“ข้าไม่สนใจเื่เหลวไหลเมื่อมารดาของเ้ากลับมาเมื่อไหร่ ข้าสัญญาจะพาเ้ากลับไปเยี่ยมบ้าน” ชายหนุ่มเริ่มร้อนใจด้วยเกรงว่าฤกษ์มงคลที่นางบอกจะไม่มีวันมาถึงอย่างไรเสียเขาไม่มีทางยินยอมให้นางบิดพลิ้วเป็อันขาด
“ท่านอ๋อง...ความเมตตาเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ ท่านจะมอบให้หม่อมฉันมิได้เลยหรือ” เยี่ยนเยว่ฉีสบั์ตาคมปลาบที่ฉาบไว้ด้วยโทสะของอ๋องหนุ่มนางทำประหนึ่งว่าหากเขาไม่ยินยอมจะเป็การทำร้ายจิตใจของนาง
มู่เลี่ยงหรงคิ้วกระตุกหากเขาปฏิเสธไม่เท่ากับเป็คนใจคอคับแคบหรอกหรือ สตรีผู้นี้ช่างรู้จักเจรจาเสียจริงอย่าหลงกลรับปากอะไรจะดีกว่า เพราะยิ่งพูดมากก็มีแต่จะยิ่งแย่ลง ดังนั้นเขาควรเลิกต่อปากต่อคำแล้วปล่อยให้พระเชษฐาจัดการเสียก็หมดเื่
“เสด็จพี่ หากให้นางระบุฤกษ์ดูจะมิบังควร ในราชสำนักมีจ้งซุนซินแสดูแลเื่นี้อยู่แล้วกระหม่อมไม่อาจไว้วางใจสินแซอื่นได้”
“ที่เ้าพูดก็มีเหตุผลแต่เรารับปากจะให้รางวัลแก่คุณหนูเยี่ยนไปแล้ว ฮ่องเต้ตรัสแล้วมิอาจคืนคำในเมื่อนางร้องขอสิ่งนี้ เ้าก็รอฤกษ์อีกสักสองสามเดือนเถิด แค่นี้คงไม่เป็อันใดกระมังหากไม่มั่นใจกำหนดการที่ทางจวนไคกั๋วกงส่งมา จะให้จ้งซุนตรวจสอบอีกสักครั้งก็ไม่เสียหาย” ครั้นฮ่องเต้เห็นท่าทางร้อนรนกระเสือกกระสนของพระอนุชาก็ทรงลอบหัวเราะในพระทัย เกิดนึกสนุกขึ้นมาเสียอย่างนั้น พระองค์จึงคิดว่าจะเล่นตามน้ำกับตระกูลเยี่ยนไปก่อน
“ขอบพระทัยฝ่าาเพคะ” เยี่ยนเยว่ฉียิ้มหวานหยาดเยิ้มอย่างยินดี กิริยาท่าทางเช่นนี้พาให้แเื่คิดว่านางกำลังสื่อว่าอยากปฏิเสธฉินอ๋อง
“เสี่ยวเยว่ทำไมเ้าถึงทำเช่นนี้ ไม่เห็นว่าจะมีเหตุอันสมควรให้เ้าประวิงเวลาหรือข้าทำอันใดให้ไม่พอใจ” มู่เลี่ยงหรงถามเสียงเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคน
“ท่านอ๋อง...หม่อมฉันคิดดีแล้วเพคะ”
“เหลวไหลสิ้นดี! เ้ากล้าเล่นตลกกับเปิ่นหวางอย่างนั้นหรือ” มู่เลี่ยงหรงเริ่มมีโทสะ เขากำลังถูกนางฉีกหน้าออกเป็ชิ้น ๆ
‘สตรีผู้นี้ปั่นหัวผู้คนได้เก่งยิ่งนักข้าอุตส่าห์ให้เกียรตินางต่อหน้าผู้คน แต่คนกลับตอบแทนกันด้วยวิธีการเช่นนี้’
ขณะที่ทุกคนกำลังมองทั้งคู่โต้เถียงกันด้วยเื่กำหนดวันแต่งงานอย่างสนใจใคร่รู้เยี่ยนจิ้นหลิงพลันก้าวออกมาจากที่นั่งของตนเอง ยามนี้ใบหน้าของกุนซือหนุ่มไม่มีแววของจิ้งจอกเ้าเล่ห์อยู่เลยกลับแลดูน่าเชื่อถือเป็อย่างยิ่ง
มู่เลี่ยงหรงเห็นดังนั้นก็พอจะเข้าใจเหตุการณ์เยี่ยนเยว่ฉีคงร่วมมือกับพี่ชายหมายหักหน้าตนแน่แล้ว พระเชษฐาก็คงกำลังชมความครึกครื้นอยู่สินะชายหนุ่มกัดฟันกรอด พยายามข่มโทสะที่มีเอาไว้
“กระหม่อมเยี่ยนจิ้นหลิงมีเื่จะกราบทูลขอฝ่าาทรงโปรดอนุญาต”
“เราอนุญาต”
“ทูลฝ่าากระหม่อมตรวจดวงชะตาน้องเล็กเมื่อสักครู่ เห็นว่ายังไม่มีฤกษ์ดีในเร็ววันนี้หากฝืนแต่งงานเกรงว่าดวงชะตาของราชวงศ์จะถูกกระทบไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“เยี่ยนจิ้นหลิงอย่าคิดว่าข้าฉินอ๋องมิรู้ความ” มู่เลี่ยงหรงส่งสายตาที่ลุกโชนด้วยโทสะไปทางกุนชือหนุ่มเขามั่นใจว่าชายผู้นี้กำลังขัดขวางเขาด้วยเหตุส่วนตัว
“กระหม่อมมิกล้าเอาเื่ดวงชะตาบ้านเมืองมาล้อเล่นยามนี้เยี่ยนเยว่ฉีต้องชะตาดาวราหูต้องรอจนเงาร้ายจางหายเสียก่อนจึงจะแต่งงานกับเชื้อพระวงศ์ได้”
“ข้าไม่เชื่อถือเ้า” มู่เลี่ยงหรงแทบจะคำรามออกมาดีที่เขายังรู้สติว่าที่นี่คือวังหลวง
“ชื่อเสียงของกระหม่อมคงไม่พอให้ท่านอ๋องไว้วางพระทัยเื่นี้ไม่มีอันใดยาก ลองให้ใต้เท้าจ้งซุนตรวจชะตาของนางดูก็รู้ความแล้ว”
“ไม่ต้อง!” ฮ่องเต้มู่เหวินหรงประกาศลั่น “เราให้เยี่ยนกุนซือจัดการหาฤกษ์ยาม เมื่อได้กำหนดแล้วก็ส่งไปจวนฉินอ๋อง”
มู่เลี่ยงหรงไม่สามารถทำอะไรได้เมื่ออยู่ต่อหน้าพระพักตร์จึงต้องข่มกลั้นความเดือดดาลเอาไว้รู้สึกว่าตนเองใจดีกับสองพี่น้องตระกูลเยี่ยนมากเกินไปเสียแล้ว
“ท่านอ๋องเชื่อพี่รองเถิดเพคะั้แ่หม่อมฉันเกิดมา เขายังไม่เคยทำนายผิดเลยสักครั้ง ครอบครัวของเรามิกล้าเอาเื่ชะตาบ้านเมืองมาล้อเล่นอย่างแน่นอน” เยี่ยนเยว่ฉีช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ของพี่ชายทั้งโน้มน้าวให้ฉินอ๋องยินยอมตามความประสงค์ของนาง
“เอาเถิด ถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมาเปิ่นหวางก็ไม่เคยบังคับฝืนใจสตรีใดให้มาร่วมหอ หากคุณหนูเยี่ยนลำบากใจมากนัก ก็ไม่จำเป็ต้องหาข้ออ้างมากมายเมื่อครู่เป็เปิ่นหวางเอ่ยขอรางวัลเอง ฝ่าาก็ยังไม่ทรงออกราชโองการใด ๆทุกอย่างจึงยังไม่สายเกินแก้ เช่นนั้น เปิ่นหวางจะให้โอกาสเ้าปฏิเสธตำแหน่งฉินหวางเฟยเสียั้แ่ตรงนี้เดี๋ยวนี้!” ั์ตาสีนิลลึกล้ำสุดหยั่งแม้เขาจะยิ้มแต่กลับดูเ็าอย่างยิ่งบัดนี้ไม่ปรากฏร่องรอยรักใคร่อะไรในดวงตาคู่นั้นอีกแล้ว ความเย่อหยิ่งทำให้ฉินอ๋องดูสูงส่งยากจะแตะต้อง
เยี่ยนเยว่ฉีรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายถูกเข็มเป็ร้อยเล่มทิ่มแทง
บรรยากาศรื่นเริงกลายเป็อึมครึมทุกคนเงียบงันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจดัง ต่างเหลือบมองบุตรสาวแม่ทัพใหญ่กับฉินอ๋องสลับกันไปมารวมไปถึงสีพระพักตร์ของฮ่องเต้ด้วย
