หายไปไหนหมด?
ยามนี้ทุ่งร้างที่ปรากฏต่อสายตาของหวังเฉินกลับว่างเปล่าไร้สิ่งใด นอกเสียจากเศษกระดูกที่แตกหักเกลื่อนกลาดไปทั่วผืนดิน
เท่าที่ตามองเห็นนอกจากเจ้าปิงชิงกับซูซูแล้ว ก็ไม่เหลือสิ่งมีชีวิตแม้แต่ตัวเดียว!
“พวกแกสองตัว ไม่คิดจะเหลือให้ฉันกินบ้างเลยเหรอ?”
หวังเฉินเอ่ยปากพลางถอนหายใจยาวอย่างหมดหนทางเมื่อเห็นสภาพที่ถูกทำลายราบเป็นหน้ากลองโดยรอบ
“เจ้านาย ท่านเป็นเหมือนเครื่องประดับที่แขวนอยู่บนขาใหญ่ๆ ของข้า!ข้าจะบุกไปข้างหน้าเอง ส่วนท่านคอยเชียร์อยู่ข้างหลังก็พอแล้วเจ้าค่ะ”
ปิงชิงกระพือปีกบินมาอยู่ตรงหน้าหวังเฉินดวงตามังกรสีครามเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“เจ้านาย ถ้าใช้ภาษาของพวกท่าน แบบนี้เรียกว่าเกาะผู้หญิงกินใช่ไหมเจ้าคะ?”
พูดจบเจ้าตัวน้อยก็ยื่นหัวมาถูไถตัวหวังเฉินจนเกือบหกล้ม
“เฮ้ยๆๆ!”
“อย่าพูดจามั่วนิ่มนะ!”
หวังเฉินใช้มือดันปิงชิงที่กำลังพูดจากวนโอ๊ยใบหน้าเต็มไปด้วยความอับจนถ้อยคำสุดขีด
“เจ้านายของเธอคนนี้แข็งแกร่ง และดูแลตัวเองได้!”
“อีกอย่าง ตอนนี้เธอยังไม่สามารถแปลงร่างได้ด้วยซ้ำซูซูยังมีสิทธิ์พูดคำนั้นมากกว่าเธออีกนะ!”
เขาเอื้อมมือไปตบหัวปิงชิงอย่างไม่พอใจแล้วอุ้มซูซูที่กระโดดขึ้นมาในอ้อมแขน
“กรี๊ดๆๆ! เจ้านาย ข้าโกรธแล้วนะเจ้าคะ!”
“ท่านกล้าดูถูกร่างมังกรอันสมบูรณ์แบบของข้าเชียวหรือเจ้าคะ?”
ปิงชิงได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจทันทีมันสะบัดหัวสลัดพันธนาการของหวังเฉินออก
“ในการต่อสู้ครั้งต่อไปข้าจะไม่เหลือสัตว์อสูรให้ท่านแม้แต่ตัวเดียวเจ้าค่ะ!”
เจ้าตัวน้อยแค่นเสียงอย่างโกรธจัดแล้วกระพือปีกบินตรงไปยังส่วนลึกของทุ่งร้าง
เมื่อเห็นฉากนี้หวังเฉินก็ส่ายหัวอย่างจนใจ แล้วรีบก้าวเท้าตามไป
…
ด้านนอก
ในโถงดันเจี้ยนดินแดนลับ
“หวังเฉิน หนุ่มน้อยคนนี้กำลังเข้าดันเจี้ยนดินแดนลับระดับเงินทุ่งร้างทมิฬ”
“ในดันเจี้ยนแห่งนี้ศัตรูที่ต้องเผชิญหน้าล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตจากเผ่าปีศาจโครงกระดูกที่น่าขนลุก!”
“หนุ่มน้อยผู้นี้ช่างกล้าหาญจริงๆที่ดันเจี้ยนดินแดนลับแห่งแรกที่เขาเลือกท้าทายกลับเป็นสถานที่ที่ดูมืดมิดเช่นนี้”
“บรรยากาศข้างในวังเวงน่ากลัวสุดๆ ครั้งล่าสุดที่ฉันเข้าไปฉันกลัวจนต้องเปิดไฟนอนไปหลายคืนเลย!”
