หนึ่งรัตติกาล

    หนึ่งรัตติกาล ตอนที่ 39 : ปริศนาหอสมบัติ

    " พี่หาน ต่อไปหากท่านออกสำรวจยังสถานที่ต่างๆ ท่านพาข้าไปด้วยได้รึไม่ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา


    " ได้สิ หากมิติดกับที่บ้านของเจ้า " หานลี่เอ่ยออกมา 


    " อืม " นางพยักหน้าช้าๆ แลลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ 


    " นี่เป็นสมุนไพรที่ข้าเก็บได้ในห้วงมิติแห่งนั้น " หานลี่เอ่ยออกมา พลางหยิบสมุนไพรออกจากแหวนมิติ


    " พี่หาน นี่มันมิมากไปรึ " สวีอวี้ซวงมองยังสมุนไพรนับร้อยต้น 


    สมุนไพรแต่ละชนิดที่หานลี่มอบให้แก่นางนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพรล้ำค่าเกี่ยวกับสายโหลิตโดยเฉพาะ


    หานลี่ครุ่นคิดว่านางต้องมีความลับเกี่ยวกับหงส์สวรรค์อยู่เป็นแน่ เช่นนั้นแล้วเขาจึงคัดเอาสมุนไพรที่เกี่ยวกับกระตุ้นสายโลหิตให้แก่นาง


    สมุนไพรที่เกี่ยวกับสายโลหิตนั้นเป็นสมุนไพรที่ช่วยกระตุ้นให้ สายโลหิตฟื้นตื่นแลแข็งแกร่งมากขึ้น


    นั่นยิ่งทำให้สมุนไพรที่เกี่ยวกับสายโลหิตมีราคาแพงกว่าสมุนไพรทั่วไป ทั้งยังหาได้ยากยิ่ง แต่หานลี่กลับให้นางมากนับร้อยต้น 


    " กับเจ้าแล้ว ข้ามิอาจจะตระหนี่ได้ " หานลี่เอ่ยออกมา


    สวีอวี้ซวงได้ยิน พลันดีใจฉีกยิ้มหวานออกมาอย่างมิรู้ตัว 


    หานลี่มองยังใบหน้างดงามของสวีอวี้ซวง พลางครุ่นคิดไปถึงวันวาน


    " พี่หาน ท่านคิดถึงเรื่องวันนั้นรึ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา


    " อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ 


    " วันนั้นท่านดูมิพอรึ " สวีอวี้ซวงพูดประชด 


    " มิใช่ดูมิพอ วันนั้นข้ามิได้ใส่ใจในเรือนร่างของเจ้าด้วยซ้ำ " หานลี่เอ่ยออกมา


    " มันมิสวย มิน่าดูรึ ท่านจึงมิใส่ใจ " นางแค่นเสียงใส่


    " มันสวยมาก ให้ข้ามองทั้งชีวิตข้าก็มิเบื่อ " หานลี่ยกยิ้มออกมา


    ได้ยินที่ชายหนุ่มพูด หัวใจของสวีอวี้ซวงพลันพองโต มองชายหนุ่มด้วยนัยน์ตาที่หยาดเยิ้ม


    " แต่ที่ข้าว่ามิใส่ใจนั้น เพราะการรักษาร่างกายของเจ้านั้นเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า ข้าจึงทุ่มสมาธิไปที่การรักษาเจ้า " หานลี่เอ่ย


    " อึ้ม " นางเพียงพยักหน้า 


    " สหายข้า " เถียนจ้าร้องเรียกที่หน้าประตู 


    " เถียนจ้าน " หานลี่พึมพำ 


    " พี่หาน ข้าต้องไปแ้ลว " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมาแลหายลับไปจากคลองจักษุ 


    " มาแล้ว มาแล้ว " หานลี่ทะยานร่างมายังประตูบ้าน 


    " สหายข้ามีสิ่งใดรึ " หานลี่เอ่ยออกมา แลผายมือยังโต๊ะกลางบ้าน 


    " สหายข้า วันนี้ตั้งแต่ยามโหย่วจะมีการประมูลใหญ่ระดับร้อยปีที่โรงประมูลของหอสมบัติ ข้าจึงมาชวนเจ้าไปดู เผื่อมีบางสิ่งที่เจ้าอยากได้ " เถียนจ้านเอ่ย


    " อืม " หานลี่พยักหน้า 


    " ได้ " หานลี่เอ่ยออกมา 


    " เช่นนั้นก็ไปกัน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    หลังจากปิดประตูบ้าน หานลี่แลเถียนจ้านได้เดินเที่ยวชมเมืองอย่างเชื่องช้า 


    สองตาของหานลี่กวาดมองทั่วเมืองอย่างตื่นตาตื่นใจ เพราะครานี้เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ เขาจึงสามารถมองเห็นพลังปราณที่แผ่ออกจากสิ่งของที่วางขาย


