ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 103 : การเดิมพันที่ไร้สาระ

    จารึกที่ 103 : การเดิมพันที่ไร้สาระ : ศักดิ์ศรีกับเงินตรา


    ยามตะวันเริ่มคล้อยต่ำ แสงแดดสีส้มสาดส่องผ่านร่มไม้ไผ่


    เม็ดเหงื่อขนาดเท่าถั่วเหลืองผุดพรายเต็มหน้าผากของอาเจีย ไหลย้อยลงมาตามสันจมูกหยดลงสู่พื้นไม้ไผ่ ติ๋ง...


    เวลาหนึ่งชั่วยามที่ตกลงกันไว้กำลังจะหมดลง แสงอาทิตย์ที่ทาบทับเงาของต้นไผ่ลงบน 'ลูกบาศก์เก้าดารา' ที่วางอยู่ตรงหน้า เป็นสัญญาณเตือนว่าเขาเหลือเวลาไม่มากแล้ว


    เฟิงหลิงเอ๋อร์ นั่งกอดอกมองด้วยแววตาผู้ชนะ นางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะกดดัน


    "เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งก้านธูปนะ... เจ้าคนสวน ถ้าทำไม่ได้ก็รีบยอมแพ้แล้วคืนเงินข้ามาซะดีๆ ข้าจะได้รีบกลับไปกินข้าวเย็นที่จวน"


    ด้านหลังนาง เฟิงอี้หราน ยืนพิงเสากระท่อมอย่างสง่างาม เขาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้นเหมือนบ่าวไพร่ แต่กางพัดจีบขึ้นปิดครึ่งหน้า เหลือเพียงดวงตาคมกริบที่จ้องมองอาเจียด้วยแรงกดดันมหาศาล


    "อาเจีย..." น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งแต่เย็นยะเยือก "ข้าหวังว่าเจ้าคงรู้ความหมายของคำว่า 'เสียหน้า' ของตระกูลเฟิงนะ... ถ้าเจ้าทำไม่ได้ นอกจากจะคืนเงินแล้ว ข้าเกรงว่าเจ้าอาจจะต้องจ่ายค่าเสียเวลาให้น้องสาวข้าด้วยแขนสักข้างกระมัง?"


    อาเจียกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่ได้ตอบโต้ เพราะจิตสมาธิทั้งหมดกำลังจดจ่ออยู่กับการไหลเวียนของพลังงานภายในลูกบาศก์

    "มู่เฉิน..." อาเจียเรียกในจิต "ไอ้กล่องบ้านี่มันล็อคแน่นหนาชะมัด ข้าใส่พลังปราณเข้าไปเท่าไหร่ มันก็ดูดหายไปหมด!"


    "ใจเย็นๆ เจ้าโง่..." เสียงของ มู่เฉิน ดังขึ้น วิเคราะห์ด้วยความสุขุม "ข้าตรวจสอบโครงสร้างภายในแล้ว... นี่ไม่ใช่กลไกธรรมดาที่ช่างฝีมือยุคนี้จะสร้างได้ แต่มันคือ 'ค่ายกลล็อคดาราจักร'  เป็นศาสตร์บรรพกาลที่เน้นการใช้ 'คลื่นวิญญาณ' ในการไข ไม่ใช่พลังปราณดิบๆ"


    "ศาสตร์บรรพกาล?"


    "ถูกต้อง... รูปแบบการไหลเวียนพลังงานของมัน มีความคล้ายคลึงกับแกนกลางของ 'เจ้าสัว' ที่เจ้าได้มาจากโบราณสถานราวกับแกะ! ...คนสร้างกล่องนี้ต้องมีความรู้เรื่องอักขระโบราณลึกซึ้งมาก หรือไม่ก็ต้องเป็นของตกทอดมาจากยุคสมัยนั้น!"


    'มิน่าล่ะ! ปรมาจารย์ทั่วไปถึงแก้ไม่ได้!' อาเจียตาเป็นประกาย 'แต่ข้าแก้ได้! เพราะข้าคุ้นเคยกับเจ้าสัวดีที่สุด!'


    "มู่เฉิน! ข้าจะใช้วิชา 'จิตไร้ลักษณ์' เชื่อมต่อกับมันเหมือนตอนเชื่อมต่อกับเจ้าสัว!"


    "เสี่ยงหน่อยนะ... ถ้าคลื่นวิญญาณไม่เข้ากัน จิตเจ้าอาจสะท้อนกลับจนบาดเจ็บได้"


    "เพื่อเงินห้าร้อยตำลึง... เสี่ยงแค่ไหนข้าก็เอา!"


    อาเจียหลับตาลง ปรับลมหายใจให้เข้าสู่สภาวะสงบนิ่ง นิ้วมือทั้งสิบหยุดขยับ แต่แผ่กระแสจิตที่ละเอียดอ่อนพุ่งเข้าไปสัมผัสแกนกลางของลูกบาศก์


    วิ้ง...


    ในห้วงจิตของอาเจีย เขาเห็นฟันเฟืองแสงสีเงินนับพันตัวที่หยุดนิ่งอยู่ เขาค่อยๆ ใช้จิตหมุนมันทีละตัว... ทีละตัว... โดยเลียนแบบจังหวะการเต้นของแกนพลังงานเจ้าสัว


    แกรก... แกรก...


