“ง่ายกว่าที่คิดแฮะ”
“ห๊า!!เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรน่ะ? ง่ายกว่าที่คิดงั้นหรอ อย่างน้อยๆนายก็ช่วยพูดในตอนที่สภาพของนายดูดีกว่าผ้าขี้ริ้วหน่อยสิยะ”
ลูช และ ฟีเลีย กำลังยืนมองร่างของ Grim Reaper ที่ค่อยๆกลายเป็นแสงสีเทา พร้อมกับการแจ้งเตือนของระบบ
[ระบบ ท่านสังหาร The Grim Reaper ]
[ค่าประสบการณ์จะถูกแบ่งให้ตามผลงานของสมาชิกปาตี้]
[ท่านได้รับค่าประสบการณ์ 6,880,000 หน่วย]
[เลเวลของท่านเพิ่มขึ้น 1 ระดับ]
[หัวหน้าปาตี้ลูชได้รับไอเทม เคียวมัจจุราช]
[หัวหน้าปาตี้ลูชได้รับไอเทม ดวงตายมทูต]
[หัวหน้าปาตี้ลูชได้รับกุนแจคลังของดันเจี้ยน 1 ดอก]
[ท่านได้รับเหรียญทอง 10 เหรียญ]
[ระบบ ท่านและสมาชิกปาตี้ทำการพิชิตดันเจี้ยน Grim Reaper]
[ระบบจะทำการสลักชื่อของท่านไว้ที่หน้าทางเข้าของดันเจี้ยน Grim Reaper]
[รางวัลสำหรับการพิชิตดันเจี้ยน : ค่าสถานะพิเศษทุกชนิดของท่านเพิ่มขึ้น 10แต้ม]
หลังจากที่ลูชตรวจสอบข้อความของระบบ เขาให้ความสนใจกับไอเทมที่ดรอปออกมาเป็นพิเศษ
“ใบเบิกทางสู้อิสรภาพของฉัน ตรวจสอบไอเทม”
....
[เคียวมัจจุราช]
เกรด : ยูนีค
ความคงทน : 1,050/1,250
พลังโจมตี : +1,020
เพิ่มค่าความอดทน : +50
ความเร็วในการโจมตี : -2%
*สกิลพาสซิฟ : ดูดกลืน
เคียวที่สร้างขึ้นโดยการสังเวยชีวิตของมนุษย์หลายพันคนเข้าด้วยกัน วัสดุหลักที่ใช้ในการสร้างของมันคือกระดูกของมนุษย์เกือบทั้งหมด มันคืออาวุธคู่กายของ The Grim Reaper มัจจุราชผู้ถูกจองจำอยู่ในดันเจี้ยนใต้ดินแห่งป่ารีเน็ส
เงื่อนไขในการสวมใส่ : เลเวล 150 ขึ้นไป , ทักษะความชำนานเคียวขั้นกลาง
(***สำคัญ*** คำสาปจากดวงวิญญาณผู้ถูกสังเวยแก่เคียวเล่มนี้จะคอยสาปแช่งผู้ถือครองมัน : ท่านอาจฝันร้ายหรือเห็นภาพหลอนโปรดระวัง)
น้ำหนัก 1,200 หน่วย
...
สกิลพาสซิฟ : ดูดกลืน
ดูดกลืนพลังชีวิตของเป้าหมาย 5% ของความเสียหายที่ท่านสร้างขึ้นด้วยเคียว
มานา : ไม่มี ระยะหน่วง : 10นาที
...
‘มันคือไอเทมดูดเลือด!!’