    ต่างจากครั้งก่อนที่เข้าเมืองเป็นคราแรก ที่เวลานั้นเขามิสามารถรับรู้สิ่งใดได้เลย 


    " สหายข้า เหตุใดเจ้าจึงตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่เห็นขนาดนี้ " เถียนจ้านเอ่ยถาม


    " ข้าบอกตามตรง ครานั้นที่ข้าเพิ่งเข้าเมือง ข้ามิสามารถรับรู้ได้ถึงปรากณพลังที่แผ่ออกมาจากสิ่งของเหล่านี้ " หานลี่เอ่ย


    " แต่เวลานี้ข้าฝึกตนได้แล้ว ข้าจึงสัมผัสมองเห็นมันได้ ข้าจึงตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ข้าเห็น " หานลี่เอ่ย


    " อืม " เถียนจ้านพยักหน้าช้าๆ 


    สองสหายเดินพูดคุยกันไปจนถึงหอสมบัติ สถานที่จัดงานประมูล 


    สองตาของหานลี่กวาดตามองยังอาคารสูงแปดชั้นแปดเหลี่ยม แต่ละชั้นนั้นถูกตกแต่งอย่างปราณีตแลประหลาดตา


    หัวคิ้วของหานลี่ถึงกับพุ่งข้าหากัน เขามองยังชั้นแรก เสาทุกต้นโผล่ออกจากผนัง ด้านบนของเสาปรากฎรูปดวงดาวหลายดวง


    ดวงดาวแต่ละดวงนั้นต่างก็สลักลงยังเสาในตำแหน่งที่แตกต่างกัน นั่นยิ่งทำให้เขางุนงง


    หานลี่จึงลองอนุมานตำแห่งของดวงดาว พลางพยักหน้าช้าๆ " อืม " 


    " สหายข้า นี่คือปริศนาใหญ่ของหอสมบัติ หากเจ้าสามารถไขปริศนานี้ได้ เจ้าสามารถเลือกสมบัติในหอสมบัติได้หนึ่งชิ้น " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " เจ้าลองดูรึยัง " หานลี่เอ่ยถาม


    " ข้าลองแล้ว ข้ามิอาจแก้ปริศนาได้ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " สิ่งที่ข้าเห็นนั้น มันยังคลุมเครือ ต้องลองดูอีกสักสองสามชั้น แลนำทุกอย่างมารวมกันเพื่ออนุมานอีกครา " หานลี่เอ่ยออกมา


    " อืม " เถียนจ้านพยักหน้า 


    ชายหนุ่มถอยหลังไปอีกหลายก้าว พลางมองยังรูปสลักที่หัวเสาของชั้นที่สอง 


    คิ้วของเขาพลันขมวดเป็นปม " มิน่าใช่ " หานลี่พึมพำ 


    ชั้นที่สองกลับมีความหมายแตกต่างจากชั้นแรก " อย่าว่าแตกต่างเลย คนละอย่างเลยก็ว่าได้ " หานลี่พึมพำ


    เมื่อมองไปยังชั้นที่สาม กลับพบรูปสลักที่มิเข้าพวกยิ่งกว่า ใบหน้าของชายหนุ่มพลันเย็นชาลงในทันใด เมื่อพบพานกับรูปแบบที่แปลกไป 


    เขาถอยไปอีกหลายก้าวพลางมองยังไปยังที่สี่ ครานี้หนักกว่าเดิมเพราะรูปสลักที่ชั้นที่สี่นั้น คล้ายกับเป็นจุดเชื่อมโยงของรูปสลักทั้งสาม 


    ชายหนุ่มลองอนุมานรูปสลักดวงดาวทั้งสี่ชั้น เขาก้มหน้ามองยังพื้น สองมือขยับไปมา ปากขมุบขมิบ


    " เป็นภาพพื้นสีดำแลมีจุดสว่างขนาดเล็กหลายจุด แลมีจุดสว่างใหญ่หนึ่งจุด " หานลี่พูดในใจ


    " ดูแล้วเหมือกันภาพรัตติกาลจากนิมิตของข้า " หานลี่พึมพำ


    " แต่ตำแหน่งจุดแสงสว่างเล็กแตกต่างกัน แลจุดแสงใหญ่ก็อยู่คนละทิศ " หานลี่พึมพำ


    " สหายข้า หากยังคิดมิออกก็เข้าไปในโรงประมูลเถิด ได้เวลาแล้ว " เถียนจ้านเอ่ยขัดจังหวะ


    " ไป " หานลี่พยักหน้า พลางเดินเข้าไปในโรงประมูลโดยที่มิได้สนใจภาพปริศนาที่เหลือ


    " น่าเหลือเชื่อที่มีคนมองภาพปริศนาได้ถึงสี่ภาพ ทั้งยังสามารถอนุมานได้ว่าเป็นสิ่งใด " 


