จารึกที่ 99 : การแบ่งสรรปันส่วน : กำไรและหนี้สิน
ณ ลานหินหน้าปากถ้ำเหมืองร้าง ภายใต้แสงจันทร์กระจ่าง
เสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงของคนสามคนดังประสานกันท่ามกลางความเงียบสงัดของป่าเขายามราตรี หลังจากที่พวกเขาวิ่งหนีตายออกมาจากกลไกมรณะของโบราณสถานใต้ดินได้สำเร็จ
เฟิงอี้หราน ทิ้งตัวลงนอนแผ่หรากับพื้นหญ้าอย่างหมดสภาพ ชุดผ้าไหมราคาแพงของเขาฉีกขาดเป็นริ้วๆ ใบหน้าหล่อเหลามอมแมมไปด้วยเขม่าควัน
"รอด... ข้ารอดตายแล้ว!" เขาตะโกนก้องฟ้าอย่างไม่อายใคร "ข้าสาบานเลยว่า ชาตินี้จะไม่เหยียบเข้าถ้ำบ้าๆ นั่นอีกเป็นครั้งที่สอง!"
หลินชิงเสวี่ย ยืนพิงต้นไม้ใหญ่เพื่อปรับลมปราณ แม้ภายนอกนางจะดูสงบนิ่ง แต่ใบหน้าขาวซีดและมือที่สั่นระริกเล็กน้อยก็บ่งบอกว่านางใช้พลังไปจนเกือบถึงขีดจำกัดแล้ว
ส่วน อาเจีย... แม้จะเหนื่อยเจียนตาย แต่สัญชาตญาณพ่อค้าของเขากลับตื่นตัวเต็มที่ เขาเดินตรงเข้าไปหาเฟิงอี้หรานทันที
"ยินดีด้วยที่คุณชายเฟิงรอดมาได้..." อาเจียยิ้มกว้าง แบมือขวาออกไปตรงหน้า "แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ ภารกิจคุ้มกันและนำทางสำเร็จลุล่วงแล้ว... ไหนล่ะขอรับ ค่าจ้างส่วนที่เหลือ? แล้วก็ค่าโบนัสความเสี่ยงที่ท่านสัญญาไว้?"
เฟิงอี้หรานลุกขึ้นนั่ง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหัวเราะออกมา
"เจ้าคนหน้าเงินเอ๊ย... ในเวลาแบบนี้เจ้าก็ยังห่วงแต่เงินนะ"
เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบตั๋วแลกเงินปึกหนึ่งออกมาวางใส่มืออาเจียอย่างไม่อิดออด
"เอ้า! เอาไป! ห้าสิบตำลึงทองตามสัญญา... และนี่ ตั๋วแลกเงินอีกห้าสิบตำลึง เป็นค่าทำขวัญและค่าที่เจ้าช่วยเปิดประตูกลไกนั่น"
อาเจียรับเงินมานับอย่างรวดเร็ว (เร็วจนมองตามแทบไม่ทัน) ก่อนจะยัดลงกระเป๋ามิติด้วยสีหน้าปรีดิ์เปรม
"ขอบคุณที่ใช้บริการขอรับ! โอกาสหน้าเชิญใหม่!"
"เดี๋ยวก่อน..." เฟิงอี้หรานทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้ "แล้วกล่องไม้ดำนั่นล่ะ? ข้าจำได้ว่าข้าถือมันออกมาด้วย... แต่มันหายไปไหนแล้ว?"
อาเจียตีหน้าซื่อตาใสทันที
"อ้าว? ท่านไม่ได้ถือไว้หรอกรึ? สงสัยคงทำหล่นตอนวิ่งหนีแมงป่องพวกนั้นกระมัง? น่าเสียดายจริงๆ... แต่ช่างเถอะ ชีวิตสำคัญกว่าสมบัติจริงไหมขอรับ?"
เฟิงอี้หรานทำหน้าเสียดายสุดขีด แต่เมื่อนึกถึงฝูงตุ๊กตาสังหาร เขาก็ส่ายหน้า "ช่างมันเถอะ... แค่รอดมาได้พร้อมกับ 'แร่โลหิต' ก้อนนี้ก็คุ้มแล้ว ถือว่าฟาดเคราะห์ไป"
จากนั้น เฟิงอี้หรานก็หันมายิ้มเจ้าเล่ห์ใส่อาเจีย
"ว่าแต่... ฝีมือเจ้าไม่เลวเลยนะ อาเจีย ทั้งลูกล่อลูกชน ทั้งความงก... ข้าถูกใจเจ้ายิ่งนัก กลับไปถึงเมืองเมื่อไหร่ ข้าจะแนะนำน้องสาวข้า 'เฟิงหลิงเอ๋อร์' ให้รู้จัก นางต้องชอบ... ไม่สิ นางต้องเกลียดขี้หน้าเจ้าแน่ๆ แต่นั่นแหละที่น่าสนุก!"
"อย่าหาเรื่องให้ข้าเลยขอรับ" อาเจียปฏิเสธทันควัน "แค่พี่ชายคนเดียว ข้าก็ปวดหัวจะแย่แล้ว"
เมื่อเคลียร์กับเฟิงอี้หรานจบ อาเจียก็ค่อยๆ หันไปหา 'ด่านหิน' ด่านต่อไป... หลินชิงเสวี่ย
นางกำลังจ้องมองเขาอยู่ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
"อาเจีย..." นางเอ่ยเสียงเรียบ "เรื่องในวันนี้... ข้าจะเขียนรายงานส่งท่านอาจารย์เทียนหยวนตามความจริง ทั้งเรื่องการค้นพบโบราณสถาน และเรื่องฝีมือของเจ้า"
อาเจียสะดุ้งเฮือก "ด... เดี๋ยวสิขอรับศิษย์พี่หญิง! เรื่องโบราณสถานน่ะรายงานไปเถอะ แต่เรื่องข้า... ท่านช่วย 'ลืมๆ' มันไปบ้างไม่ได้หรือ? ข้าเป็นแค่ศิษย์สายนอก ข้าไม่อยากเด่นดัง"
"เจ้ากลัวเด่นดัง? หรือกลัวใครมาล่วงรู้ความลับของหุ่นเชิดเจ้ากันแน่?" นางย้อนถามอย่างรู้ทัน
อาเจียกัดริมฝีปาก สมองคำนวณอย่างรวดเร็ว
'ข้าจะทวงบุญคุณที่เคยช่วยชีวิตนางดีไหม?... ไม่ได้! ถ้าทวงตอนนี้ เท่ากับหายกัน ครั้งหน้านางจับข้าเข้าคุกได้แน่ สู้ยอมขาดทุนตอนนี้เพื่อเลี้ยงไข้... เอ้ย เลี้ยงความสัมพันธ์ไว้ดีกว่า'
เขาตัดสินใจควัก 'ถุงสมุนไพร' ที่เขาแอบเก็บมาระหว่างทางในเหมืองออกมา
"นี่คือ 'เห็ดโลหิตพันปี'... ข้าเจอมันงอกอยู่ข้างศพอสูรศิลา สรรพคุณของมันช่วยฟื้นฟูเส้นลมปราณที่เสียหายจากการใช้พลังเกินขีดจำกัดได้ดีเยี่ยม"
เขายื่นถุงนั้นให้นางอย่างไม่เต็มใจ (มือนี่สั่นพั่บๆ เพราะความเสียดายของ)
"ข้ามอบให้ท่าน... ถือซะว่าเป็น 'ค่าปิดปาก' สำหรับคดีที่ข้าแอบใช้เส้นด้ายวิญญาณในตลาด และ... เรื่องเจ้าสัวในวันนี้ พอจะแลกกับการที่ท่าน 'มองไม่เห็น' ความผิดข้าสักครั้งได้ไหมขอรับ?"
หลินชิงเสวี่ยรับถุงสมุนไพรมา นางสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากเห็ดที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดในเส้นลมปราณของนางได้ทันที มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย... รอยยิ้มที่งดงามจนอาเจียตาพร่าไปชั่วขณะ
"ข้าจะรับไว้พิจารณา..." นางเก็บถุงเข้าแขนเสื้อ "เห็นแก่ที่เจ้าและหุ่นเชิดของเจ้าช่วยเปิดทางหนี... ครั้งนี้ข้าจะทำเป็นมองไม่เห็น"
อาเจียถอนหายใจยาวเหยียดราวกับยกภูเขาออกจากอก
"แต่..." นางหุบยิ้มทันที แววตากลับมาดุจน้ำแข็ง "อย่าให้มีครั้งหน้า และอย่าให้ข้าเห็นเจ้าทำผิดกฎอีก ไม่อย่างนั้นข้าจะทบต้นทบดอก เข้าใจไหม?"
"ข... เข้าใจแจ่มแจ้งขอรับ!"
การแบ่งสรรปันส่วนจบลงด้วยดี (ในแบบของอาเจีย) แม้จะเสียดายเห็ดพันปี แต่การได้เงินก้อนโตและปิดปากศิษย์พี่หญิงได้ ก็ถือว่าคุ้มค่า
อาเจียเงยหน้ามองดวงจันทร์ มือข้างหนึ่งลูบกระเป๋าเงินตุงๆ อีกข้างแอบจับ 'แท่งหยกสีดำ' ที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อแน่น
'กำไรที่แท้จริง... มันอยู่ที่นี่ต่างหาก... แต่เดี๋ยวคงต้องเจียดเงินไปซื้อผงหยกดำมาซ่อมเจ้าสัวอีก เฮ้อ... ได้มาก็ต้องจ่ายไป ชีวิตหนอชีวิต'