ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 217 : ตื่นจากความมืด

จารึกที่ 217 : ตื่นจากความมืด : หนี้สินก้อนโตและวิถีแห่งเนตรสูญตา


เมื่อสติสัมปชัญญะค่อยๆ หวนคืนสู่ร่าง ความรู้สึกแรกที่โจมตีชายหนุ่มคือความปวดร้าวที่กระบอกตาทั้งสองข้าง ราวกับกะโหลกศีรษะถูกบีบอัดด้วยคีมศิลาบรรพกาล กลิ่นเหม็นอับของสมุนไพรราคาถูกผสมกลิ่นสุราหมักลอยแตะจมูก เขาลองพยายามเปิดเปลือกตาขึ้น ทว่าสิ่งที่รอรับเขาอยู่กลับมีเพียงความมืดมิดสนิท! ซ้ำร้ายยังมีผ้าหยาบๆ ผืนหนึ่งพันปิดรอบดวงตาของเขาเอาไว้


"ตาข้า! เกิดอะไรขึ้น! ทำไมข้ามองไม่เห็นอะไรเลย!" อาเจียผุดลุกขึ้นนั่งอย่างตื่นตระหนก มือทั้งสองข้างปัดป่ายไปมาในอากาศราวกับคนจมน้ำ ทว่าแทนที่จะสัมผัสถูกเตียงไม้แข็งๆ เขากลับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ และเสียงหวีดหวิวของสายลมที่ถูกฉีกกระชากดังลั่นอยู่รอบกาย


(โวยวายหาอันใดกันนายท่าน ท่านเบิกเนตรฝืนกฎสวรรค์จนเลือดสาดเข้าตาไปแล้ว นี่รอดมาได้ไม่สมองไหลก็บุญหัวเท่าไหร่แล้วขอรับ) เสียงทุ้มต่ำติดกวนประสาทของเจ้าสัวในร่าง พยนต์เทวะ 神机 (เสินจี) ดังก้องในหัว (ท่านสูญเสียการมองเห็นทางโลกชั่วคราวเป็นผลสะท้อนกลับ 

ตอนนี้ท่านตาบอดสนิทมืดมิดโดยสมบูรณ์เลยขอรับ แต่อย่าห่วงไป หากท่านสิ้นลมเมื่อใด ข้าจะเอาแหวนมิติไปขายทอดตลาดจัดการงานศพให้ท่านเอง)


"ไอ้พยนต์ทรพี! ถ้าข้าตามองเห็นเมื่อไหร่ ข้าจะถอดศัสตราประกอบของแกไปชั่งขาย!" อาเจียสบถด่าในใจ


"ตื่นแล้วรึไอ้หนุ่ม... ตื่นมาก็แหกปากโวยวายทำลายสมาธิการนับเงินของข้าเสียจริง"


เสียงแหบพร่าและยียวนของชายชราดังขึ้นจากมุมห้อง พร้อมกับเสียง กริ๊ง... กริ๊ง... ของศิลาปราณที่ถูกโยนกระทบกัน สัญชาตญาณพ่อค้าทำงานไวกว่าความคิด อาเจียรีบคลำไปที่เอวของตนเองทันที ย่ามใบเล็กที่ใส่ 'เจ้าถุงเงิน' ยังอยู่... แหวนมิติ 空间戒指 (คงเจียนเจี้ยจื่อ) ยังอยู่ที่นิ้ว... ทว่า ถุงผ้าใบเล็กที่เขาแยกศิลาปราณระดับล่างเอาไว้ใช้จ่ายฉุกเฉิน มันแฟบลงไปอย่างเห็นได้ชัด!


"ตาเฒ่า! ท่านขโมยเงินข้า!" อาเจียชี้หน้าไปทางต้นเสียงอย่างแม่นยำด้วยโสตสัมผัส


"ขโมยอันใดกัน! พูดจาให้มันเข้าหูหน่อยไอ้หนุ่มหน้าใหม่!" นักพรตหมื่นอีแปะแค่นเสียงหัวเราะ "ข้าเรียกว่า 'หักค่าใช้จ่ายล่วงหน้า' ต่างหากเล่า! ค่าแบกร่างที่หนักดุจหมูตอนของเจ้าหนีออกมา ค่ายาสมุนไพรที่พอกตาให้เจ้า และค่าโดยสาร 'เรือพายเมฆาซ่อนเงา 隐云舟 (อิ่นอวิ๋นโจว)' ศัสตราวิเศษระดับปฐพีของข้า! รวมเบ็ดเสร็จ 10,000 ศิลาปราณระดับล่าง 下级灵石 (เซี่ยจี๋หลิงสือ) ถ้วน! ข้าใจดีลดราคาให้ในฐานะสหายร่วมวงการแล้วนะ!"


