ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ

    ตอนที่ 37

    ที่หน้ากำแพงชามิวลอส นี่ผ่านมา 3 วันแล้วนับตั้งแต่ที่ 'สเกได'  1 แสนตัวบุกมา อาโนอิทอสเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ระบผลของเทพรังสรรค์และเป็นคนเดียวที่สู้ต่อต้านพวก 'สเกได' ไม่ให้เข้ามาโจมตีเมือง 

    ชาวเมืองไม่สามารถทำอะไรได้เพราะถูกทำลายประสาทรับรู้ทั้ง 5 ไป คนพวกนั้นมองไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงอาโนอิทอส ชีวิตของคนพวกนี้ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นว่าพวก 'สเกได' จะทำลายประตูเข้ามาได้ตอนไหน 

    อาโนอิทอสต่อสู้สุดกำลังไม่ยอมให้เกิดเรื่องนั้นขึ้น 

    อาโนอิทอสควบคุมรถถังและเครื่องยิงจรวดชนิดหลายลำกล้องออกมากันหน้าประตูเมืองไว้ จากนั้นก็ควบคุมพวกมันโจมตีต่อต้านข้าศึก 

    หนึ่งในอีกความสามารถพิเศษของเอกซ์โซชอส นอกจากชุบชีวิตแล้วก็ยังมีความสามารถในการควบคุมสิ่งของจากระยะไกล เป็นความสามารถที่เกิดจากการวิวัฒนาการสมองจนสมบูรณ์แล้ว 

    มิสไซล์ 64 ลูกและลูกกระสุนเจาะเกราะพลังงานจลน์เข้าปะทะกับกลุ่ม 'สเกได' 1 แสน

    เมื่อแซ็บบ๊อตและระเบิดแรงสูงหัวบด ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง 64 ลูกตกลงไปกลางวงข้าศึก เหล่า 'สเกได' กว่า 300-400 ตัวก็ร่างแตกกระจายเป็นชิ้นๆ เปลวเพลิงจากระเบิดเป็นสิ่งที่ฆ่าพวกมันในเวลาต่อมา 

    การฆ่า 'สเกได' 400 ตัวได้ด้วยตัวคนเดียวนับเป็นผลงานใหญ่สำหรับมนุษยชาติ แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนเพียงแค่นั้นในตอนนี้มันไม่ได้เปลี่ยนสถานการณ์ให้ดีขึ้นแต่อย่างใด

    อาโนอิทอสไม่มีเวลาพัก รีบใช้พลังควบคุมอาวุธให้โจมตีไปเรื่อยๆ ใบหน้าเขาซีดอย่างย่ำแย่

    "มันกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง!" อาโนอิทอสได้แต่ร้องในใจ เขาไม่รู้ว่าพวกใต้พิภพบุกมาชามิวลอสรวดเร็วขนาดนี้ได้ยังไง พลังเทเรพอร์ตของพวกมันควรจะใช้ได้แค่เวลาที่กลับฐาน แต่ไม่สามารถใช้วาร์ปมาเมืองข้าศึกได้แท้ๆ

    ความเป็นไปได้เดียวก็คือหัวหน้าพวกมันส่งพวกมันออกจากฐานมาหลายวันก่อนแล้วทำให้อาโนอิทอสไม่ได้ตั้งตัว

    นี่เป็นสิ่งที่อาโนอิทอสกังวลมาตลอด เพราะเขาไม่รู้ว่าพลังของ 'อาทานาทอส' มีอะไรบ้างเขาจึงได้อยากรีบจบสงครามนี้ตอนที่เขาได้หัวรบนิวเคลียร์ เขาไม่เคยคาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเล่นโจมตีแบบเสี่ยงดวงแบบนี้ ไม่สิ นี่ไม่ใช่การเล่นแบบเสี่ยงดวง แต่พวกมันคำนวนความปลอดภัยไว้แล้วมากกว่า จากการที่พ็อกเก็ตมิติทำงานผิดปกติในช่วง 7 วันนี้ทำให้หัวรบนิวเคลียร์เขาไม่พร้อม ต่อให้พวกมันเอา 'สเกได' ออกจากฐานแล้วปล่อยให้คนคุ้มกันตัวเองหายไป อาโนอิทอสก็ไม่มีอะไรจะโจมตีสวนได้อยู่ดี อาโนอิทอสไม่สามารถใช้วิธีแบบคราวก่อนที่บังคับให้พวก 'สเกได' กลับไปได้เพราะเขาไม่มีคนคอยช่วยไปวางระเบิดที่ภูเขาไฟ อีกอย่างเขาไม่สามารถควบคุมระเบิดระยะไกลให้ไปตกลงกลางภูเขาไฟกระตุ้นลาวาออกมาได้ เมื่อไม่มีลาวาเขาก็มีแค่ขีปนาวุธ แต่อาโนอิทอสไม่คิดว่าขีปนาวุธจะสามารถสังหารสิ่งมีชีวิตขนาด 17,000 เมตรได้ สิ่งเดียวที่จะฆ่ามันได้มีแค่นิวเคลียร์ 

    ในช่วงเวลา 7 วันที่ 'สเกได' บุก พวกมันรู้ว่าเขาไม่มีอาวุธจะโจมตีรังพวกมันได้พวกมันจึงกล้าบุกมา แสดงว่าในเมืองของเขาจะต้องมีใครสักคนที่เป็นไส้ศึกปล่อยข้อมูลพวกนั้นให้พวกใต้พิภพไป 

    เชื้อพระวงศ์คนเดียวที่เหลือรอดและหายตัวไปตอนนี้ก็คืออิชการ์! 

    อาโนอิทอสกัดฟันแล้วควบคุมกองทัพรถถังเบาและเครื่องยิงจรวดภาคพื้นดินเข้าโจมตี 'สเกได' อีกครั้ง 

    แต่ตอนนี้เอง เหล่า 'สเกได' ยกมือขึ้นมาแล้วร่ายเวทย์บางอย่างจากระยะไกล รถถังและเครื่องยิงจรวดราวกับค่อยๆถูกเครื่องบดบีบขยี้ ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีรถถัง 15 คันและเครื่องยิงจรวด 7 คันโดนบดจนระเบิด 

    อาโนอิทอสสะบัดมือ ทันใดนั้นปืนใหญ่อัตตาจรขนาด 155 มม. 200 กระบอกยิงกระสุนระเบิดแรงสูงข้ามกำแพงชามิวลอส 30 เมตร พุ่งไปทำลายกองทัพ 'สเกได' 1 แสน ร่าง 'สเกได' 1000-2000 ตัวแตกกระจายแล้วถูกเผาใหม้ด้วยไฟจากกองระเบิด 

    "มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง!" อาโนอิทอสไม่อยากยอมรับความจริงที่ตัวเองถูกพวกใต้พิภพบีบให้ปล่อยประชาชนตัวเองให้ตายใต้น้ำมือ 'สเกได' 1 แสนตัว เขากัดฟันด้วยความเจ็บใจ 

    อาโนอิทอสทุ่มอาวุธหมดหน้าตัก เรียกยานบินและปืนใหญ่ อาวุธภาคพื้นดินทั้งหมดออกมา วินาทีต่อมา ปืนครก 81 มม. ปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยานติดตั้งปืนกลขนาด .50  รอบคัน 4 กระบอก ปล่อยกระสุนทำลายล้างจู่โจมศัตรู 

    เบิ้ม เบิ้ม เบิ้ม! 

    ถัดมายานบินรบและยานขับไล่ 500 ลำ อีกทั้งเฮลิคอปเตอร์โจมตีเบาทะยานขึ้นเหนือฝูง ' สเกได' 1 แสน  จากนั้นอาโนอิทอสตวัดมือลงและขีปนาวุธอากาศสู่พื้นและระเบิดนำร่องแบบเลเซอร์ก็ถูกปล่อยจากยานบิน 500 ลำพุ่งลงพวก'สเกได' 

    ด้วยจำนวนทำลายล้างขนาดนี้หากเป็นมนุษย์คงจะตายไปแล้ว 

    แต่ว่าพวก 'สเกได' ไม่ใช่มนุษย์ เมื่อระเบิดขนาดนั้นถูกโจมตีมา พวก 'สเกได' 1 แสนก็ยกมือขึ้นแล้วกางบาเรียป้องกันขีปนาวุธทำลายล้างและระเบิดชนิดสุญญากาศเทียบเท่า TNT 1000 ลูกที่ควรจะทำลายล้างสิ่งมีชีวิตทั้งมวลได้แต่เมื่อปะทะกับบาเรีย 1 แสนของ 'สเกได' มันก็ทำได้แค่สะกิดผิวบางส่วนเท่านั้น มีแค่บาเรียบางจุดที่อ่อนและระเบิดก็ตกลงใส่พวก 'สเกได' พวกนั้น แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ผลกระทบหรือบาดเจ็บอะไร ขีปนาวุธพวกนี้เป็นขีปนาวุธธรรมดา ถ้าไม่ใช่พลังทำลายล้างระดับหัวรบนิวเคลียร์แบบคราวก่อนก็ทำลายบาเรียของ 'สเกได' ไม่ได้ 

    ใบหน้าของอาโนอิทอสซีดเผือด 

    หลังจากพลังทั้งหมดของอาโนอิทอสถูกปล่อยออกไปแล้วทำอะไรพวกมันไม่ได้ พวกมันก็เดินหน้าเต็มกำลังบุกมาถึงหน้าประตูเมือง ใช้เวลาเพียงแค่ไม่ถึงนาทีประตูเมืองก็พัง ด้านในมีประชาชนมากมายที่ขยับไม่ได้เพราะสูญเสียประสาทรับรู้ทั้ง 5 ไปอยู่ 

    ดวงตาของ 'สเกได' 1 แสนฉายแววแดงเดือดด้วยความกระหาย สุดท้ายเมื่ออาโนอิทอสต้านอะไรไม่ได้อีก เหล่า 'สเกได' 1 แสนก็ระดมเข้ามาในเมืองและเข่นฆ่าชาวเมืองอย่างเลือดเย็น 

     

    ******


    ที่ฐานควบคุมระเบิดระยะไกล

    อาโนอิทอสเดินทางมาที่นี่ด้วยสีหน้าที่สิ้นหวัง นึกถึงภาพที่ประชาชนของตนเองตายแล้วทำให้หัวใจเขารู้สึกเจ็บปวดเขากัดฟัน เขารู้สึกเสียใจที่ปล่อยให้คนเหล่านี้ต้องตายทั้งๆที่ตัวเองสัญญาไว้ตอนนั้นแล้วว่าจะปกป้องทุกคนอย่างดีที่สุด ตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาทำได้กลับมีแต่ต้องสู้ถ่วงเวลาแล้วรอให้พ็อกเก็ตมิติเรียกหัวรบนิวเคลียร์เสร็จ จากนั้นเขาก็จึงจะสามารถใช้มันยิงฐานศัตรูได้

    ตอนที่อาโนอิทอสว่าจะเรียกอากาศยานรบและอาวุธสงครามภาคพื้นดินมาตั้งกลุ่มป้องกันรอบฐานนิวเคลียร์นี้ อาโนอิทอสก็สังเกตุเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งด้านในห้องปล่อยนิวเคลียร์ 

    "เจ้า!" อาโนอิทอสตกใจ 

    ชายหนุ่มคนนั้นหันมองแล้วมองอาโนอิทอสด้วยรอยยิ้ม "ว่าไง น้องชาย" อิชการ์แสยะยิ้มเย็นชา 

    "เจ้า...เจ้าเข้าไปทำอะไรในห้องควบคุม?" อาโนอิทอสมีใบหน้าที่ตกใจเมื่อมองไปที่ห้องควบคุมแล้วเห็นทุกอย่างถูกทำลายจนหมด แถมตัวนำวิถีบนมิสไซล์ที่จะใช้ใส่หัวรบนิวเคลียร์ก็ถูกดึงออกมาทำลาย ต่อให้มีหัวรบนิวเคลียร์ตอนนี้เขาก็ใช้มันไม่ได้แล้ว! 

    อิชการ์ยิ้ม "ข้ากังวลว่าเจ้าอาจจะคิดใช้ระเบิดระยะไกลเล่นงานนายท่านแบบคราวที่แล้วอีก ดังนั้นข้าจึงหาทางมาจัดการกับมัน "

    "เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ!? เผ่าใต้พิภพฆ่าล้างมนุษย์ ทำไมจึงได้ร่วมมือกับพวกมัน!" อาโนอิทอสตะโกน

    "ข้าไม่สนหรอกว่าใครจะทำอะไรมนุษย์ ขอแค่ข้าปลอดภัย จะมีคนตายเท่าไหร่ข้าก็ไม่สน ชีวิตของคนอื่นมันก็มีแค่เม็ดฝน มันล่วงลงมาแล้วก็จากไป แต่สิ่งที่จะอยู่กับเราไปตลอดก็คือตัวเราเอง ดังนั้นทำไมเราจะไม่ควรห่วงชีวิตตัวเองก่อน?" 

    อาโนอิทอสเผยใบหน้าที่สิ้นหวัง ไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนเสียสติที่ยอมทิ้งชีวิตนับล้านของเผ่าตนเองทั้งๆที่มีความหวังจะชนะ เจ้านี่มันโง่ไปแล้ว

    "เจ้าอาจจะกำลังคิดว่าข้าโง่ แต่ลองดูสถานการณ์รอบๆให้ดี นี่มันเละเทะไปหมดแล้ว เจ้าและพวกใต้พิภพ สำหรับเจ้าอาจจะมีโอกาสบ้างที่จะชนะกัน แต่โอกาสมันก็ไม่ได้เลื่อมล้ำกันขนาดนั้น ข้าจะทำใจเลือกเสี่ยงฝ่ายเจ้าได้อย่างไรในเมื่อเจ้าไม่ได้เก่งกว่าพวกใต้พิภพขนาดนั้น สิ่งที่ข้าทำคือสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของสิ่งมีชีวิต ข้าแค่เลือกฝ่ายที่มีเปอเซ็นต์จะชนะมากกว่าก็เท่านั้น" 

    อาโนอิทอสมองอิชการ์ด้วยใบหน้าที่สิ้นหวัง

    ตอนนี้เองเหล่า 'สเกได' 1 แสน หลังฆ่าประชากรส่วนใหญ่ในเมืองจนหมด พวกมันก็เดินมาล้อมรอบอาโนอิทอส เหนือใต้ ออก ตก ถูกล้อมโดย 'สเกได' ไม่มีที่ให้อาโนอิทอสหนี

    อิชการ์บอก "เจ้าสู้ได้ดี แต่ว่ายังไม่ดีพอ ถ้าหากเจ้าห่วงมนุษย์น้อยกว่านี้แล้วเลือกใช้อาวุธที่รุนแรงขึ้นจากศตวรรษอื่นบ้าง ข้าก็คงจะเลือกเข้าฝ่ายเจ้า แต่เจ้ากังวลว่าความเสียหายของอาวุธพวกนั้นจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์มากเกินไป ดังนั้นข้าจึงคิดว่าเจ้าไม่มีทางชนะ 'อาทานาทอส' ได้ เจ้านั่นน่ะโหดเหี้ยม แต่เจ้าเปราะบางเกินไป ข้าเห็นความอ่อนแอของเจ้าครั้งแรกและรู้ว่านั่นจะเป็นสิ่งที่นำความพ่ายแพ้มาสู่เจ้า ตั้งแต่ที่เราเจอกันวันนั้นในคฤหาสน์เจ้าที่เซสตอส ที่เจ้าบอกว่าอยากจะปกป้องชีวิตของประชาชน ข้าก็ได้รู้แล้วว่าเจ้าไม่มีทางชนะพวกใต้พิภพได้" 

    "การจะปกป้องชีวิตมนุษย์มันทำให้อ่อนแอตรงไหน!" อาโนอิทอสตะโกน

    "ทำให้อ่อนแอแน่นอน ทำให้อ่อนแอมากด้วย เพราะความใจดีของเจ้าต่อประชาชนทำให้เจ้าไว้ใจพวกมันมากเกินไปและสร้างจุดอ่อนให้กับเจ้า" 

    อาโนอิทอสอึ้ง "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"

    อิชการ์บอก "คิดว่าข้าทำแผนของพวกนี้สำเร็จได้อย่างไร? คิดว่าข้าที่เป็นคนนอกจะรู้ที่ซ่อนอาวุธร้ายแรงของเอกซ์โซชอสว่าเก็บไว้ตรงไหนได้อย่างไร? เด็กสาวข้ารับใช้คนนั้น พาเน่ เจ้าไว้ใจนางมากเกินไป นางใสซื่อบริสุทธิ์และหลอกง่าย แต่เจ้าดันเอาข้อมูลสำคัญขนาดนั้นไปบอกให้นางเพราะนางไว้ใจได้ เพียงแค่ข้าหลอกถามบางอย่างเกี่ยวกับอาวุธทันสมัยพวกนั้นนางก็เผลอปริปากออกมาทันทีโดยไม่รู้เลยว่ามันจะมีจุดจบยังไง"

    "เจ้า...หมายความว่าอย่างไร?" 

    อิชการ์ยิ้ม "แผนการของเผ่าใต้พิภพก็คือถ่วงเวลาไม่ให้เจ้าใช้ระเบิดระยะไกลโจมตีฐานของพวกมันก่อน 'อาทานาทอส' จะตื่นสมบูรณ์ เพราะเมื่อมันตื่นสมบูรณ์มันจะสามารถควบคุมชีวิตมนุษย์ได้ ภารกิจของข้าก็คือการทำลายพ็อกเก็ตมิติของเจ้าเพื่อทำให้เจ้าเรียกลูกระเบิดระยะไกลออกมาไม่ได้หรือไม่ก็เรียกออกมาไม่ได้ในเวลา 7 วันนี้ ข้าแฝงตัวเข้ามาในเมืองแล้วลอบเข้าห้องของเจ้า 3 วันให้หลังจากหลอกถามข้อมูลที่ซ่อนพ็อกเก็ตมิติจากข้ารับใช้เจ้าไป จากนั้นเมื่อทำลายเสร็จสิ้น 'อาทานาทอส' และ 'สเกได' 1 แสนก็จะโจมตีเจ้าพร้อมกัน" 

    หัวใจของอาโนอิทอสดำดิ่งลงสู่เหวแห่งความมืดมิด พลันรับรู้แล้วว่าตนเองพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์ 

    อิชการ์ยิ้ม "นั่นล่ะ ที่ว่าทำไมข้าจึงเลือกเผ่าใต้พิภพแทนเจ้า เพราะเจ้ามันอ่อนโยนและเชื่อใจพวกเดียวกันมากเกินไปชะตาของเจ้าถูกลิขิตมาให้จบแบบนี้ ต่อให้ข้าไม่ทำ พวกใต้พิภพก็จะใช้คนอื่นอยู่ดี เจ้าไม่มีโอกาสชนะตั้งแต่แรกแล้วที่เจ้าเชื่อใจมนุษย์!"

    อิชการ์แสยะยิ้มแล้วพูดอย่างสะใจ เพราะเขากำลังจะมีชีวิตรอด เมื่ออาโนอิทอสแพ้ พวกใต้พิภพก็จะไว้ชีวิตเขา เป็นสัญญาที่พวกมันให้เขาไว้ เขาไม่สนชีวิตของคนอื่น ขอแค่ตัวเขารอด ใครจะต้องตายเขาก็ไม่สนใจ 

    ภายใต้ความโล่งใจและความสุขที่รอคอยมานาน อิชการ์มองไปที่ใบหน้าดำมืดของอาโนอิทอสจากนั้นก็ยิ้มออกมาอีกฝ่ายพ่ายแพ้จนพูดอะไรไม่ออกเลยหรือ? 

