ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 45 : มหกรรมกลบเกลื่อน

    จารึกที่ 45 : มหกรรมกลบเกลื่อน : เมื่อความงกบังตา ปัญญาจึงเกิด


    ลำแสงสีแดงฉานยังคงพุ่งทะยานเสียดฟ้า ราวกับเสาค้ำสวรรค์ที่ประกาศศักดาให้ทั่วทั้งสี่ทิศแปดทางได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของ "ขุมทรัพย์ราชันอัคคี" ความสว่างไสวของมันรุนแรงเสียจนทำให้รัตติกาลอันมืดมิดรอบภูเขาสำนักหมึกวารีกลับกลายเป็นกลางวันในชั่วพริบตา


    "ปิดสิ! ปิดเดี๋ยวนี้!"


    อาเจียตะโกนลั่นแข่งกับเสียงหวีดหวิวของพลังงานที่พวยพุ่งออกมาจากกล่องไม้ เขาพยายามใช้ผ้าห่มเก่าๆ ทั้ง 3 ผืนที่มีอยู่กดทับลงไป แต่ทว่าลำแสงนั้นกลับทะลุผ่านเนื้อผ้าออกมาได้อย่างง่ายดาย ราวกับแสงเลเซอร์ที่ตัดผ่านเต้าหู้


    [เจ้าโง่! ผ้าขี้ริ้วธรรมดาจะไปกันแสงแห่งเต๋าได้เยี่ยงไร!] มู่เฉิน หรือ จ้าวอักขระบรรพกาล ตวาดลั่นด้วยความร้อนรน [ใช้อักขระผนึก! เร็วเข้า! ก่อนที่พวกตาเฒ่าจากยอดเขาหลักจะมาถึง!]


    "อักขระผนึก?" อาเจียหน้าซีด สมองประมวลผลเร็วไวยิ่งกว่าลูกคิด "ต้องใช้ 'หมึกศิลาวิญญาณ' กับ 'กระดาษยันต์ทองคำ' ใช่ไหม? ของแพงขนาดนั้นข้าไม่มีหรอก!"


    [งั้นก็เตรียมตัวตาย! ศัตรูที่เห็นแสงนี้คงไม่ใจดีเลี้ยงน้ำชาเจ้าแน่!]


    คำว่า "ตาย" กระตุกต่อมความงกของอาเจียอย่างรุนแรง... ตาย = ไม่ได้ใช้เงิน!


    "ไม่ได้! ข้าเพิ่งรวย ข้าจะตายไม่ได้!"


    ในวินาทีแห่งความเป็นความตาย อาเจียกัดฟันกรอด เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด เขาโยนผ้าห่มทิ้ง แล้วคว้า พู่กันนิรันดร์ ขึ้นมา จรดปลายพู่กันลงไปกลางอากาศเหนือกล่องไม้ที่กำลังอาละวาด


    "ในเมื่อไม่มีเงินซื้อตัวผนึก... ข้าก็แค่ทำให้แสงพวกนี้มัน 'ไม่มีตัวตน' ก็สิ้นเรื่อง!"


    เด็กหนุ่มรวบรวมสมาธิทั้งหมด กำหนดจิตถึงความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขต วาด "วงล้อสูญตา (O)" ขนาดมหึมาครอบคลุมไปทั้งกล่องไม้ แต่คราวนี้เขาไม่ได้วาดเพื่อดูดพลัง แต่เขาวาดเพื่อสร้าง "หลุมดำ"


    "เคล็ดวิชาด้นสด : คุกแห่งความว่างเปล่า!"


    เส้นหมึกสีดำทมิฬที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าถูกตวัดเป็นวงกลมซ้อนทับกันถึง 3 ชั้น รอบกล่องไม้ กฎแห่ง อักขระหลิง (零) เริ่มทำงาน มันบิดเบือน "กฎเกณฑ์แห่งแสงสว่าง" โดยการ "กลืนกิน" แสงทุกย่านที่พุ่งออกมาจากกล่อง ให้หายวับไปในมิติที่ว่างเปล่า


    วูบ...


    ทันใดนั้น ลำแสงสีแดงที่พุ่งเสียดฟ้าก็หายวับไปราวกับถูกสับสวิตช์ดับไฟ!


    "เฮ้อ..." อาเจียถอนหายใจยาวเหยียด ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น "รอดแล้ว..."


    แต่ทว่า... ความซุ่มซ่ามมักมาคู่กับความสำเร็จเสมอ


    เนื่องจากอาเจีย "งก" พลังงาน เขาจึงกะปริมาณการดูดกลืนไม่แม่นยำ แทนที่วงล้อสูญตาจะดูดแค่แสงสีแดง มันกลับดูด "แสงทุกอย่าง" ในรัศมี 10 ก้าวรอบตัวเขาไปด้วย!


    พรึ่บ!


    ตะเกียงน้ำมันในห้องดับวูบ แสงจันทร์ที่ลอดหน้าต่างเข้ามาก็หายไป โลกทั้งใบของอาเจียตกอยู่ในความมืดมิดอนธการชนิดที่มองไม่เห็นนิ้วมือตัวเอง!


    "เฮ้ย! มืดตึ๊ดตื๋อเลย! ใครปิดไฟ!" อาเจียร้องเสียงหลง พยายามคลำทางลุกขึ้น แต่เท้าเจ้ากรรมดันไปสะดุดเข้ากับ "ไหดองผัก" ที่วางระเกะระกะอยู่


    โครม! เพล้ง!


    เสียงข้าวของพังพินาศดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมหาศาลที่ดังใกล้เข้ามาจากภายนอก


    "นั่นไง! แสงมันมาจากทางกระท่อมท้ายเขานั่น!" เสียงตะโกนของผู้คุมกฎดังแว่วมา


    [พวกมันมาแล้ว!] มู่เฉินเตือน [หาข้อแก้ตัวให้ดี เจ้าศิษย์ตัวแสบ!]


    อาเจียรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นผักดองคละคลุ้ง สมองอันปราดเปรื่องเรื่องการเอาตัวรอดเริ่มทำงาน


    'แสงสีแดง... เสียงระเบิด... ควัน...'


    "ใช่แล้ว! ข้าต้องสร้างหลักฐานเท็จ!"


    อาเจียคว้าถุง "ผงถ่าน" (ที่เขาเก็บไว้ขัดหม้อ) ขึ้นมาละเลงหน้าตาตัวเองจนดำปิ๊ดปี๋ แล้วฉีกเสื้อผ้าให้ขาดวิ่นเล็กน้อย ก่อนจะถีบประตูไม้ไผ่ให้เปิดออก แล้วพุ่งตัวม้วนหน้าออกไปกองกับพื้นดินหน้ากระท่อมอย่างสวยงาม


    "แค่กๆๆ! ช่วยด้วย! ไฟไหม้! ไฟไหม้!"


    อาเจียร้องโหยหวน พลางกลิ้งไปมากับพื้นเหมือนคนสติแตก


    ในขณะเดียวกัน เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์นับร้อยคน นำโดย "ผู้อาวุโสหลิว" แห่งหอคุมกฎ ก็เหาะลงมาถึงหน้ากระท่อมพอดี ภาพที่เห็นคือเด็กหนุ่มรับใช้หน้าตาดำเมี่ยมกำลังนอนดิ้นพราดๆ ท่ามกลางควันโขมง (จากผงถ่านที่ฟุ้งกระจาย)


    "เกิดอะไรขึ้น!" ผู้อาวุโสหลิวตวาดเสียงเข้ม สายตากวาดมองไปรอบๆ เพื่อหาที่มาของลำแสงมหาศาลเมื่อครู่ "แสงสีแดงนั่นหายไปไหน!?"


    อาเจียลุกขึ้นนั่ง คุกเข่าโขกศีรษะกับพื้น "ข้าน้อยสมควรตาย! ข้าน้อยสมควรตาย! ข้าน้อยแค่อยากจะลองทำ 'ยันต์จุดเตาถ่านรุ่นประหยัด' ที่เพิ่งคิดค้นได้... แต่... แต่ข้าน้อยใส่ดินประสิวมากไปหน่อยขอรับ!"


    "ยันต์จุดเตาถ่าน?" ผู้อาวุโสหลิวขมวดคิ้ว จนรอยย่นบนหน้าผากลึกเป็นร่อง "เจ้าจะบอกว่า แสงอานุภาพทำลายล้างระดับนั้น เกิดจากยันต์จุดเตาถ่านรึ!?"


    "ขอรับ!" อาเจียตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จน้ำไหลไฟดับ "ข้าน้อยใช้ 'หินอัคคีแดง' เกรดต่ำสุดที่เก็บได้จากถังขยะโรงหลอม มาบดผสมกับมูลค้างคาว... ข้าน้อยไม่คิดว่ามันจะระเบิดตูมตามขนาดนี้! ดูสิขอรับ กระท่อมข้าพังหมดแล้ว ฮืออออ... ไหผักดองของข้า..."


    ผู้อาวุโสหลิวหรี่ตามองเด็กหนุ่มที่ดูซื่อบื้อและน่าสมเพชตรงหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปสำรวจในกระท่อม


    ภายในกระท่อมมืดสนิทและเละเทะไปด้วยเศษไหแตกและน้ำผักดอง กลิ่นเหม็นเปรี้ยวตลบอบอวลจนผู้อาวุโสต้องเอามือปิดจมูก


    ทว่า... สิ่งที่ผู้อาวุโสหลิวสัมผัสได้จางๆ ไม่ใช่กลิ่นผักดองอย่างเดียว แต่เป็น "กลิ่นอายความร้อนระอุที่ผิดปกติ" (ซึ่งเป็นไอตกค้างจากเพลิงทมิฬที่อาเจียเพิ่งลบไป)


    "อืม..." ผู้อาวุโสหลิวพึมพำ "มีความร้อนตกค้างรุนแรงจริง... หรือว่าเจ้าเด็กนี่จะผสมสูตรดินระเบิดผิดพลาดจนเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่?"


    ด้วยความที่อาเจียเป็นเพียงศิษย์รับใช้ที่มีชื่อเสียงเรื่องความ "งก" และ "แปลกประหลาด" (จากการแข่งเมื่อตอนกลางวัน) ทำให้ข้อสันนิษฐานเรื่อง "การทดลองมั่วซั่วเพื่อประหยัดเงิน" ดูสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที


    "ช่างเถอะ!" ผู้อาวุโสหลิวสะบัดชายเสื้อเดินออกมา "ถือว่าเจ้าโชคดีที่ไม่ตายคาซากกระท่อม! แต่เจ้าทำให้สำนักแตกตื่นกลางดึก... พรุ่งนี้ไปบำเพ็ญประโยชน์ที่คอกสัตว์อสูร 3 วัน!"


    "ขอบพระคุณขอรับ! ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่เมตตา!" อาเจียรีบโขกศีรษะรับคำสั่งบทลงโทษ (ในใจแอบยิ้มกริ่ม: คอกสัตว์อสูร? หึๆ เสร็จโจร... มูลสัตว์อสูรเอาไปทำปุ๋ยขายได้ราคาดีนักแล!)


    เมื่อฝูงชนเริ่มทยอยกลับไป อาเจียก็นั่งแปะลงกับพื้นด้วยความโล่งใจที่รอดพ้นวิกฤตมาได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด


    แต่ทว่า... ในเงามืดของป่าไผ่ด้านหลังกระท่อม มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ


    บุรุษชุดคลุมดำผู้มีดวงตาสีแดงฉานที่อยู่บนยอดเขาเมื่อครู่ ได้มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว เขาไม่ได้ปรากฏตัวออกมา แต่กำลังดมกลิ่นในอากาศราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังแกะรอยเลือด


    "กลิ่นเขม่าควันจางๆ..." ชายชุดดำพึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะยื่นมือออกไปสัมผัสอากาศที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า "และ... ความบิดเบี้ยว ของมิติตรงจุดนี้..."


    "พลังปราณของฟ้าดินถูก 'ลบหายไป' อย่างผิดธรรมชาติ... ชัดเจน... นี่คือร่องรอยของ 'พู่กันนิรันดร์' ที่ชำรุดและปิดกั้นพลังไว้ไม่อยู่"

    ดวงตาสีแดงฉานจับจ้องไปที่แผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งหอบหายใจ


    "หึ... มู่เฉิน... เจ้าถึงตกต่ำจนต้องซ่อนตัวอยู่ในคราบของเด็กเก็บขยะงั้นรึ? ช่างน่าสมเพชเสียจริง"


    ชายชุดดำสะบัดมือเบาๆ ทิ้ง "แมลงสอดแนมอักขระ" ตัวเล็กจิ๋วเท่าไรฝุ่น ไว้ที่ชายคาของกระท่อมอาเจีย ก่อนจะเลือนหายไปในความมืด


    ภายในกระท่อม อาเจียรีบปิดประตูแล้วล้วงเอากล่องไม้ที่ถูก "วงล้อสูญตา" ห่อหุ้มไว้ออกมาจากอกเสื้อ (ที่เขาแอบซ่อนไว้ตอนชุลมุน)

    "ท่านอาจารย์..." อาเจียกระซิบเสียงเครียด "เมื่อกี้ข้าเสียวสันหลังวาบเลย... เหมือนมีตัวอะไรจ้องข้าอยู่"


    [ข้าก็สัมผัสได้...] น้ำเสียงของมู่เฉินเคร่งขรึมและเย็นชา [มันเจอเราแล้ว... แม้จะยังไม่มั่นใจ 100 ส่วน แต่ความสงสัยของมันอันตรายยิ่งกว่าคมดาบ]


    [อาเจีย... ฟังข้าให้ดี] มู่เฉินลอยตัวออกมา จ้องตาอาเจียเขม็ง [นับจากนี้ไป ชีวิตที่แสนสงบสุขและมัธยัสถ์ของเจ้าได้จบสิ้นลงแล้ว... แผนที่ในมือเจ้านี้ คือบัตรเชิญสู่ความตาย และเจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!]


    อาเจียกลืนน้ำลายลงคอ มองดูแผนที่และเงิน 5,000 ตำลึงในหลุม แล้วถอนหายใจยาว


    "ถ้าต้องตาย... อย่างน้อยข้าก็ขอตายบนกองเงินกองทองแล้วกัน!"