เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 4 บทที่ 97 อย่ามามั่วนิ่มนะ! หวังเฉินผู้นี้ไม่เคยคิดจะเกาะผู้หญิงกิน!

            หายไปไหนหมด?

            ยามนี้ทุ่งร้างที่ปรากฏต่อสายตาของหวังเฉินกลับว่างเปล่าไร้สิ่งใด นอกเสียจากเศษกระดูกที่แตกหักเกลื่อนกลาดไปทั่วผืนดิน

            เท่าที่ตามองเห็นนอกจากเจ้าปิงชิงกับซูซูแล้ว ก็ไม่เหลือสิ่งมีชีวิตแม้แต่ตัวเดียว!

            “พวกแกสองตัว ไม่คิดจะเหลือให้ฉันกินบ้างเลยเหรอ?”

            หวังเฉินเอ่ยปากพลางถอนหายใจยาวอย่างหมดหนทางเมื่อเห็นสภาพที่ถูกทำลายราบเป็นหน้ากลองโดยรอบ

            “เจ้านาย ท่านเป็นเหมือนเครื่องประดับที่แขวนอยู่บนขาใหญ่ๆ ของข้า!ข้าจะบุกไปข้างหน้าเอง ส่วนท่านคอยเชียร์อยู่ข้างหลังก็พอแล้วเจ้าค่ะ”

            ปิงชิงกระพือปีกบินมาอยู่ตรงหน้าหวังเฉินดวงตามังกรสีครามเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

            “เจ้านาย ถ้าใช้ภาษาของพวกท่าน แบบนี้เรียกว่าเกาะผู้หญิงกินใช่ไหมเจ้าคะ?”

            พูดจบเจ้าตัวน้อยก็ยื่นหัวมาถูไถตัวหวังเฉินจนเกือบหกล้ม

            “เฮ้ยๆๆ!”

            “อย่าพูดจามั่วนิ่มนะ!”

            หวังเฉินใช้มือดันปิงชิงที่กำลังพูดจากวนโอ๊ยใบหน้าเต็มไปด้วยความอับจนถ้อยคำสุดขีด

            “เจ้านายของเธอคนนี้แข็งแกร่ง และดูแลตัวเองได้!”

            “อีกอย่าง ตอนนี้เธอยังไม่สามารถแปลงร่างได้ด้วยซ้ำซูซูยังมีสิทธิ์พูดคำนั้นมากกว่าเธออีกนะ!”

            เขาเอื้อมมือไปตบหัวปิงชิงอย่างไม่พอใจแล้วอุ้มซูซูที่กระโดดขึ้นมาในอ้อมแขน

            “กรี๊ดๆๆ! เจ้านาย ข้าโกรธแล้วนะเจ้าคะ!”

            “ท่านกล้าดูถูกร่างมังกรอันสมบูรณ์แบบของข้าเชียวหรือเจ้าคะ?”

            ปิงชิงได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจทันทีมันสะบัดหัวสลัดพันธนาการของหวังเฉินออก

            “ในการต่อสู้ครั้งต่อไปข้าจะไม่เหลือสัตว์อสูรให้ท่านแม้แต่ตัวเดียวเจ้าค่ะ!”

            เจ้าตัวน้อยแค่นเสียงอย่างโกรธจัดแล้วกระพือปีกบินตรงไปยังส่วนลึกของทุ่งร้าง

            เมื่อเห็นฉากนี้หวังเฉินก็ส่ายหัวอย่างจนใจ แล้วรีบก้าวเท้าตามไป

            …

            ด้านนอก

            ในโถงดันเจี้ยนดินแดนลับ

            “หวังเฉิน หนุ่มน้อยคนนี้กำลังเข้าดันเจี้ยนดินแดนลับระดับเงินทุ่งร้างทมิฬ”

            “ในดันเจี้ยนแห่งนี้ศัตรูที่ต้องเผชิญหน้าล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตจากเผ่าปีศาจโครงกระดูกที่น่าขนลุก!”

            “หนุ่มน้อยผู้นี้ช่างกล้าหาญจริงๆที่ดันเจี้ยนดินแดนลับแห่งแรกที่เขาเลือกท้าทายกลับเป็นสถานที่ที่ดูมืดมิดเช่นนี้”

            “บรรยากาศข้างในวังเวงน่ากลัวสุดๆ ครั้งล่าสุดที่ฉันเข้าไปฉันกลัวจนต้องเปิดไฟนอนไปหลายคืนเลย!”

            “…”

            เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วดังขึ้นในโถงหลายคนโดยเฉพาะผู้หญิงต่างพากันพูดคุยกันหลังจากรู้ข้อมูลดันเจี้ยนที่หวังเฉินกำลังท้าทาย

            โดยเฉพาะเมื่อได้ยินว่าหวังเฉินกำลังท้าทาย‘ทุ่งร้างทมิฬ’ ผู้หญิงหลายคนก็หน้าซีดเผือด

            “สัตว์อสูรระลอกที่สองของดันเจี้ยนคือผีดิบ พวกมันจะปรากฏตัวแบบสุ่มครั้งที่ฉันเข้าไป ผีดิบตัวหนึ่งพุ่งออกมาจากข้างเท้าและจับขาฉันไว้”

            “หวังว่ารุ่นน้องหวังเฉินจะไม่ต้องพบเจอกับประสบการณ์อันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้หากเขาตกใจกลัวฉันก็คงทำได้เพียงแค่ใช้ความรักอันอบอุ่นของฉันปลอบประโลมเขาเท่านั้น”

            “เชอะ รุ่นน้องหวังเฉินจะไปกลัวสัตว์อสูรเผ่าภูตผีง่ายๆ ได้ยังไง!ครั้งนี้เขาจะต้องสร้างสถิติใหม่ในการผ่านดันเจี้ยนอีกแน่นอน!”

            “…”

            ในโถงผู้หญิงหลายคนต่างถกเถียงกันบางคนถึงกับสนับสนุนให้หวังเฉินสร้างสถิติใหม่ในการผ่านดันเจี้ยน

            เมื่อได้ยินเสียงถกเถียงรอบข้างเหล่าชายหนุ่มที่รอคอยอยู่ตรงนั้นต่างก็รู้สึกอิจฉาริษยาอย่างยิ่ง

            สุดยอด!น่าอิจฉาชะมัด!

            “ชิ!”

            เหยียนเหลียงที่อิจฉาจนตาแดงก่ำได้ยินเสียงถกเถียงรอบข้างแล้วอดไม่ได้ที่จะพูดเสียงดังขึ้นมาว่า

            “ก็แค่นักศึกษาปีหนึ่ง เลเวล 40 จะไปทำลายสถิติของดันเจี้ยนทุ่งร้างทมิฬได้ยังไง!”

            “สถิติของดันเจี้ยนนี้คือ 9 นาที 60 วินาที ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยรุ่นพี่คนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนในตอนที่เขาเลเวล65!”

            “เขาเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นปฏิปักษ์โดยธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตเผ่าภูตผีนั่นเป็นเหตุผลที่เขาสามารถสร้างสถิติที่น่าสะพรึงกลัวได้สถิตินี้ไม่มีใครทำลายได้มาหลายสิบปีแล้ว!”

            “แม้แต่เทพขาวเมื่อตอนอยู่ปีหนึ่งก็ยังไม่สามารถทำลายสถิติของดันเจี้ยนทุ่งร้างทมิฬได้เลย!”

            “แล้วหวังเฉินจะไปทำได้อย่างไร!”

            เหยียนเหลียงมองไปรอบๆและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

            เมื่อได้ยินคำพูดของเขาหลายคนรอบข้างก็พยักหน้าเห็นด้วย สีหน้าแสดงออกถึงความเห็นชอบ

            จริง!

            อัศวินศักดิ์สิทธิ์เป็นปฏิปักษ์โดยธรรมชาติของเผ่าภูตผีในเลเวลเดียวกันอัศวินศักดิ์สิทธิ์สามารถสร้างความเสียหายต่อเผ่าภูตผีได้มากกว่าอาชีพอื่นถึง 50%

            ในดันเจี้ยนดินแดนลับทุ่งร้างทมิฬอัศวินศักดิ์สิทธิ์เลเวล 65 อาจมีพลังต่อสู้เทียบเท่ากับผู้เปลี่ยนอาชีพระดับสามที่เลเวล70 หรือแม้แต่สูงกว่านั้น

            แม้หวังเฉินจะแสดงความสามารถที่น่าเหลือเชื่อมาก่อนแต่ระดับของเขาก็ยังเป็นจุดอ่อน เขาเพิ่งเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองจะไปทำลายสถิติได้อย่างไร!

            “ใช่ๆ การทำลายสถิติคงเป็นไปไม่ได้ด้วยพลังต่อสู้ที่หวังเฉินแสดงออกในดันเจี้ยนดินแดนลับก่อนหน้านี้เวลาในการผ่านดันเจี้ยนของเขาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 15 นาที”

            “15นาทีก็ถือว่าดีมากแล้ว ตอนฉันเลเวล 60 ฉันยังใช้เวลา17 นาทีในการผ่านทุ่งร้างทมิฬเลย!”

            ข้างๆรุ่นพี่ปีสองหลายคนก็เสริมขึ้นมาหลังจากที่เหยียนเหลียงพูดจบ

            เมื่อได้ยินคำพูดของพวกเขาสายตาของหญิงสาวหลายคนในโถงก็เริ่มเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาในทันที

            เจ้าพวกนี้เกินไปจริงๆ!

            หนุ่มน้อยหวังเฉินคนนี้หล่อเหลาพรสวรรค์สูง และขยันหมั่นเพียรมาก ทว่าผู้ชายอ่อนๆ พวกนี้กลับได้แต่เย้ยหยัน?

            การยอมรับในความสามารถของคนอื่นมันยากขนาดนั้นเลยหรือไง?

            “เลเวล 60 ผ่านทุ่งร้างทมิฬใช้เวลา 17 นาที? นายยังกล้าพูดอีกเหรอ?”

            “รุ่นน้องหวังเฉินเพิ่งเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองก็สามารถทำสิ่งที่นายทำได้เมื่อเลเวล 60 แล้วนายมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาเพ้อเจ้อที่นี่?”

            “ส่วนนายเหยียนเหลียงฉันจำได้ว่าสถิติที่ดีที่สุดในการผ่านทุ่งร้างทมิฬของนายคือ 15 นาทีใช่ไหม!”

            มีหญิงสาวคนหนึ่งทนความโกรธไว้ไม่ไหวมองไปที่เหยียนเหลียงและคนอื่นๆ แล้วพูดเสียงดัง

            เหยียนเหลียงและคนอื่นๆมองหน้ากัน สีหน้าดูประดักประเดิดเล็กน้อย

            “เธอ…”

            เหยียนเหลียงอ้าปากอยากจะโต้แย้งแต่ก็ถูกคนข้างๆ ดึงเสื้อไว้

            “เถียงกับผู้หญิงยังไงก็เถียงไม่ชนะหรอก!”

            “เราพูดด้วยข้อเท็จจริงกันดีกว่า!”

            คนคนนั้นเตือนขึ้นมา

            เมื่อได้ยินดังนั้นเหยียนเหลียงก็ปิดปากลงด้วยสีหน้าไม่พอใจ แล้วหันไปทางอื่นโดยไม่มองหญิงสาวคนนั้นอีก

            คอยดูเถอะพอหวังเฉินออกมาจากดันเจี้ยนดินแดนลับอย่างน่าสมเพชดูซิว่ายัยบ้าผู้ชายพวกนี้จะพูดอะไรได้อีก!

            เขาคิดอย่างหัวเสียพลางจ้องมองไปที่ประตูเคลื่อนย้ายมิติในโถงหวังว่าหวังเฉินจะออกมาจากข้างในด้วยความน่าสมเพชสุดขีด

            ทว่า

            ทันทีที่เขามองไปที่ประตูเคลื่อนย้ายมิติดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง สีหน้าราวกับเห็นผี!

            …

            ตูม!

            ร่างยักษ์ที่สูงกว่าสิบเมตรล้มลงสู่พื้นกะทันหันทำให้เกิดควันและฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว

            พรึ่บๆๆ…

            หวังเฉินโบกมือปัดฝุ่นที่ลอยอยู่รอบๆตัวเขา มองดูซากศพที่กระจัดกระจายอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ

            สัตว์อสูรตัวสุดท้ายของดันเจี้ยนดินแดนลับทุ่งร้างทมิฬคือผู้นำผีดิบ เลเวล 65

            ความแข็งแกร่งของมันนั้นเหนือกว่าโจวอู่ที่เขาเคยเจอในการประลองเวทีเสียอีก

            สัตว์อสูรน้อยทั้งสองได้จัดการสัตว์อสูรตัวเล็กๆทั้งหมดแล้ว และทิ้งผู้นำผีดิบไว้ให้เขา

            ในการต่อสู้ครั้งนี้เขาได้ต่อสู้กันอย่างเต็มที่!

            “เฮ้อ”

            “ไม่รู้ว่าการผ่านดันเจี้ยนครั้งนี้ จะได้รางวัลอะไรบ้างนะ?”

            หวังเฉินถอนหายใจยาวเก็บกระบี่ฟันเลื่อย แล้วรอการคำนวณรางวัลจากดันเจี้ยนดินแดนลับอย่างเงียบๆ

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน