ตอนที่ 51 โจวสือซวินไม่ใช่คนซื่อ
ในตอนที่เซิ่งอันหนิงกลับห้องไปนั้น โจวสือซวินก็ไม่ได้อยู่ในห้อง ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาหายไปไหน หลังจากอาบน้ำเสร็จกลับมาก็ไม่พบตัวแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีที่จะไม่ต้องเขินอายในเรื่องต้องนอนพร้อมกัน
ท้องฟ้ามืดลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่มีเรื่องอะไรให้ทำ
เพียงแต่วันนี้เป็นวันที่พิเศษมาก ๆ หลังจากเซิ่งอันหนิงนอนลง เธอก็นึกวิธีที่จะจัดการกับโจวสือซวินเจ้าท่อนไม้ทึ่มทื่อ และคิดไว้ว่าเมื่อกลับไปแล้วจะเกิดพัฒนาการอย่างไรบ้าง ไม่นานนักเธอก็หลับไป
ไม่รู้ว่าโจวสือซวินกลับมาตอนไหน และไม่รู้เหมือนกันว่าชายหนุ่มล้มตัวนอนตั้งแต่เมื่อใด เพียงรู้สึกว่าหลับไปแล้วครึ่งคืนกลับอบอุ่นขึ้นมาราวกับถูกดวงอาทิตย์โอบกอด
เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืด ข้าง ๆ ก็ยังคงว่างเปล่าเช่นเดิม เครื่องนอนถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย
หลังจากที่เซิ่งอันหนิงงัวเงียอยู่สักพัก ชายผู้นี้ก็ยังไม่กลับมา หรือว่าเขาจะออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว?
เซิ่งอันหนิงลุกขึ้นไปอาบน้ำด้วยความเกียจคร้าน ลานบ้านมีแต่ความเงียบ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ไม่พบกับใครสักคน มีเพียงแมวตัวน้อยที่กลัวโจวเจี้ยนหัวเมื่อวานนี้เท่านั้นที่นอนอยู่ใต้หน้าต่างเพื่ออาบแดด
เซิ่งอันหนิงอาบน้ำเสร็จก็ยังคงไม่เห็นความเคลื่อนไหวใด ๆ เหมือนเก่า เธอจึงเริ่มสงสัยว่าผู้คนหายไปไหนกันหมด?
ในขณะที่กำลังครุ่นคิด หนิวชุนอิงก็เข้ามาพร้อมกับเนื้อที่น่าจะหนักไม่ห้าก็หกชั่ง เมื่อพบกับเซิ่งอันหนิง อีกฝ่ายก็ยิ้มขึ้นมา “ตื่นแล้วหรือ ในหม้อมีมันหวานอยู่นะ เธอลองกินดูสิ ตอนเที่ยงพวกเราจะกินเกี๊ยวกัน”
เซิ่งอันหนิงมองไปรอบ ๆ “โจวสือซวินล่ะคะ?”
หนิวชุนอิงยิ้มกริ่ม “ตั้งแต่เช้าก็พาพวกเจี้ยนหัวขึ้นภูเขาไปแล้ว เร็วเข้า รีบเข้าห้องสิ”
เซิ่งอันหนิงบุ้ยปาก ชายหนุ่มแข็งทื่อผู้นี้ทิ้งเธอไว้ในบ้านของตัวเองเสียแล้ว จากนั้นเธอจึงเข้าครัวตามหนิงชุนอิงไป
หนิวชุนอิงยิ้ม “เงินซื้อเนื้อนี่เจ้ารองก็เป็นคนเอามาให้ ฉันไปค่อนข้างเช้า เลยได้หมูสามชั้นที่ดีที่สุดกลับมา เธอดูสิ มีแต่มันทั้งนั้นเลย”
เซิ่งอันหนิงประหลาดใจ เธอยังคิดอยู่เลยว่าโจวหม่านชางเป็นคนให้หนิวชุนอิงออกไปซื้อแต่เช้า
หนิวชุนอิงวางเนื้อเอาไว้ เมื่อล้างมือเสร็จก็ไปหยิบมันหวานให้กับเซิ่งอันหนิง “เจ้ารองบอกว่าตอนเที่ยงบ้านเราจะมีแขก” ว่าพลางก็ลดเสียงลง “เหมือนจะเป็นเรื่องแยกบ้านน่ะ”
เซิ่งอันหนิงประหลาดใจ ไหนว่าจะรอให้ผ่านไม่กี่วันนี้ไปก่อนหรือไง? จู่ ๆ ทำไมถึงเสนอเรื่องแยกบ้านขึ้นมา?
หนิวชุนอิงรู้สึกอิจฉา แต่ก็ทำได้แค่เพียงอิจฉาเท่านั้น ใครใช้ให้เจ้ารองมีความกล้าหาญชาญชัยที่จะกลับมาเสนอเรื่องแยกบ้านแบบนั้นเล่า?
หลังเซิ่งอันหนิงกินมันหวานเสร็จ ก็ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวในลานบ้าน
โจวสือซวินกลับมาพร้อมกับเด็กหนุ่มสามคน คนหนึ่งอุ้มกระต่ายป่ามา คนหนึ่งอุ้มไก่ป่ามา ส่วนอีกคนที่เหลือหิ้วนกกระจอกมาถึงสิบกว่าตัว
เมื่อเข้าลานบ้านมาก็ส่งเสียงร้อง “แม่ แม่ มาดูเร็ว อารองของผมจับสัตว์ได้เยอะเลย”
เซิ่งอันหนิงตามออกมาดูความคึกคัก ก็พบเข้ากับสัตว์มากมายจนน่าตกใจ จึงเอ่ยถามโจวสือซวินด้วยความประหลาดใจ “สัตว์พวกนี้ทั้งหมดเป็นคุณที่ยิงได้หรือคะ?”
โจวสือซวินพยักหน้า “อืม”
เซิ่งอันหนิงจิ๊ปากสองครั้ง และยกนิ้วให้กับโจวสือซวิน แววตาของเธอเป็นประกาย “ทำไมคุณสุดยอดอย่างนี้ล่ะ แม่นปืนเอามาก ๆ ฉันภูมิใจมาก ๆ เลย”
โจวสือซวินรู้สึกไม่เป็นตัวเองที่ถูกเซิ่งอันหนิงชื่นชมขนาดนี้ “อากาศอุ่นแล้ว สัตว์ตัวเล็ก ๆ ก็ออกมาหาอาหาร”
เซิ่งอันหนิงชอบมองท่าทางเขินอายของโจวสือซวิน เธอยิ้มสดใส “ไม่ ๆ ๆ เป็นเพราะคุณสุดยอด ไม่แปลกใจเลยที่มีหญิงสาวมากมายมาชอบ…”
ด้วยกลัวว่าโจวสือซวินจะตกใจ ในประโยคท้ายเซิ่งอันหนิงจึงพูดไม่จบ
โจวสือซวินจริงจังขึ้นมา “อย่าพูดเหลวไหลสิ ผมเก็บของให้คุณหมดแล้วนะ ตอนเที่ยงนี้เลขาของพรรคและอาสามจะมากินข้าวที่บ้าน ”
เซิ่งอันหนิงดีใจขึ้นมา “ถ้าอย่างนั้น… ฉันช่วยคุณเองค่ะ”
การถลกหนังสัตว์พวกนี้เป็นสิ่งที่เธอถนัดทำมาก ๆ
โจวสือซวินก็ไม่ได้ปฏิเสธ ชายหนุ่มไปจัดการเชือดไก่ป่าและกระต่ายป่า ส่วนเซิ่งอันหนิงก็กลับไปหยิบมีดผ่าตัดที่ห้องกลับมา
ถลกหนังกระต่าย ถลกหนังไก่ ไม่ว่าจะอะไรเธอก็สามารถจัดการได้อย่างสะอาดหมดจด
และในท้ายที่สุดคือการฆ่านกกระจอก ซึ่งจะต้องบิดหัวของมัน และใช้มีดผ่าตัดกรีดไปที่คอเบา ๆ และถลกหนังออกมา
โจวเจี้ยนหัวและน้อง ๆ ยืนมองอยู่ข้าง ๆ อย่างตกตะลึง พวกเด็กหนุ่มต่างก็เคยเห็นคนถลกหนังกระต่าย ฆ่านกกระจอกมามาก แต่กลับไม่เคยเห็นคนที่ทำเหมือนเซิ่งอันหนิงได้ การเคลื่อนไหวเป็นระเบียบคล่องแคล่ว เลือดออกไม่มาก และสะอาดหมดจด
โจวสือซวินมองดูการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วของเซิ่งอันหนิง และเงียบไปครู่หนึ่ง ตอนนี้หญิงสาวคนนี้ไม่ได้เสแสร้งเลย
คนสามสี่คนต่างก็ทำงานอย่างขมีขมันภายในลานบ้าน
จูกุ้ยฮวาหลบอยู่ในห้องของโจวเอ้อร์นีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ตอนที่นางตื่นแต่เช้า โจวสือซวินก็ออกไปและกลับมาพร้อมกับบอกว่าตอนเที่ยงจะมีแขกมาที่บ้าน ชายหนุ่มเชิญเลขาพรรค ปู่สาม และรุ่นพี่อีกไม่กี่คนมารับประทานอาหารที่บ้าน ดูเหมือนว่าเขาจะออกไปถามบริเวณรอบ ๆ และทุกคนก็มีเวลาว่าง
การแยกบ้านครั้งนี้ไม่มีทางให้กลับหลังหันแล้ว
โจวเอ้อร์นีนอนอยู่บนเตียงเตา ฟังการเคลื่อนไหวในลานบ้านและมองดูสีหน้าของจูกุ้ยฮวา “ที่พี่รองจะแยกบ้านคงต้องเป็นเพราะเซิ่งอันหนิงเป็นผู้สนับสนุนแน่ หล่อนดูเหมือนนังจิ้งจอกที่หลอกให้พี่รองของฉันหลงเชื่อ แม่ดูสิ พอหล่อนกลับมาก็เกิดเรื่องกับฉันแล้ว แถมพี่ไฉ่เสียยังฆ่าตัวตายอีก”
จูกุ้ยฮวาจ้องเขม็ง “อย่าพูดซี้ซั้ว ที่หลัวไฉ่เสียฆ่าตัวตายไม่ได้เกี่ยวข้องกับเซิ่งอันหนิง”
ไม่ใช่ว่านางคิดได้ เพียงแต่ไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของหลัวไฉ่เสียเท่านั้น ตอนนี้นางรอไม่ไหวแล้วที่จะตีตัวออกหากจากหลัวไฉ่เสีย
เช่นนี้แล้วเรื่องที่โจวฉางอวิ้นขืนใจหลัวไฉ่เสียก็จะไม่มีวันถูกเปิดเผย
ภายในใจก็รู้สึกว่าเป็นความคิดที่ไม่คุ้มค่า เดิมทีหลัวไฉ่เสียไม่ได้ชอบโจวฉางอวิ้นอยู่แล้ว ผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรล่ะ? ...สูญเปล่า หลังเรื่องราววุ่นวายครั้งนี้ ก็ดูเหมือนว่าในอนาคตหล่อนจะยังแต่งงานได้อีก
หนิวชุนอิงลงมือสับเนื้อ โจวสือซวินเตรียมเตาในลานบ้านเพื่อเตรียมที่จะตุ๋นเนื้อ
เฉินเฉี่ยวหลานพาลูกทั้งสองกลับมาจากข้างนอก และให้ลูกทั้งสองวิ่งเล่นอยู่ที่ลานบ้าน ไม่บ่อยนักที่หล่อนจะเข้าไปช่วยงานหนิวชุนอิงในครัว
เซิ่งอันหนิงที่ไม่มีอะไรทำก็มองดูโจวสือซวินที่กำลังยุ่งอยู่จากด้านหลัง “พวกพี่ใหญ่ไปทำงานอีกแล้วหรือคะ?”
“เปล่าหรอก พี่ใหญ่พาคนไปขนเมล็ดพืชและขุดคลองในตำบล”
“อ๋อ”เซิ่งอันหนิงตอบกลับ เช่นนั้นแล้วก็ไม่มีงาน ทุก ๆ คนกำลังว่างกันอยู่ จูกุ้ยฮวาและโจวหม่านชางก็ไร้ซึ่งเสียง ส่วนโจวฉางอวิ้นก็ไม่รู้ว่าไปที่ไหนแล้ว
โจวหม่านชางผู้นี้นับว่าเป็นผู้วิเศษที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีอะไรทำก็เอาแต่ไอ… ไออย่างรุนแรงจนแทบสิ้นลมได้ในวินาทีต่อมา
เขาไม่สามารถอดกลั้นไว้ได้เลย เหมือนกับว่าจะสิ้นลมอยู่ในห้อง
เซิ่งอันหนิงอยากรู้อยากเห็นมาก ๆ จึงหันกลับไปมองโจวสือซวินที่กำลังผัดและตุ๋นเนื้ออย่างชำนาญอีกครั้ง “ทำไมคุณถึงทำอาหารเป็นล่ะ?”
เมื่อมีคำถาม โจวสือซวินก็ต้องตอบ “ตอนไปที่หน่วยรบพิเศษ ผมทำงานในฝ่ายอาหารตั้งหนึ่งปีกว่า”
เซิ่งอันหนิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ดีมากเลย ต่อไปนี้ตอนอยู่บ้าน อาหารที่บ้านของพวกเราก็ให้คุณทำนะ”
เซิ่งอันหนิงตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ จนทำให้โจวสือซวินที่กำลังทำอาหารอยู่นั้นต้องชะงักมือ จากนั้นจึงตอบกลับเบา ๆ “อืม”
เซิ่งอันหนิงพอใจมาก ๆ จนต้องยิ้มออกมา การได้หยอกล้อโจวสือซวินทำให้เธอรู้สึกว่าการอยู่ในยุคที่ยากลำบากแบบนี้มันน่าสนใจขึ้นมา
…
เนื้อตุ๋นส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วลานบ้านจนเพื่อนบ้านเองก็ได้กลิ่น แม้แต่คนที่เดินผ่านประตูยังอดที่จะหยุดสูดดมไม่ได้
ใช้เวลาไม่นาน ทั้งหมู่บ้านก็รับรู้ว่าลูกชายคนที่สองของตระกูลโจวต้องการแยกบ้าน
เซิ่งอันหนิงยืนอยู่ใต้แสงแดด เหล่มองคนเดินถนนที่ผ่านไปมา และมองเข้าไปในลานบ้านเป็นครั้งคราว และจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตนเองคิดผิดที่นิยามโจวสือซวินว่าเป็นคนตรงไปตรงมา
ตุ๋นเนื้อกลางลานบ้าน นี่เป็นแผนการที่คนซื่อ ๆ ทำได้หรือ?
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ฝีมือการใช้มีดของอันหนิงโหดอยู่เด้อ พี่โจวระวังไว้ให้ดี อย่าเผลอทำตัวนอกลู่นอกทางล่ะ ไม่งั้นน้องชายพี่อาจจะหายไปตอนไหนก็ไม่อาจรู้ได้นะ
นังเอ้อร์นีคงไม่อยากมีปากไว้กินข้าวแล้วละมั้งเนี่ย
ทำอาหารเหมือนประกาศทางอ้อมเลยว่าบ้านตูจะแยกบ้าน
ไหหม่า(海馬)