จารึกที่ 83 : เงามรณะในคืนเดือนดับ : การทวงหนี้ที่ไม่มีใบเสร็จ
ราตรีกาลอันมืดมิด ไร้แสงจันทร์ส่องสว่าง
ลมหนาวพัดกรรโชกแรง หวีดหวิวผ่านซอกหินราวกับเสียงภูตพรายกรีดร้อง คืนนี้เป็นคืนเดือนดับ เหมาะแก่การทำเรื่องสกปรกและลบล้างร่องรอย
บนเส้นทางเปลี่ยวที่ทอดลงจากหอศัสตรา ชายสองคนกำลังเดินโซซัดโซเซ กอดคอกันด้วยความเมามาย
"ฮ่าฮ่าฮ่า! วันนี้ข้ามีความสุขจริงๆ ศิษย์พี่กัว!" จางหู หัวเราะลิ้นไก่สั้น หน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา "ได้ตบหน้าไอ้ขอทานอาเจีย ได้เงินมันมากินเหล้า สะใจโว้ย!"
"หึหึ... ไอ้เด็กนั่นมันขี้ขลาดตาขาว" กัวเฟิง แสยะยิ้ม เหยียดหยาม "แค่ข้าตบโต๊ะทีเดียว มันก็รีบควักเงินออกมาจนหมดตัว... คนแบบนี้ไม่มีทางเจริญหรอก เป็นได้แค่เบี้ยล่างให้เราเหยียบย่ำ"
"จริงด้วยพี่! พรุ่งนี้เราไปไถมันอีกดีไหม? ข้าว่ามันน่าจะยังซ่อนเงินไว้อีก!"
"ความคิดดี..."
ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนชั่วร้าย... พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่า "มัจจุราช" ได้มายืนรอรับพวกเขาอยู่ที่ทางโค้งข้างหน้านานแล้ว
ในเงามืดของพุ่มไม้ข้างทาง ดวงตาคู่หนึ่งที่เย็นชาไร้ความรู้สึกกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่ ไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ แต่เป็นดวงตาของ 'นักล่า' ที่มองเหยื่อ
อาเจียยืนนิ่งสนิท ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบไม่มี ร่างกายของเขาถูกปกคลุมด้วย 'อักขระหลิง : ไร้ตัวตน' (ที่ตอนนี้เขาใช้ได้นานขึ้นเพราะกายาเหล็กไหลช่วยรับภาระ)
ข้างกายเขา คือ เจ้าสัว ในร่างหุ่นเชิดหยกทมิฬ ที่ยืนนิ่งเป็นก้อนหินอยู่
"มันมาแล้ว..." อาเจียกระซิบเสียงเรียบ "กัวเฟิง... ลมปราณขั้น 9... จางหู... ลมปราณขั้น 7..."
"จะลงมือเลยรึ?" มู่เฉินถาม "กัวเฟิงไม่ใช่หมูในอวยนะ ถ้าเจ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว เจ้าตาย"
"ข้าไม่คิดจะสู้ตรงๆ อยู่แล้ว..." อาเจียแสยะยิ้มมุมปาก มือกระชับวัตถุบางอย่างแน่น "การลงทุนมีความเสี่ยง... แต่ถ้ากำจัด 'ความเสี่ยง' ได้ก่อนเริ่มลงทุน ผลตอบแทนก็คือ 100%"
เมื่อกัวเฟิงและจางหูเดินมาถึงจุดที่อาเจียคำนวณไว้... จุดที่เป็นทางแคบและมีเหวลึกอยู่ด้านข้าง
ฟุ่บ!
อาเจียไม่ได้กระโจนออกไป แต่เขาดีดนิ้วเบาๆ
อักขระ : กับดักรากไม้ (ผสานธาตุไม้ + ความมืด)
เถาวัลย์หนามสีดำที่ซ่อนอยู่ใต้ดินพุ่งขึ้นมารัดข้อเท้าของจางหูอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว
"เฮ้ย! อะไรวะเนี่ย!" จางหูร้องลั่น เสียหลักล้มหน้าฟาดพื้นดัง พลั่ก!
"ศิษย์น้องจาง!" กัวเฟิงหันขวับ สัญชาตญาณยอดยุทธ์ตื่นตัวทันที เขาชักกระบี่ที่เอวออกมา "ใคร! ออกมานะ!"
แต่สิ่งที่ตอบรับเขา คือความเงียบ และ...
วูบ!
เงาดำทะมึนขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากความมืดด้านหลังกัวเฟิง ไม่ใช่เถาวัลย์ แต่เป็น 'หมัดหิน' ที่หนักหน่วงและรวดเร็วปานสายฟ้า!
เจ้าสัว (ที่ซ่อนตัวอยู่) ซัดหมัดตรงเข้าใส่กลางหลังกัวเฟิงเต็มแรง!
ตูม!
"อ๊ากกกก!"
เสียงกระดูกซี่โครงหักดังลั่น กัวเฟิงกระอักเลือดคำโต ร่างปลิวไปกระแทกต้นไม้ใหญ่จนหักโค่น แม้จะมีลมปราณขั้น 9 คุ้มกาย แต่การถูกโจมตีทีเผลอด้วยแรงระดับหุ่นเชิดหยกทมิฬ ก็ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสทันที
"บังอาจ!" กัวเฟิงกัดฟันลุกขึ้นโซซัดโซเซ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ "ไอ้เศษสวะหน้าไหนมันกล้าลอบกัดข้า!"
เขาเงยหน้ามองศัตรู... แต่ภาพที่เห็นทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง
ร่างในชุดดำสวมหน้ากากผ้าเดินออกมาจากเงามืด ชายผู้นั้นไม่ได้ถืออาวุธ แต่ในมือถือ 'หัวไชเท้าสีดำ' (ที่เหลือครึ่งหัว) และกัดกินมันอย่างใจเย็น
"อร่อย..." ชายชุดดำเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วกลืนลงคอ "เนื้อย่างที่ซื้อด้วยเงินข้า... อร่อยไหมศิษย์พี่กัว?"
"เจ้า... อาเจีย!?" กัวเฟิงจำน้ำเสียงกวนประสาทนั้นได้ "เป็นเจ้าจริงๆ! เจ้ากล้าทำร้ายคนของหอคุมกฎ! เจ้าอยากตายรึ!"
"ตาย?" อาเจียเลิกคิ้ว "ใครบอกว่าข้าจะตาย? ...คนที่จะตายคือพวกท่านต่างหาก"
บรรยากาศรอบตัวอาเจียเปลี่ยนไปฉับพลัน ความขี้เล่นหายไป เหลือเพียง 'รังสีอำมหิต' ที่เย็นยะเยือก
"จางหู... กัวเฟิง..." อาเจียเอ่ยชื่อช้าๆ "พวกท่านทำผิดกฎเหล็กของข้า 2 ข้อ... ข้อแรก ขโมยเงินข้า... ข้อสอง ข่มขู่จะเอาชีวิตข้า (และเจ้าสัว)"
"ในเมื่อพวกท่านเปิดฉากสงคราม... ข้าก็ต้องจบมัน เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินและชีวิตของข้าเอง"
"ฆ่ามันเจ้าสัว!"
สิ้นเสียงคำสั่ง เจ้าสัวพุ่งเข้าใส่กัวเฟิงอีกครั้งด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม
"อย่าดูถูกข้า!" กัวเฟิงคำราม ระเบิดพลังลมปราณขั้น 9 เฮือกสุดท้ายออกมา กระบี่ในมือเปล่งแสงสีแดงฉาน "ข้าจะสับเจ้าให้เละ!"
เขาฟันกระบี่ใส่เจ้าสัวเต็มแรง!
เคร้ง!
กระบี่ปะทะแขนหยกทมิฬ ประกายไฟแลบแปลบปลาบ แต่คราวนี้เจ้าสัวไม่ได้ยืนรับเฉยๆ มันบิดข้อมือคว้าจับใบกระบี่ไว้แน่น แล้วบีบ!
แกร๊ก!
กระบี่ระดับมนุษย์ร้าวรานคาเมือหุ่น!
กัวเฟิงหน้าซีดเผือด "บ้าน่า... แรงบีบขนาดนี้..."
ในจังหวะที่กัวเฟิงตกตะลึง อาเจียที่แอบย่องมาด้านข้าง ก็พุ่งเข้ามาประชิดตัว ในมือของเขามี 'มีดสั้น' (ที่สร้างจากเศษเหล็กไหล) ถืออยู่
เขาไม่ได้แทงมั่วซั่ว แต่เขาเล็งไปที่จุดตาย... 'เส้นชีพจรคอหอย'
ฉึก!
ไม่มีความลังเล ไม่มีความปรานี มีดปักเข้าที่คอของกัวเฟิงอย่างแม่นยำ เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด
กัวเฟิงตาเหลือก พยายามเอามือกุมคอ แต่เสียงที่เปล่งออกมามีเพียงเสียงลม ฟู่... ฟู่... ร่างของเขาทรุดลงกับพื้น ชักกระตุกสองสามทีแล้วแน่นิ่งไป
จางหูที่เพิ่งแกะเถาวัลย์หลุด เห็นภาพนั้นก็ฉี่ราดกางเกงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"ยะ... อย่า... อย่าฆ่าข้า! อาเจีย! ข้าผิดไปแล้ว! ข้าจะคืนเงินให้! คืนให้สิบเท่าเลย!" จางหูตะเกียกตะกายถอยหนี
อาเจียเดินเข้าไปหาจางหูช้าๆ เขาเช็ดเลือดที่กระเด็นติดแก้มออก แล้วหยิบถุงเงินของตัวเองคืนมาจากศพกัวเฟิง
"สิบเท่า?" อาเจียส่ายหน้า "สายไปแล้วจางหู... ถ้าข้าปล่อยเจ้าไป เจ้าก็จะกลับมาพร้อมคนมากกว่าเดิม... ข้าไม่ชอบความเสี่ยง"
"และที่สำคัญ..." อาเจียก้มลงมองจางหูด้วยสายตาว่างเปล่า "เจ้าเห็นหน้าข้าแล้ว... คนตายเท่านั้นที่รักษาความลับได้ดีที่สุด"
"ม่ายยยยยยย!"
เสียงร้องโหยหวนของจางหูเงียบหายไปในพริบตา เมื่อกำปั้นหินของเจ้าสัวทุบลงมาปิดฉาก
...
ความเงียบกลับคืนสู่ป่าอีกครั้ง
อาเจียยืนมองศพทั้งสองด้วยสีหน้าเรียบเฉย (แม้ในใจจะเต้นแรงเพราะนี่คือการฆ่าคนครั้งแรกๆ) เขาไม่รู้สึกผิด แต่รู้สึก 'โล่งใจ' เหมือนเพิ่งกำจัดขยะรกบ้าน
"จัดการศพเจ้าสัว... โยนลงเหว แล้วใช้อักขระระเบิดทำลายร่องรอยให้เหมือนอุบัติเหตุจากการเมาแล้วตกเขา"
อาเจียเก็บถุงเงินคืน และริบเอาถุงมิติของทั้งสองคนมาด้วย (ค่าเสียเวลาและค่ากำจัดศพ)
"ถือซะว่านี่เป็นบทเรียนราคาแพงในนรกนะศิษย์พี่..." อาเจียพึมพำขณะเดินหันหลังกลับสู่ความมืด
"ในโลกนี้... อย่าคิดจะไถเงินจากคนจนที่ไม่มีอะไรจะเสีย... เพราะบางที สิ่งที่เขาจะจ่ายให้ท่าน อาจไม่ใช่เงิน... แต่เป็นความตาย"