ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่378 กินจนอิ่ม

          เหล่ายอดยุทธ์ ไม่น้อยพวกเขาต่างหมายตา สิ่งที่อี้เฉินถือครอง ไม่ว่าจะเป็นกระดูกศักดิ์สิทธิ์ หากแย่งชิงมาได้ก็อาจ ดูดซับเร่งการกำเนิดของกระดูกศักดิ์สิทธิ์ของตนเองได้ หรือจะเป็นซากเทวะของจักรพรรดิโลหิต มันอาจจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ก็เป็นได้


 

         เพียงสองสิ่งนี้ที่อี้เฉินถือครอง ก็ทำให้หลายๆ คนต่างตาลุกวาว ลุกขึ้นมาจากลานหินการหยั่งรู้ ทิ้งกายา จากเบื้องสูงลงมา ที่ลานหินชั้นที่4 ด้วยความโลภโมโทสัน หมายจะช่วงชิง ของล้ำค่าจากชายหนุ่มอัปลักษณ์ โดยไม่สนใจว่า จะได้เข้าไปภายในวิหารจักรพรรดิหรือไม่


 

          องค์ชาย5ชิงอู๋เหล่ย ครั้นเห็น ลานหินที่4เต็มไปด้วยความคึกคัก เขาถึงกับส่ายหัวให้กับอี้เฉิน ที่เขาพบเจอเมื่อในยามก่อน หากองค์ชายชิงหยูอยู่ที่นี่ น้องเล็กคงเดือดดาลไม่น้อยเป็นแน่ ไม่คิดว่าบนลานหินแห่งการหยั่งรู้แห่งนี้ ยังจะมีผู้คนคิดฆ่าสังหารกัน มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่คราวนี้เหมือนหลายๆ สิ่งจะเปลี่ยนไป "เจ้าจะรอดพ้น คมดาบคมหอก ได้เยี่ยงไร อี้เฉิน แสดงให้ข้าดูหน่อย"

 


           ทว่าเหล่าผู้สูงส่งพวกเขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก หากคนบนลานหินแห่งการหยั่งรู้ ลดน้อยลงไปเช่นนี้ การหยั่งรู้จะล่าช้า ขึ้นไปอีก จึงปรามคนของ พวกเขาไว้ในทันที "พวกเจ้าตั้งใจหยั่งรู้ไป มันก็เป็นแค่มดปลวก ไม่จำเป็นต้องปรายตามองมัน ..ด้านบนวิหารจักรพรรดิโลหิต นี่สิจึงจะเป็นสิ่งที่พวกเราปรารถนา คู่ควรกับมัน"

 


          เหล่ายอดยุทธ์โดยรอบลานหยั่งรู้ พยักหน้ารับคำในทันที "จริงอย่างที่องค์ชาย ชิงไป๋ยี่กล่าว" ก่อนพวกเขาจะกลับไปตั้งใจ หยั่งรู้ไม่ปรายตามองอี้เฉินอีกต่อไป

 


          ลานหินที่เยว่ชิงเซียนอยู่ในยามนี้ มันขึ้นไปสูงมาก ที่สุดในตอนนี้ ทว่า เมื่อนางจดจ่ออยู่กับการหยั่งรู้ จู่ๆ นางก็ถูก แขนเรียวเล็กของหญิงสาว กระแทกมาที่ไหล่ของนาง หมายมั่นขัดจังหวะนางตัวนางอย่างโจ่งแจ้ง เยว่ชิงเซียน เปิดเปลือกตามองค้อนไปที่ จิ้งจอกน้อย หงส์เหมิงผู้งดงาม ในทันใด "เจ้าขัดจังหวะ ข้าทำประแสงอะไร หงส์เหมิง ไม่เห็นหรือว่า ข้าตั้งใจหยั่งรู้อยู่" ก่อนเนตรแห่งการหยั่งรู้ของนาง จะส่องแสงวาบทิ่มแทงไปที่หงส์เหมิง จนนางต้องหลบเลี่ยงสายตาจากเยว่ชิงเซียน ชี้นิ้วลงไปเบื้องล่าง เตรียมรอชมเรื่องสนุก

 


          เยว่ชิงเซียนครั้นเห็น ชายหนุ่มอัปลักษณ์ ถูกปิดล้อมไปด้วยเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ มีชื่อเสียงร่วมๆ 20คน ใบหน้าเย็นชาก็พลัน ถมึงทึงขึ้นมาทันใด อ้าปากเกือบที่จะหลุดคำพูดออกมา  ก่อนนางจะเก็บอาการกลับไป ทำตัวเยือกเย็นเฉกเช่นเดิม "เจ้าต้องการอะไรกันแน่ หงส์เหมิง ข้ากับเขา เราไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกัน ..หรือเจ้าอยากจะปะทะกับข้าต่ออีกยก"

 


จิ้งจอกน้อยหงส์เหมิง ทำสีหน้าผิดหวังเล็กๆ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความหยอกเย้า ขี้เล่น "ไม่มีอะไร เจ้าว่า ไอ้หนุ่มนั้นมันจะรอดไหม"

 


"ไม่รู้สิ ข้าไม่มีเวลามาสนใจชะตาชีวิตผู้อื่นหรอกนะ" ก่อนที่ เยว่ชิงเซียนนางจะหลับตาพริ้มไม่สนใจ จิ้งจอก น้อยหงส์เหมิง อีกต่อไป ทว่าในใจนางกับแค้นเคืองอยู่ไม่น้อย ที่มาทำให้ตัวนางว่อกแว่กเสียได้



..ด้านอี้เฉินที่หลับตา หยั่งรู้ ทว่าเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร ที่โหมซัดมาที่ตัวเขาอย่างรุนแรง เขาส่งคำพูดผ่านปราณจิตไปให้เจ้าสมิงน้อยในทันที "เจ้าออกไปจัดการพวกมันเสีย ข้าไม่มีสมาธิเลย"

 


         สมิงน้อยครั้นได้ยิน มันไม่ยินยอมที่จะทำ ก่อนมันจะส่งคำพูดออกมาบอกกล่าวตัวของอี้เฉิน ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เจือความหวาดกลัว ภายในสถานที่แห่งนี้อยู่ไม่น้อย "ภายในสถานที่แห่งนี้ ห้ามผู้ใดที่เกิน ขั้นพลังเทวะลงมือ ไม่เช่นนั้นร่างปราณจิตจะถูกทำลาย ..เจ้าเองก็น่าจะเห็นกฎเกณฑ์ สถานที่นี้น่ากลัวถึงเพียงใด แม้แต่เซียนสวรรค์ก็อาจตายตกได้ภายในสถานที่แห่งนี้"

 


         อี้เฉินครั้นได้ยินเขาถึงกับกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ "สมิงน้อย เจ้าแค่ข่มขู่พวกเขาเหล่านั้นก็เพียงพอ ..หากพวกมันไม่เชื่อฟัง ข้าจะฆ่าสังหารมันให้เหี้ยนเอง" สิ้นเสียงที่อี้เฉินส่งคำพูดไปให้เจ้าสมิงน้อย เขาก็จมดิ่งลงไปหยั่งรู้ ลานหินต่อในทันที

 


         เหล่าผู้คนที่ล้อมตัวของอี้เฉินไว้ ร่วมๆ 20คน ในยามนี้พวกเขามีใบหน้าที่บึ้งตึงเป็นอย่างมาก ไม่คิด ชายหนุ่มอัปลักษณ์ผู้นี้จะโอหังมากถึงเพียงนี้ แม้พวกเขาจะปล่อย อายสังหารออกมาอย่างบ้าคลั่ง ท่วมท้นไปทั่วบริเวณ สองหนุ่มก็ยังนั่งหยั่งรู้ โดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน หวาดเกรง แต่อย่างใด หมู่ชนที่มองชมเรื่องสนุก อดที่จะป้องปาก ขำน้อยๆ ออกมาไม่ได้ เมื่อเห็นสีหน้าแววตาของเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ ร่วมๆ 20คน ใบหน้าบึ้งตึง ด้วยความเดือดดาล

 


          ทว่าเมื่อพยักหน้า เตรียมที่จะรุมสกรัมสองหนุ่ม ผู้ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ พวกเขาก็ถึงกับหน้ามืดทะมึน เมื่อเห็นสมิงตัวเล็กเท่าลูกแมว มายืนบนหัวไหล่ชายหนุ่มอัปลักษณ์ ในเสี้ยววินาที ปลดปล่อยขั้นพลัง ครึ่งก้าวเทพสวรรค์ออกมา กดดันรอบทิศ จนรอบด้านเต็มไปด้วยแรงบีบคั้น ของเทพสวรรค์ครึ่งก้าว

 


         กลุ่มคนที่คิดจะลองดี เข้าไปโจมตีอี้เฉิน พวกเขาหยุดชะงักในฉับพลัน กายาสั่นเทิ้ม เย็นเยือกขึ้นมาในทันที เมื่อพบเจอ ขั้นพลัง ครึ่งก้าวเทพสวรรค์ อยู่เบื้องหน้าพวกเขา "เจ้า! เจ้า!บัดซบเอ๊ย! เจ้าถึงกับมีสัตว์วิเศษ ขั้นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ ไว้ในครอบครองเลยงั้นหรือ"

 


         พวกที่คิดโจมตี อี้เฉิน กับซีเผิง พวกเขาถอยห่างในทันที ทว่าก็มีบางคนมองว่ามันไม่ถูกต้อง 'เหตุใด ขั้นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ ถึงไม่ลงมือเล่า ทำแค่เพียงขู่ฟอด คำรามออกมาเท่านั้น' แต่ก็ไม่มีใครใจกล้าห่อฟ้าเข้าไปโจมตี พวกเขาทั้งสองคน จนรอบตัวพวกเขาทั้งสอง เปิดกว้างเป็นลานโล่ง ทว่าเหล่าหญิงสาวพวกเขาไม่คิดเฉกเช่นนั้น มองเจ้าสมิงน้อยที่เหมือนกับแมวน้อย ยืนเกาะหัวไหล่ชายหนุ่มอัปลักษณ์ เลียอุ้มเท้าด้วยความเอ็นดู

 


          ยิ่งส่งสายตาลงไปสำรวจ เจ้าสมิงน้อย สังเกตว่า เจ้าสมิงตัวนั้นมันยังไม่ได้ทำสัญญาเลือด ผู้คนไม่น้อยก็เอ่ยคำพูดเกลี้ยกล่อมมัน หมายมั่นจะนำสัตว์วิเศษมาเป็นของตน "เจ้าเหมียว มากินปลา นี้เร็ว"

 


สมิงน้อยครั้นมันได้ยิน มันแยกเขี้ยวขู่ฟอด จนตัวของชายหนุ่มผู้นั้นตั้งชัน ถอยกรูดหนีไปด้วยความหวาดกลัว

 


          หญิงสาวที่อยู่ด้านบน ชมชอบมันไม่น้อยโยนเนื้อแห้งอย่างดี หลายชิ้นล่อตาล่อใจมัน ทว่ามันกลับไม่ปรายตามอง ทำเสียง"ชิ"ใส่ จนเหล่าสาวๆ น่าบูดเบี้ยวเป็นผลแอปเปิลเน่า

 


         เยว่ชิงเซียนที่ลืมตาขึ้นมาสำรวจภายนอกอีกครา ครั้นได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของเหล่าผู้คน โดยเฉพาะเหล่าหญิงสาว นางกวาดตาลงไปสำรวจในทันที
ทว่าเมื่อนางเห็นเจ้าสมิงน้อย ดวงตาของนางก็เบิกตาออกกว้างด้วยความตกใจ น้อยคนนักที่สัตว์วิเศษจะติดตาม หรือเข้าใกล้ แสดงว่าชายหนุ่มผู้นั้น ต้องมีแรงดึงดูดบางอย่าง ยากที่คนทั่วไปจะมีได้ การมีสัตว์วิเศษ ก็ไม่ต่างกับการมีศาสตราวุธชั้นดีไว้ในครอบครอง ทว่าการจะหาสัตว์วิเศษ นั้นยากเป็นอย่างมาก แม้แต่ตัวนางเองก็ยังอยากได้มาครอบครอง

 


ก่อนเยว่ชิงเซียน นางจะหยิบสมุนไพรระดับเทพ ออกมาต้นหนึ่ง แล้วโยนมันออกไป ให้เจ้าสมิงน้อย หวังว่าลึกๆ มันจะยอมรับตัวนาง

 


          สมิงน้อย ครั้นมันเห็นสมุนไพร มันพุ่งปราด คว้าเข้าปากในทันที ก่อนมันจะปรายตาขึ้นไปมอง เยว่ชิงเซียน จับจ้องสายตากันและกันไปครู่หนึ่ง ก่อนมันจะทำเสียง"ชิ"เล็ดลอดออกมาตามไรฟัน กัดกินสมุนไพรเข้าท้องไปในทันที จนในยามนี้หมู่ชนตกตะลึงกันเป็นอย่างมาก ไม่คิดเรื่องจะกลับกลายเป็นเช่นนี้

 


          เยว่ชิงเซียน ครั้นนางได้ยินเสียง"ชิ" ใบหน้างามของนางก็หนังตากระตุกถี่ยิบ ก่อนจะถอนหายใจออกมายาว นางรู้ว่านางไม่อาจได้มันมาครอบครอง ริมฝีปากกัดกราม กรอดในทันที

 


           คนอื่นๆ ก็ลองทำเช่นกัน อยากจะได้เจ้าสมิงน้อยตัวนี้มาไว้ในครอบครอง จนเวลาล่วงเลยไปหลายชั่วยาม ก็ไม่มีใครทำสำเร็จ หลายๆ คนเสียสมุนไพร กันไม่ใช่น้อย จนเจ้าสมิงน้อยต้องเรอออกมา ระบายความจุกเสียดแน่นท้อง ขนทั่วร่าง ส่องแสงทอประกายอ่อนๆ ออกมาไม่ขาดสาย

 


            บรรยากาศยิ่งกลายเป็นหนักอึ้ง ทบทวี เมื่อเหล่าผู้คน อยากจะมัดใจเจ้าสมิงน้อย สูญเสีย สมุนไพรล้ำค่าไปไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะองค์หญิงราชวงศ์ชิง ท่านหนึ่ง เสียสมุนไพรระดับเทพไปถึง5ต้น บวกกับสมุนไพรระดับ จักรพรรดิอีกหนึ่งต้น ก็ยังไม่สามารถ มัดใจเจ้าสมิงน้อยได้ "ไอ้แมวอ้วน หรือเจ้าหลอกกินสมุนไพรพวกข้า" ชิงเหมย ผู้งดงามกล่าวคำพูดออกมาด้วยความ เดือดดาล ปากมุ่ยเต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่จำยอม

 


            ผู้คนเองก็ไม่มีใครกล้าโยนอะไรลงไปให้เจ้าสมิงน้อยอีก แม้แต่จะให้สมุนไพรระดับจักรพรรดิ สมิงน้อยมันยังไม่ปรายตามอง มันจึงทำให้หมู่ชนโดยรอบ เดือดดาลขึ้นมาหลายเท่า "หรือว่าพวกเราจะติดกับ เจ้าสมิงเจ้าเล่ห์ตัวนี้เข้าให้แล้ว"

 


            ทว่าเมื่อพวกเขา จ้องมองไปที่ เจ้าสมิงน้อย มันเอา สมุนไพรบางส่วน ให้ชายหนุ่มอัปลักษณ์ ก่อนยกอุ้มเท้าเลีย แล้วกวักมือมาที่พวกเขาเหล่านั้น หมู่ชนก็ต่างเดือดดาลบ้าคลั่ง บรรยากาศหนักอึ้งอย่างรุนแรง "ต้องเป็นนายมันแน่ๆ ที่สั่งการ เจ้าแมวอ้วนกลมตัวนั้น ..ไอ้เวรช่างใจกล้าห่อฟ้าจริงๆ"

 


            อี้เฉินที่ได้รับสมุนไพรไม่ถึง4ต้น เขาถึงกับหน้ามืดทะมึน "ไอ้เวร สมิงน้อย เหตุใดเองไม่กินมันให้หมด ดูสิข้ากลายเป็นคนร้ายเลย" ทว่าเมื่ออี้เฉินเห็นมัน ทำท่าทำทางแน่นท้อง ประหนึ่งจะหลับใหล เขายิ่งเดือดปุดๆ ขึ้นมา

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน