ฝนตกลงมาอย่างแรง ท้องฟ้าสีส้มตอนเย็นกลายเป็นเมฆครึ้มไปทั่วเมืองเชียงใหม่ ดิวไม่ปฏิเสธคำชวน เขาลงจากรถเข้ามาในร่มกับรฐา แล้วเดินเข้าไปในบ้านกับเธอ
มีคนอยู่ในบ้านด้วยกันหลายคน เป็นคนในครอบครัวของรฐาด้วยกันทั้งนั้น พี่ชายเป็นตำรวจ น้องสาวเป็นครูสอนหนังสือ พ่อรับราชการตำแหน่งใหญ่ แม่มีหน้าที่อยู่บ้านเฉยๆ โปรไฟล์ทั้งบ้านจัดว่าดูดีทีเดียว
“ไม่นึกเลยนะเนี่ย ว่าลูกสาวคนนี้จะมีหนุ่มๆ มาส่งบ้าน และดูเหมือนว่า...จะอายุน้อยกว่าด้วย” ดาวแม่ของรฐามองดิวตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยสายตาที่เฉียบแหลมของเธอ บวกกับเครื่องแต่งกายของดิว ทำให้เธอไม่ได้ดูถูก ถึงแม้ว่าดิวจะเด็กกว่ารฐาหลายปีก็ตาม
“โธ่แม่นี่ล่ะก็ หนูกับคุณดิวไม่ได้เป็นอย่างนั้นกันนะคะ” รฐาตอบปัดอายๆ ใช่อย่างที่คิดซะที่ไหนล่ะ คนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาซะหน่อย แต่เขาเป็นถึงประธานบริษัท แต่รฐาไม่ได้พูดออกไป เพราะดิวอายุน้อยมาก พูดให้ใครฟังคงไม่เชื่อ
“หรอๆ ชื่อดิวเหรอลูก” ดาวถามดิว
“สวัสดีครับคุณป้า ใช่ครับ” ดิวตอบรับด้วยรอยยิ้ม มันเป็นความรู้สึกที่ประหลาด ตั้งแต่เกิดเขาไม่เคยเข้าบ้านผู้หญิงแบบนี้เลย และครอบครัวของเธอก็ไม่ธรรมดาด้วย แต่เป็นเพราะเขาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน จึงไม่รู้สึกด้อยกว่าอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
“ไหว้พระเถอะลูก” ดาวแม่ของรฐาดูไม่แก่เลย เธอยังดูสาวอยู่ คงเป็นเพราะการเป็นอยู่ที่ดี ดูแลตัวเองด้วยของแพงๆ ใบหน้าจึงดูเหมือนสาวอายุสามสิบกว่าปี
“แล้วนี่อยู่ตำแหน่งไหนล่ะ ทำงานที่ไหนเหรอ? อยู่ที่เดียวกับยายฐามั้ย” พ่อของรฐาสวมแว่น ชื่อเอก จากที่ดิวสังเกตดู พบว่าเขาเป็นชายที่หวงลูกเอามากๆ
“โธ่พ่อค่ะ จะไปสัมภาษณ์คุณดิวแบบนั้นได้ยังไง เราไม่ได้มีความสัมพันธ์กันแบบนั้นซะหน่อย” รฐารีบห้ามเอกจนลิ้นพันกัน
“ใครจะไปรู้ ก็เห็นว่ามาส่งถึงบ้าน” เขาขมวดคิ้วมุ่น ดูไม่พอใจที่ลูกสาวเอาตัวปกป้องดิว
“ที่คุณดิวมาส่ง เป็นเพราะแบตเตอรี่รถหนูหมดต่างหากล่ะคะ ไม่งั้นมีเหรอที่เขาจะมาส่ง”
ดิวที่ยืนอยู่ตรงนั้นรู้สึกกระอักกระอ่วนจริงๆ นี่ชวนเข้ามาในบ้านทำไมเหรอ? มันน่ารำคาญจริงๆ กับปฏิกิริยาแบบนี้ โดยเฉพาะสายตาของพ่อเธอที่มองมา รู้สึกไม่ชอบเลย
“เอ๊ะ...ฉันว่าคุ้นๆ หน้าของคุณนะคะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนนะ...” น้องสาวของรฐาออกมาจากในครัว บัว อยู่ในชุดทางการ รวบผมหางม้า ใบหน้าสวยใสไม่ต่างจากรฐา
“แกจะรู้สึกคุ้นก็ไม่แปลก คุณดิวเป็นถึงศิลปินดัง มีใครบ้างที่ไม่รู้จักเขา” รฐาตอบยิ้มๆ ฐานะอีกอย่างของดิวคือนักร้อง น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเขาเป็นประธานบริษัท ทรัพย์สินที่มีก็หลายล้านบาท ด้วยวัยเพียง 22 ปี ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิต
“อ๋อ! มิน่าล่ะ ที่แท้ก็ศิลปินดังนี่เอง” บัวพยักหน้าหงึกๆ เข้ามาชิดใกล้ดิว สำรวจดูว่าใช่ตัวจริงหรือเปล่า “ไม่คิดเลยนะเนี่ย ว่าพี่สาวของฉันจะมากับศิลปินดังได้...”
บัวมองสองคนแปลกๆ จนรฐาต้องเข้ามาห้ามความคิดของเธอก่อนจะเลยเถิดไปกว่านี้ “หยุดเลยนะยายบัว พี่กับคุณดิวไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย”
“ก็ไม่แน่ ใครจะรู้ล่ะจริงมั้ย” บัวไม่ยอมแพ้
ฝนยังตกอยู่ เมฆหนาครึ้มและมีฟ้าคะนองเป็นหย่อมๆ โชคดีที่ไฟไม่ดับ ไม่อย่างนั้นบ้านของรฐาคงต้องกินข้าวมืดๆ
“ทานข้าวก่อนสิจ้ะแล้วค่อยไป ฝนข้างนอกก็ยังตกอยู่” เห็นว่าดิวมีท่าทีจะจากไป แม่ของรฐาจึงรั้งไว้
“จะดีเหรอครับ” ดิวไม่อยากเสียมารยาทหรอก แต่ให้นั่งกับพ่อของเธอที่หน้าบึ้งแบบนี้ ออกจะอึดอัด
“ดีสิจ้ะ ใช่มั้ยลูกฐา” ดาวหันไปมองลูกสาวยิ้มๆ
“ใช่ค่ะ ถ้ายังไงทานข้าวก่อนค่อยกลับก็ได้ ตอนนี้ฝนตกหนักมาก ขับรถกลับค่อนข้างอันตราย” รฐาเอ่ยชวน ด้วยเหตุนี้เองดิวจึงร่วมโต๊ะทานข้าวกับครอบครัวของรฐา
ภาพครอบครัวที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ทำให้ดิวคิดถึงพ่ออาทิตย์กับแม่มะปราง และยังมียายเด็กดื้อเพชรพลอย ดิวอยากให้พวกท่านมาอยู่ด้วย ที่บ้านออกจะหลังใหญ่ อยู่คนเดียวกับข้าวปั้นค่อนข้างเงียบเหงา จนเพื่อนบ้านอดไม่ได้ที่จะซุบซิบนินทาว่าเขาเป็นเกย์
แต่พ่ออาทิตย์กับแม่มะปรางชอบอากาศที่ต่างจังหวัดมากกว่า ถึงแม้อากาศที่เชียงใหม่จะเย็นสบาย แต่ก็ไม่คุ้นชิน ดิวจึงปล่อยเลยตามเลย แต่ยังคงส่งเงินไปให้ทุกเดือน
มองอาหารของคนเมือง บ้านของรฐากินแต่อาหารดีๆ พวกเขาไม่ชอบจ่ายตลาด แต่ชอบซื้อวัตถุดิบจากห้างสรรพสินค้ามากกว่า ที่นั่นของได้คุณภาพ ต่างจากซื้อกับแม่ค้าที่ตลาด ไม่รู้ว่าทั้งวันที่ผ่านมามีแมลงวันตอมแล้วกี่ตัว แค่คิดถึงตรงนี้ ดาวก็อยากจะอาเจียน
ดิวไม่รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย สำหรับคนมีเงินแล้วนี่ถือว่าเป็นเรื่องปกติ พวกเขามักจะมองคนอื่นด้อยกว่า เหมือนกับที่พ่อของรฐามองดิวนั่นแหละ ลูกสาวของเขาอายุสามสิบแล้วก็จริง แต่เรียนจบนอกเลยนะ การศึกษาไม่ได้ขี้เหร่ เพราะงั้นคนที่จะมาเป็นลูกเขยต้องไม่ใช่ไก่กา
แต่พอรู้ว่าดิวเป็นศิลปินดังก็เบาใจขึ้นหน่อย ทีแรกคิดว่าเป็นเพื่อนร่วมงานในที่ทำงานซะอีก แบบนั้นคงต้องเฉดหัวออกจากบ้านทันที เพราะลำพังแค่เงินเดือน มีเหรอจะเลี้ยงลูกสาวเขาได้
ดิวไม่รู้ว่าครอบครัวนี้คิดยังไง เพราะหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จเขาก็ขอตัวกลับทันที
“ขับรถกลับดีๆ นะคะ” รฐายืนโบกมือที่ระเบียงบ้าน ถึงตอนนี้ฝนยังตกลงมาไม่หยุด ดิวเผยรอยยิ้มเล็กๆ เขาเก็บร่มที่รฐาให้ยืมก่อนจะขับรถออกไป
“แม่คะ ดูท่าว่าพี่สาวของหนูจะไม่ขึ้นคานเเล้วนะคะ แบบนี้มีหวังได้แต่งแน่!” บัวพูดกับแม่ในครัว แม่ของเธอเองก็เผยรอยยิ้มแห่งความสุข
“โอ้...แม่ก็กำลังกังวลเรื่องของพี่แกไม่แพ้กัน ตั้งแต่เรียนจบเมืองไทยก็ไปต่อนอกเลย ไม่มีเวลาคบกับใครเพราะกลัวกระทบผลการเรียน คิดว่าต้องขึ้นคานแล้วแน่ๆ เพราะโปรไฟล์ดีเกินไป หนุ่มๆ ไม่กล้าเข้ามาจีบ แต่พ่อหนุ่มที่ชื่อว่าดิวนั่นดูเหมือนจะไม่ใช่ไก่กา ทำเอาลูกฐาอายม้วนทีเดียว” ดาวดูมีความหวัง
“ฮิฮิ ใช่มั้ยล่ะแม่” บัวเห็นด้วย
ดาวถามต่อไปว่า “เอ้อจริงสิ แล้วไอ้การเป็นศิลปินที่ว่าเนี่ย เงินดีเหรอ เดือนนึงสามารถหาเงินได้ถึงแสนมั้ย?”
บัวที่กำลังล้างจานอยู่ตอบว่า “ฮิฮิ ยิ่งกว่าแสนอีกค่ะ โดยเฉพาะคุณดิวแล้ว เขาเป็นศิลปินเดี่ยวที่มีงานชุกตัวเลยทีเดียว แต่เขากลับไม่ค่อยรับงาน ไม่รู้นะว่าทำไม ทั้งที่งานนึงก็ปาไปแสนกว่าบาทแล้ว”
“แสนกว่า! แค่งานเดียวเนี่ยนะ?” ดาวที่ฟังดูเหมือนจะไม่เชื่อ สามารถหาเงินแสนได้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ แม้แต่สามีที่ทำงานราชการมีตำแหน่งสูง ก็ใช่จะมีเงินเยอะ
“ใช่ค่ะ นี่ถือเป็นเรื่องปกติ อีกอย่างนะคะที่บอกว่ารับงานเนี่ยก็แค่ชั่วโมงเดียว แล้วแม่ลองคิดดูสิคะ ว่าหนึ่งเดือนเนี่ยมีกี่วัน...” บัวเว้นไว้ช่วงหนึ่ง ก่อนจะพูดเบาๆ “จากการคำนวณของหนู ในหนึ่งเดือนหากคุณดิวรับงานสิบงาน รายได้ของเขาก็จะมากถึงหนึ่งล้านบาท!”
“มากขนาดนั้นเชียว!” ดาวแทบไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน มันฟังดูเกินจริงเกินไป เงินหนึ่งล้านบาทนั่นมันควรเป็นระดับผู้บริหารแล้ว
“นี่ยังถือว่าจิ๊บๆ นะคะ ในเดือนที่ผ่านมาหนูลองเช็คเพจของคุณดิวดูแล้ว เขารับงานถึงยี่สิบห้าวัน! ยี่สิบห้าวันเลยนะคะแม่!” พูดถึงตรงนี้บัวถึงกับตาโต ยี่สิบห้าวันที่ดิวรับงาน คิดดูสิว่าเขามีรายได้เท่าไหร่
ไม่ไกลนักพ่อของรฐาที่ยืนแอบฟังอยู่ เอกเกือบจะหัวใจวายตาย “ไอ้หนุ่มนั่นมีเงินมากขนาดนั้นเลยเหรอ? เป็นไปได้ยังไง แม้แต่เงินเดือนต่อปีของเราก็ไม่สามารถเทียบได้ ทำงานทั้งชีวิตยังยากเลย...”
