ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 326 : เถ้าธุลีเทวะร่วงหล่น

จารึกที่ 326 : เถ้าธุลีเทวะร่วงหล่น : รื้อฟื้นรากฐานใต้เงาสุสาน


ช่วงเวลาที่แสงตะวันถูกกลืนกินจนสิ้นสุด ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดอันไพศาลที่ปกคลุมห้วงมิติเหนือหุบเขาสูญตา บรรยากาศที่เคยปั่นป่วนจากการปะทะของเจตจำนงระดับราชันย์เซียน บัดนี้สงบนิ่งลงประดุจผิวน้ำในบ่อน้ำลึก ทว่ามันเป็นความสงบที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นคาวโลหิตและเศษซากของความพินาศ


ซากรถม้าศึกเทียมกิเลนสวรรค์ที่ถูกคลื่นความว่างเปล่าบดขยี้ ล่องลอยเคว้งคว้างกลายเป็นเถ้าธุลีสีทองหม่น โปรยปรายลงมาปกคลุมดาดฟ้าของมหานาวาปราณสูญตา ราวกับหิมะแห่งความปราชัยของศาลสวรรค์


บนกระดานเรือหยกดำ อาเจียนอนแผ่หลาอยู่ท่ามกลางกองเลือดของตนเอง ลมหายใจของเด็กหนุ่มแผ่วเบาทว่ายังคงเป็นจังหวะที่สอดคล้องกับวิถีแห่งธรรมชาติ


เส้นชีพจรเซียนทั่วร่างที่ปริแตกจากการฝืนใช้ร่างกายเป็นสื่อกลางรองรับพลังของค่ายกลสะท้อนกลับ กำลังได้รับการหล่อเลี้ยงจากปราณพฤกษาสีเขียวมรกตอันบริสุทธิ์ของเย่ปิงอวิ๋น ทว่าบาดแผลจากสัจธรรมสวรรค์นั้นบาดลึกเกินกว่าปราณธรรมชาติจะเยียวยาได้ในพริบตา


"เส้นชีพจรของเขาบอบช้ำจนแทบขาดสะบั้น..."


เย่ปิงอวิ๋นเอ่ยเสียงเครียด หยาดเหงื่อเย็นเยียบผุดพรายบนหน้าผากเนียน นางดึงพลังวิญญาณของตนเองออกมาจนถึงขีดสุดเพื่อประคองรากฐานของศิษย์น้อง "การนำสัจธรรมของเซียนอมตะมาไหลเวียนในร่างของมนุษย์ เป็นการกระทำที่ฝืนลิขิตฟ้าเกินไป หากมิใช่เพราะทารกวิญญาณสูญตาของเขาได้รับการขยายรากฐานมาก่อนหน้านี้ ร่างของเขาคงแหลกสลายกลายเป็นละอองเลือดไปแล้ว"


"แต่เขาก็ปกป้องพวกเราไว้ได้อีกครั้ง..." หลินชิงเสวี่ยที่นั่งอยู่เคียงข้าง แววตาเยือกเย็นของนางแฝงความรวดร้าวขณะประคองแขนซ้ายของอาเจีย


ห่างออกไปไม่ไกล ฉินมู่หลางนั่งขัดสมาธิพิงเสากระโดงเรือที่หักโค่น แขนขวาของยอดกระบี่หนุ่มห้อยต่องแต่ง กระดูกแหลกละเอียดจากการปะทะกับหมัดของเซียนอมตะ


ทว่าใบหน้าของเขากลับสงบนิ่ง ไร้ซึ่งเสียงร้องครวญคราง เขากำลังใช้เจตจำนงกระบี่นิรันดร์ของตน ค่อยๆ ประสานรอยร้าวในกระดูกอย่างเชื่องช้าและอดทน


เฟิงอี้หรานทิ้งตัวลงนอนหอบหายใจอยู่ข้างๆ เตาหลอมปราณของเรือ เพลิงอัคคีบรรพกาลในจุดตันเถียนของเขาดับมอดลงจนเหลือเพียงประกายไฟเล็กๆ การเผาผลาญแก่นโลหิตเพื่อสร้างม่านเพลิงขวางกั้นศัตรู ทำให้เขาต้องสูญเสียตบะที่สั่งสมมานับปี


"คุ้มค่าหรือไม่... ที่ต้องแลกชีวิตเพื่อต่อต้านขุนเขาที่ไม่อาจข้าม" เฟิงอี้หรานพึมพำกับตนเอง ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "แต่หากต้องก้มหัวให้แก่สวรรค์ที่ขี้ขลาดเช่นนั้น ข้าขอยอมตายพร้อมกับกระดูกที่หักเสียยังจะดีกว่า"


ตึก... ตึก...


มู่เฉิน อดีตมหาปรมาจารย์แห่งสำนักหมื่นอักขระ ก้าวเดินออกมายืนอยู่เบื้องกลางของเหล่าผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ ร่างเนื้อของท่านทอดมองสภาพอันสะบักสะบอมของทุกคนด้วยความสะเทือนใจ


ท่านคือผู้สืบทอดรุ่นสุดท้ายที่เคยเผชิญหน้ากับการกวาดล้างเมื่อหนึ่งพันปีก่อน ท่านตระหนักดีกว่าผู้ใดว่า สงครามกับวิหารเทพอนันตกาลนั้นโหดร้ายเพียงใด


"พวกเจ้าจงภูมิใจเถิด" มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และเมตตา "การรอดชีวิตจากการปะทะกับเซียนอมตะ และสามารถทำลายรากฐานของมันจนต้องหนีเตลิด เป็นความสำเร็จที่แม้แต่บรรพชนในยุคทองก็ยังยากจะทำได้... พวกเจ้ามิได้ต่อสู้เพื่อความอหังการ ทว่าพวกเจ้ากำลังปกป้องความสว่างไสวสุดท้ายของวัฏสงสาร"


ท่ามกลางบทสนทนาอันเงียบงัน เปลือกตาของอาเจียค่อยๆ ขยับเปิดขึ้น ดวงตาแห่งความว่างเปล่าหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อปรับรับแสงสว่างจางๆ จากอัญมณีของเรือ


"ศิษย์พี่ปิงอวิ๋น... พอเถิด"


อาเจียเอื้อนเอ่ยเสียงแหบพร่า ยกมือซ้ายที่สั่นเทาขึ้นแตะข้อมือของเย่ปิงอวิ๋นเบาๆ เพื่อห้ามมิให้นางสูญเสียปราณพฤกษาไปมากกว่านี้ "ปราณของท่านบริสุทธิ์ยิ่งนัก ทว่าบาดแผลของข้าเกิดจากการเสียดสีของกฎเกณฑ์สวรรค์... ต้องอาศัยเวลาและความเข้าใจในการค่อยๆ ชำระล้างมันด้วยวิถีแห่งสูญตา การเร่งเร้าเยียวยามีแต่จะสร้างความขัดแย้งในจุดตันเถียน"


เย่ปิงอวิ๋นชะงักฝ่ามือ นางเข้าใจถึงหลักการแห่งเต๋าที่อาเจียกล่าวถึง จึงค่อยๆ ถอนพลังกลับคืนอย่างระมัดระวัง


วูบ!


แสงสีเงินสว่างขึ้นที่ด้ามพู่กัน องค์หญิงน้อยปรากฏกายขึ้น นางนั่งกอดเข่าลอยอยู่เหนือร่างของอาเจีย ใบหน้าเล็กๆ นั้นดูอิดโรย ทว่าแววตากลับดุดัน


"เจ้ามนุษย์โง่เขลาเอ๊ย... ครั้งหน้าถ้าเจ้าคิดจะเอาชีวิตไปเป็นท่อผ่านพลังสวรรค์อีก ข้าจะปล่อยให้เส้นชีพจรเจ้าขาดกระจุยไปเลย!" องค์หญิงน้อยบ่นอุบอิบ "ข้าต้องกางตาข่ายวิญญาณเพื่อซับแรงกระแทกจากสมการวิปลาสของเจ้า จนแกนพู่กันแทบจะร้าวไปหมดแล้ว! รีบๆ ฟื้นฟูรากฐานซะ ข้าขี้เกียจฟังเสียงเจ้าร้องโอดครวญ!"


อาเจียยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน แม้นางจะปากร้าย ทว่าหากไร้ซึ่งการประคับประคองโครงสร้างอักขระจากนางจากภายใน เขาคงไม่อาจรอดชีวิตมาได้


"ขอบใจเจ้ามาก องค์หญิงน้อย ข้าจะรีบฟื้นฟูเดี๋ยวนี้แหละ" อาเจียตอบกลับอย่างนุ่มนวล


เขายันกายลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ทว่าเขากัดฟันระงับมันไว้ สายตาของเด็กหนุ่มกวาดมองไปรอบๆ ดาดฟ้าเรือ ก่อนจะหยุดลงที่เศษซากของหุ่นกลศิลาพิทักษ์ที่กองอยู่แทบเท้า


แขนทั้งสองข้างของ 'เจ้าสัว' แหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี รอยร้าวลึกพาดผ่านโครงสร้างศิลาบรรพกาล อัญมณีวิญญาณที่หน้าอกกะพริบแสงริบหรี่ราวกับเทียนที่ใกล้ดับ ทว่ามันยังคงพยายามฝืนส่งกระแสจิตอันแผ่วเบาออกมา


"นายท่าน... ข้าน้อย... บกพร่องในหน้าที่... ไม่อาจต้านทานฝ่ามือของศัตรูได้จนจบ..."


อาเจียลูบคลำรอยร้าวบนศีรษะของหุ่นพยนต์ด้วยความทะนุถนอม ความรู้สึกผิดชอบและสายใยความผูกพันเอ่อล้นขึ้นมาในอก เขาไม่ได้มองว่าสิ่งนี้คือเศษศิลาหรือเครื่องมือที่พังแล้ว ทว่ามันคือสหายที่ยอมพลีชีพเพื่อปกป้องเขา


"เจ้าทำได้ดีที่สุดแล้ว เจ้าสัว..." อาเจียกล่าวเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเด็ดขาด "หากไม่มีแขนศิลาของเจ้ามารับแรงกระแทกไว้ ข้าคงไม่มีเวลาพอที่จะจารึกมหาค่ายกลย้อนศร... เจ้ามิได้พังทลาย ทว่าเจ้ากำลังจะได้ถือกำเนิดใหม่"


เด็กหนุ่มพยุงร่างลุกขึ้นยืน เดินโงนเงนไปหยุดอยู่เบื้องหน้า 'ตราประทับตัดวัฏสงสาร' ศัสตราประกอบระดับกึ่งเทพบรรพกาลที่เซียนอมตะเกราะทองคำม่วงทิ้งไว้เบื้องหลังเมื่อตอนหลบหนี มันคือสาเหตุที่ทำให้อากาศธาตุถูกแช่แข็งและปิดกั้นมหาภาวะซวีของเขา


อาเจียไม่ได้มองตราประทับนี้ด้วยสายตาของคนละโมบที่เห็นสมบัติล้ำค่า เขามิได้คิดจะนำมันไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรบ่มเพาะ ทว่าเขากำลังมองมันประหนึ่ง 'ตำรา' ที่บันทึกสมการอันลึกล้ำของศัตรู


"ตราประทับนี่... ถูกสร้างขึ้นจากแก่นศิลาแห่งมิติ" มู่เฉินก้าวเข้ามาเคียงข้างศิษย์ "มันแฝงด้วย 'เต๋าแห่งการตัดขาด' สัจธรรมของมันคือการปฏิเสธความเชื่อมโยงของสรรพสิ่ง เป็นวิชาที่ขัดแย้งกับวิถีแห่งหมื่นอักขระที่เน้นการโอบอุ้มอย่างสิ้นเชิง... เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกับมัน?"


"สวรรค์มักสร้างสิ่งที่ขัดแย้งกับธรรมชาติเสมอ..." อาเจียตีหน้าเศร้า ทอดถอนใจด้วยความสมเพช "พวกมันสร้างศัสตราเพื่อตัดขาดสายใย เพราะหวาดกลัวการรวมตัวกันของสรรพชีวิต... ช่างน่าเวทนาที่ผู้ควบคุมวัฏสงสาร กลับปฏิเสธการมีอยู่ของวัฏสงสารเสียเอง"


อาเจียย่อตัวลง เขาไม่ได้ใช้มือสัมผัสตราประทับนั้นโดยตรง เพราะรู้ดีว่ากฎเกณฑ์ที่ตกค้างอาจสะท้อนกลับมาทำร้าย เขาเรียกพู่กันนิรันดร์ 永恒笔 (หย่งเหิงปี่) ขึ้นมาอีกครั้ง แม้แขนจะยังคงสั่นเทา ทว่าสมาธิของเขากลับแน่วแน่ประดุจขุนเขา


"องค์หญิงน้อย ช่วยข้าประคองแกนอักขระที ข้าจะวิเคราะห์โครงสร้างของมัน"


"เหอะ! สั่งใช้งานข้าอีกแล้วนะ!" องค์หญิงน้อยบ่น ทว่าแสงสีเงินบนพู่กันกลับสว่างขึ้นอย่างรู้หน้าที่ นางเตรียมพร้อมรองรับสมการสะท้อนกลับ


"ในวิกฤตย่อมมีโอกาส... ในการทำลายล้างย่อมมีรากฐานของการก่อเกิด"


อาเจียเริ่มการ 'ค้นคว้า' อย่างจริงจัง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสภาวะจิตเข้าสู่มหาภาวะซวี ปลายพู่กันนิรันดร์ตวัดวาด อักขระหลิง (零) ลงไปในอากาศธาตุเหนือตราประทับ ทว่าครั้งนี้ เขาไม่ได้วาดเพื่อทำลาย แต่เขาวาดเพื่อ 'วิเคราะห์' โครงสร้าง!


อักขระความว่างเปล่าค่อยๆ แผ่ขยายออกเป็นเส้นใยสีเงินยวง แทรกซึมเข้าไปในรอยแยกของตราประทับ อาเจียหลับตาลง จิตสัมผัสของเขาไหลไปตามเส้นใยเหล่านั้น ดำดิ่งลงสู่แก่นกลางของศัสตรากึ่งเทพบรรพกาล


"โครงสร้างของมันแข็งกระด้าง... มันใช้สัญลักษณ์แห่งการ 'หยุดนิ่ง' ผสานกับธาตุ 'โลหะ' เพื่อตอกหมุดมิติ..." อาเจียพึมพำ สิ่งที่เขากำลังทำคือการย้อนรอยวิศวกรรมสวรรค์ผ่านวิถีแห่งอักขระ "หากข้าลบรอยต่อของการหยุดนิ่งทิ้ง... และแทรกความลื่นไหลของอักขระสูญตาเข้าไป..."


เปรี๊ยะ!


ทันทีที่จิตเจตจำนงของอาเจียพยายามปรับแก้สมการภายใน ตราประทับตัดวัฏสงสารก็เกิดการต่อต้าน! พลังแห่งการตัดขาดปะทุขึ้น หมายจะฉีกทึ้งเส้นใยวิญญาณของเขา!


"อาเจีย! ถอยออกมาก่อน!" ฉินมู่หลางที่เฝ้าดูอยู่ร้องเตือน


ทว่าอาเจียไม่ยอมแพ้ "ข้าเคยล้มเหลวจากการใช้ความว่างเปล่าไปบีบบังคับสิ่งอื่นมาแล้ว... ครั้งนี้ ข้าจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำสอง!"


เขาไม่ได้ใช้แรงดันทุรัง ทว่าเขาเปลี่ยนวิธีการ! อาเจียวาดอักขระ 'สายน้ำ' (วารี) ซ้อนทับลงไปบนอักขระหลิง


"วารีไร้รูป ไหลผ่านศิลา... กฎเกณฑ์แห่งความว่างเปล่า จงโอบล้อมความแข็งกระด้าง!"