อย่างที่รู้กันดีว่าในเส้นทางของพระเจ้านั้น สิ่งเดียวที่จะช่วยเพิ่มพลังชีวิตระหว่างการต่อสู้ได้มีเพียงไอเทมเท่านั้น
“มันค่อนข้างน่าเสียดายนะ ที่ผู้เล่นที่ใช้เคียวเป็นอาวุธหลักมีอยู่น้อยมากในเส้นทางของพระเจ้า”
ลูชตัดพ้อออกมาเล็กน้อย คุณสมบัติของเคียวนั้นจัดว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว ส่วนเรื่องคำสาปนั้นมันก็ไม่ใช้คำสาปที่ร้ายแรงอะไรมากนัก แต่เรื่องที่น่าเสียดายที่สุดคือผู้เล่นที่ใช้เคียวเป็นอาวุธหลักนั้นมีอยู่น้อยมาก
“เอาหน่าๆ อย่างน้อยๆมันก็เป็นอาวุธเกรดยูนิค ด้วยสกิลที่ติดมากับอาวุธ และยังค่าสถานะของมันเองก็ไม่ธรรมดา คงมีคนที่พร้อมจะซื้อมันไปเป็นอาวุธเสริมอยู่แล้วละ อย่างน้อยๆอาจได้สัก50ล้านวอนเลยนะ”
ฟีเลียพูดถูก อาวุธประเภทดูดเลือดนั้นหายากมาก และต่อให้มันจะเป็นเคียวก็ตามมันก็อาจจะขายได้ในราคาตั้งแต่ 50-200ล้านวอนเลยก็ได้ แต่เรื่องนี้นั้นไม่ใช้ว่าลูชจะไม่รู้ เขาศึกษาราคาของไอเทมมาตลอดสามปีเขาเลยรู้ดีว่าหากมันเป็นอาวุธที่ผู้เล่นมักใช้กันทั่วไป เช่น ดาบหรือมีดสั้นนั้น มันอาจจะอยู่ในหลักพันล้านหรือมากกว่านั้นขึ้นไปอีก
‘อย่างน้อยๆเราก็ปลดหนี้ได้ละนะ’
“ขอบใจเธอมากนะ เอานี้ ของที่เธอต้องการ”
ลูชโยนดวงตายมทูตไปให้กับฟีเลีย มันคือไอเทมภารกิจที่ฟีเลียกำลังตามหา
ดวงตายมทูต
ดวงตาที่ทำให้สามารถมองเห็นดวงวิญญาณของสิ่งมีชีวิต มันเป็นดวงตาของเหล่ายมทูตผู้มีหน้าที่นำพาดวงวิญญาณไปสู่ยมโลกครั้งหนึ่งดวงตาคู่นี้เคยเป็นของ The Grim Reaper แห่งดันเจี้ยนของป่ารีเน็ส
น้ำหนัก 1 หน่วย
‘ในที่สุดเราก็จบไปได้อีกหนึ่งเควส’
ฟีเลียผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย เธอต้องการที่จะยกระดับคลาสของเธอให้ไว้ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“แล้วนายจะเอายังไงต่อ จะล็อคเอ้าท์ออกไปพักเลยรึป่าว”
ฟีเลียถามขึ้นเพราะเธอค่อนข้างที่จะเป็นห่วงลูช เพราะตอนนี้สภาพของลูชนั้นค่อนข้างอิดโรยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเขาฝืนตัวเองในการต่อสู้ทั้งๆที่ค่าเรี่ยวแรงของเขานั้นหมดไปนานแล้ว
“ยังก่อน ท่าหากฉันล็อคเอ้าท์ออกไปตอนนี้ ฉันคงได้คาใจจนหลับไม่ลงกันพอดี ฉันว่าเราออกตามหาคลังของดันเจี้ยนนี้กันก่อนดีกกว่า”
“อืม ก็ได้ งั้นเดียวฉันจะไปทางฝั่งซ้ายนะส่วนนายก็ไปทางฝั่งขวา”
แม้ว่าชั้นที่สี่นี้จะไม่มีมอนสเตอร์อยู่เลยสักตัว แต่ขนาดของมันเองก็ยังใหญ่ไม่ต่างจากชั้นที่พวกเขาผ่านมาเลย
ลูชกับฟีเลียเริ่มแยกกันไปหาคลังสมบัติของดันเจี้ยน นี้คือสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ทำการเคลียร์ดันเจี้ยนเป็นกลุ่มแรก และ20นาทีต่อมาฟีเลียก็ได้พบเข้ากับคลังสมบัติของดันเจี้ยน ประตูบานยักษ์สองบานที่ประดับประดาไปด้วยโครงกระดูกของมนุษย์ชั่งสมกับที่มันเป็นดันเจี้ยนของอันเดดจริงๆ
ลูชที่รีบมาหลังจากที่ฟีเลียส่งข้อความผ่านแชทของปาตี้ ก็เดินเข้าไปเพื่อเปิดประตูคลังสมบัติ
กิ๊ก~
เสียงของกุนแจที่เป็นเครื่องยืนยันของการปลดล็อค
ประตูบานยักษ์ที่ไม่น่าจะถูกผลักออกได้ง่ายๆกำลังค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ
ลูชที่เห็นสิ่งของที่อยู่ข้างหลังบานประตูถึงกับรู้สึกหัวเสียเล็กน้อย ไม่แปลกเท่าไหร่นักที่เขาจะหัวเสีย เพราะข้างหลังประตูบานยักษ์ กลับมีเพียงหีบสมบัติวางอยู่เพียงใบเดียวเท่านั้น ในห้องอันใหญ่โตของคลังสมบัติ
“ท่ามันจะมีแค่นี้ทำไมถึงไม่ให้มันดรอปมาในตอนที่บอสตายลงให้เสร็จๆไปล่ะ”
เขาอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาเล็กน้อย
ลูชเริ่มทำการเช็คกับดักรอบๆห้องสมบัติ และเมื่อเขาตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าไม่มีกับดักอะไรซ่อนอยู่ ลูชก็ได้หยิบหีบขึ้นมาเพื่อเปิดดูของข้างในหีบ
[ท่านได้รับไอเทม แหวนไอริส]
...
[แหวนไอริส]
เกรด : ยูนิค
ความคงทน : 520/520
เพิ่มค่าสติปัญญา : +100
เพิ่มพลังในการโจมตีเวทมนต์ : +40%
ลดการสูญเสียค่าเรี่ยวแรงลง : +10%
แหวนไอริสมันถูกสร้างโดยจอมเวทชั้นกลางขั้นสูงไอริส เธอเคยเป็นที่ปรึกษาด้านเวทมนต์ของอาณาจักรโมเหล้ เธอได้สร้างแหวนวงนี้ขึ้นมาในช่วงที่เธอกำลังศึกษาศาสตร์การสร้างไอเทมเวทมนต์
เงื่อนไขการส่วมใส่ : เลเวล130
น้ำหนัก 280 หน่วย
....
“.......”
ลูชถึงกับพูดไม่ออกเขาพูดไม่ออกจริงๆสีหน้าของเขาตอนนี้ดูไม่รู้เลยว่าเขากำลังดีใจหรือเสียใจกันแน่ เพราะแหวนวงนี้มันดันมีค่ามากกว่าเคียวที่เขาต้องเสี่ยงชีวิตแทบเป็นแทบตายกว่าจะได้มันมา
มันเป็นที่เข้าใจกันดีว่าเครื่องประดับในเส้นทางของพระเจ้านั้นหายากมากๆ และส่วนใหญ่พวกมันมักถูกเหล่ากิลด์ชั้นสูงต่างๆนาๆนั้นกว้านซื้อไปจนหมด
“เฮ่อ~ ชักเหนื่อยกับเรื่องพวกนี้แล้วสิล็อคเอ้าท์ไปพักซักหน่อยดีกว่าเรา”
“เดียวลูช!! อย่าพึ่งไปนายจะขายแหวนวงนั้นงั้นหรอ งั้นฉันขอซื้อมันต่อได้มัย”
“300ล้าน นี้คือราคาแห่งมิตรภาพระหว่างพวกเรา”
“…….”
“เอ๋าเข้าเร็วสิ จะซื้อไหม!! เธอควรจะรู้ไว้นะว่าไอเทมพวกนี้ส่วนใหญ่มันมักจะตกอยู่ในมือของพวกกิลด์ใหญ่ๆกันทั้งนั้นแหละ จะมีสักกี่ครั้งกันที่ผู้เล่นที่ไม่ได้สังกัดกับกิลด์ไหนเลยจะได้มาเจอดันเจี้ยนที่ยังไม่มีใครได้เคลียร์แบบนี้”
“.......”
“เอาล่ะๆ ฉันเหนื่อยมากจริงๆฉันขอไปพักก่อนน่ะท่าเธอจะไม่ซื้อ ฉันไม่ไหวแล้วจริงๆพอฉันกลับมาเมื่อไรแล้วเดียวฉันจะทักไปหาน่ะจ่ะคนสวย”
“…….”
ซูว~
[หัวหน้าปาตี้ลูชล็อคเอ้าท์ออกจากระบบ]
‘เมื่อกี้เราน่าจะฆ่าเขาซะ แหวนนั้นจะต้องดรอปลงมาอย่างแน่นอนหากเขาตาย ทำไมเมื่อกี้เราถึงคิดไม่ได้กันนะ’
***
ทันทีที่ ยูชิก ล็อคเอ้าท์ออกมาจากระบบเขาก็รู้สึกเหนือยอย่างมาก ใบหน้าของเขาขาวซีดราวกับไม่มีเลืดไหลอยู่ มันไม่ต่างจากตอนที่เขาอยู่ในเกมเลยแม้แต่น้อย
อย่างแรกที่เขาทำหลังจากที่เขาล็อคเอ้าท์ออกมา ยูชิกทำการวางเคียวมัจจุราชไว้ในตลาดประมูล ก่อนที่เขาจะกลับไปนอนพักจากอาการเหนื่อยล้าทางจิต