    เสียงกลไกขยับดังขึ้นเบาๆ เฟิงหลิงเอ๋อร์ที่กำลังจะอ้าปากเยาะเย้ยถึงกับชะงัก นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยความตะลึง


    "ขยับแล้ว..." เฟิงอี้หรานหุบพัดจีบ ดวงตาฉายแววประหลาดใจ "เขากระตุ้นกลไกโบราณได้?"


    "จงเปิดออกซะ! เจ้ากล่องงก!" อาเจียตะโกนลั่นในใจ พร้อมส่งคลื่นจิตเฮือกสุดท้ายกระแทกเข้าไป


    คลิก!


    เสียงกลไกตัวสุดท้ายปลดล็อคดังกังวานใสปิ๊ง ลูกบาศก์โลหะค่อยๆ คลายตัวออกจากกัน เผยให้เห็นช่องว่างภายใน


    แสงสีแดงเพลิงสว่างวาบออกมาจากกล่อง พร้อมกับไอร้อนที่แผ่พุ่งออกมาจนอาเจียต้องถอยหลังกรูด


    สิ่งที่วางสงบนิ่งอยู่ภายใน ไม่ใช่ทองคำ หรืออาวุธวิเศษ... แต่เป็น 'ปิ่นปักผมหยกแดง' ที่สลักเป็นรูปขนนกฟีนิกซ์อันงดงามวิจิตร และใต้ปิ่นนั้นมีจดหมายเก่าๆ ฉบับหนึ่งวางอยู่


    เฟิงหลิงเอ๋อร์มือสั่นเทา นางค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบปิ่นนั้นขึ้นมา น้ำตาเม็ดโตไหลรินอาบแก้มเนียนใสโดยไม่อาจกลั้น


    "ปิ่น... ปิ่นหงส์อัคคีของท่านแม่..."


    นางคลี่จดหมายออกอ่าน ริมฝีปากเม้มแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น เนื้อความในจดหมายกล่าวถึงความรักของมารดา และความลับบางอย่างเกี่ยวกับตระกูลเดิมของมารดาที่สาบสูญ


    เฟิงอี้หรานเดินเข้ามาโอบไหล่น้องสาวเบาๆ สีหน้าของเขาดูอ่อนโยนลง "ในที่สุด... เราก็ทำตามคำสั่งเสียของท่านแม่ได้สำเร็จ"


    "ขอบคุณ..." เฟิงหลิงเอ๋อร์พึมพำเสียงเบาหวิว


    "หืม? อะไรนะขอรับ? ข้าได้ยินไม่ถนัด" อาเจียแกล้งทำหูทวนลม (แต่ตายังจ้องถุงเงินบนโต๊ะเขม็ง)


    เฟิงหลิงเอ๋อร์เงยหน้าขึ้น ปาดน้ำตาทิ้งอย่างรวดเร็ว แล้วกลับมาทำหน้าเชิดหยิ่งตามเดิม (แม้ขอบตาจะแดงก่ำ)


    "ข้าบอกว่า... ก็ไม่เลวนี่! ถือว่าเจ้าทำตามสัญญาได้!"


    นางล้วงหยิบตั๋วแลกเงินปึกใหญ่ออกมาจากแหวนมิติ แล้วกระแทกใส่อกอาเจีย


    "นี่! ห้าร้อยตำลึงทอง! แล้วก็... ข้าถือว่าเจ้าเป็น 'คนใช้' ระดับสูงของข้าแล้ว ต่อไปถ้าข้ามีปัญหา ข้าจะมาหาเจ้าอีก!"


    อาเจียกอดปึกเงินไว้แนบอก ยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่


    "ยินดีรับใช้เสมอขอรับคุณหนู! จะให้ข้าเป็นคนใช้ คนสวน หรือคนแบกของ ได้หมดขอรับ... ขอแค่ 'ค่าตอบแทน' สมน้ำสมเนื้อ!"

    ก่อนจะจากไป เฟิงอี้หรานหันมามองอาเจียด้วยสายตาที่มีความหมายแฝง


    "อาเจีย... ข้าขอเตือนเจ้าด้วยความหวังดี" น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้น "กลไกชนิดนี้มีความซับซ้อนระดับโบราณ ในสำนักหมึกวารี มีเพียง 'ผู้อาวุโสหลี่' แห่งหอศัสตราเท่านั้นที่คลั่งไคล้และสะสมศาสตร์พวกนี้..."


    เฟิงอี้หรานหรี่ตาลง


    "การที่เจ้าไขมันออกได้... หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูเขา เจ้าอาจจะถูกเพ่งเล็งได้... จงระวังตัวและเก็บงำประกายไว้ให้ดี"


    อาเจียชะงักกึก รอยยิ้มค้าง


    'ถูกเพ่งเล็งโดยเจ้าหอศัสตรา? ...นี่ข้าเพิ่งรับเงินมาพร้อมกับปัญหาใหม่ใช่ไหมเนี่ย?'


    เฟิงอี้หรานยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดชายเสื้อเดินจากไปพร้อมน้องสาว ทิ้งให้อาเจียยืนกอดเงินท่ามกลางความสับสนว่าควรดีใจหรือกังวลใจดี

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน