ย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃

    ตอนที่ 34.1 กำจัดตะปูในตา

     

            คำวินิจฉัยของหมอหลวงทำให้ทั้งห้องตกตะลึงบ่าวในเรือนต่างพากันคุกเข่าหมอหลวงเซี่ยก็ลงไปหมอบติดพื้นราวกับต้องการร้องขอชีวิตเช่นกัน

            เขานึกด่าตัวเองเป็นร้อยเป็นพันรอบว่าไม่ควรรายงานออกมาแต่ยามนี้กลับไม่อาจเรียกคืนวาจากลับมาได้

            ความเงียบปกคลุมภายในห้องครู่ใหญ่เงียบจนได้ยินเสียงย่ำหิมะนอกห้องชัดเจน

            เสียงสวบสาบดังมาจากทางหน้าต่าง จากนั้นก็มีเสียงกิ่งไม้หักดังกร๊อบ!

            แววตาของฮั่นอ๋องพลันวาวโรจน์ไอเย็นจากร่างแผ่ปกคลุมไปทั้งห้องซูอันหนิงมองสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของเขาแล้วอ้าปากเตรียมจะอธิบาย

            แต่ยังไม่ทันได้พูด เสียงก้องกังวานก็ดังสะท้อนไปทั่วห้อง

            “เหอไห่! หลี่เหวินหมิง!”

            เสียงตะโกนราวกับสั่งกองทัพของฮั่นอ๋องทำให้หมอหลวงเซี่ยตกใจจนหลับตาแน่นร่างคุดคู้สั่นเทาราวกับนกกระทาตัวหนึ่ง

            ขณะที่ผู้คนในห้องยังจับต้นชนปลายไม่ถูกสาวใช้คนสนิทของพระชายาก็ผุดลุกเตรียมปกป้องเจ้านายของตนเอง

            เวลาเดียวกับที่เหอไห่และหลี่เหวินหมิงขยับตัวเฉินหลิงก็พุ่งตัวออกจากห้องไปเช่นกัน เฉินชิงชิงคล้ายเพิ่งได้สติจึงกระโดดออกทางหน้าต่างบานที่ใกล้ที่สุด

            เสียงต่อสู้ดังขึ้นจากด้านนอกครู่หนึ่งไม่รู้ว่าใครสู้กับใครหรืออาจจะเป็นองครักษ์ของฮั่นอ๋องสู้กับองครักษ์ของพระชายาก็ไม่อาจทราบได้

            ซูอันหนิงตกใจจนร่างกายเย็นเฉียบมองจูเกาเซวียนเหมือนกำลังมองภัยคุกคามที่ต้องรับมือแม้แต่ลี่หนานกับชางอิงที่หมอบกระแตอยู่บนพื้นเมื่อครู่ก็กระโดดขึ้นมาขนาบอยู่สองข้างซ้ายขวาของนายหญิง

            การกระทำเช่นนั้นของพวกนางส่งผลให้ใบหน้าของฮั่นอ๋องเขียวคล้ำขึ้นมาในบัดดล

            บรรยากาศในห้องพลันกดดันอย่างแปลกประหลาด

            ไม่นานเหอไห่ก็ลากร่างหนึ่งซึ่งสวมชุดบ่าวกวาดลานเรือนมาโยนลงบนลานหินหน้าเรือนดังตุบเลือดสีคล้ำไหลออกจากมุมปากคนผู้นั้นช้าๆ

            ซูอันหนิงกะพริบตาด้วยความงุนงงหมอหลวงเพิ่งวินิจฉัยว่านางท้อง จู่ๆ จูเกาเซวียนก็โมโหเรียกหาองครักษ์เฉินหลิงกับเฉินชิงชิงกระโดดออกไป นางจึงคิดว่าสองฝ่ายกำลังต่อสู้กันกลับกลายเป็นว่า...ตั๊กแตนตำข้าวจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ข้างหลัง[1]

            ฮั่นอ๋องส่งเสียงเรียกเหอไห่ก็เพราะเขารับรู้ถึงการมีอยู่ของนกขมิ้นตัวนั้นนั่นเองจึงนำมาซึ่งเหตุการณ์ชุลมุนชวนให้คนเข้าใจผิดเช่นนี้

            เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเร็วมากเร็วจนนางยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เพียงไม่กี่ลมหายใจก็มีคนถูกลากมาทิ้งไว้ตรงนั้นแล้ว

            เหอไห่ประสานมือรายงาน “ทูลหวางเย่นางกลืนยาพิษสิ้นใจไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            เฉินหลิงเดินเข้าไปค้นศพครู่หนึ่งวิธีค้นตัวของนางทำให้เหอไห่และหลี่เหวินหมิงต้องรีบเบือนสายตาหลบไปอีกทาง นางดึงของสิ่งหนึ่งออกมาจากหน้าอกของศพเปิดออกสำรวจด้วยตนเองรอบหนึ่งแล้วจึงหันมารายงาน

            “นางซ่อนของสิ่งนี้ไว้ในร่างเพคะ”

            เฉินหลิงส่งแผ่นป้ายเล็กๆชิ้นหนึ่งให้เฉินชิงชิงนำขึ้นถวาย

            จูเกาเซวียนรับมาดู ป้ายนั้นทำจากไม้ธรรมดาแกะสลักอักษรตัวเดียว‘เหริน’[2] อีกด้านคือรูปสลักดอกกล้วยไม้ เขาหรี่ตามมองมันเนิ่นนานคล้ายจมลงสู่ห้วงของความคิด

            เฉินหลิงหันไปทางพระชายาเอ่ยเป็นเชิงขออนุญาต “นางคือบ่าวกวาดลานเรือน หวางเฟยอนุญาตให้หม่อมฉันไปตรวจค้นที่ห้องของนางโดยเร็วเถิดเพคะ”

            ดวงตาของซูอันหนิงขยายกว้างกว่าปกตินางมองร่างที่กองราวกับกระสอบป่านใบเก่าบนพื้นนิ่ง หัวใจเต้นแรง มือเย็นเยียบไม่ได้ยินคำพูดของเฉินชิงชิงแม้แต่น้อย

            แค่พริบตาเดียวคนก็ตายแล้วหรือเมื่อครู่นางยังคิดว่าคนอาจจะตายคือตัวนางเองเสียอีก

            นี่คือโลกที่คนในจวนผู้สูงศักดิ์ไม่ต้องถูกไต่สวนไม่ต้องขึ้นศาลก็สามารถตายไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่มีผู้ใดมาถามไถ่ถึง

            ตายไปอย่างง่ายดายเพียงนี้...

            ฝ่ามือใหญ่วางบนมือของนางซูอันหนิงสะดุ้งเล็กน้อย ค่อยๆ หันหน้ากลับมาช้าๆ จูเกาเซวียนสบตานางแววตาไม่ได้อบอุ่นอ่อนโยนเช่นเมื่อครู่ ทว่าเป็นแววตาจริงจังซึ่งบอกกับนางว่า

            เขาและนางลงเรือลำเดียวกัน!

            ดวงตาของเขาสานสบขณะที่ริมฝีปากเอ่ยสั่งการเสียงเย็น“ไปค้นให้ทั่ว แต่อย่าให้กระโตกกระตาก เรื่องของบ่าวกวาดเรือนให้ปิดเป็นความลับอย่าให้ผู้ใดรู้ว่านางเป็นหรือตาย การหายไปของคนผู้หนึ่ง อาจดึงคนอีกผู้หนึ่งให้โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ”

            “รับพระบัญชา”

            เฉินชิงชิงและเฉินหลิงจากไปเหอไห่จึงปลีกตัวไปตรวจสอบให้แน่ใจว่ารอบเรือนหลักยามนี้ไม่มีบ่าวคนใดได้เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้อีก

            จูเกาเซวียนหันไปทางหมอหลวงเซี่ยเอ่ยเสียงเรียบไม่บ่งบอกความรู้สึก

            “หมอหลวงเซี่ย”

            เพียงเอ่ยเรียกคำเดียวหมอหลวงก็โขกศีรษะลงจนเสียงดังตุบ เขาแทบจะลงไปหมอบกับพื้นอย่างสุนัขเชื่องๆตัวหนึ่งอยู่แล้ว

            “หวางเย่กระหม่อมไม่เห็นอะไรทั้งนั้นพ่ะย่ะค่ะ”

            ฮั่นอ๋องหมุนแหวนบนนิ้วหัวแม่มือเงียบๆแววตาภายใต้แพขนตาหนาคู่นั้นเรียบนิ่ง “หมอหลวงเซี่ยตกใจเกินไปแล้ว...”

            เขากล่าวเนิบช้ายิ่งช้า...แรงกดดันก็ยิ่งหนักหน่วง

            หมอหลวงเซี่ยตัวสั่นเหงื่อเย็นแตกท่วมร่าง ใบหน้าซีดเซียวราวกับกลายเป็นคนป่วยเสียเอง

            “เจ้าตรวจหวางเฟยผิด มีโทษสถานใด!”

            เสียงกังวานทรงอำนาจดังราวกับฟ้าผ่าสาวใช้ที่อยู่ด้านหลังแทบจะหมอบตามลงไปอีกรอบทั้งที่เมื่อครู่ยังคิดจะแลกชีวิตกับคนผู้นั้นอยู่เลย

            “กระหม่อมผิดไปแล้วกระหม่อม...กระหม่อมจะตรวจใหม่พ่ะย่ะค่ะ”

            หมอหลวงลนลานลุกขึ้นยืนยังไม่ตรงเข่าก็ทรุดลงไปอีก

            สีหน้าเย็นชาของจูเกาเซวียนไม่เปลี่ยนแปลงแม้ชั่วขณะเขาทำเพียงนั่งมองหมอหลวงตะเกียกตะกายอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาสงบ คล้ายกดดันและคล้ายไม่ได้กดดันทว่าอากาศรอบตัวทำให้ผู้คนแทบหายใจไม่ออก

            ในที่สุดหมอหลวงเซี่ยก็พยุงโต๊ะลุกขึ้นมาได้มือเหี่ยวย่นสั่นระริก

            “เอาล่ะ...” ยามนั้นเองที่เสียงสุขุมดังขึ้น

            หมอหลวงเซี่ยชะงักปลายนิ้วเหงื่อเม็ดหนึ่งหยดลงบนโต๊ะ เขารีบเช็ดออกอย่างรวดเร็วแล้วคุกเข่าลงไปอีก

            “เจ้าแตกตื่นเพียงนี้ ยังจะจับชีพจรหวางเฟยได้อีกหรือวินิจฉัยผิดพลาดอีกครั้งเปิ่นหวางคงต้องตัดหัวเจ้าจริงๆ แล้ว”

            หมอหลวงเซี่ยหมอบลงพื้นกัดริมฝีปากตนเองไว้ไม่ให้ส่งเสียงคร่ำครวญออกมานอกจากยอมจำนนเขายังจะทำสิ่งใดได้อีก

            “จัดห้องให้หมอหลวงเซี่ยต้องอยู่รักษาหวางเฟยจนกว่าจะหาย”

            “ให้เป็นหน้าที่ของกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ”จางเจี้ยนรับบัญชา แล้วเข้ามาประคองหมอหลวงออกไป


    [1] สำนวนตั๊กแตนตำข้าวจับจักจั่นนกขมิ้นอยู่ข้างหลัง หมายถึงฝ่ายหนึ่งกำลังวางแผนกำจัดอีกฝ่ายแต่มีบุคคลหรือกลุ่มที่สามรอเก็บผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง

    [2] เหริน (仁)คือความเมตตากรุณาระหว่างมนุษย์ เป็นคุณธรรมข้อหนึ่งของหลักขงจื๊อ

    คล้ายกับเรื่องย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498