Path of god เส้นทางของพระเจ้า

    ตอนที่ 31 : คลังสมบัติ

    “ง่ายกว่าที่คิดแฮะ”

    “ห๊า!!เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรน่ะ?   ง่ายกว่าที่คิดงั้นหรอ  อย่างน้อยๆนายก็ช่วยพูดในตอนที่สภาพของนายดูดีกว่าผ้าขี้ริ้วหน่อยสิยะ”

    ลูช และ ฟีเลีย กำลังยืนมองร่างของ Grim Reaper ที่ค่อยๆกลายเป็นแสงสีเทา  พร้อมกับการแจ้งเตือนของระบบ

    [ระบบ ท่านสังหาร The Grim Reaper ]

    [ค่าประสบการณ์จะถูกแบ่งให้ตามผลงานของสมาชิกปาตี้]

    [ท่านได้รับค่าประสบการณ์  6,880,000 หน่วย]

    [เลเวลของท่านเพิ่มขึ้น  1 ระดับ]

    [หัวหน้าปาตี้ลูชได้รับไอเทม  เคียวมัจจุราช]

    [หัวหน้าปาตี้ลูชได้รับไอเทม  ดวงตายมทูต]

    [หัวหน้าปาตี้ลูชได้รับกุนแจคลังของดันเจี้ยน 1 ดอก]

    [ท่านได้รับเหรียญทอง 10 เหรียญ]

    [ระบบ ท่านและสมาชิกปาตี้ทำการพิชิตดันเจี้ยน  Grim Reaper]

    [ระบบจะทำการสลักชื่อของท่านไว้ที่หน้าทางเข้าของดันเจี้ยน  Grim Reaper]

    [รางวัลสำหรับการพิชิตดันเจี้ยน : ค่าสถานะพิเศษทุกชนิดของท่านเพิ่มขึ้น 10แต้ม]

    หลังจากที่ลูชตรวจสอบข้อความของระบบ  เขาให้ความสนใจกับไอเทมที่ดรอปออกมาเป็นพิเศษ

    “ใบเบิกทางสู้อิสรภาพของฉัน ตรวจสอบไอเทม”

    ....

    [เคียวมัจจุราช]

    เกรด : ยูนีค

    ความคงทน : 1,050/1,250

    พลังโจมตี : +1,020

    เพิ่มค่าความอดทน : +50

    ความเร็วในการโจมตี : -2%

    *สกิลพาสซิฟ : ดูดกลืน

    เคียวที่สร้างขึ้นโดยการสังเวยชีวิตของมนุษย์หลายพันคนเข้าด้วยกัน  วัสดุหลักที่ใช้ในการสร้างของมันคือกระดูกของมนุษย์เกือบทั้งหมด  มันคืออาวุธคู่กายของ  The Grim Reaper  มัจจุราชผู้ถูกจองจำอยู่ในดันเจี้ยนใต้ดินแห่งป่ารีเน็ส

    เงื่อนไขในการสวมใส่ : เลเวล 150 ขึ้นไป , ทักษะความชำนานเคียวขั้นกลาง

    (***สำคัญ***  คำสาปจากดวงวิญญาณผู้ถูกสังเวยแก่เคียวเล่มนี้จะคอยสาปแช่งผู้ถือครองมัน  : ท่านอาจฝันร้ายหรือเห็นภาพหลอนโปรดระวัง)

    น้ำหนัก 1,200 หน่วย

    ...

    สกิลพาสซิฟ : ดูดกลืน

    ดูดกลืนพลังชีวิตของเป้าหมาย 5% ของความเสียหายที่ท่านสร้างขึ้นด้วยเคียว

    มานา : ไม่มี    ระยะหน่วง : 10นาที

    ...

    ‘มันคือไอเทมดูดเลือด!!’

    อย่างที่รู้กันดีว่าในเส้นทางของพระเจ้านั้น  สิ่งเดียวที่จะช่วยเพิ่มพลังชีวิตระหว่างการต่อสู้ได้มีเพียงไอเทมเท่านั้น

    “มันค่อนข้างน่าเสียดายนะ ที่ผู้เล่นที่ใช้เคียวเป็นอาวุธหลักมีอยู่น้อยมากในเส้นทางของพระเจ้า”

    ลูชตัดพ้อออกมาเล็กน้อย  คุณสมบัติของเคียวนั้นจัดว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว  ส่วนเรื่องคำสาปนั้นมันก็ไม่ใช้คำสาปที่ร้ายแรงอะไรมากนัก  แต่เรื่องที่น่าเสียดายที่สุดคือผู้เล่นที่ใช้เคียวเป็นอาวุธหลักนั้นมีอยู่น้อยมาก