ฮ่องเต้มู่เหวินหรงยังคงแย้มพระสรวลแต่ในใจร้องว่าแย่แล้ว ดูท่าพระอนุชาจะไม่สนุกด้วยถ้าเขาเกิดดื้อเพ่งไม่ให้ความร่วมมือขึ้นมา ใครหน้าไหนก็ขวางทางมิได้ หากทีนี้จะบังคับให้แต่งงานตามราชโองการบุรุษในชุดคลุมสีดำก็มีวิธีอันน่ากลัวที่จะทำให้ฮ่องเต้เช่นเขาสำนึกเสียใจในภายหลัง
มู่เลี่ยงหรงโกรธขึ้งระคนผิดหวังสตรีงดงามที่หวังจะเชิดชูเป็ภรรยาเอกกลับไม่นึกถึงเกียรติยศและฐานะเชื้อพระวงศ์อันดับหนึ่งของเขาครั้นพิจารณาให้ดีแล้วเหตุการณ์ที่กระทบต่อศักดิ์ศรีในครานี้ส่วนหนึ่งก็คงมาจากการด่วนตัดสินใจจะรับผู้หญิงที่เพิ่งพบกันเพียงไม่กี่ชั่วยามมาเป็หวางเฟยอีกส่วนหนึ่งเขาก็มั่นใจในตัวเองมากเกินไป
เยี่ยนเยว่ฉีงดงามถึงเพียงนี้อาจจะไม่ได้้าเพียงตำแหน่งชายาเอกขององค์ชายที่ไม่มีทางได้ครองบัลลังก์
ยอดไม้ที่สูงกว่ายังคงมี เป็ไปได้ว่าสตรีอวดดีผู้นี้อาจจะหมายตาไทจื่อ[1]อยู่ก็เป็ได้
มู่เลี่ยงหรงมองใบหน้าสะคราญโฉมด้วยอารมณ์หลากหลายตลอดทั้งชีวิตไม่เคยมีผู้ใดที่เพียงปรายสายตาก็ทำให้หัวใจเต้นโครมครามได้เท่านางอีกแล้วเขาถึงกับกระตือรือร้นที่จะรับบุตรสาวแม่ทัพใหญ่เข้าจวนจนสูญเสียความละเอียดรอบคอบยามนี้ก็เหลือแค่เพียงความรู้สึกสมเพชตนเองที่เผลอคิดไปว่าอาจจะได้ััความรักที่แท้จริงสักครั้ง
ช่างน่าขันยิ่งนักตั้งใจบรรเลงเพลงรักให้โฉมสะคราญ ทว่านางกลับไม่ยินดี ซ้ำร้ายยังหักหน้าเขาอีก
ทว่าด้วยศักดิ์ศรีของสายเืัมู่เลี่ยงหรงจึงจำต้องปั้นสีหน้าท่าทางให้แข็งแกร่งเอาไว้
‘ไม่รักชอบก็ช่างเถิด เปิ่นหวางจะปล่อยเ้าไป’
การถูกทำให้อับอายเช่นนี้เขาไม่อาจยอมรับได้จริงๆ เมื่อพระเชษฐาทรงเห็นดีเห็นงามกับผู้อื่น แล้วเหตุใดตนเองต้องให้ความร่วมมือกับแผนการผูกสัมพันธ์นี้ด้วยเล่า
“คุณหนูเยี่ยน เปิ่นหวางเป็คนใจกว้าง หากเ้าปฏิเสธ เปิ่นหวางจะไม่ถือโทษแม้แต่นิดเดียว”ริมฝีปากบางเปล่งคำพูดสื่อถึงเยี่ยนเยว่ฉี แต่ั์ตาเข้มลึกกลับมองพระเชษฐาอย่างเ็ายิ่งกว่า
“หม่อมฉัน...คือ...”เยี่ยนเยว่ฉีได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังพี่ชายคนรอง
“เรียนท่านอ๋องกระหม่อมจะหาวิธีสะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตาให้นางในเร็ววัน” เยี่ยนจิ้นหลิงทำท่าทางจริงใจอย่างที่สุด นึกไม่ถึงว่าฉินอ๋องจะสงบนิ่งได้อย่างรวดเร็วซ้ำยังจะปฏิเสธเยี่ยนเยว่ฉีอีก เขาคงประเมินบุรุษผู้นี้ต่ำเกินไปคงต้องรีบแก้ไขสถานการณ์ มิเช่นนั้นจะกลายเป็กินไม่ทันอิ่มก็ต้องห่อกลับ[2]
“ว่าอย่างไรคุณหนูเยี่ยน เปิ่นหวางถามเ้าอยู่” มู่เลี่ยงหรงทำเป็ไม่ได้ยินเยี่ยนจิ้นหลิงซ้ำยังแผ่รังสีกดดันไปทั่วบริเวณจนเยี่ยนเยว่ฉีหายใจแทบไม่ออก
“ดูเหมือนท่านอ๋องกำลังเข้าใจหม่อมฉันผิดไป”
“หึ! เกรงว่าคงไม่ใช่เปิ่นหวางผู้เดียวที่คิดเห็นเช่นนั้น”
“หม่อมฉันไม่ได้ไม่เต็มใจเพคะ”
“งั้นรึแต่เปิ่นหวางรู้สึกว่ากำลังทำให้คุณหนูเยี่ยนลำบากใจถึงกับต้องยกเื่ชะตาบ้านเมืองมาอ้าง”
“เรียนท่านอ๋องหากตัดเื่ดวงชะตาออกไป ในฐานะบุตรสาว หม่อมฉันเพียง้าพบกับมารดาก่อนออกเรือนหวังให้นางเป็ผู้ส่งขึ้นเกี้ยวเ้าสาว ท่านอ๋องได้โปรดไตร่ตรองด้วยเถิดเพคะ”
“เป็เช่นนี้เอง นึกว่าเ้าหาทางปฏิเสธเปิ่นหวางอยู่เสียอีก” น้ำเสียงของเขาดีขึ้น ั์ตาสีนิลสั่นไหวเล็กน้อย ทว่าเขายังไม่อาจวางใจได้ลงด้วยไม่อาจเชื่อถือคำพูดของนางได้อีกแล้ว จึงพยายามรักษาท่าทีสงบเยือกเย็นราวูเาน้ำแข็งเอาไว้
“มิได้เพคะ ได้รับความเมตตาจากท่านอ๋องถือเป็วาสนาของหม่อมฉันยิ่งนัก”
“ในเมื่อเ้าเต็มใจ เราก็ไม่ใช่คนใจคอคับแคบ เช่นนี้แล้วให้กุนซือเยี่ยนไปหาฤกษ์ยามมาหวังว่าจะไม่เนิ่นนานจนอะไร ๆ สายเกินไปหรอกนะ” มู่เลี่ยงหรงเอ่ยความนัยผู้คนต่างเข้าใจได้โดยง่ายหากบุตรสาวท่านแม่ทัพรั้งรอจนท่านอ๋องมีทายาทกับสตรีอื่นไปเสียก่อนเกรงว่าตำแหน่งฉินหวางเฟยคงต้องหลุดลอย ท่านแม่ทัพใหญ่คงมีอันต้องเสียหน้าเป็แน่
“ท่านอ๋องโปรดวางใจ กระหม่อมจะรีบจัดการทุกสิ่งให้ถูกต้องอย่างแน่นอน”กุนซือหนุ่มรีบออกตัว มู่เลี่ยงหรงไม่ใช่คนโง่จึงสามารถยุติเหตุอันขายหน้านี้ได้โดยไม่เสียหน้าเท่าใดนักยอมรับว่าเขาก็เริ่มไม่สนุกแล้ว
“ดี” มู่เลี่ยงหรงรู้ว่าวันนี้ตนประมาทเกินไปเกือบจะเสียท่าให้เ้าจิ้งจอกเงินหยามเกียรติเขาไม่มีทางทำให้ตนเองน่าสมเพชด้วยการแสดงความเกรี้ยวกราดต่อหน้าเหล่าขุนนางแน่ อย่างน้อยครานี้ก็ยังพลิกสถานการณ์กลับมาได้
“ในเมื่อตกลงกันได้แล้วข้าก็จะได้ดื่มสุราต่อเสียที” ฮ่องเต้ทรงพระสรวล ลอบยินดีในใจที่ทุกอย่างเป็ไปตามแผนพระองค์หันหันไปส่งสัญญาณให้หลิวกงกง
“ฉินอ๋องมู่เลี่ยงหรงและเยี่ยนเยว่ฉีรับราชโองการฝ่าาทรงมีพระเมตตาพระราชทานสมรส ให้เยี่ยนเยว่ฉีแต่งเข้าจวนฉินอ๋อง โดยกำหนดให้หมั้นหมายเอาไว้ก่อนเมื่อฤกษ์ดีจึงจัดงานได้ จบราชโองการ”
“ขอบพระทัยฝ่าาขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี” มู่เลี่ยงหรงกับเยี่ยนเยว่ฉีคุกเข่ารับราชโองการด้วยสีหน้าที่ต่างกัน
[1]ไท่จื่อ หมายถึง องค์รัชทายาท
[2]กินไม่ทันอิ่มก็ต้องห่อกลับ เป็สำนวนหมายถึงก่อเื่ขึ้นแล้วไม่อาจรับผิดชอบได้หมด