    อิชการ์มองอาโนอิทอส คิดจะลองพูดหยอกล้ออีกฝ่ายไป แต่ตอนนี้เอง จู่ๆที่มุมปากของอาโนอิทอส อิชการ์ก็เห็นรอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นมา 

    "อ่อ...แบบนี้นี่เอง นั่นคือความลับทั้งหมดของพวกเจ้าใต้พิภพหรอกหรือ?" จากนั้น จู่ๆสีหน้าที่สิ้นหวังมาตลอดก็ค่อยๆหายไปแล้วเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่สงบนิ่งเหมือนปกติ ราวกับทั้งหมดเมื่อครู่เป็นการแสดง

    "จะ เจ้า...จู่ๆเป็นอะไรของเจ้า?" หน้าอิชการ์เปลี่ยนสีไป จู่ๆก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี 

    อาโนอิทอสยิ้ม "ข้ากังวลมาตลอดว่าจะโจมตีพวกเจ้ายังไงเพราะไม่รู้ว่าเจ้านายพวกเจ้ามีพลังอะไรซ่อนเอาไว้บ้าง ใช้หัวรบนิวเคลียร์โจมตีก็ดี แต่ข้าก็กังวลว่าเจ้านายพวกเจ้าจะเสกระเบิดระยะไกลแล้วเสกใส่ทหารข้าได้ เพราะงั้นข้าพเจ้าจึงมีความกังวลเล็กๆ แต่ตอนนี้ในเมื่อท่านอุส่าห์ช่วยบอกแผนการและเปิดไพ่ในมือทั้งหมดของ 'อาทานาทอส' มาให้ ข้าพเจ้าก็สบายใจแล้วเพราะรู้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร"

    "เจ้ากำลังพูดบ้าอะไรของเจ้า? ตอนนี้เจ้าแพ้แล้วยังมีความหมายอะไรต้องเอาเรื่องนั้นมาพูดอีก!?" อิชการ์สังหรณ์ใจไม่ดี แล้วหน้าเขาค่อยๆเปลี่ยนสีเป็นเลวร้ายขึ้น 

    ต่อมาอาโนอิทอสหยิบพ็อกเก็ตมิติขึ้นมาแล้วเรียกวัตถุประหลาดบางอย่างรูปร่างเป็นสามเหลี่ยมออกมา สิ่งนี้มันมีตัวนับเวลาตรงกลาง 

    อาโนอิทอสยิ้มและบอก "ท่านไม่ได้เปลี่ยนไปจากรอบที่แล้วเลย รอบแรกท่านหักหลังมนุษยชาติและกลายเป็นมนุษย์คนสุดท้ายที่เหลือรอด แต่ท้ายที่สุดก็โดนหักหลังและถูกฆ่าตายโดยเผ่าใต้พิภพอยู่ดี ท่านโง่เขลาไม่เคยเปลี่ยน" 

    "จะ เจ้ากำลังพูดอะไร?" อิชการ์หน้าซีด

    อาโนอิทอสยิ้ม "ข้าพเจ้ากังวลว่าจะมีอะไรบางอย่างผิดพลาดตั้งแต่ที่รู้ว่า 'อาทานาทอส' สามารถโจมตีจากระยะไกลและทำให้ชาวเมืองเป็นกาฬโรคตายได้ ข้าพเจ้าจึงยอมผิดคำสัญญากับสหายแล้วเรียกอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งจากศตวรรษข้าพเจ้ามา" 

    อิชการ์ตกตะลึง 

    พวก 'สเกได' 1 แสนที่ล้อมรอบอยู่ก็ตกตะลึงแล้วหน้าพวกมันก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีซีด 

    อาโนอิทอสเปิดเครื่องไทม์แมชชีนแล้วย้อนเวลากลับไปเมื่อ 4 วันก่อน "ไทม์แมชชีนนี้ชั่วชีวิตเอกซ์โซชอสแต่ละคนใช้ได้แค่ครั้งเดียว รอบก่อนนายพลสีแดงใช้มันเพื่อส่งข้าพเจ้ามาช่วยมนุษย์ รอบนี้ข้าพเจ้าจะส่งตัวเองกลับไปหยุดท่านตอนทำลายพ็อกเก็ตมิติ รอบนี้ไทม์แมชชีนถูกเรียกออกมาตอนที่พ็อกเก็ตมิติเสียหาย มันอาจจะไม่สามารถย้อนเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็ไม่เป็นไร ขอแค่ 4 วันก่อนท่านอยู่ในชามิวลอส ข้าพเจ้าก็สั่งทหารและชาวเมือง 70 ล้านคนช่วยกันหาตัวท่านและดักสังหารท่านได้" 

    อิชการ์หน้าซีด "ไม่!!!!"