะลืมไปว่า
    ….เมื่อไม่กี่นาทีก่อนพวกตนเพิ่งไล่ฆ่ากันมาหมาดๆ ส่วนมารร้าย พอหมดคนขัดคอ มันก็เริ่มเล่าต่อ


    “จุดที่แตกต่างกับมารร้ายตนอื่นก็คือ……เจ้านั่นทะเยอทะยาน อยากยึดครองทุกสิ่งที่มีตัวตน กระทั่งโลกต่างมิติอย่างThe Dark World ก็อยู่ในเป้าประสงค์ ”


    “เดี๋ยวนะ ขอสอดนิดนึง โดยปกติ พวกมารอย่างเจ้าไม่ทะเยอทะยานหรืออยากครอบครองสิ่งใดเหรอมันดูไม่เหมือนตัวตนของเจ้าเลย หรือจะบอกว่าอมนุษย์ที่เล่ามา คือตัวเจ้าเอง ”อากิเนะแทรกโดยเร็ว เพราะเท่าที่เคยเจอหมู่มารมา เธอไม่เห็นว่าตนใดจะนิสัยดีเลย (โดยเฉพาะตนที่เล่าดูจะแย่ถึงขีดสุด เพราะคลั่งโลหิตเหลือเกิน)


    “หึ หึ หึ…..ก็กะไว้แล้วว่าเจ้าต้องพูดแบบนั้น” มารร้ายหัวเราะเบาๆ ประมาณว่าสะใจที่คาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ ไม่นาน มันก็แถลงต่อ


    “โลกมารในยุคนั้นแตกต่างจากสมัยนี้มาก มันเป็นดินแดนที่สวยงามแถมเหล่ามารก็เป็นเผ่าพันธุ์ที่รักสงบ มีเมตตาและทรงภูมิ ”


    “หา…..ไม่จริงน่า ”อากิเนะร้องเสียงหลง ในใจแอบขบคิด


    “ อมพระมาพูด ก็ไม่เชื่อ เพราะไม่ว่ามองมุมไหน นายคนนี้ก็ห่างไกลจากสิ่งที่มันกล่าวมา”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน