ขบวนอสูรที่น่ากลัวเร่กันออกมาไม่นานสักเท่าไรตู้เซ่าฝู่ที่อยู่บนยอดเขามองดูฝูงอสูรมีปีกที่บินว่อนอยู่กลางเวหาแรงกระพือปีกของมันทำให้เกิดลมแรง ทำให้เกิดลมกระแทกหน้าจนเจ็บและชาไปหมดและหัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้น
วิหคั์ที่บินอยู่ดูคล้ายกับกลุ่มก้อนเมฆั์ต้นไม้ใหญ่ถูกพังหักเป็แถบๆ ความป่าเถื่อนของมันช่างน่ากลัวเหลือเกิน
สตรีงามชุดเรียบที่เอาแต่นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงนั้นมาโดยตลอดมองไปยังขบวนอสูรพร้อมกับพูดเบาๆ “ตรงนั้นเหมือนว่าจะไม่ธรรมดาจริงๆ”
หลังจากขบวนอสูรผ่านไปตู้เซ่าฝู่เริ่มปิ้งกระต่ายเปลวเพลิงอีกตัว กลิ่นเนื้อหอมคุกรุ่นยั่วน้ำลายมากและคราวนี้เขาเป็ฝ่ายหักขากระต่ายข้างหนึ่งยื่นให้แม่นางคนงามเอง
และสตรีงามคนนี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธนางใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อขากระต่ายเริ่มลิ้มรสชาติความอร่อยท่าทางไม่เหมือนการกินทั่วไป แต่เป็การรำลึกััรสชาติในความทรงจำ
ตู้เซ่าฝู่ไม่เหมือนกันเขาใช้ฟันกัดมือดึงฉีกกระชากเนื้อรีบกลืนอย่างเอร็ดอร่อย และเขาก็ยังไม่อิ่มดีจึงนำงูพลังธาตุน้ำแข็งที่เหลืออีกตัวออกมาปิ้งกินเลย
“ข้าไม่กินเนื้องูหรอกนะ ดูแล้วแปลกพิลึก”
เมื่อเนื้องูถูกปิ้งสุกจนมีกลิ่นหอมฟุ้งตู้เซ่าฝู่ยื่นให้สตรีงามคนนั้น ทว่าครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่นางเบือนหน้าหนีแม้แต่มองยังไม่มอง
ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้สนใจกินเองต่อไปอย่างตะกละตะกลาม เมื่อกินและเช็ดปากเรียบร้อยแล้วเขาก็เริ่มทำการพัฒนาหมัดคลื่นซัดสะท้านให้สมบูรณ์ต่อ
จากการวิเคราะห์ขั้นตอนทั้งหมดเพื่อพยายามหาทางพัฒนาวิชาท่านี้ตู้เซ่าฝู่พบว่าการพัฒนาหมัดคลื่นซัดสะท้านให้สมบูรณ์ยากกว่าหมัดระบำคลื่นอยู่มากมีจุดบกพร่องที่เขาเองรับรู้ได้ชัดเจน ทว่าหาวิธีแก้ไขให้ดีขึ้นได้ยากขณะนี้ตู้เซ่าฝู่กำลังติดอยู่ในสภาพคอขวด
ในเวลานั้นเสียงขลุ่ยแห่งธรรมชาติอันไพเราะจับจิตก็ค่อยๆ ดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อทำนองไหลเข้าหู ก็ทำให้ผู้ฟังหลงใหล ได้รับการชำระล้างดวงิญญา
เมื่อสักครู่ที่กำลังประสบปัญหาติดขัดตกอยู่ในสภาพคอขวดเสียงขลุ่ยแห่งทำนองธรรมชาติทำให้ตู้เซ่าฝู่สมองโล่ง เข้าใจและคิดหาวิธีได้ในทันใดการทำสมาธิฝึกวิชาพร้อมกับเสียงขลุ่ยราวกับทำนองเพลงช่วยเสริมให้ทุกอย่างเป็ไปได้ราบรื่นยิ่งขึ้น
“เสียงขลุ่ยช่างไพเราะเหลือเกิน มีคนที่ฝีเท้าไปขึ้นเขาไปถึงก่อนแล้วหรือ”
ในหมู่เขาที่อยู่ห่างไกลบนยอดเขาลูกหนึ่ง มีผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนคนหนึ่งมองไปที่แนวเขาด้านหน้าสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย
“นายท่านเฮ่อ จะเป็พวกผู้มีอิทธิพลพวกนั้นไหม”บุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยถาม
“ไม่รู้ แต่พวกเราต้องรีบไปให้ไว ห้ามให้คนอื่นไปถึงได้ก่อนขบวนอสูรออกมาสองรอบแล้ว การแย่งชิงเป็ใหญ่ในครั้งนี้ต้องทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นแน่ดังนั้นจึงกำลังพยายามกลบเื่ เพราะไม่อยากให้ตนประสบเื่ที่ไม่คาดคิดภายหลัง”ผู้เฒ่าทรงผมนกกระเรียนกล่าว
บนยอดเขาตู้เซ่าฝู่กำลังตั้งฝ่ามือรวบรวมพลังพลังปราณในร่างกายไหลผ่านเส้นลมปราณและจุดชีพจรที่กำหนด กระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงแค่ลมหายใจหนึ่งเฮือกสุดท้ายลมปราณทั้งหมดก็มารวมอยู่ที่กลางฝ่ามือ ทันใดนั้นตู้เซ่าฝู่ก็มีรัศมีพลังที่ดูร้ายกาจน่าเกรงขามแผ่ออกมามีพลังคลื่นพุ่งทะยานออกมาไม่หยุด โดยมีตัวเขาเป็ศูนย์กลางพลังแห่งฟ้าดินไหลเวียนแผ่ออกมาหุ้มรอบกายของตู้เซ่าฝู่ สุดท้ายรอบๆก็มีคลื่นแรงดันราวกับไอน้ำพ่นที่เกิดจากน้ำเดือด ในร่างมีอักษรยันต์พุ่งออกมาพลังคุกรุ่นดูน่ากลัว ราวกับถูกบีบอัดไว้รอการะเิออกมา
“เอาล่ะเปิดจุดลมปราณขั้นชีพจรพลิ้วไหว”
สตรีคนงามคนนั้นที่อยู่ไม่ไกลสายตาจับจ้องมาที่ยันต์เปล่งแสงและคลื่นพลังบนตัวของตู้เซ่าฝู่ั์ตาเผยความใในคลื่นพลัง พลังครั้งนี้รุนแรงกว่าคราวก่อนเยอะเลย
“หมัดคลื่นซัดสะท้าน!”
ตู้เซ่าฝู่หายใจออกอย่างแรงจากนั้นก็ปล่อยหมัดออกไปพร้อมกับพลังลมปราณที่พลุ่งพล่านบนยอดเขาเกิดเสียงดังราวกับฟ้าผ่าโครมลงมา พลังคลื่นของท่าหมัดคลื่นซัดสะท้านถูกส่งออกไปข้างหน้าพลังโถมไปอย่างแรงไม่หยุดจนพุ่งชนก้อนหินั์ที่อยู่ห่างออกไปประมาณร้อยเมตร
“ตึงโครม!”
ก้อนหินั์เกิดรอยร้าวเป็ทางจากนั้นก็แตกกระจายเป็หลายสิบก้อน และไหลกลิ้งลงทางลาดชันบนเขาไป
เสียงะเินี้ทำให้เกิดเสียงดังสะท้อนในเทือกเขาหลายต่อหลายครั้งดังไปทั่วป่าทั่วเขา
“ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว”
เมื่อตู้เซ่าฝู่เห็นพลังโจมตีที่ตนปล่อยออกมาก็มีสีหน้าพอใจ ในที่สุดหมัดคลื่นซัดสะท้านก็พัฒนาได้สมบูรณ์แล้วพลังรุนแรงกว่าที่ตนจินตนาการไว้ไม่น้อย และเมื่อคิดจากที่ผ่านมาตู้เซ่าฝู่ยังรู้สึกได้ว่าหมัดคลื่นซัดสะท้านยังสามารถทำให้แข็งแกร่งกว่านี้ได้เพียงแต่ตอนนี้ถึงขีดจำกัดที่ตนสามารถทำได้แล้ว หากพัฒนายิ่งขึ้นไปกว่านี้คงได้แค่คิดแต่ทำให้สำเร็จไม่ไหว
“จ๊อกๆ”
แสงสีบนห้วงนภาขณนี้เป็แสงสีเหลืองของยามโพล้เพล้ ท้องของตู้เซ่าฝู่เริ่มร้องจ๊อกๆ อีกครั้งเขาพบว่า่นี้เขาทานเยอะมาก และที่แปลกคือ่นี้เขาไม่ได้ฝึกกระบวนวิชาลับของแท่นศิลานั้นต่อ ทว่าไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงรู้สึกว่าร่างกายเปี่ยมไปด้วยพลังปราณและเริ่มรู้สึกถึงพลังที่เอ่อล้นใกล้จะะเิออกมา
“ข้าลงเขาไปหาของกินละนะ”
เมื่อตู้เซ่าฝู่หันหน้าไปบอกสตรีคนสวยชุดเรียบที่นั่งขัดสมาธิอยู่เสร็จแล้วก็ปีนลงจากยอดเขาไป เพราะมีประสบการณ์มาจากครั้งก่อน คราวนี้จึงปีนได้ไวขึ้นเมื่อลงจากยอดเขามาแล้ว ก็พบซากอสูรตัวเล็กๆ จำนวนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลเขามากเขาจึงรีบแบกขึ้นหลังเตรียมจะปีนกลับขึ้นเขาไปเพื่อจะได้หลีกเลี่ยงอสูรและปีศาจที่ยังมีชีวิตที่อยู่ล่างเขา
ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้พบอสูรก็จริงแต่ดันพบกับคน มีเงาของคนสิบกว่าคนปรากฏอยู่ด้านหน้าของตู้เซ่าฝู่มีทั้งคนชราและหนุ่มสาว ทั้งชายและหญิง ผู้นำของกลุ่มนี้คือผู้เฒ่าชุดดำในมือถือไม้เท้าหัวงู ลำท่อนไม้เท้ามีลักษณะคดโค้งรูปร่างเหมือนกับงูเหลือมพันล้อมรอบข้างบน
“เ้าหนูเ้าเป็ใครมาจากไหน?”
บุรุษวัยกลางคนคนหนึ่งมองตู้เซ่าฝู่ด้วยแววตาแปลกๆเขาไม่ได้รู้สึกถึงระดับพลังลมปราณใดๆ ของตู้เซ่าฝู่แต่กลับััได้ถึงคลื่นพลังลมปราณได้
“ในนี้มีอสูรร้ายกาจอยู่พวกท่านรีบกลับไปเถิด” ตู้เซ่าฝู่แหงนหน้ามองคนเ่าั้ ทุกคนดูแล้วเก่งฉกาจมากรู้สึกได้ว่าพลังลมปราณของพวกเขาแข็งแกร่งกว่าท่านลุงใหญ่และท่านลุงรองเสียอีกพวกเขาน่าจะไม่ใช่บุคคลธรรมดากันแม้กระทั่งเหล่าวัยรุ่นหญิงชายพวกนี้ก็ดูแกร่งกล้ากว่าญาติผู้พี่และผู้น้องทั้งหลายของเขาเยอะเลย
เ้ายังไม่ได้บอกข้าเ้าเป็ใครมาจากไหน เ้าไม่กลัวอสูรปีศาจบ้างเลยหรือ?”
ชายวัยกลางคนคนนั้นสงสัยมองดูรอบๆ นอกจากเ้าเด็กหนุ่มคนนี้ก็ไม่มีคนอื่นแล้ว ขบวนอสูรถึงสองครั้งทว่าเด็กหนุ่มคนนี้ยังอยู่แถวนี้เพียงลำพัง ดูแล้วค่อนข้างผิดปกติ
“ข้าจะเป็ใครก็ไม่เกี่ยวอะไรกับท่าน”
ตู้เซ่าฝู่เริ่มรู้สึกไม่พอใจเท่าไร่นี้เจอเื่ให้น้อยอกน้อยใจมาเยอะอยู่แล้ว ยังเจอกลุ่มคนไร้มารยาทใส่อีกเขาจึงอารมณ์เสียใส่อย่างไม่เกรงใจ หากพบเจอในสถานการณ์ปกติทั่วไปเวลาเผชิญหน้ากับบุคคลแกร่งกล้า ตู้เซ่าฝู่จะไม่แสดงท่าทีไร้มารยาทใส่เช่นนี้ทว่าตอนนี้ไม่เหมือนกัน ตู้เซ่าฝู่รู้ว่าสตรีงามที่แต่งกายชุดราบเรียบที่อยู่บนยอดเขาก็คือสุดยอดฝีมือและลึกๆ ตู้เซ่าฝู่รู้สึกได้ว่า นางแข็งแกร่งยิ่งกว่าคนเหล่านี้ดังนั้นจึงไม่รู้สึกเกรงกลัว อย่างน้อยสตรีนางนั้นก็ยังอยากทานเนื้อย่างอีกและยังต้องใช้ตนเป็ตัวประกันรอตาเฒ่าตัวปัญหาฝูอี้ไป๋มาหาอีก ไม่น่าจะไม่ปล่อยให้ตนตายได้หรอก
“เ้าหนุ่มหยาบคายนี่กล้าดีมาจากไหนกันเ้าน่าจะรู้ว่าพวกข้าเป็ใคร ไม่รู้จักเคารพนบนอบพวกเรา ระวังจะประสบภัยร้ายล่ะ”
สีหน้าของบุรุษวัยกลางคนคนนั้นดูเคร่งเครียดเขาเป็บุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังน่าเกรงขามเมื่ออยู่ข้างนอก ปกติใครพบเจอก็จะแสดงความเคารพกันนึกไม่ถึงจะพบเจอเ้าเด็กหนุ่มที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าแสดงท่าทีและพูดจาไร้มารยาทใส่
“ฮ่าๆๆ สำนักอสรพิษ์ช่างน่าเกรงขามจริงๆวิ่งแจ้นมาถึงเทือกเขาอสุรกายเพื่อเบ่งอำนาจขู่คน น่านับถือจริงๆ เลย”
มีเสียงหัวเราะชอบใจดังขึ้นมาตู้เซ่าฝู่ได้ยินก็หันไป ท่ามกลางป่าลึก มีคนจำนวนสิบกว่าคนมาอีกกลุ่มดูพลังแข็งแกร่งมาก และในนั้นก็มีวัยรุ่นจำนวนหนึ่งอยู่ในกลุ่มด้วยผู้ที่หัวเราะเป็ชายหัวโล้นดูแปลกพิลึกศีรษะเรียบเกลี้ยงของเขามีรอยสักสีฟ้าอมเขียวที่ดูพิสดารอยู่ ราวกับเป็ยันต์ที่มีพลังบางอย่างรัศมีพลังปราณของเขาดูเหนือชั้นมาก