“ ทั้งสองฝึกเสร็จหรือยัง เช้านี้เราจะต้องไปกองทัพนะ รีบออกมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว ”
แอ็กเซลเงยหน้ามองเพดาน เสียงของแม่ที่ส่งลงมาทำให้เขาล้มเลิกการตั้งท่าการโจมตีที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกรอบ ตลอด 1 วันที่ผ่านมาเขาพยายามต่อสู้กับพ่อด้วยทักษะทั้งหมดที่มีในครอบครอง แต่ก็ยังไม่สามารถบีบให้อีกฝ่ายใช้แขนได้เลยสักครั้ง
“ ผมไม่เอาแล้ว สู้ไปก็ไม่ได้อะไร พ่อเล่นหลบอย่างเดียวเลย ”
“ อ้าว พ่อผิดเหรอ ถ้าหากพ่อลงมือแล้วลูกเจ็บแม่ก็เล่นงานพ่ออีกสิ ”
“ พ่อก็ไม่ต้องลงมือหนักก็ได้ อย่างน้อยก็ให้ผมเผาผลาญยาที่กินเข้าไปให้ได้สักหน่อยก็ยังดี ไม่ใช่หลบไปเรื่อยๆแบบนี้ อย่างน้อยถ้าพ่อสวนกลับบ้าง ทักษะร่างกายของผมก็จะได้พัฒนาไปด้วย ”
“ โอเค หลังจากกลับจากกองทัพก็แล้วกัน แต่ถ้าพ่อลงมือหนักเกินไปอย่าได้บอกแม่ล่ะ ”
“ ตกลง ผมไม่บอกแน่ ”
แอ็กเซลเก็บโซลฟอร์ดแล้วเดินกลับขึ้นไปด้านบน เมื่อมาถึงห้องเขาไม่ลืมส่องกระจกมองร่างตนเอง กล้ามเนื้อเล็กลีบราวกับคนขาดสารอาหารได้รับการปรับแต่งให้มีมัดกล้ามดูสมส่วนราวกับนายแบบ ถึงผิวจะยังคงขาวซีดเช่นเดิมปริมาณกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นกลับทำให้เขาดูแตกต่างไปจากเดิมมาก เสื้อผ้าที่สวมใส่เริ่มอึดอัด ดูท่าเขาคงต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่เข้าบ้าน
โดยร่างกายที่เปลี่ยนไปฉับพลันเกิดจากการทำความเข้าใจทักษะตระกูลของพ่อ เขาไม่แปลกใจเลยเหตุใดอีกฝ่ายจึงบึกบึน สาเหตุเป็นเพราะทักษะร่างกายระดับ 10 ที่ส่งมารุ่นสู่รุ่น ได้เข้าไปสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป ยิ่งสามารถสร้างกล้ามเนื้อได้เยอะมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถปลดปล่อยการโจมตีทางกายภาพออกมาได้มากเท่านั้น
กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขาที่เพิ่มขึ้นมากระทันหันก็เกิดจากการเข้าใจทักษะขั้นที่ 1 ที่พ่อสอน อย่างไรก็ตามทักษะอีเทอร์นอลไวทาลิตี้ระดับ 10 ก็ได้เข้ามากลืนกินก่อนจะปรับแต่งทักษะตระกูลของพ่อ ส่งผลให้มันที่เป็นเพียงขั้น 1 พัฒนาการเป็นขั้น 4 หรือก็คือเลเวล 4 ในทันที ซึ่งทักษะอีเทอร์นอลไวทาลิตี้ยังคงเป็นทักษะที่ชนะในการกลืนกิน
“ แอ็กเซล เสร็จหรือยัง เราต้องรีบแล้วนะ ”
“ ครับ ผมกำลังจะเสร็จแล้ว ”
แอ็กเซลใช้เวทมนตร์ทำความสะอาดร่างกายจากนั้นก็รีบสวมใส่เสื้อผ้าออกไปนั่งกินข้าวร่วมกับพ่อและแม่ อีกฝ่ายเห็นร่างกายแอ็กเซลที่ดูสมบูรณ์กว่าเดิมจึงฉีกยิ้มก่อนจะตักข้าวให้แอ็กเซลเยอะเป็นพิเศษเพราะทักษะตระกูลของพ่อสามารถเพิ่มกล้ามเนื้อได้ผ่านการกิน ยิ่งของที่กินมีคุณภาพกล้ามเนื้อที่สร้างขึ้นก็ยิ่งแข็งแกร่ง
“ แอ็กเซลจ๊ะ ถ้าเจ้าหน้าที่สอบถามอะไรก็ตอบไปตามตรงเลยนะ อย่าได้โกหกเชียว ”
“ มีอะไรเหรอครับแม่ ”
แอ็กเซลสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เดิมทีเขาแปลกใจไม่น้อยที่ตนเองจะต้องเดินทางไปยังกองทัพ ทั้งๆที่เมื่อไม่นานมานี้เขาพึ่งถูกเจ้าหน้าที่สอบสวนเพื่อตามหาจิตวิญญาณอาชญากรหมายเลข 9
“ จิตของอาชญากรถูกเปิดเผยแล้วจ้ะ ทางกองทัพก็เลยเรียกตัวลูกไปตรวจสอบ ”
“ หือ เปิดเผยทั้งหมดเลยเหรอครับ ”
“ เปิดเผยออกมา 8 คนจ้ะ ส่วนคนที่ 9 คาดว่าน่าจะเป็นนักศึกษาคนแรกที่หายตัวไป ทางการดาวโนวาก็เลยเรียกตัวลูกเข้าไปข้างในเพื่อตรวจสอบ”
“ ตรวจครั้งสุดท้ายหรือเปล่าครับ ”
“ ไม่จ้ะ อีก 1 เดือนต่อจากนี้ถึงจะเป็นการตรวจสอบครั้งสุดท้าย เอาล่ะ อิ่มกันแล้วใช่ไหม เริ่มเดินทางกันเถอะเดี๋ยวจะสายเอาได้ ”
แอ็กเซลช่วยแม่เก็บจานชามไปไว้ในอ่างล้างจากนั้นก็มารอรถโดยสารเพื่อไปยังกองทัพใกล้ๆ ในระหว่างนี้เองแอ็กเซลก็เริ่มเชื่อมต่อเครือข่ายเพื่อหาข่าว เพียงแต่ว่ายังไม่มีข่าวใดพูดถึงอาชญากรหมายเลข 9 แต่ละข่าวที่เขาเห็นเป็นข่าวการโจมตีสถานีเดอะเนส และการปะทะกันเล็กๆน้อยๆ
“แม่ครับ กองทัพปิดข่าวเหรอครับ ”
“ คงยังไม่ถึงเวลาประกาศ แต่หลังจากสอบสวนลูกและคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องแล้วก็น่าจะประกาศออกมา ”
แอ็กเซลเก็บโทรศัพท์พลางมองสองข้างทาง เขารู้สึกแปลกใจมากที่แม่และพ่อยังเลือกที่จะขึ้นรถสาธารณะแทนที่จะซื้อรถสักคันไว้ใช้เดินทางไกล ไม่นานพวกเขาก็มาถึงหน้าทางเข้ากองทัพ พ่อของเขาที่แต่งตัวธรรมดาๆไม่ต่างจากพ่อบ้านทั่วไปก็ได้ยื่นบัตรประจำตัวให้กับเจ้าหน้าที่หน้าประตู ไม่นานประตูใหญ่ก็เปิดอ้าออก แทนที่จะเป็นประตูเล็กๆคล้ายกับรูหนู
“ ไปกันเถอะ ”