เส้นใยสีเงินยวงแปรสภาพเป็นกระแสน้ำที่นุ่มนวล มันไม่ได้เข้าปะทะกับเต๋าแห่งการตัดขาด แต่ไหลเลาะไปตามช่องว่างของกฎเกณฑ์นั้น ค่อยๆ กัดเซาะรากฐานของตราประทับอย่างเชื่องช้าและอดทน


เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป... แสงสีทองหม่นที่เคยเปล่งประกายความเย่อหยิ่งจากตราประทับ ค่อยๆ ดับมอดลง โครงสร้างของศิลาแห่งมิติปริแตกออกอย่างช้าๆ ก่อนจะสลายตัวกลายเป็น 'ของเหลวสีทอง' ที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศธาตุ


มันคือแก่นแท้ของศิลาแห่งมิติ ที่ถูกอาเจียถอดรหัสและสกัดเอาความจองหองของสวรรค์ออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสสารบริสุทธิ์ที่พร้อมต่อการจารึกใหม่!


"ยอดเยี่ยม..." มู่เฉินพยักหน้าด้วยความชื่นชม "เจ้าเรียนรู้ที่จะ 'ชำระล้าง' แทนที่จะ 'ทำลาย' นี่คือการยกระดับความเข้าใจในวิถีแห่งอักขระอย่างแท้จริง"


อาเจียหอบหายใจ หยาดเหงื่อหยดลงบนพื้นเรือ ทว่าดวงตาของเขาสาดประกายความสำเร็จ เขาหันกลับไปมองซากของเจ้าสัว


"สสารแห่งมิติที่บริสุทธิ์... ผสานกับเต๋าแห่งความว่างเปล่า" อาเจียเอ่ยขึ้น "ข้าจะใช้สิ่งนี้ หล่อหลอมแขนศิลาคู่ใหม่ให้แก่เจ้า!"


เด็กหนุ่มรวบรวมเศษซากแขนศิลาเดิมของเจ้าสัวที่แตกหักบนพื้น เขาใช้อักขระหลิงสร้างเป็น 'เตาหลอมไร้รูป' กลางอากาศ นำเศษศิลาเดิมและของเหลวสีทองจากตราประทับใส่ลงไป


เขาไม่ได้ใช้เพลิงอัคคีในการหลอม ทว่าเขาใช้ 'ความถี่ของอักขระ' ในการผสานสสาร! ปลายพู่กันนิรันดร์ตวัดอย่างต่อเนื่อง จารึกอักขระ 'ผสาน' 'หล่อหลอม' และ 'สะท้อนมิติ' นับร้อยตัวลงไปในเตาหลอมไร้รูป


"การผสานสสารที่ขัดแย้ง... หากปราศจากสื่อกลาง ย่อมนำมาซึ่งการพังทลาย" อาเจียวิเคราะห์ความล้มเหลวในอดีตของตนเอง เขากรีดนิ้วชี้ของตน บีบหยาดโลหิตสีแดงสดที่แฝงด้วยเจตจำนงแห่งสายใย หยดลงไปในเตาหลอมเป็นตัวประสาน


ครืนนน!


แสงสว่างสีเงินยวงสว่างวาบขึ้น ท้องฟ้าเหนือหุบเขาสูญตาสั่นสะเทือนเบาๆ สสารทั้งสองหลอมรวมกันภายใต้การชี้นำของอักขระสูญตาและโลหิตแห่งราชัน ก่อเกิดเป็นท่อนแขนศิลาคู่ใหม่ที่เพรียวบางลงทว่าอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายที่ลึกล้ำ แขนศิลาคู่นี้มีสีดำสนิท ทว่ามีลวดลายอักขระสีทองคำไหลเวียนอยู่ภายในราวกับเส้นโลหิต!


อาเจียประทับแขนคู่ใหม่เข้ากับรอยต่อที่หัวไหล่ของเจ้าสัว จากนั้นจารึกอักขระ 'กำเนิดใหม่' ลงบนอัญมณีที่หน้าอกของมัน


วูบ!


อัญมณีที่เคยริบหรี่ พลันสาดประกายแสงเจิดจ้า! ดวงตาของหุ่นกลศิลาเปิดขึ้น มันค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนด้วยความมั่นคงที่เหนือล้ำกว่ากาลก่อน แขนศิลาคู่ใหม่ขยับทดสอบอย่างลื่นไหล ไร้ซึ่งเสียงฟันเฟือง ทว่าทุกการเคลื่อนไหวกลับทำให้มิติรอบๆ เกิดรอยกระเพื่อมบางๆ!


"ข้าน้อย... รู้สึกถึงพลังที่สามารถแทรกซึมและตัดผ่านอากาศธาตุได้..." เจ้าสัวก้มมองแขนคู่ใหม่ของตนด้วยความตื่นตะลึง อารมณ์ของมันสงบนิ่งและลึกล้ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "นายท่าน... ท่านมอบวิถีแห่งเต๋าให้แก่หุ่นพยนต์ไร้ชีวิตเช่นข้ากระนั้นหรือ?"


"เจ้าพิสูจน์แล้วว่าวิญญาณภักดีของเจ้า มีคุณค่าเหนือกว่าสิ่งก่อสร้างใดๆ ของสวรรค์" อาเจียแย้มยิ้มบางๆ แม้ใบหน้าจะซีดเซียว "แขนคู่นี้ คือการสืบทอดเต๋าแห่งมิติ ข้าตั้งชื่อมันว่า 'หัตถ์ศิลาสะบั้นสูญตา' ต่อจากนี้ไป เจ้ามิใช่เพียงผู้ควบคุมเรือ ทว่าเจ้าคือปราการที่แท้จริงของพวกเรา"


สหายทั้งสี่มองดูการก่อเกิดใหม่เบื้องหน้าด้วยความศรัทธาที่ลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้น อาเจียไม่ได้เติบโตเพียงแค่ความแข็งแกร่งทางปราณ ทว่าเขากำลังก้าวเข้าสู่การเป็น 'ผู้สร้างอักขระ' อย่างแท้จริง การนำสิ่งตกค้างของศัตรูมาแปรสภาพเป็นพลังของตนเอง ด้วยความเข้าใจในสัจธรรม มิใช่ด้วยความโลภ


"สวรรค์สูญเสียทัพหน้าและศัสตรากึ่งเทพไป ย่อมไม่ปล่อยพวกเราไว้แน่" ฉินมู่หลางกล่าวเตือนสติ พลางลุกขึ้นยืนช้าๆ แขนขวาที่ถูกสมานด้วยปราณกระบี่ยังคงพันผ้าไว้ ทว่าเจตจำนงแหลมคมไม่เสื่อมคลาย "พวกมันต้องส่งตัวตนที่น่ากลัวกว่าราชันย์เซียนลงมา"


"ถูกต้อง" มู่เฉินพยักหน้า "ทว่ากฎเกณฑ์ของหุบเขาสูญตาแห่งนี้ซับซ้อนนัก การที่ศาลสวรรค์ฝืนเปิดรอยแยกมิติส่งกองทัพลงมาเมื่อครู่ ทำให้สมดุลของหุบเขาแปรปรวน พวกมันจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ในการคำนวณพิกัดและซ่อมแซมเส้นทาง ก่อนจะสามารถส่งกองทัพใหญ่ลงมาได้อีกครั้ง"


อาเจียเงยหน้าขึ้นมองไปยังส่วนลึกที่สุดของสุสานสัจธรรม ที่ซึ่งความมืดมิดปกคลุมหนาแน่นที่สุด สถานที่ที่ความลับแห่งต้นกำเนิดของอักษรบรรพกาลหลับใหลอยู่


"เวลาเป็นสิ่งที่เรามีน้อยที่สุด ทว่าเราจะไม่ก้าวเดินด้วยความตื่นตระหนก" อาเจียหันกลับมากวาดสายตามองสหายทุกคน "พวกเราจะฟื้นฟูรากฐานให้สมบูรณ์ที่สุด จากนั้น เราจะบุกทะลวงเข้าไปในส่วนลึกของสุสานแห่งนี้... ไปค้นหา 'แก่นแท้' ของวิถีแห่งหมื่นอักขระ ก่อนที่สวรรค์จอมปลอมจะมาถึง!"


กงล้อแห่งลิขิตฟ้าได้ถูกกระเทาะจนแตกร้าว บัดนี้ การเดินทางของผู้ถือพู่กันได้ก้าวข้ามการหลบหนี และเปลี่ยนเป็นการเดินหน้าเข้าท้าทายสัจธรรมที่แท้จริงของเอกภพ!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.40M 2022
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
6.29M 2303
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
13.30M 1357
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
[จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

[จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

นิยาย แฟนตาซี
282K 1440
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
355K 668