ASTERRA
ภาค I — ดาวดวงแรกแห่งเซเลสเทรีย
ตอนที่ 08 — เมืองที่จำเขาได้ (2)
“ข้าเคยมาร้านนี้หรือ?”
คำถามดังขึ้นหลังเดินมาได้ไม่กี่ก้าว
“เคยขอรับ”
“หลายครั้ง?”
“ไม่มากนัก”
ลูเซียนหยุดหน้าร้านขายเครื่องเขียน มองปากกาและกระดาษซึ่งจัดไว้หลังหน้าต่าง
“ครั้งก่อนเกิดอะไรขึ้น?”
ความเงียบข้างหลังยาวกว่าปกติ
เขาหันกลับไป
ชายคนนั้นมีสีหน้าลำบากใจ
“ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็ไร”
“ไม่ใช่เช่นนั้นขอรับ เพียงแต่…”
“เพียงแต่?”
“ครั้งก่อน...จบไม่ค่อยดีนักขอรับ”
ลูเซียนมองเขา
คำถามต่อไปมาถึงง่ายกว่าที่คิด
เกิดอะไรขึ้น
ใครอยู่ที่นั่น
เขาทำอะไร
ทำไมเด็กคนนั้นถึงรีบขอโทษทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด
แต่ไม่มีคำตอบใดเปลี่ยนสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในร้านได้
คนเ่าั้จำเขาได้
และสิ่งที่พวกเขาจำเกี่ยวกับเขา ดูจะไม่ใช่เื่ที่ทำให้ใครสบายใจนัก
“เข้าใจแล้ว”
ลูเซียนหันกลับไปมองหน้าร้าน
“ข้า้ากระดาษเพิ่ม”
คนติดตามกะพริบตา
“ขอรับ?”
“หนังสือพวกนั้นไม่ได้อ่านแล้วตอบคำถามตัวเอง ข้ายังต้องจด”
“อ้อ...ขอรับ”
ลูเซียนเปิดประตูร้าน
ถ้าอดีตอยากตามมาหาเขา อย่างน้อยมันก็ควรรอจนเขาซื้อของครบก่อน
✦
เมื่อกลับออกมาจากร้านเครื่องเขียน ลูเซียนไม่ได้รีบขึ้นรถ
ถนนข้างหน้าลาดลงไปสู่ย่านตลาด ผู้คนเดินสวนกันเป็ระยะ ลมพัดกลิ่นอาหารร้อนกับควันไม้ขึ้นมาตามทาง
เขาเดินต่ออีก่หนึ่ง
ไม่ไกล
อย่างน้อยตามมาตรฐานของเขา
ส่วนเซลีนจะเห็นด้วยหรือไม่เป็อีกเื่
คราวนี้สิ่งที่ดึงความสนใจเขาไม่ใช่กลไกเวทตามร้านค้าเท่าเดิม
แต่เป็ผู้คน
บางคนก้มศีรษะเมื่อเห็นตราของตระกูล บางคนเพียงเปิดทาง และหลายคนไม่ได้สนใจเขามากไปกว่าชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งมีคนติดตามเดินอยู่ด้านหลัง
มีเพียงบางครั้งที่สายตาค้างอยู่นานขึ้น
บางครั้งบทสนทนาเบาลง
บางครั้งคนที่สบตาเขาจะระวังตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ไม่ใช่ทั้งเมือง
และนั่นทำให้ลูเซียนแน่ใจมากขึ้นว่าเื่นี้ไม่ได้เกี่ยวกับชื่อเวลมอนต์เพียงอย่างเดียว
เขากำลังมองกลไกยกของหน้าร้านแห่งหนึ่งจนไม่ได้สังเกตชายหนุ่มที่เดินสวนมา
ไหล่ทั้งสองกระแทกกัน
ไม่แรง
แต่พอให้อาการตึงตรงชายโครงแล่นขึ้นมาชั่วขณะ
ลูเซียนสูดลมหายใจ
ชายคนนั้นหันกลับมา
“ขอ—”
คำพูดหยุดเมื่อเห็นหน้าเขา
“ท่านลูเซียน”
อีกฝ่ายรีบก้มศีรษะ
“ขออภัยขอรับ ข้าไม่ได้ตั้งใจ”
คนติดตามขยับเข้ามา
“ท่านเป็อะไรหรือไม่ขอรับ?”
“ไม่”
ลูเซียนตอบ ก่อนมองชายตรงหน้า
อีกฝ่ายยังยืนเกร็งอยู่
สิ่งที่ทำให้เขาไม่สบายใจไม่ใช่คำขอโทษ
แต่เป็สีหน้าของคนที่คิดว่าคำขอโทษอาจไม่พอ
“เ้าเจ็บหรือไม่?”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น
“ข้า?”
“เราเดินชนกัน”
“ไม่ขอรับ”
“ข้าก็ไม่เป็ไร เช่นนั้นก็ไม่มีอะไร”
อีกฝ่ายมองเขาเหมือนยังไม่แน่ใจว่าควรไปได้จริงหรือไม่
ลูเซียนจึงขยับเปิดทางให้
“ไปเถอะ”
“ขอรับ”
ชายหนุ่มก้มศีรษะอีกครั้งแล้วเดินจากไป
ลูเซียนมองตามอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นหันไปหาคนติดตาม
คำถามหนึ่งเกือบหลุดออกจากปาก
ข้าเคยทำร้ายคนเพราะเื่แค่นี้หรือ?
แต่เขากลืนมันกลับลงไป
ถ้าต้องถามทุกครั้งที่ใครมองเขาแปลก ๆ วันนี้เขาคงไม่ได้ทำอย่างอื่น
“กลับกันเถอะ”
คนติดตามมองท่าทางของเขา
“เจ็บหรือขอรับ?”
“นิดหน่อย”
“ท่านหญิงสั่งว่า—”
“ข้าจำได้”
ลูเซียนมองถนนอีกครั้ง
ผู้คนยังเดินผ่านไปมา ร้านค้ายังเปิด เสียงต่อราคาและเสียงหัวเราะกลับเข้ามาเติมพื้นที่ซึ่งเงียบลงชั่วครู่เมื่อครู่
เมืองไม่ได้หยุดเพราะเขา
ดีแล้ว
ตอนออกจากบ้าน เขาคิดว่าตัวเองกำลังจะมาเรียนรู้ว่าเวียร์โฮล์มเป็เมืองแบบไหน
ตอนนี้เขาเริ่มเห็นแล้วว่าอาจมีอีกเื่ที่ต้องเรียนรู้ควบคู่กันไป
เวียร์โฮล์มคิดว่า ลูเซียน เวลมอนต์ เป็คนแบบไหน
✦
ระหว่างทางกลับ เขาไม่ได้มองอาคารมากเท่าตอนขามา
เขามองผู้คนแทน
บางคนก้มศีรษะให้รถของตระกูลตามปกติ บางคนไม่ได้สนใจเลย และบางคนมีปฏิกิริยาเพียงเมื่อเห็นใบหน้าของเขาผ่านหน้าต่าง
ความแตกต่างเล็กน้อย
แต่เมื่อรู้ว่าต้องมองหาอะไร มันก็ชัดขึ้น
ชื่อเวลมอนต์มีน้ำหนักในเมืองนี้
ส่วนชื่อ ลูเซียน เวลมอนต์ ดูจะมีน้ำหนักอีกแบบหนึ่ง
เขาไม่ชอบความรู้สึกนั้น
ไม่ใช่เพราะมันไม่ยุติธรรม
หากคนเ่าั้มีเหตุผลที่จะมองเขาแบบนั้น ความทรงจำที่หายไปของเขาก็ไม่ได้ลบเหตุผลของพวกเขาตามไปด้วย
การจำไม่ได้ไม่ใช่คำขอโทษ
แต่การใช้ชีวิตอยู่ใต้ความผิดที่เขาไม่รู้จักไปตลอดก็คงไม่ใช่คำตอบเช่นกัน
เขาเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วไม่ได้
สิ่งที่ทำได้มีเพียงเลือกว่าจะทำอะไรต่อจากนี้
ลูเซียนเอนศีรษะพิงเบาะ
อาการตึงใต้ชายโครงชัดขึ้นจนเขายอมรับกับตัวเองว่าเซลีนพูดถูกอย่างน้อยหนึ่งเื่
เขาควรกลับแล้วจริง ๆ
นอกหน้าต่าง เวียร์โฮล์มค่อย ๆ ไต่สูงขึ้นตามเนินเมื่อรถมุ่งกลับสู่เขตคฤหาสน์ แสงบ่ายตกกระทบหลังคาหินและแนวต้นสน ส่วนไกลออกไป ูเายังคงตั้งนิ่งอยู่ใต้ท้องฟ้าสีซีด
เมืองนี้ไม่เหมือนแผนที่ ไม่เหมือนภาพจากหน้าต่าง และยิ่งไม่เหมือนข้อความในหนังสือ
มันมีเสียง มีกลิ่น มีผู้คน
และผู้คนเ่าั้มีความทรงจำของตัวเอง
บางทีนั่นอาจเป็สิ่งที่เขาลืมนึกถึงมาตลอดหลายวัน
เขาไม่ใช่คนเดียวที่มีอดีต
เพียงแต่คนอื่นยังจำอดีตของเขาได้ดีกว่าเขาเท่านั้น
✦
เมื่อรถผ่านประตูคฤหาสน์ ลูเซียนเห็นความผิดปกติก่อนจะลงจากรถเสียอีก
คนรับใช้กำลังเคลื่อนเข้าออกบริเวณโถงหน้ามากกว่าปกติ คนรับใช้กำลังขนเครื่องใช้สำหรับห้องรับรองเข้าไปทางประตูด้านข้าง แจกันชุดใหม่วางเรียงอยู่บนโต๊ะ และคนรับใช้หญิงสามคนกำลังหารือกันเบา ๆ เื่ห้องพักแขก
ลูเซียนลงจากรถ
ชายโครงประท้วงทันที
เขาหยุดครู่หนึ่ง รอให้ความรู้สึกนั้นลดลง ก่อนเดินเข้าไปด้านใน
เซลีนยืนอยู่กลางโถง
ทันทีที่เห็นเขา นางมองใบหน้าก่อน จากนั้นสายตาก็เลื่อนลงไปยังท่าทางการเดิน
“เจ็บ?”
“นิดหน่อย”
“แม่บอกแล้ว”
“ข้ารู้”
“แล้วเหตุใด—”
“ข้ากลับมาแล้ว”
เซลีนหยุด
ลูเซียนยกมือเล็กน้อย
“และไม่ได้ใช้เวท ไม่ได้ยกของหนัก หนังสือก็ให้คนอื่นถือ”
นางมองคนติดตาม
อีกฝ่ายพยักหน้าทันที
“ตามนั้นขอรับ”
เซลีนถอนหายใจ
“อย่างน้อยเ้าก็ฟังบ้าง”
“ข้ากำลังพัฒนา”
“แม่จะรอดู”
ลูเซียนปลดเสื้อคลุมส่งให้คนรับใช้ ก่อนมองไปรอบโถงอีกครั้ง
“เกิดอะไรขึ้น?”
“อะไร?”
“บ้านดูเหมือนกำลังเตรียมรับใคร”
เซลีนเงียบไปเล็กน้อย
เพียงเท่านั้นก็ทำให้เขารู้ว่าคำตอบมีอะไรมากกว่าการมาเยือนธรรมดา
“มีแขกหรือ?”
“มี”
“ใคร?”
ก่อนเซลีนจะตอบ เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินด้านหลัง
แกร์ริกเดินเข้ามาพร้อมจดหมายในมือ ตราประทับของราชสำนักบนกระดาษสะดุดตาลูเซียนทันที
“กลับมาพอดี”
“ดูเหมือนข้าจะพลาดอะไรไป”
“สารแจ้งล่วงหน้าเพิ่งมาถึง”
แกร์ริกยื่นจดหมายให้เซลีน
“ขบวนผ่านเข้าสู่วาเรนโฮลด์แล้ว หากอากาศไม่เปลี่ยน พวกเขาจะถึงเวียร์โฮล์มในไม่ช้า”
ลูเซียนมองคนทั้งสองสลับกัน
“ขบวนของใคร?”
เซลีนรับจดหมายมา
“ผู้แทนจากราชสำนัก”
“มาที่นี่เื่อะไร?”
“ภารกิจระหว่างราชสำนักกับวาเรนโฮลด์ตามกำหนด” แกร์ริกตอบ “ไม่มีเื่เร่งด่วน”
ถ้าไม่มีเื่เร่งด่วน สีหน้าของคนในบ้านก็ดูจริงจังเกินไปเล็กน้อย
ลูเซียนจึงถามต่อ
“แล้วใครเป็ผู้แทน?”
เซลีนมองเขา
“เ้าหญิงเอเลนา วาเลริส”
ชื่อนั้นสะดุดอยู่ในความคิดอย่างประหลาด
ไม่มีภาพ ไม่มีเสียง ไม่มีใบหน้าหรือเหตุการณ์ใดกลับมา มีเพียงความรู้สึกบางเบาว่า มันไม่ควรเป็ชื่อที่เขาได้ยินเป็ครั้งแรก
เซลีนสังเกตเห็นความเงียบของเขา
“จำอะไรได้หรือ?”
ลูเซียนรออีกครู่
ไม่มีอะไรตามมา
“ไม่”
เขาตอบตามจริง
สายตาเลื่อนไปยังตราราชสำนักบนจดหมายในมือนาง
เมื่อเช้าเขาออกจากคฤหาสน์เพื่อดูว่าโลกภายนอกเป็อย่างไร
ก่อนตะวันจะลับแนวเขา โลกภายนอกกลับกำลังเดินมาหาเขาถึงประตูบ้าน
• • •