ขอร้องให้เพียวอินและบุตโตปล่อยคนของเขาไป เซอิให้อภัยหูเหว่ยทำให้เขาซาบซึ้งใจในตัวเซอิเป็อย่างมากจึงขอติดตามอารักขาไปส่งนางถึงนครเฟราและกลับมารับความผิดต่ออดีตประมุขซาโตแต่เมื่อเซอิบุตรสาวไม่เอาเื่อดีตประมุขซาโตผู้มีคุณธรรมก็ไม่ติดใจเอาความแต่นั้นมาเผ่าโจรูเาจิ้งจอกหิมะก็สวามิภักดิ์ต่อเผ่าชานันนับแต่นั้นมาจนได้รับความไว้วางใจจากอดีตประมุขซาโตให้เป็ผู้าุโหนึ่งในแปด
ผู้าุโทั้งแปดล้วนมีที่มาต่างกันและผู้าุโบางท่านก็มิได้พำนักอยู่ชานันอย่างถาวรเช่นผู้าุโหูเหว่ยยังคงมีอีกตำแหน่งคือประมุขเผ่าโจรูเาจิ้งจอกหิมะและอีกผู้หนึ่งคือผู้าุโชูริมที่ดำรงค์ตนเป็นักบวชประจำวัดเน่งเอี้ยเป็ต้น ส่วนผู้ที่พำนักประจำมีผู้าุโฮอร์นที่มีที่มาจากเทือกเขาหิมาลัย ผู้าุโโทรุจากเกาะอันไกลโพ้น ผู้าุโบุตโต ผู้าุโเพียวอินซึ่งทั้งสองเป็ชาวชานันโดยกำเนิด ผู้าุโออลริลมีที่มาจากเผ่าเมี่ยงเอ่อเป็พี่น้องกับประมุขวุลอุยแต่ละทิ้งเผ่ามาอยู่ที่ชานันั้แ่อายุยี่สิบเอ็ดปี และสุดท้ายผู้าุโเกรย์ซึ่งเป็ที่น่ากังขามากที่สุดเพราะไปมาไร้ร่องรอย
ทั้งหมดฟังอย่างคาดไม่ถึงผู้าุโต่างมีที่มาแตกต่างแต่กลับมารวมตัวกันที่ชานันแห่งนี้แสดงให้เห็นว่าอดีตประมุขซาโตมีหูตาที่กว้างไกลได้ตระเตรียมอนาคตของเผ่าเอาไว้เนิ่นนานกระทั้ง ท่านสิ้นไปแล้วชานันก็มิได้สั่นคอน
ชิน ชิหลง ราอูลต่างมองผู้เฒ่าอดีตประมุขเผ่าัหลับใหลอย่างคนมิรู้ร้อนหนาววันนี้ทั้งวันผู้เฒ่าพาพวกเขาเดินวกไปวนมาในป่าบนูเา บัดนี้ถุงน้ำของเขาทั้งสามถูกยึดไปรวมอยู่รอบเอวของผู้เฒ่าฮอนอุนหมดแล้ว ทั้งยังตะเพิดผู้ติดตามของเขาให้กลับเข้าเมืองไป “เดินกลางป่าเยี่ยงนี้ยังจะยกโขยงกันไปทั้งฝูงสัตว์ป่าทั้งหลายมิใหายหัวไปหมดหรือไร” ผู้เฒ่าตวาดเมื่อชินค้าน องครักษ์หนุ่มจึงให้หัวหน้าคณะผู้ติดตามนำทหารกลับลงจากเขาไปรอฟังข่าวยังหมู่บ้านดานุสเขตอันนัมเนื่องจากอีกสองวันก็จะครบวันที่เ้าชายนัดหมายกับเหล่าประมุข หากยังตามหาเ้าชายไม่พบก็จะให้คนของเขาไปแจ้งข่าวเลื่อนการนัดหมายออกไปก่อน ป่านนี้เ้าชายจะเป็ตายร้ายดีอย่างไร องครักษ์หนุ่มขบคิดแต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็คงหนีไม่พ้นต้องกลายเป็ผู้ติดตามผู้เฒ่าฮอนอุน ชินล้มตัวลงนอนข้างๆ ราอูลที่ขณะนี้นอนหลับใหลไปตามท่านผู้เฒ่าเสียแล้ว และชิหลงนั่งเฝ้ายามเป็คนแรก
” ฮ้า สดชื่นๆ” ผู้เฒ่าฮอนอุนวักน้ำเย็นล้างหน้าคว้าถุงน้ำทั้งสามมากรอกน้ำจนเต็มก่อนวักดื่มไปอีกหลายอึก บัดนี้ผู้เฒ่าอดีตประมุขเผ่าัเห็นธารน้ำเป็ไม่ได้ต้องวิ่งเข้าหาก่อนสิ่งอื่น ทั้งอาบ ทั้งดื่มกินอย่างไม่รู้เบื่อ
“ท่านผู้เฒ่าวันนี้จะพาเราเดินวนไปที่แห่งใดอีก” ชิหลงที่นั่งยองๆ อยู่บนโขดหินร้องถาม
“ปากเสียน่าเ้าเด็กเมื่อวานซืน เอ้า! เอาคืนไป” ผู้เฒ่าฮอนอุนโยนถุงน้ำสองถุงคืนให้องครักษ์หนุ่ม ส่วนตนยังยึดไว้ถุงหนึ่งก่อน ชิน และราอูลที่วักน้ำล้างหน้าต่างถยอยตามกันขึ้นมาจากลำธาร ชิหลงส่งถุงน้ำอีกถุงคืนให้ราอูล ชายหนุ่มรับไปเหน็บเอวไว้ แล้วทั้งหมดก็เคลื่อนขบวนตามหลังผู้เฒ่าฮอนอุนอดีตผู้นำเผ่าไปอย่างไม่เร่งร้อน เช้าวันนี้นับเป็เช้าที่สดใสกว่าวันแรก แม้อากาศจะหนาวเย็นเพราะอยู่กลางป่า แม้จะดูกระฉับกระเฉงต่อการเดินทางไกลแต่สามทหารเสือก็ภาวนาในใจลึกๆ ว่าขออย่าให้ผู้เฒ่าพาวกวนอย่างที่ผ่านมาเลย สงสัยคำภาวนาจะเป็จริงเพราะวันนี้ผู้เฒ่าเดินนำทางอย่างเอาจริงเอาจังมได้หันมาชวนพูดคุยทำให้การเดิทางรุดหน้าไปไกลจนพ้นูเาลูกใหม่ผ่านเข้าหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งบนเชิงเขาและที่นั่นผู้เฒ่าจึงพาพวกเขาหยุดพักกินอาหารในหมู่บ้าน
“หมู่บ้านเราไม่ค่อยมีใครผ่านเข้ามาบ่อยนักหรอกเ้าค่ะ” หญิงแม่บ้านชวนคุยขณะยกอาหารมาเสิร์ฟให้คนทั้งสี่เพื่อแลกกับเหรียญทองหนึ่งเหรียญ นางเล่าให้ฟังว่าสาเหตุเพราะทางเข้าหมู่บ้านค่อนข้างลำบากเพราะทางเข้าที่เคยใช้ถูกหินถล่มลงมาทับเส้นทางจนกลายเป็ูเาลูกใหญ่ ชาวบ้านจึงต้องใช้ทางอ้อมเขาซึ่งระยะทางก็ไกลเข้าไปอีก
“ท่านคงไม่ได้ใช้เส้นทางนั้นกระมังเ้าค่ะ” ผู้เฒ่าพยักหน้า “คงอย่างนั้นแหละ” หญิงแม่บ้านอยู่คุยกับพวกเขาอีกสักครู่ก็ปล่อยให้ทุกคนกินอาหารต่อตามลำพังจนพวกเขาอิ่มนั่นแหละร่างอ้วนกลมของนางถึงปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับไหสุราไผ่เขียว หากสามทหารเสือต้องประหลาดใจที่ผู้ได้ชื่อว่าสุนัขสุราอย่างผู้เฒ่าปฏิเสธสุราไผ่เขียวแต่เพื่อรักษาน้ำใจนางชายชราจึงหยิบเหรียญทองส่งให้อีกเหรียญเป็การตอบแทน ทั้งหมดกล่าวลาหญิงแม่บ้านและจากมาในที่สุด
“แปลกคนจริง สุราไผ่เขียวของข้าถูกปฏิเสธเหรอนี่” หญิงแม่บ้านมองดูกลุ่มผู้จากไปอย่างงุนงง
“โอ้ สุราทิพย์อายุเจ็ดร้อยปีของผู้าุโสูงสุดวิเศษถึงปานนี้ ทำให้สุนัขสุราเช่นท่านปู่ไม่นึกอยากสุราอื่นอีกต่อไป” ราอูลตบมือเปาะแปะ ก่อนะโตัวลอยหลบหลีกไม้เท้าหัวัที่ฟาดฟันลงมาจากมือผู้เฒ่าฮอนอุล
“อย่าพูดถึงตาแก่นั่นให้ข้าได้ยินอีกเป็อันขาด” ผู้เฒ่าหันมาแว้ดใส่ ชิน ชิหลง และราอูลหัวเราะครืน ทั้งสี่เดินเลาะเหลี่ยมเขาลงจากหมู่บ้านตัดเข้าป่าเบื้องหน้าอันเป็พื้นที่เพาะปลูกบางส่วน ไม่นานทั้งหมดก็หายเข้าไปยังชายป่าหนาทึบที่เต็มไปด้วยละอองหมอกหนา มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุม ชินเริ่มมองเห็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่เดินเพ่นพ่านและะโหลบแ่ผ่านดงไม้ หวั่นใจว่าจะเป็หมีควาย หรือเสือ
“หมู่ป่าเ้าโง่” เสียงแว่วมาจากคนที่เดินนำหน้า ชินงุนงงผู้เฒ่าฮอนอุนรู้ได้อย่างไรในเมื่อไม่ได้หันกลับมามองสักนิด
“ท่านปู่เหตุใดจึงดูเร่าร้อนและช่วยบอกพวกเราได้ไหมว่าเหตุใดเ้าชายจู่ๆ จึงหายไปจากปราสาทชานันและเหตุใดเราจะต้องเดินทางไกลบุกป่าฝ่าดงไปรอพบเ้าชายถึงหุบผาัข้าเชื่อว่าเ้าชายกับประมุขน้อยไม่ได้มาทางนี้แน่” ชินถามอย่างข้องใจน้ำเสียงปนเสียงหอบหายใจ เขาเพียรถามเช่นนี้มาหลายครั้งแต่ผู้เฒ่ามักไม่ยอมปริปาก แต่ครั้งนี้เห็นทีความลับย่อมถูกเปิดเผยและสามทหารเสือสมควรรับรู้เพราะต้องร่วมเดินทางกันอีกไกลจะให้เดินทางโดยมิรู้สิ่งใดคงไม่ถูกนัก
“ในปราสาทชานันมีทางลับที่ผู้ใดหลุดเข้าไปจะไม่สามารถกลับทางเดิมได้” ผู้เฒ่ากล่าวเสียงเนิบนาบ
“ทำไมเราไม่ตามเ้าชายไปตามทางลับนั่นล่ะท่านปู่” ราอูลสอบถามบ้าง
“เ้าโง่ทางลับนั่นได้ชื่อว่ามีความสลับซับซ้อนผู้ใดหลงเข้าไปย่อมไม่ได้กลับออกมาอีกและถึงเราจะตามเข้าไปก็จะไม่พบทางเดิมที่พวกเขาเดินผ่านไปแล้วเพราะสถานที่แห่งนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ในชั่วข้ามคืน”
“หมายความว่าถึงเราจะเข้าไปตามทางที่เ้าชายกับเ้าหญิงไปแต่ก็จะหาคนทั้งสองไม่พบอย่างนั้นสินะ แล้วเหตุใดท่านปู่จึงคิดที่จะไปรอเ้าชายที่หุบผาั ถ้าท่านว่าไม่มีผู้ใดได้กลับมาอีก” ชิหลงกล่าวอย่างสงสัย
“ข้าก็ภาวนาอยู่นี่ไง ว่าขออย่าให้เป็เช่นนั้น”
ชินฟังผู้เฒ่ากล่าวแล้วให้ประหลาดใจนักเพราะผู้ที่เป็ตัวการทำให้เ้าชายไซฟาและเ้าหญิงซินอาร์ต้องหลงเข้าไปยังทางลับที่อันตรายและมีความสลับซับซ้อนก็คือคนผู้เฒ่าเอง ท่าน ผู้เฒ่าฮอนอุนมีจุดประสงค์ใดแอบแฝงกันแน่จึงทำเช่นนี้
“ท่านปู่เคยเข้าไปหรือไร” ชิหลงเอ่ยถาม
“แปดสิบปีมาแล้ว นานใช่ไหมล่ะ”
“ห๋า!” ทุกคนร้องเบิกตาโต
“แล้วนี่ท่านมีอายุเท่าไหร่กันแน่” ราอูลอุทาน
“ผู้ที่เคยผ่านเข้าไปที่ยังมีชีวิตอยู่มีเพียงข้ากับตาแก่เ้าเล่ห์หนวดขาวนั่นส่วนอีกผู้หนึ่งก็ได้ละจากโลกนี้ไปแล้ว” ผู้เฒ่ากล่าวนึกถึงอดีตประมุขมาร์โคสหายรักที่ล่วงลับไปส่วนอดีตประมุขซาโตผู้เฒ่าไม่แน่ใจว่าคนผู้นั้นเคยเข้าไปยังทางลับหรือไม่เนื่องจากพอพวกเขาทั้งสามออกมาได้มาร์โคก็สั่งปิดทางเข้าปราสทาและอุโมงค์ทางลับก็ถูกปิดมานับแต่นั้นจะมีเพียงกุญแจดอกหนึ่งที่เป็มรดกตกทอดกันมาจากบรรพบุรุษที่ให้ไว้แก่ผู้เป็ประมุขเผ่าชานัน หากกุญแจดอกนั้นเคยผ่านมือของอดีตประมุขซาโตเขาก็น่าจะเคยเข้าไปที่นั่นเช่นกัน
“แปดสิบที่แล้วท่านปู่ออกมาทางหุบผาัหรือ”
“ใช่” ผู้เฒ่ากล่าวและตัดบทมิให้ผู้ใดซักไซ้อีกเนื่องจากทางที่พวกเขาเดินต้องใช้ความระมัดระวังเพราะต้องหันหน้าเกาะหน้าผาเดินไปบนทางแคบๆ โดยต้องรอยเชือดผูกเอวของทุกคนกันลื่นไถลตกลงไป