    “เอาหน่าๆ  อย่างน้อยๆมันก็เป็นอาวุธเกรดยูนิค  ด้วยสกิลที่ติดมากับอาวุธ และยังค่าสถานะของมันเองก็ไม่ธรรมดา  คงมีคนที่พร้อมจะซื้อมันไปเป็นอาวุธเสริมอยู่แล้วละ  อย่างน้อยๆอาจได้สัก50ล้านวอนเลยนะ”

    ฟีเลียพูดถูก  อาวุธประเภทดูดเลือดนั้นหายากมาก  และต่อให้มันจะเป็นเคียวก็ตามมันก็อาจจะขายได้ในราคาตั้งแต่ 50-200ล้านวอนเลยก็ได้  แต่เรื่องนี้นั้นไม่ใช้ว่าลูชจะไม่รู้  เขาศึกษาราคาของไอเทมมาตลอดสามปีเขาเลยรู้ดีว่าหากมันเป็นอาวุธที่ผู้เล่นมักใช้กันทั่วไป  เช่น ดาบหรือมีดสั้นนั้น  มันอาจจะอยู่ในหลักพันล้านหรือมากกว่านั้นขึ้นไปอีก

    ‘อย่างน้อยๆเราก็ปลดหนี้ได้ละนะ’

    “ขอบใจเธอมากนะ  เอานี้  ของที่เธอต้องการ”

    ลูชโยนดวงตายมทูตไปให้กับฟีเลีย  มันคือไอเทมภารกิจที่ฟีเลียกำลังตามหา

    ดวงตายมทูต

    ดวงตาที่ทำให้สามารถมองเห็นดวงวิญญาณของสิ่งมีชีวิต  มันเป็นดวงตาของเหล่ายมทูตผู้มีหน้าที่นำพาดวงวิญญาณไปสู่ยมโลกครั้งหนึ่งดวงตาคู่นี้เคยเป็นของ The Grim Reaper แห่งดันเจี้ยนของป่ารีเน็ส

    น้ำหนัก 1 หน่วย

    ‘ในที่สุดเราก็จบไปได้อีกหนึ่งเควส’

    ฟีเลียผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย  เธอต้องการที่จะยกระดับคลาสของเธอให้ไว้ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

    “แล้วนายจะเอายังไงต่อ  จะล็อคเอ้าท์ออกไปพักเลยรึป่าว”

    ฟีเลียถามขึ้นเพราะเธอค่อนข้างที่จะเป็นห่วงลูช  เพราะตอนนี้สภาพของลูชนั้นค่อนข้างอิดโรยเป็นอย่างมาก  เนื่องจากเขาฝืนตัวเองในการต่อสู้ทั้งๆที่ค่าเรี่ยวแรงของเขานั้นหมดไปนานแล้ว

    “ยังก่อน ท่าหากฉันล็อคเอ้าท์ออกไปตอนนี้ ฉันคงได้คาใจจนหลับไม่ลงกันพอดี ฉันว่าเราออกตามหาคลังของดันเจี้ยนนี้กันก่อนดีกกว่า”

    “อืม  ก็ได้  งั้นเดียวฉันจะไปทางฝั่งซ้ายนะส่วนนายก็ไปทางฝั่งขวา”

    แม้ว่าชั้นที่สี่นี้จะไม่มีมอนสเตอร์อยู่เลยสักตัว  แต่ขนาดของมันเองก็ยังใหญ่ไม่ต่างจากชั้นที่พวกเขาผ่านมาเลย

    ลูชกับฟีเลียเริ่มแยกกันไปหาคลังสมบัติของดันเจี้ยน  นี้คือสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ทำการเคลียร์ดันเจี้ยนเป็นกลุ่มแรก  และ20นาทีต่อมาฟีเลียก็ได้พบเข้ากับคลังสมบัติของดันเจี้ยน ประตูบานยักษ์สองบานที่ประดับประดาไปด้วยโครงกระดูกของมนุษย์ชั่งสมกับที่มันเป็นดันเจี้ยนของอันเดดจริงๆ

    ลูชที่รีบมาหลังจากที่ฟีเลียส่งข้อความผ่านแชทของปาตี้  ก็เดินเข้าไปเพื่อเปิดประตูคลังสมบัติ  

    กิ๊ก~

    เสียงของกุนแจที่เป็นเครื่องยืนยันของการปลดล็อค 

    ประตูบานยักษ์ที่ไม่น่าจะถูกผลักออกได้ง่ายๆกำลังค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ

    ลูชที่เห็นสิ่งของที่อยู่ข้างหลังบานประตูถึงกับรู้สึกหัวเสียเล็กน้อย  ไม่แปลกเท่าไหร่นักที่เขาจะหัวเสีย  เพราะข้างหลังประตูบานยักษ์  กลับมีเพียงหีบสมบัติวางอยู่เพียงใบเดียวเท่านั้น  ในห้องอันใหญ่โตของคลังสมบัติ

    “ท่ามันจะมีแค่นี้ทำไมถึงไม่ให้มันดรอปมาในตอนที่บอสตายลงให้เสร็จๆไปล่ะ”

    เขาอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาเล็กน้อย

    ลูชเริ่มทำการเช็คกับดักรอบๆห้องสมบัติ และเมื่อเขาตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าไม่มีกับดักอะไรซ่อนอยู่  ลูชก็ได้หยิบหีบขึ้นมาเพื่อเปิดดูของข้างในหีบ

    [ท่านได้รับไอเทม  แหวนไอริส]

    ...

    [แหวนไอริส]

    เกรด : ยูนิค

    ความคงทน : 520/520

    เพิ่มค่าสติปัญญา : +100

    เพิ่มพลังในการโจมตีเวทมนต์ : +40%

    ลดการสูญเสียค่าเรี่ยวแรงลง : +10%

    แหวนไอริสมันถูกสร้างโดยจอมเวทชั้นกลางขั้นสูงไอริส เธอเคยเป็นที่ปรึกษาด้านเวทมนต์ของอาณาจักรโมเหล้ เธอได้สร้างแหวนวงนี้ขึ้นมาในช่วงที่เธอกำลังศึกษาศาสตร์การสร้างไอเทมเวทมนต์

    เงื่อนไขการส่วมใส่ : เลเวล130

    น้ำหนัก 280 หน่วย

    ....

    “.......”

    ลูชถึงกับพูดไม่ออกเขาพูดไม่ออกจริงๆสีหน้าของเขาตอนนี้ดูไม่รู้เลยว่าเขากำลังดีใจหรือเสียใจกันแน่  เพราะแหวนวงนี้มันดันมีค่ามากกว่าเคียวที่เขาต้องเสี่ยงชีวิตแทบเป็นแทบตายกว่าจะได้มันมา

    มันเป็นที่เข้าใจกันดีว่าเครื่องประดับในเส้นทางของพระเจ้านั้นหายากมากๆ  และส่วนใหญ่พวกมันมักถูกเหล่ากิลด์ชั้นสูงต่างๆนาๆนั้นกว้านซื้อไปจนหมด

    “เฮ่อ~ ชักเหนื่อยกับเรื่องพวกนี้แล้วสิล็อคเอ้าท์ไปพักซักหน่อยดีกว่าเรา”

    “เดียวลูช!! อย่าพึ่งไปนายจะขายแหวนวงนั้นงั้นหรอ  งั้นฉันขอซื้อมันต่อได้มัย”

    “300ล้าน นี้คือราคาแห่งมิตรภาพระหว่างพวกเรา”

    “…….”

    “เอ๋าเข้าเร็วสิ  จะซื้อไหม!! เธอควรจะรู้ไว้นะว่าไอเทมพวกนี้ส่วนใหญ่มันมักจะตกอยู่ในมือของพวกกิลด์ใหญ่ๆกันทั้งนั้นแหละ   จะมีสักกี่ครั้งกันที่ผู้เล่นที่ไม่ได้สังกัดกับกิลด์ไหนเลยจะได้มาเจอดันเจี้ยนที่ยังไม่มีใครได้เคลียร์แบบนี้”

    “.......”

    “เอาล่ะๆ  ฉันเหนื่อยมากจริงๆฉันขอไปพักก่อนน่ะท่าเธอจะไม่ซื้อ  ฉันไม่ไหวแล้วจริงๆพอฉันกลับมาเมื่อไรแล้วเดียวฉันจะทักไปหาน่ะจ่ะคนสวย”

    “…….”

    ซูว~

    [หัวหน้าปาตี้ลูชล็อคเอ้าท์ออกจากระบบ]

    ‘เมื่อกี้เราน่าจะฆ่าเขาซะ  แหวนนั้นจะต้องดรอปลงมาอย่างแน่นอนหากเขาตาย  ทำไมเมื่อกี้เราถึงคิดไม่ได้กันนะ’

    ***

    ทันทีที่ ยูชิก ล็อคเอ้าท์ออกมาจากระบบเขาก็รู้สึกเหนือยอย่างมาก ใบหน้าของเขาขาวซีดราวกับไม่มีเลืดไหลอยู่  มันไม่ต่างจากตอนที่เขาอยู่ในเกมเลยแม้แต่น้อย

    อย่างแรกที่เขาทำหลังจากที่เขาล็อคเอ้าท์ออกมา ยูชิกทำการวางเคียวมัจจุราชไว้ในตลาดประมูล ก่อนที่เขาจะกลับไปนอนพักจากอาการเหนื่อยล้าทางจิต

    คล้ายกับเรื่องPath of god เส้นทางของพระเจ้า ที่คุณอ่าน