ไม่ได้เป็นการพูดเกินจริง ศิลปินใช้เสียงร้องของพวกเขาหากิน แลกด้วยพรสวรรค์และหยาดเหงื่อ สิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับมาย่อมไม่ธรรมดา เพราะงั้นบางคนถึงรวยเอาเพียงเวลาหนึ่งเดือน ก็ซื้อบ้านราคาสิบล้านได้แล้ว แต่นั่นต้องดังถึงขนาดเป็นกระแส
“ดีล่ะ แม่จะบอกฐาเอง หลังจากนี้จะต้องชวนคุณดิวมาบ้านบ่อยๆ ถึงตอนนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็จะชิดใกล้” เมื่อได้รู้ถึงทรัพย์สินที่ดิวมีอยู่ ใบหน้าของดาวก็บานเป็นกระด้ง
“ดีเลยค่ะแม่ หนูจะได้อวดเพื่อนที่โรงเรียนว่าพี่เขยเป็นศิลปินดัง” บัวมีนิสัยไม่แพ้กันเลย แม่เป็นอย่างไหนลูกก็เป็นอย่างนั้น ต่างจากรฐา
“แต่เขาอายุยี่สิบสองไม่ใช่เหรอ ลูกบัวอายุยี่สิบเจ็ด...” ดาวมองบัวแปลกๆ จนบัวต้องทำหน้าละห้อย
“โธ่ แม่นี่ล่ะก็ อย่าพูดแบบนั้นสิคะ หนูยังไม่แก่ซะหน่อย”........แล้วก็มาถึงวันเปิดร้านไก่ทอดแมคฟราย มันเป็นสาขาแรก ร้านตั้งอยู่ในปั้มน้ำมันที่ไม่ได้สลักสำคัญ มันเป็นปั้มน้ำมันที่ไม่ได้รับความนิยมนัก รถจึงไม่ค่อยเข้ามาเติมน้ำมัน วันนี้เองก็เหมือนกัน ถึงแม้ร้านแมคฟรายจะเปิดให้บริการแต่มันกลับไม่ได้รับความสนใจ
“เนี่ยเหรอร้านไก่ทอดแมคฟราย พวกเขาขายแค่ไก่?” ผู้หญิงสวยคนหนึ่งลงมาจากรถตู้ ใบหน้าของเธอดูโฉบเฉี่ยว ไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไป หลังจากที่เธอลงมาจากรถทีมงานคนอื่นๆ ก็ตามลงมา พวกเขาเป็นช่างภาพของช่องมะเหมี่ยวสไลด์หนอน เป็นยูทูปเบอร์อันดับหนึ่งของประเทศ
มีผู้ติดตามประมาณสิบล้านคน และดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คอนเทนต์ของช่องไม่ได้มีอะไรนัก มันค่อนข้างจะไร้สาระด้วยซ้ำ แต่กับมีคนติดตามมาก โดยเฉพาะเด็กๆ ชอบมะเหมี่ยวเป็นอย่างมาก
มะเหมี่ยวได้รับว่าจ้างให้มารีวิวร้านแมคฟราย ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้สื่อโซเชียลมีอิทธิพลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะยูทูปเบอร์คนดัง เมื่อพวกเขาไปรีวิวร้านไหนกลุ่มแฟนคลับก็มักจะแห่ไปตาม ทำเอาร้านนั้นเนืองแน่นด้วยผู้คนในชั่วข้ามคืน
ร้านแมคฟรายเองก็เช่นกัน ดิวค่อนข้างมั่นใจในรสชาติและสูตรพิเศษของแป้ง แต่การประชาสัมพันธ์ให้ผู้คนได้รับรู้ก็มีผลกับแบรนด์เหมือนกัน เพราะงั้นมะเหมี่ยวสไลด์หนอนจึงต้องมาที่นี่!