" พี่หาน ต่อไปหากท่านออกสำรวจยังสถานที่ต่างๆ ท่านพาข้าไปด้วยได้รึไม่ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" ได้สิ หากมิติดกับที่บ้านของเจ้า " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " นางพยักหน้าช้าๆ แลลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ
" นี่เป็นสมุนไพรที่ข้าเก็บได้ในห้วงมิติแห่งนั้น " หานลี่เอ่ยออกมา พลางหยิบสมุนไพรออกจากแหวนมิติ
" พี่หาน นี่มันมิมากไปรึ " สวีอวี้ซวงมองยังสมุนไพรนับร้อยต้น
สมุนไพรแต่ละชนิดที่หานลี่มอบให้แก่นางนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพรล้ำค่าเกี่ยวกับสายโหลิตโดยเฉพาะ
หานลี่ครุ่นคิดว่านางต้องมีความลับเกี่ยวกับหงส์สวรรค์อยู่เป็นแน่ เช่นนั้นแล้วเขาจึงคัดเอาสมุนไพรที่เกี่ยวกับกระตุ้นสายโลหิตให้แก่นาง
สมุนไพรที่เกี่ยวกับสายโลหิตนั้นเป็นสมุนไพรที่ช่วยกระตุ้นให้ สายโลหิตฟื้นตื่นแลแข็งแกร่งมากขึ้น
นั่นยิ่งทำให้สมุนไพรที่เกี่ยวกับสายโลหิตมีราคาแพงกว่าสมุนไพรทั่วไป ทั้งยังหาได้ยากยิ่ง แต่หานลี่กลับให้นางมากนับร้อยต้น
" กับเจ้าแล้ว ข้ามิอาจจะตระหนี่ได้ " หานลี่เอ่ยออกมา
สวีอวี้ซวงได้ยิน พลันดีใจฉีกยิ้มหวานออกมาอย่างมิรู้ตัว
หานลี่มองยังใบหน้างดงามของสวีอวี้ซวง พลางครุ่นคิดไปถึงวันวาน
" พี่หาน ท่านคิดถึงเรื่องวันนั้นรึ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" วันนั้นท่านดูมิพอรึ " สวีอวี้ซวงพูดประชด
" มิใช่ดูมิพอ วันนั้นข้ามิได้ใส่ใจในเรือนร่างของเจ้าด้วยซ้ำ " หานลี่เอ่ยออกมา
" มันมิสวย มิน่าดูรึ ท่านจึงมิใส่ใจ " นางแค่นเสียงใส่
" มันสวยมาก ให้ข้ามองทั้งชีวิตข้าก็มิเบื่อ " หานลี่ยกยิ้มออกมา
ได้ยินที่ชายหนุ่มพูด หัวใจของสวีอวี้ซวงพลันพองโต มองชายหนุ่มด้วยนัยน์ตาที่หยาดเยิ้ม
" แต่ที่ข้าว่ามิใส่ใจนั้น เพราะการรักษาร่างกายของเจ้านั้นเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า ข้าจึงทุ่มสมาธิไปที่การรักษาเจ้า " หานลี่เอ่ย
" อึ้ม " นางเพียงพยักหน้า
" สหายข้า " เถียนจ้าร้องเรียกที่หน้าประตู
" เถียนจ้าน " หานลี่พึมพำ
" พี่หาน ข้าต้องไปแ้ลว " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมาแลหายลับไปจากคลองจักษุ
" มาแล้ว มาแล้ว " หานลี่ทะยานร่างมายังประตูบ้าน
" สหายข้ามีสิ่งใดรึ " หานลี่เอ่ยออกมา แลผายมือยังโต๊ะกลางบ้าน
" สหายข้า วันนี้ตั้งแต่ยามโหย่วจะมีการประมูลใหญ่ระดับร้อยปีที่โรงประมูลของหอสมบัติ ข้าจึงมาชวนเจ้าไปดู เผื่อมีบางสิ่งที่เจ้าอยากได้ " เถียนจ้านเอ่ย
" อืม " หานลี่พยักหน้า
" ได้ " หานลี่เอ่ยออกมา
" เช่นนั้นก็ไปกัน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
หลังจากปิดประตูบ้าน หานลี่แลเถียนจ้านได้เดินเที่ยวชมเมืองอย่างเชื่องช้า
สองตาของหานลี่กวาดมองทั่วเมืองอย่างตื่นตาตื่นใจ เพราะครานี้เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ เขาจึงสามารถมองเห็นพลังปราณที่แผ่ออกจากสิ่งของที่วางขาย
ต่างจากครั้งก่อนที่เข้าเมืองเป็นคราแรก ที่เวลานั้นเขามิสามารถรับรู้สิ่งใดได้เลย
" สหายข้า เหตุใดเจ้าจึงตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่เห็นขนาดนี้ " เถียนจ้านเอ่ยถาม
" ข้าบอกตามตรง ครานั้นที่ข้าเพิ่งเข้าเมือง ข้ามิสามารถรับรู้ได้ถึงปรากณพลังที่แผ่ออกมาจากสิ่งของเหล่านี้ " หานลี่เอ่ย
" แต่เวลานี้ข้าฝึกตนได้แล้ว ข้าจึงสัมผัสมองเห็นมันได้ ข้าจึงตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ข้าเห็น " หานลี่เอ่ย
" อืม " เถียนจ้านพยักหน้าช้าๆ
สองสหายเดินพูดคุยกันไปจนถึงหอสมบัติ สถานที่จัดงานประมูล
สองตาของหานลี่กวาดตามองยังอาคารสูงแปดชั้นแปดเหลี่ยม แต่ละชั้นนั้นถูกตกแต่งอย่างปราณีตแลประหลาดตา
หัวคิ้วของหานลี่ถึงกับพุ่งข้าหากัน เขามองยังชั้นแรก เสาทุกต้นโผล่ออกจากผนัง ด้านบนของเสาปรากฎรูปดวงดาวหลายดวง
ดวงดาวแต่ละดวงนั้นต่างก็สลักลงยังเสาในตำแหน่งที่แตกต่างกัน นั่นยิ่งทำให้เขางุนงง
หานลี่จึงลองอนุมานตำแห่งของดวงดาว พลางพยักหน้าช้าๆ " อืม "
" สหายข้า นี่คือปริศนาใหญ่ของหอสมบัติ หากเจ้าสามารถไขปริศนานี้ได้ เจ้าสามารถเลือกสมบัติในหอสมบัติได้หนึ่งชิ้น " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" เจ้าลองดูรึยัง " หานลี่เอ่ยถาม
" ข้าลองแล้ว ข้ามิอาจแก้ปริศนาได้ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" สิ่งที่ข้าเห็นนั้น มันยังคลุมเครือ ต้องลองดูอีกสักสองสามชั้น แลนำทุกอย่างมารวมกันเพื่ออนุมานอีกครา " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " เถียนจ้านพยักหน้า
ชายหนุ่มถอยหลังไปอีกหลายก้าว พลางมองยังรูปสลักที่หัวเสาของชั้นที่สอง
คิ้วของเขาพลันขมวดเป็นปม " มิน่าใช่ " หานลี่พึมพำ
ชั้นที่สองกลับมีความหมายแตกต่างจากชั้นแรก " อย่าว่าแตกต่างเลย คนละอย่างเลยก็ว่าได้ " หานลี่พึมพำ
เมื่อมองไปยังชั้นที่สาม กลับพบรูปสลักที่มิเข้าพวกยิ่งกว่า ใบหน้าของชายหนุ่มพลันเย็นชาลงในทันใด เมื่อพบพานกับรูปแบบที่แปลกไป
เขาถอยไปอีกหลายก้าวพลางมองยังไปยังที่สี่ ครานี้หนักกว่าเดิมเพราะรูปสลักที่ชั้นที่สี่นั้น คล้ายกับเป็นจุดเชื่อมโยงของรูปสลักทั้งสาม
ชายหนุ่มลองอนุมานรูปสลักดวงดาวทั้งสี่ชั้น เขาก้มหน้ามองยังพื้น สองมือขยับไปมา ปากขมุบขมิบ
" เป็นภาพพื้นสีดำแลมีจุดสว่างขนาดเล็กหลายจุด แลมีจุดสว่างใหญ่หนึ่งจุด " หานลี่พูดในใจ
" ดูแล้วเหมือกันภาพรัตติกาลจากนิมิตของข้า " หานลี่พึมพำ
" แต่ตำแหน่งจุดแสงสว่างเล็กแตกต่างกัน แลจุดแสงใหญ่ก็อยู่คนละทิศ " หานลี่พึมพำ
" สหายข้า หากยังคิดมิออกก็เข้าไปในโรงประมูลเถิด ได้เวลาแล้ว " เถียนจ้านเอ่ยขัดจังหวะ
" ไป " หานลี่พยักหน้า พลางเดินเข้าไปในโรงประมูลโดยที่มิได้สนใจภาพปริศนาที่เหลือ
" น่าเหลือเชื่อที่มีคนมองภาพปริศนาได้ถึงสี่ภาพ ทั้งยังสามารถอนุมานได้ว่าเป็นสิ่งใด "
" ชายหนุ่มคนนั้นเป็นผู้ใดกัน เหตุใดจึงสามารถมองภาพปริศนาออก ท้งยังมิเป็นสิ่งใด "
" น่าสนใจยิ่งนัก ภาพปริศนานี้คงอยู่คู่กับหอสมบัติมานานหลายยุคสมัย ยังมิเคยมีผู้ใดล่วงรู้ว่าคือสิ่งใด "
เหล่าชายชราต่างพูดคุยกันที่ชั้นแปดของหอสมบัติ
เมื่อเข้ามาภายในหอสมบัติ สองตาของหานลี่พลันเบิกโพลง สมบัติล้ำค่ามากมายตั้งวางเรียงรายยังชั้นวางที่สูงราวแปดฉื่อ
แต่ละชั้นนั้นอัดแน่นด้วยสมบัติล้ำค่ามากมายที่ถูกสะกดพลังไว้ หากมิทำการสะกดพลังเห็นทีพลังของสมบัติแต่ละอย่างคงสำแดงเดชอย่างบ้าคลั่งแล้ว
ชายหนุ่มหยุดอยู่ที่หน้าแผ่นหยกที่แตกหักเหลือเพียงกึ่งเดียว แต่กระนั้นเพียงกึ่งเดียวก็ยังสำแดงพลังเล็ดลอดออกมา
" กลิ่นอายคล้ายกับขวานผ่าฟืนเลย " หานลี่พึมพำ
" ใช่ กลิ่นอายนี้เหมือนกับพู่กันที่เจ้าให้ข้า " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" มันเป็นกลิ่นอายแห่งเต๋า " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" สมบัติเต๋ารึ " หานลี่เอ่ย
" ใช่ " เถียนจ้านพยักหน้าหน้า
ในความทรงจำของชายหนุ่ม คราที่เขาอ่านตำราเกี่ยวกับอาวุธของผู้ฝึกยุทธนั้น อาวุธถูกจำแนกออกเป็นหลายประเภท
อาวุธปราณ อาวุธเต๋า อาวุธสวรรค์ อาวุธเซียน อาวุธฟ้าดิน แลอีกหลายอย่าง ทั้งยังแบ่งขั้นแยกย่อยไปอีกหลายอย่าง
ตั้งแต่อาวุธ สมบัติล้ำค่า กึ่งศัสตรา ศัสตรา กึ่งยอดศัสตรา ยอดศัสตรา ทั้งแต่ละอย่างนั้นยังมีระดับต่ำ กลาง สูง สูงสุด
ยิ่งสรรพวุธมีขั้นสูงมากเพียงใดพลังโจมตีก็มากมายขึ้นตาม แต่ก็ขึ้นอยู่กับขั้นพลังของผู้ใช้งานด้วย
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ พลางเดินออกจากแผ่นหยกที่แตกหัก
" น่าเสียดายยิ่งนัก หากนำมาขายให้หอสมบัติมิแคล้วว่าข้าต้องได้ทรัพย์สินมากมายเป็นแน่ " หานลี่พูดในใจ
" นี่เพียงครึ่งหนึ่งที่แตกหักของสมบัติเต๋า ก็ยังถูกตั้งราคาขายมากถึงสามล้านหินฟ้นดิน " หานลี่พูดในใจ
" แต่หากเป็นสมบัติเต๋าสมบูรณ์เล่า คงได้มิน้อยกว่าห้าล้านหินฟ้าดินเป็นแน่ " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
หานลี่เดินตามเถียนจ้านมายังชั้นที่สอง แลเข้าไปในห้องส่วนตัว
สองตาของหานลี่กวาดมองทั่วห้อง เขาพบพานเก้าอี้หลายตัว ทั้งยังจัดวางหันหน้าเข้าหาเวทีประมูล
" วู๊ม " ม่านพลังปิดกั้นห้องพริ้วไหว โบกสะบัดแผ่วเบา
" หากมิมีม่านพลังนี้เห็นทีความลับที่พูดคุยกันคงรั่วไหลอออกหมด " หานลี่พูดในใจ
" สหายข้า เจ้าอยากได้สิ่งใด บอกข้า " เถียนจ้านเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น
เขาได้รับโชคชะตาจากชายหนุ่มมาหลายครานัก หากเป็นไปได้เขาเองก็อยากตอบแทนให้กับสหายคนนี้
" ไว้ข้าดูก่อน " หานลี่เอ่ยออกมา