“…”
เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วดังขึ้นในโถงหลายคนโดยเฉพาะผู้หญิงต่างพากันพูดคุยกันหลังจากรู้ข้อมูลดันเจี้ยนที่หวังเฉินกำลังท้าทาย
โดยเฉพาะเมื่อได้ยินว่าหวังเฉินกำลังท้าทาย‘ทุ่งร้างทมิฬ’ ผู้หญิงหลายคนก็หน้าซีดเผือด
“สัตว์อสูรระลอกที่สองของดันเจี้ยนคือผีดิบ พวกมันจะปรากฏตัวแบบสุ่มครั้งที่ฉันเข้าไป ผีดิบตัวหนึ่งพุ่งออกมาจากข้างเท้าและจับขาฉันไว้”
“หวังว่ารุ่นน้องหวังเฉินจะไม่ต้องพบเจอกับประสบการณ์อันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้หากเขาตกใจกลัวฉันก็คงทำได้เพียงแค่ใช้ความรักอันอบอุ่นของฉันปลอบประโลมเขาเท่านั้น”
“เชอะ รุ่นน้องหวังเฉินจะไปกลัวสัตว์อสูรเผ่าภูตผีง่ายๆ ได้ยังไง!ครั้งนี้เขาจะต้องสร้างสถิติใหม่ในการผ่านดันเจี้ยนอีกแน่นอน!”
“…”
ในโถงผู้หญิงหลายคนต่างถกเถียงกันบางคนถึงกับสนับสนุนให้หวังเฉินสร้างสถิติใหม่ในการผ่านดันเจี้ยน
เมื่อได้ยินเสียงถกเถียงรอบข้างเหล่าชายหนุ่มที่รอคอยอยู่ตรงนั้นต่างก็รู้สึกอิจฉาริษยาอย่างยิ่ง
สุดยอด!น่าอิจฉาชะมัด!
“ชิ!”
เหยียนเหลียงที่อิจฉาจนตาแดงก่ำได้ยินเสียงถกเถียงรอบข้างแล้วอดไม่ได้ที่จะพูดเสียงดังขึ้นมาว่า
“ก็แค่นักศึกษาปีหนึ่ง เลเวล 40 จะไปทำลายสถิติของดันเจี้ยนทุ่งร้างทมิฬได้ยังไง!”
“สถิติของดันเจี้ยนนี้คือ 9 นาที 60 วินาที ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยรุ่นพี่คนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนในตอนที่เขาเลเวล65!”
“เขาเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นปฏิปักษ์โดยธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตเผ่าภูตผีนั่นเป็นเหตุผลที่เขาสามารถสร้างสถิติที่น่าสะพรึงกลัวได้สถิตินี้ไม่มีใครทำลายได้มาหลายสิบปีแล้ว!”
“แม้แต่เทพขาวเมื่อตอนอยู่ปีหนึ่งก็ยังไม่สามารถทำลายสถิติของดันเจี้ยนทุ่งร้างทมิฬได้เลย!”
“แล้วหวังเฉินจะไปทำได้อย่างไร!”
เหยียนเหลียงมองไปรอบๆและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เมื่อได้ยินคำพูดของเขาหลายคนรอบข้างก็พยักหน้าเห็นด้วย สีหน้าแสดงออกถึงความเห็นชอบ
จริง!
อัศวินศักดิ์สิทธิ์เป็นปฏิปักษ์โดยธรรมชาติของเผ่าภูตผีในเลเวลเดียวกันอัศวินศักดิ์สิทธิ์สามารถสร้างความเสียหายต่อเผ่าภูตผีได้มากกว่าอาชีพอื่นถึง 50%
ในดันเจี้ยนดินแดนลับทุ่งร้างทมิฬอัศวินศักดิ์สิทธิ์เลเวล 65 อาจมีพลังต่อสู้เทียบเท่ากับผู้เปลี่ยนอาชีพระดับสามที่เลเวล70 หรือแม้แต่สูงกว่านั้น
แม้หวังเฉินจะแสดงความสามารถที่น่าเหลือเชื่อมาก่อนแต่ระดับของเขาก็ยังเป็นจุดอ่อน เขาเพิ่งเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองจะไปทำลายสถิติได้อย่างไร!
“ใช่ๆ การทำลายสถิติคงเป็นไปไม่ได้ด้วยพลังต่อสู้ที่หวังเฉินแสดงออกในดันเจี้ยนดินแดนลับก่อนหน้านี้เวลาในการผ่านดันเจี้ยนของเขาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 15 นาที”
“15นาทีก็ถือว่าดีมากแล้ว ตอนฉันเลเวล 60 ฉันยังใช้เวลา17 นาทีในการผ่านทุ่งร้างทมิฬเลย!”
ข้างๆรุ่นพี่ปีสองหลายคนก็เสริมขึ้นมาหลังจากที่เหยียนเหลียงพูดจบ
เมื่อได้ยินคำพูดของพวกเขาสายตาของหญิงสาวหลายคนในโถงก็เริ่มเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาในทันที
เจ้าพวกนี้เกินไปจริงๆ!
หนุ่มน้อยหวังเฉินคนนี้หล่อเหลาพรสวรรค์สูง และขยันหมั่นเพียรมาก ทว่าผู้ชายอ่อนๆ พวกนี้กลับได้แต่เย้ยหยัน?
การยอมรับในความสามารถของคนอื่นมันยากขนาดนั้นเลยหรือไง?
“เลเวล 60 ผ่านทุ่งร้างทมิฬใช้เวลา 17 นาที? นายยังกล้าพูดอีกเหรอ?”
“รุ่นน้องหวังเฉินเพิ่งเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองก็สามารถทำสิ่งที่นายทำได้เมื่อเลเวล 60 แล้วนายมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาเพ้อเจ้อที่นี่?”
“ส่วนนายเหยียนเหลียงฉันจำได้ว่าสถิติที่ดีที่สุดในการผ่านทุ่งร้างทมิฬของนายคือ 15 นาทีใช่ไหม!”
มีหญิงสาวคนหนึ่งทนความโกรธไว้ไม่ไหวมองไปที่เหยียนเหลียงและคนอื่นๆ แล้วพูดเสียงดัง
เหยียนเหลียงและคนอื่นๆมองหน้ากัน สีหน้าดูประดักประเดิดเล็กน้อย
“เธอ…”
เหยียนเหลียงอ้าปากอยากจะโต้แย้งแต่ก็ถูกคนข้างๆ ดึงเสื้อไว้
“เถียงกับผู้หญิงยังไงก็เถียงไม่ชนะหรอก!”
“เราพูดด้วยข้อเท็จจริงกันดีกว่า!”
คนคนนั้นเตือนขึ้นมา
เมื่อได้ยินดังนั้นเหยียนเหลียงก็ปิดปากลงด้วยสีหน้าไม่พอใจ แล้วหันไปทางอื่นโดยไม่มองหญิงสาวคนนั้นอีก
คอยดูเถอะพอหวังเฉินออกมาจากดันเจี้ยนดินแดนลับอย่างน่าสมเพชดูซิว่ายัยบ้าผู้ชายพวกนี้จะพูดอะไรได้อีก!
เขาคิดอย่างหัวเสียพลางจ้องมองไปที่ประตูเคลื่อนย้ายมิติในโถงหวังว่าหวังเฉินจะออกมาจากข้างในด้วยความน่าสมเพชสุดขีด
ทว่า
ทันทีที่เขามองไปที่ประตูเคลื่อนย้ายมิติดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง สีหน้าราวกับเห็นผี!
…
ตูม!
ร่างยักษ์ที่สูงกว่าสิบเมตรล้มลงสู่พื้นกะทันหันทำให้เกิดควันและฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว
พรึ่บๆๆ…
หวังเฉินโบกมือปัดฝุ่นที่ลอยอยู่รอบๆตัวเขา มองดูซากศพที่กระจัดกระจายอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
สัตว์อสูรตัวสุดท้ายของดันเจี้ยนดินแดนลับทุ่งร้างทมิฬคือผู้นำผีดิบ เลเวล 65
ความแข็งแกร่งของมันนั้นเหนือกว่าโจวอู่ที่เขาเคยเจอในการประลองเวทีเสียอีก
สัตว์อสูรน้อยทั้งสองได้จัดการสัตว์อสูรตัวเล็กๆทั้งหมดแล้ว และทิ้งผู้นำผีดิบไว้ให้เขา
ในการต่อสู้ครั้งนี้เขาได้ต่อสู้กันอย่างเต็มที่!
“เฮ้อ”
“ไม่รู้ว่าการผ่านดันเจี้ยนครั้งนี้ จะได้รางวัลอะไรบ้างนะ?”
หวังเฉินถอนหายใจยาวเก็บกระบี่ฟันเลื่อย แล้วรอการคำนวณรางวัลจากดันเจี้ยนดินแดนลับอย่างเงียบๆ