    " ชายหนุ่มคนนั้นเป็นผู้ใดกัน เหตุใดจึงสามารถมองภาพปริศนาออก ท้งยังมิเป็นสิ่งใด " 


    " น่าสนใจยิ่งนัก ภาพปริศนานี้คงอยู่คู่กับหอสมบัติมานานหลายยุคสมัย ยังมิเคยมีผู้ใดล่วงรู้ว่าคือสิ่งใด " 


    เหล่าชายชราต่างพูดคุยกันที่ชั้นแปดของหอสมบัติ


    เมื่อเข้ามาภายในหอสมบัติ สองตาของหานลี่พลันเบิกโพลง สมบัติล้ำค่ามากมายตั้งวางเรียงรายยังชั้นวางที่สูงราวแปดฉื่อ


    แต่ละชั้นนั้นอัดแน่นด้วยสมบัติล้ำค่ามากมายที่ถูกสะกดพลังไว้ หากมิทำการสะกดพลังเห็นทีพลังของสมบัติแต่ละอย่างคงสำแดงเดชอย่างบ้าคลั่งแล้ว 


    ชายหนุ่มหยุดอยู่ที่หน้าแผ่นหยกที่แตกหักเหลือเพียงกึ่งเดียว แต่กระนั้นเพียงกึ่งเดียวก็ยังสำแดงพลังเล็ดลอดออกมา


    " กลิ่นอายคล้ายกับขวานผ่าฟืนเลย " หานลี่พึมพำ 


    " ใช่ กลิ่นอายนี้เหมือนกับพู่กันที่เจ้าให้ข้า " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " มันเป็นกลิ่นอายแห่งเต๋า " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " สมบัติเต๋ารึ " หานลี่เอ่ย


    " ใช่ " เถียนจ้านพยักหน้าหน้า


    ในความทรงจำของชายหนุ่ม คราที่เขาอ่านตำราเกี่ยวกับอาวุธของผู้ฝึกยุทธนั้น อาวุธถูกจำแนกออกเป็นหลายประเภท


    อาวุธปราณ อาวุธเต๋า อาวุธสวรรค์ อาวุธเซียน อาวุธฟ้าดิน แลอีกหลายอย่าง ทั้งยังแบ่งขั้นแยกย่อยไปอีกหลายอย่าง


    ตั้งแต่อาวุธ สมบัติล้ำค่า กึ่งศัสตรา ศัสตรา กึ่งยอดศัสตรา ยอดศัสตรา ทั้งแต่ละอย่างนั้นยังมีระดับต่ำ กลาง สูง สูงสุด 


    ยิ่งสรรพวุธมีขั้นสูงมากเพียงใดพลังโจมตีก็มากมายขึ้นตาม แต่ก็ขึ้นอยู่กับขั้นพลังของผู้ใช้งานด้วย 


    " อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ พลางเดินออกจากแผ่นหยกที่แตกหัก


    " น่าเสียดายยิ่งนัก หากนำมาขายให้หอสมบัติมิแคล้วว่าข้าต้องได้ทรัพย์สินมากมายเป็นแน่ " หานลี่พูดในใจ


    " นี่เพียงครึ่งหนึ่งที่แตกหักของสมบัติเต๋า ก็ยังถูกตั้งราคาขายมากถึงสามล้านหินฟ้นดิน " หานลี่พูดในใจ


    " แต่หากเป็นสมบัติเต๋าสมบูรณ์เล่า คงได้มิน้อยกว่าห้าล้านหินฟ้าดินเป็นแน่ " หานลี่พยักหน้าช้าๆ


    หานลี่เดินตามเถียนจ้านมายังชั้นที่สอง แลเข้าไปในห้องส่วนตัว 


    สองตาของหานลี่กวาดมองทั่วห้อง เขาพบพานเก้าอี้หลายตัว ทั้งยังจัดวางหันหน้าเข้าหาเวทีประมูล 


    " วู๊ม " ม่านพลังปิดกั้นห้องพริ้วไหว โบกสะบัดแผ่วเบา 


    " หากมิมีม่านพลังนี้เห็นทีความลับที่พูดคุยกันคงรั่วไหลอออกหมด " หานลี่พูดในใจ 


    " สหายข้า เจ้าอยากได้สิ่งใด บอกข้า " เถียนจ้านเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น


    เขาได้รับโชคชะตาจากชายหนุ่มมาหลายครานัก หากเป็นไปได้เขาเองก็อยากตอบแทนให้กับสหายคนนี้ 


    " ไว้ข้าดูก่อน " หานลี่เอ่ยออกมา


    คล้ายกับเรื่องหนึ่งรัตติกาล ที่คุณอ่าน