แอ็กเซลเดินตามพ่อ โดยมีแม่เดินตามข้างๆ ในมือของแม่มีกล่องอาหารถือเอาไว้ราวกับว่าพวกเขาทั้ง 3 กำลังจะเดินทางไปปิ๊กนิกที่ใดที่หนึ่ง ทันทีที่เดินผ่านประตูเข้ามาด้านในก็มีรถคันใหญ่วิ่งเข้ามารับ ทหารที่ลงมาจากรถแสดงท่าทางเลิกลั่ก แอ็กเซลจึงพอจะรู้ได้ว่าบัตรที่พ่อส่งให้เจ้าหน้าที่หน้าทางเข้าน่าจะเป็นบัตรระบุตัวตนที่บอกเกี่ยวกับยศและหน่วยทางทหาร เมื่อทั้ง 3 ขึ้นรถไปกับทหารการเดินทางก็หยุดลงที่หน้าตึกหลังหนึ่ง แอ็กเซลยังคงคุ้นเคยกับมันดีเพราะเขาเข้าไปในตึกหลายรอบแล้ว
“ สวัสดีครับ ”
“ ไม่ต้องมากพิธี พาเข้าไปแบบคนธรรมดาก็พอ ” บรูซบอกให้นายทหารรีบทำงาน ไม่จำเป็นต้องมากพิธี
ทหารรีบนำทางเข้าไปในตึก จากนั้นก็พาทั้ง 3 ไปยังห้องรับรอง โดยหลังจากเข้าไปในห้องแอ็กเซลต้องแยกออกจากแม่เพื่อเข้าไปรอในห้องสอบสวน เขาพบว่าวันนี้คนที่ถูกสอบสวนมีมากกว่าปกติ ดูท่าคนอื่นๆที่ถูกนำตัวเข้ามาในการดูแลของกองทัพจะถูกเรียกสอบกันทั้งหมด
“ ผมต้องรอนานไหม ”
“ ไม่ครับ ครั้งนี้เราไม่จำเป็นต้องรอนาน เจ้าหน้าที่สหพันธ์ได้ส่งกำลังมาช่วยเหลือ ทำให้เราสามารถสอบสวนได้พร้อมกัน 10 คน ”
“ ผมเป็นคนที่เท่าไหร่ ”
“ คนที่ 11 ครับ โปรดเตรียมตัวให้พร้อมหลังจากนี้อีก 30 นาทีจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาครับ ”
แอ็กเซลพยักหน้าให้กับเจ้าหน้าที่ ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับสิทธิพิเศษจากการแสดงตัวของพ่อ ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาในห้อง อีกฝ่ายไม่ใช่ชุดเดิมที่เคยรมยาเขาจนสลบ ถึงอย่างนั้นเจ้าหน้าที่ชุดนี้กลับทำเช่นเดิม เมื่อเขาขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้แอ็กเซลก็สูดยาผ่านหมวกที่สวมใส่
---------------------------------------------------------------
“ เออ ” เจ้าหน้าที่เดินเข้ามาในห้องพ่อและแม่ของแอ็กเซล อีกฝ่ายรู้สึกกระอักกระอ่วนไม่น้อยเพราะถูกขอร้องไม่ให้เอ่ยถึงยศทางทหาร
“ ผม ผมมีเรื่องจะแจ้งผู้ปกครองของแอ็กเซลให้ทราบครับ ทางเราจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาจากครั้งก่อน ”
“ มีอะไรหรือเปล่าคะ ”
“ ยาที่ใช้ในปริมาณเท่าเดิมไม่ได้ผลครับ เราต้องเพิ่มปริมาณยาขึ้นอีก 10 % ”
“ อย่าให้เป็นอันตรายพอ ” เมลด้าอนุญาตให้เจ้าหน้าที่เพิ่มปริมาณยา ขณะที่เธอกำลังนั่งอ่านนิยายฆ่าเวลาก็พบว่าเจ้าหน้าที่กลับเข้ามาในอีก 5 นาทีให้หลัง
“ เราต้องการเพิ่มปริมาณยาอีก 10 % ครับ ”
“ ยังไม่เพิ่มเหรอคะ ”
“ เราได้ทำการเพิ่มแล้วครับ แต่ยังไม่ได้ผล ”
“ อย่าให้อันตราย ”
เจ้าหน้าที่เดินออกจากห้อง เมลด้าจึงปิดนิยายที่กำลังอ่านพลางลูบคางตนเองเบาๆ ดูเหมือนว่าร่างกายของลูกชายที่ฝึกทักษะร่างกายเข้าไปใหม่จะปรับตัวเรื่อยๆ เธอยังไม่ได้สอบถามอีกฝ่ายว่าฝึกทักษะร่างกายใดบ้าง แต่ที่เธอพอจะคาดการณ์ได้ก็คือมันจะต้องมีทักษะที่ใช้ในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อพิษผสมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน
“ ทางเราอยากจะขอเพิ่มปริมาณยาเป็น 20 % ครับ ”
“ ยังไม่ได้ผลเหรอคะ ”
“ ครับ หากครั้งนี้ไม่ได้ผล ทางเราจะต้องเปลี่ยนรูปแบบการสอบสวนใหม่ ถ้าอย่างไรเราจะมาแจ้งให้ทราบนะครับ ”
“ ค่ะ อย่าให้เกิดอันตรายก็พอ ”
เมลด้านั่งรอรายงานจากเจ้าหน้าที่ ในระหว่างนี้เธอก็ปล่อยให้สามีดูถ่ายทอดสดจากห้องสอบสวน ดูเหมือนว่ายาจะใช้ได้ผลแล้ว เจ้าหน้าที่จึงไม่ได้กลับมารายงาน
“ มีอะไรแปลกไปไหมคะ ”
“ ยังเลย เขายังคงพูดคล้ายๆเดิม ”
“ อย่าให้เจ้าหน้าที่สอบถามเกินกว่านั้นนะคะ ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาใหม่ ”
“ ผมเข้าใจแล้ว ”
นับว่าเป็นเรื่องโชคดีที่เจ้าหน้าที่โฟกัสไปเพียงเรื่องของอาชญากรหมายเลข 9 รอยสักสีดำกลางหน้าอกจึงยังไม่ถูกเปิดเผยออกไป จนกระทั่งเจ้าหน้าที่บันทึกการสอบถามทั้งหมด พวกเขาจึงเดินออกจากห้องแล้วส่งคนมาแจ้งผู้ปกครอง เหลือเพียงแค่รอให้แอ็กเซลฟื้นจากฤทธิ์ของยาเพียงเท่านั้น
“ คุณคะ สามารถดูได้ไหมว่ามีคนอื่นผิดปกติหรือเปล่า ”
“ ผมดูได้คนเดียว คุณดูไม่ได้เพราะมันผิดกฎ ”
“ แต่พวกเขาไม่ได้ห้ามให้คุณบอกฉันใช่ไหมคะ งั้นบอกฉันได้ไหมว่ามีใครผิดปกติหรือเปล่า ”
“ ยังไม่มีใครผิดปกติ ลูกของเราก็เช่นกัน เอาล่ะไปรับเขากันเถอะ หลังจากนี้ผมจะติดต่อกองทัพอีกทีเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ ”
เมลด้าเก็บของแล้วพาสามีเดินไปรับลูกชายที่กำลังฟื้นตัวจากยา แม้เจ้าหน้าที่จะบอกว่าต้องรอ 30 นาทีในการฟื้นคืนสติ ลูกชายของเธอกลับใช้เวลา 5 นาทีเท่านั้นก็สามารถลุกขึ้นนั่งบนเตียงได้แล้ว
“ เป็นยังไงบ้างจ๊ะ วิงเวียนหรือเปล่า ”
“ ผมฟื้นตัวแล้วครับ ”
“ งั้นเรากลับบ้านกันเถอะจ้ะ อีก 1 เดือนค่อยกลับมาใหม่ ”
“ ว่าแต่ผมสามารถออกไปล่าได้หรือเปล่า ”