อาเจียชะงัก "เรือพายเมฆาซ่อนเงา? นี่เราไม่ได้อยู่บนพื้นดินรึขอรับ!"


"เจ้าคิดว่าเมืองที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือระดับวิญญาณแรกเริ่ม 元婴 (หยวนอิง) และค่ายกลตรวจจับนับหมื่น จะหลบหนีออกมาได้ด้วยการวิ่งกระโดดข้ามกำแพงโง่ๆ กระนั้นรึ? นั่นมันวิถีของพวกเด็กอมมือ!" ตาเฒ่าฟันหลอเย้ยหยัน "ตอนนี้เรากำลังพุ่งทะยานตัดผ่านชั้นเมฆด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการขี่กระบี่เหาะเหินถึงสิบเท่า!"


อาเจียกลืนน้ำลายฝืดคอ แม้ตาจะบอด แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงสเกลพลังที่แตกต่างออกไป


"อีกอย่าง..." นักพรตเฒ่าเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นสุราโชยปะทะจมูก "เจ้าคิดว่าวิชาจำแลงกายของจอมโจรพันหน้าจะตบตาข้าได้รึ? ดวงตาที่สามารถมองเห็นรอยรั่วแห่งค่ายกลสวรรค์ได้... กับรอยร้าวที่ จุดตันเถียน 丹田 (ตันเถียน) ที่แหลกละเอียด... มีเพียงไอ้หนูค่าหัว 500,000 ก้อนแห่งสำนักหมึกวารีเท่านั้นแหละ"


อาเจียตัวแข็งทื่อ มือขวากำพู่กันนิรันดร์ในอกเสื้อไว้แน่น "ทะ... ท่านต้องการอะไร? จะเอาหัวข้าไปขึ้นเงินรึขอรับ?"


"หัวของเจ้ามีค่าแค่ 500,000 ก้อน... แต่ตัวเป็นๆ ของเจ้า สามารถสร้างกำไรให้ข้าได้มากกว่านั้นมหาศาล!" ชายชราหัวเราะเสียงแหลม "เจ้านำ 'รากบัวผสานกระดูก' มาด้วยสินะ? สมุนไพรระดับปฐพีชั้นยอด... ทว่าด้วยสภาพตันเถียนที่ร้าวเป็นเศษกระจกของเจ้า หากเจ้ากลืนมันเข้าไปตรงๆ ลมปราณอันมหาศาลของมันจะระเบิดร่างเจ้าจนเละเป็นโจ๊ก!"


(ตาเฒ่านี่พูดถูก อาเจีย...) เสียงของมู่เฉินดังแทรกขึ้นมาในห้วงจิตอย่างเคร่งขรึม (หากไม่มีตันเถียนคอยกลั่นกรองปราณ เจ้าก็ไม่อาจดูดซับสมุนไพรระดับปฐพีได้ นี่คือเหตุผลที่ข้าให้เจ้ามาตามหาเขา)


"แล้วข้าต้องทำอย่างไรขอรับ?" อาเจียยอมลดทิฐิลง


"ง่ายมาก... เจ้าต้องใช้วิธีการบีบอัด ปราณเซียนแท้ 真仙气 (เจินเซียนชี่) เพื่อสร้าง 'เตาหลอมปราณจำลอง' ขึ้นมาล้อมรอบจุดตันเถียนของเจ้าเสียก่อน มันคือวิชาลับเฉพาะของข้าที่จะช่วยกักเก็บพลังงานไม่ให้รั่วไหลแม้อีแปะเดียว!" นักพรตหมื่นอีแปะยิ้มกว้างจนเห็นฟันหลอ "เจ้าต้องกราบข้าเป็นอาจารย์... และจ่าย 'ค่ายกครูกราบอาจารย์' มา 50,000 ศิลาปราณระดับกลาง 中级灵石 (จงจี๋หลิงสือ)! และทุกครั้งที่เจ้าไปปล้นชิงใครมาได้ ข้าขอหักส่วนแบ่ง 3 ใน 10 ส่วน เป็นค่าถ่ายทอดเคล็ดวิชา!"


"ห้าหมื่นก้อน! แถมหักส่วนแบ่งอีกสามส่วน! ท่านมันหน้าเลือดกว่าปลิงอสูรในบึงมรณะเสียอีก!" อาเจียโวยวายลั่นห้องโดยสาร "ข้าไม่มีเงินแล้ว! เพิ่งจ่ายให้จอมโจรพันหน้าไปจนหมดตัว!"


