“แล้วชิงพลบคิดอย่างไร เกี่ยวกับคดีการตายในครั้งนี้” สารวัตรตุลยากร เริ่มจับจุดข้อสงสัยได้แล้ว จึงได้เอ่ยปากสอบถาม กับชิงพลบอย่างตรงไปตรงมา เพราะเขามีเวลาในตามหาหลักฐานสำคัญ เพื่อสืบสวนคดีน้อยลงไปทุกที
จากนั้นชิงพลบก็ได้บอกเล่าความคิดเห็นของตัวเองให้ตำรวจทั้งสองได้รับทราบ โดยนำข้อมูลที่ได้จากทางตำรวจ มาพูดถึงประเด็นสำคัญ ของสาเหตุการตายที่เห็นได้ชัดว่าคดีการฆ่าตัวตายของรองผู้อำนวยการวสุนันท์ มันดูเหนือธรรมชาติผิดปกติ จากการเสียชีวิตโดยหักคอตัวเอง ซึ่งความเป็จริงแล้วมันแทบเป็ไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่ทำให้รองผู้อำนวยการวสุนันท์เสียชีวิตจริง ๆ แล้วก็คือ ิญญาคุณไสย ที่สิงร่างจากวิชาหุ่นพยนต์ ซึ่งมีลักษณะคล้าย หุ่นฟางขนาดเล็ก ประกอบไปด้วยสิ่งอาถรรพ์ต่าง ๆ เช่น ผ้าห่อศพ ไม้เขี่ยศพ ผ้าปิดปาก ปิดตาคนตาย รวมถึงเศษชิ้นเนื้อ หรือเส้นผมของิญญาอาฆาต ก็นำมาทำเป็หุ่นพยนต์เผด็จศึกได้หมด
หุ่นพยนต์ในแต่ละตัวมีการเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน ทั้งจากอาหารเครื่องเซ่นไหว้ ไปจนถึงเืของผู้ควบคุม ตามแต่ความดุร้ายของิญญาที่ถูกสะกดไว้ในตัวหุ่นพยนต์ แสดงว่าิญญาหุ่นพยนต์ที่สิงร่างของรองผู้อำนวยการวสุนันท์ ต้องมีพลังคุณไสยที่ร้ายกาจ จนถึงขั้นพาร่างศพหลบหนีผ่านโลกิญญาได้
เมื่อตำรวจทั้งสองได้ฟังเื่ราวของวิชาหุ่นพยนต์ ที่มีอิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติ ในการสิงร่างทำร้ายคน และยังพาศพหลบหนีเข้าไปในโลกิญญาได้อีก ก็รู้สึกเปิดหูเปิดตากับโลกของผู้มีวิชาอาคมคุณไสยเป็อย่างมาก โดยเฉพาะเื่โลกิญญา ที่เคยรู้เลยว่าจะมีอยู่จริง ทำให้ตำรวจทั้งสอง มีความสงสัยเป็อย่างมากว่า โลกิญญาคือโลกแบบไหนกัน ต่างจากโลกที่พวกเราอยู่อย่างไร?
“เอิ่ม! โลกิญญามันต่างจากโลกที่เราอยู่ยังไงคะ แล้วิญญาที่สิงร่าง สามารถพาศพเข้าไปในนั้นได้ด้วยหรอ” รองสารวัตรณัฏฐพรสอบถามด้วยความสงสัย เพราะเธอเพิ่งเคยได้ยินเื่โลกิญญาเป็ครั้งแรก จึงให้ความสนใจในเื่นี้เป็พิเศษ
“ต่างกันมากครับ โลกที่เราอยู่คืนโลกของสิ่งมีชีวิต เป็โลกของผู้ที่มีกายเนื้อสามารถอาศัยอยู่ได้หรือเรียกง่าย ๆ ว่าโลกมนุษย์ ส่วนโลกิญญา จะเป็ที่อยู่อาศัยของิญญา หรือตัวตนที่ไร้กายหยาบอย่างเช่น พวกอสุรกาย ิญญาเร่ร่อน ภูต และปีศาจ มักอาศัยอยู่ในโลกนี้เกือบทั้งหมด ส่วนใหญ่พวกมันก็ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณ มีแค่บางตัวที่มีสติปัญญาสูงพอ จะสร้างอิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติได้” ชิงพลบบอกเล่ารายละเอียดในโลกิญญาพอสังเขป เพื่อให้ตำรวจทั้งสอง มีความเข้าใจในโลกิญญามากขึ้น
“ส่วนเื่ิญญาที่สิงร่างนำพาศพเข้าไปในโลกนั้นได้ไง ที่จริงก็ไม่ใช่เื่ยาก แค่จอมขมังเวทย์เซ่นไหว้ดวงิญญาผู้ตาย เปลี่ยนเป็เครื่องสังเวยให้แก่เ้าแห่งโลกิญญา หรือก็คือพระยมราช เท่านี้ก็สามารถพาศพเดินทางเข้ามาโลกิญญาได้แล้ว” ชิงพลบตอบกลับด้วยน้ำเสียง ที่เข้มขรึมจริงจัง เมื่อต้องเอ่ยถึงพระนามของท่านยมราช ผู้ปกครองทุกสรรพสิ่งในโลกิญญา
พอตำรวจทั้งสองได้ฟังเกี่ยวกับเื่ของโลกิญญาแล้ว ก็ทำให้พวกเขาจมดิ่งไปกับข้อมูลใหม่ ๆ ซึ่งเปิดโลกทัศน์ความรู้ ในสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ และเื่ที่วิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้
“ผมว่าเื่นี้ชักยุ่งยากเข้าไปทุกทีแล้วนะ ถ้าเรายังตามหาศพ ซึ่งเป็พยานวัตถุสำคัญกลับมาไม่ได้ คดีนี้ได้เป็ปัญหาใหญ่ระดับประเทศแน่ ๆ” สารวัตรตุลยากรพูดด้วยอารมณ์หงุดหงิดและจนปัญญา ในการตามหาพยานวัตถุสำคัญ ของคดีนี้อย่างมาก เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มสืบจากตรงไหนก่อน ตามข้อมูลของโลกิญญาที่ชิงพลบบอกเล่ามา นั้นมีจริงหรือเปล่า ก็ยังหาข้อมูลที่มีประโยชน์ เกี่ยวกับคดีไม่ได้เลย
“ใจเย็นสิครับ สารวัตรตุลยากร ที่ผมพูดอธิบายมาทั้งหมด ก็เพื่อให้พวกคุณเข้าใจในวิธีการทำงานของจอมขมังเวทย์คนนี้เสียก่อน ส่วนเื่จะตามหาศพที่หายไปอย่างไร ผมเองก็มีแผนอยู่ในใจแล้วเหมือนกัน กับวิธีที่จช่วยให้เราตามหา ร่างรองผู้อำนวยการวสุนันท์ได้ไม่น่ายาก แล้วเผลอ ๆ อาจเจอตัวการสำคัญ ที่ก่อเหตุคดีครั้งนี้ด้วย” ชิงพลบพูดปลอบใจสารวัตรอย่างใจเย็น เพราะไม่อยากให้สารวัตร ต้องเครียดไปมากกว่านี้ แต่การจะใช้วิชาตามหาศพได้ ต้องรอฤกษ์ยามที่เหมาะสม ถึงช่วยให้วิชาตามหาของเขาสำเร็จ โดยไม่ต้องเจอกับอุปสรรคมากนัก เพราะอีกฝ่ายก็มีลูกพี่ใหญ่อย่างพระยมราชเป็แบ็คคอยดูแลอยู่แล้ว จะให้เขาเข้าไปใส่เดี่ยวเลย ก็ไม่ต่างกับการเอาไม้ซีกงัดไม้ซุงสักเท่าไร
“แหม! คุณก็เล่นใหญ่เกินไป แล้วแผนที่คุณชิงพลบว่ามา เป็อย่างไรคะ พอบอกพวกเราได้มั้ยล่ะ” รองสารวัตรณัฏฐพรพูดด้วยน้ำเสียงกระแนะกระแหนชิงพลบ เพราะอยากให้ชิงพลบหลุดปากบอกแผนการของเขาออกมาได้
ชิงพลบตอบกลับด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดใจ เมื่อตำรวจสาวคนนี้แผลงฤทธิ์กับเขาอีกแล้ว ใจจริงก็อยากให้เธอเจอพวกิญญาร้ายจัง ๆ สักครั้ง จะได้หายซ่าหยุดบ้ากับเขาเสียที
“นั้นนะสิ แผนการที่คุณว่าคืออะไร ผมก็อยากรู้เหมือนกัน” สารวัตรตุลยากรพูดด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงด้วยรอยยิ้มอันปลื้มปริ่มที่ณัฏฐพร ใช้กลยุทธ์สอบถามได้ถูกใจเขาอย่างมาก
สิ้นเสียงของสารวัตรตุลยากร บรรยากาศภายในห้องประชุม ก็เย็นะเืขึ้นมาทันที กับความเงียบสงัด ที่ทำให้รู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก ชิงพลบนั่งมองหน้าตำรวจทั้งสองด้วยความสงสัยว่าสารวัตรตุลยากร และรองสารวัตรณัฏฐพร กำลังเล่นบทสืบสวนกับเขาอยู่หรือเปล่า
เสียงถอนหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อยของชิงพลบ กับการรับบทผู้ต้องหา ที่คอยรับการสืบสวนจากตำรวจเสียเอง
“ผมคงบอกอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ เพราะรายละเอียดของแผนการ ขึ้นอยู่กับพิธีกรรมที่ทำด้วย แต่สิ่งที่ผมพอจะบอกได้ก็คือ วันพรุ่งนี้ในเวลาห้าทุ่มตรง ขอให้คุณตำรวจทั้งสอง มาเจอผมที่บ้านละกัน แล้วแผนการที่คุณอยากรู้ หรือสงสัย ผมจะให้คำตอบพวกคุณทั้งหมดเอง” ชิงพลบพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ เพื่อบอกเล่ารายละเอียดของแผนการให้กับสารวัตรตุลยากร และรองสารวัตรณัฏฐพร พร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก ที่ทำให้ตำรวจทั้งสองกระวนกระวายใจ จนอยากให้ถึงเวลาห้าทุ่มของวันพรุ่งนี้ ซะตอนนี้เลย