“ ไม่จ้ะ ทางสหพันธ์มีคำสั่งให้กักตัวผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา 1 เดือน อดใจสักนิดแล้วค่อยออกล่าก็แล้วกันนะจ๊ะ ”
“ ครับ ”
แอ็กเซลนั่งรถกลับบ้านไปพร้อมกับพ่อและแม่ เพียงแต่รถที่นั่งในครั้งนี้เป็นของกองทัพ ไม่ใช่รถสาธารณะอีกต่อไป กระทั่งพวกเขามาถึงบ้านแอ็กเซลก็ได้ชวนพ่อเข้าไปในห้องฝึกซ้อมเพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์ให้กับทักษะ โอกาสที่จะฝึกกับแชมเปี้ยนระดับสูงโดยที่เขาไม่เสียชีวิตหาได้ยากมากจึงคิดจะทุ่มสุดตัวจนกว่ายาที่มีเก็บเอาไว้จะใช้ออกมาจนหมด
---------------------------------------------------------------
เล็บมือสีดำยาวค่อยๆถูกฟันแทะทีละน้อย ข่าวจากดาวโนวาที่กระจายไปทั่วได้สร้างความรู้สึกหลายอย่างให้อาชญากรหมายเลข 7
การพยายามหลบหนีของนักศึกษาจำนวน 8 คนถูกคาดการณ์ว่าเป็นจิตของอาชญากรหมายเลข 9 ทั้งหมด ซึ่งทุกคนที่พยายามหนีล้วนแล้วฆ่าตัวตายกันทั้งสิ้น
นับว่าเป็นเรื่องดีที่จิตวิญญาณอาชญากรหมายเลข 9 ฆ่าตัวตายจากไปแล้ว เพียงแต่มันกลับรู้สึกวิตกเพราะยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าจิตดวงที่ 9 เป็นใคร
ในการสรุปจากสหพันธ์ที่แถลงการณ์ออกมาเมื่อครู่ จิตดวงที่ 9 คือชายที่มันล่อไปยังซากโบราณผลึกแก้วมรณะแล้วสังหารไป หากจิตวิญญาณของอาชญากรหมายเลข 9 อยู่กับชายคนนี้ การตายที่เกิดขึ้นจะนับว่าเป็นการสังหารอาชญากรหมายเลข 9 ได้ทั้งหมด
แต่ถ้าหากว่าอาชญากรหมายเลข 9 ไม่ได้มีจิตผูกติดกับคนที่มันฆ่า หมายความว่าตอนนี้อาชญากรหมายเลข 9 กำลังหลุดออกจากปัญหาทุกๆอย่าง ต่อให้มันจะพยายามหาเรื่องบีบบังคับให้กองทัพฆ่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรหมายเลข 9 อีกครั้ง มันก็ไม่สามารถทำได้เพราะภารกิจนี้กำลังจะจบลงแล้ว เนื่องจากกองทัพดาวโนวาสรุปเกี่ยวกับจิตวิญญาณทั้ง 9 ดวงครบถ้วน
เมื่อรู้ว่าตนเองฆ่าใครไม่ได้อีกแล้ว จึงโกหกตนเองให้สบายใจสักระยะหนึ่งว่าอาชญากรหมายเลข 9 ตาย ถึงอย่างนั้นมันก็พยายามเตรียมตัวรับมือกับจิตวิญญาณของอาชญากรหมายเลข 9 ที่อาจจะซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง ต่อให้มันจะบีบบังคับให้สหพันธ์ฆ่าทุกคนที่เกี่ยวข้องไม่ได้ มันยังสามารถให้คนลงมือฆ่าได้เช่นเดิม ตราบใดที่ผู้เกี่ยวข้องไม่ตายทั้งหมด มันก็ยังไม่แน่ใจว่าตนเองจะปลอดภัย.