"ไม่มีศิลาปราณก็ติดหนี้ไว้ก่อนได้ ข้าคิดดอกเบี้ย 1 ใน 10 ส่วนทุกๆ เดือน!" ชายชรายื่นคำขาดอย่างไร้เยื่อใย "หากไม่ตกลง ข้าจะโยนเจ้าลงจากเรือให้ตกลงไปคอหักตายเดี๋ยวนี้! เลือกเอาเองเถิดมหาเศรษฐี!"


อาเจียกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เขาไม่มีทางเลือก หากอยากรอดชีวิตและรักษาตันเถียน เขาต้องยอมตกลงรับข้อเสนออันขูดรีดนี้


"ตกลง... ข้าจะยอมเป็นศิษย์ของท่าน... ตาเฒ่าหน้าเงิน!" อาเจียกัดฟันกรอด "แต่จำไว้เลยนะขอรับ... สักวันหนึ่ง ข้าจะสูบสมบัติของท่านจนหมดตัว เพื่อทวงคืนเงินทุกอีแปะ!"


"ฮ่าๆๆ! ปณิธานเยี่ยมมากไอ้หนู!" นักพรตหมื่นอีแปะหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี


(อาเจีย...) มู่เฉินเอ่ยขึ้นอีกครั้ง (เมื่อเจ้าตกลงเป็นศิษย์เพื่อเรียนรู้วิธีสร้างภาชนะแล้ว ก็ถึงเวลาที่เจ้าต้องเรียนรู้วิธีใช้ดวงตาของเจ้าเสียที... เนตรสูญตา 空性眼 (คง-ซิ่ง-หยั่น) มิได้บอดมืด มันเพียงแค่ปฏิเสธที่จะมองเห็นภาพมายาของโลกมนุษย์ จงตั้งสติ และเพ่งจิตไปที่ความว่างเปล่าเบื้องหน้าดูสิ)


อาเจียทำตามคำแนะนำของอาจารย์มู่เฉิน เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ระงับความโกรธแค้นเรื่องหนี้สิน และเพ่งจิตวิญญาณไปที่กระบอกตาที่ถูกปิดทับด้วยผ้า...


วูบ!


ฉับพลันนั้น โลกในห้วงอนธการของเขาก็พลันสว่างวาบ! ทว่ามันไม่ใช่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ หรือรูปกายเนื้อของสรรพสิ่ง แต่เขามองเห็น 'แก่นแท้' ของมัน!


เรือพายเมฆาซ่อนเงาที่เขานั่งอยู่ ปรากฏเป็นโครงสร้างของอักขระค่ายกลสีฟ้าครามที่ซับซ้อนนับหมื่นตัวที่กำลังสูบฉีดพลังปราณเซียนแท้อย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนมิติ และเมื่อเขาหันไปมองนักพรตเฒ่า เขามองเห็นกลุ่มก้อนพลังงานสีเทาเข้มที่ถูกบีบอัดจนหนาแน่นอย่างน่าสะพรึงกลัว ไร้ซึ่งรอยรั่วไหลแม้อีแปะเดียว สมกับเป็นยอดฝีมือเร้นกายที่แท้จริง!


"นี่มัน... ข้ามองเห็นกระแสปราณ! ข้ามองเห็นโครงสร้างของทุกสิ่ง!" อาเจียอุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึง


(นี่คือพลังที่แท้จริงของ อักขระหลิง 零 ที่หลอมรวมเป็นเนตรสูญตา) มู่เฉินอธิบาย (ไม่มีภาพมายา ค่ายกล หรือกลไกฟ้าใดของโลกเซียนที่จะหลอกตาดวงนี้ได้อีกต่อไป)


"หึๆ ดูเหมือนเจ้าจะค้นพบวิธีใช้ดวงตานั่นแล้วสินะ" นักพรตหมื่นอีแปะลูบเคราของตนเอง "ในเมื่อเจ้ามองเห็นแล้ว ก็ลุกขึ้นมาศิษย์รัก... เรากำลังมุ่งหน้าไปยัง 'แดนลับสุสานบรรพชนเสี้ยวจันทรา' ที่นั่นมีสมบัติมากมายที่จะนำมาใช้หนี้ข้าได้... จงเตรียมใช้ดวงตาของเจ้า ทะลวงค่ายกลทั้งหมดให้ข้าซะ!"


เส้นทางแห่งการฟื้นฟูพลังและการชำระแค้น ได้เริ่มต้นขึ้นบนนาวาเหินเวหา พร้อมกับบัญชีหนี้สินก้อนโตที่ผูกมัดเขากับตาเฒ่าหมื่นอีแปะอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน