เสิ่นจื้ออวิ๋นที่ไม่ได้ทักทายเสวนากันมานาน เหตุใดจู่ๆ ถึงคิดถึงบุตรสาวอย่างนางขึ้นมาได้…เมื่อคิดดูแล้วคงเป็เพราะวาสนาจากตระกูลจู หรือไม่ก็กระทำตามเจตนาของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นกระมัง
ยามออกจากเรือนหลักกลับมาถึงเรือนทักษิณท้องฟ้าก็มืดแล้ว ชุ่ยซินที่กำลังเก็บของอยู่ข้างๆมีเสียงดังแว่วออกมาเป็ระยะ ทำให้เสิ่นเย่ว์เฉินหงุดหงิดเล็กน้อย
อู๋มามาเห็นนางขมวดคิ้วก็ตบไหล่ชุ่ยซินให้นางออกไปก่อนจากนั้นก็เปลี่ยนชาใหม่ นำมาส่งถึงหน้านางทั้งยังกล่าวเสียงเบาว่า“นายท่านเขียนจดหมายกลับมา คุณหนูไม่ดีใจหรือเ้าคะ”
อู๋มามาเลี้ยงดูนางมาจนเติบใหญ่ ย่อมเข้าใจนิสัยของนางที่สุดทราบดีว่าแม้ผิวเผินดูเหมือนนางเป็เด็กที่โอนอ่อนอ่อนแอแต่ในใจกลับแข็งกร้าวไร้ที่เปรียบเื่ที่ตัดสินใจไปแล้วก็เหมือนกับหมุดที่ตอกลงบนแผ่นไม้ อย่าคิดถอนออกตลอดกาล
เสิ่นเย่ว์เฉินได้ยินดังนั้นก็เงยหน้ามองอู๋มามาครู่หนึ่งคิดว่าอีกฝ่ายเป็คนที่เข้าใจตนที่สุดในชาตินี้แล้ว “ใช่ว่าไม่ดีใจแค่รู้สึกว่ากะทันหันเกินไป”
อู๋มามานั่งลงข้างนาง อดพูดเตือนเสียงเบาไม่ได้“ถึงหลายปีมานี้นายท่านจะทำให้คุณหนูได้รับความอยุติธรรมไม่น้อยแต่ตอนนี้ในเมื่อพวกเรากลับมาแล้วหากคุณหนูอยู่ต่อหน้านายท่านก็ควรอ่อนน้อมสักหน่อย ประพฤติตนตามลักษณะที่บุตรสาวคนโตสมควรกระทำก็พอยามนี้ไม่ใช่เวลาที่จะทำนิสัยคับอกคับใจ คุณหนูเป็ลูกคนแรกของนายท่านเป็บุตรสาวคนโตของภรรยาเอก แม้ผู้อื่นคิดพลิกดินกลับฟ้าก็ไม่อาจก้าวข้ามท่านได้”
อู๋มามากล่าวพลางคลึงศีรษะให้เสิ่นเย่ว์เฉินเบาๆ ในใจนึกถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นใน่หลายวันมานี้หลายตลบทั้งยังคิดอยากแก้ปัญหาให้นางเพื่อให้นางได้รับโอกาสที่จะมีชีวิตอย่างสงบสุขในอนาคต
อู๋มามาคิดได้ เสิ่นเย่ว์เฉินก็ย่อมคิดได้ ทั้งยังคิดไกลกว่าด้วย
ไปไหลโจวคราวนี้กะทันหันยิ่งนัก เสิ่นเย่ว์เฉินตั้งรับไม่ทันอยู่บ้างตอนนี้แค่ประจบเอาใจฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นคนเดียวก็ทำให้นางหมดเรี่ยวหมดแรงแล้วนางไม่มีใจคบค้าสมาคมกับผู้อื่นแล้วจริงๆ
ก่อนนอนเสิ่นเย่ว์เฉินหยิบกล่องใบเล็กที่รับคืนมาจากพระอาจารย์เหลี่ยวหลานขึ้นมาเปิดดูนางเทตั๋วเงินและเศษก้อนเงินที่อยู่ข้างในออกมาทั้งหมด แล้วคำนวณอย่างละเอียดรอบหนึ่ง
แม้จำนวนเงินจะไม่มาก แต่ก็เป็เงินที่นางกับอู๋มามาเก็บหอมรอมริบอย่างยากลำบากตลอดหลายปีมานี้ทั้งยังมีเงินที่ได้รับมาจากการเขียนภาพอักษรโดยใช้นามแฝงว่า ‘เสิ่นตันซู’ ด้วย
เสิ่นเย่ว์เฉินนั่งขัดสมาธิ นำเงินทั้งหมดมาวางไว้บนเตียงจากนั้นก็นับไปนับมาไม่หยุด คล้ายทาสเงินที่เป็โรคย้ำคิดย้ำทำ
อย่างไรก็ตามไม่ว่านางจะนับอีกกี่รอบ ก็ไม่อาจใช้เงินก้อนนี้หนีปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นได้หาก้าหนีไปจากตระกูลเสิ่น นางยังขาดเงินอีกมากโขอย่างไม่ต้องกังขา
แม้ไม่เต็มใจยอมรับ แต่นางในตอนนี้ยังไม่มีความสามารถมากพอจะออกจากลานเก่าเรือนแก่แห่งนี้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตนข้างนอกได้
นางเป็เพียงสตรีอ่อนแอผู้หนึ่ง ทุกคำพูดและทุกการกระทำถูกผูกมัดอยู่กับจารีตศักดินาต่อให้มีความทรงจำของชาติก่อนแล้วจะทำอย่างไรได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้เสิ่นเย่ว์เฉินพลันอึดอัดใจ ก้มหน้าลงอย่างเศร้าสลด
นางครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งอารมณ์จึงเริ่มสงบลงจากนั้นก็เก็บเงินที่กองอยู่บนเตียงให้เรียบร้อย แล้วนำกล่องไปซ่อนไว้ในตำแหน่งที่ไม่สะดุดตา
เสิ่นเย่ว์เฉินทราบดีว่าตนเองไม่มีเวลามาเศร้าสลดแล้ว หากไม่คิดหาทางออกจากตระกูลเสิ่นไปต่อให้ทำดีเพียงใดก็เปล่าประโยชน์ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเื่ไปไหลโจวกับฮูหยินผู้เฒ่านางไม่อาจกระทำการผลีผลาม ต้องเตรียมการให้ดีเสียก่อนถึงจะถูก
หลายปีมานี้โชคด้านการงานของเสิ่นจื้ออวิ๋นนับว่าไม่เลว เขาไต่เต้าจากขั้นห้าไปขั้นสี่เรียกได้ว่าทะยานขึ้นสูง
ตระกูลเสิ่นนับเป็ตระกูลบัณฑิต เคยมีบรรพบุรุษสอบได้ตำแหน่งแต่ไม่มีผลงานยิ่งใหญ่อันใด
เสิ่นจื้ออวิ๋นทำตามประเพณีของตระกูลมาั้แ่เล็กอ่านหนังสืออย่างมานะบากบั่น หวังว่าสักวันหนึ่งจะสอบได้ตำแหน่งให้แสงเกียรติยศสาดส่องมาถึงตระกูลตอนอายุยี่สิบก็รับหลินซื่อที่มาจากครอบครัวเล็กๆ เป็ภรรยาในปีเดียวกันนั้นหลินซื่อตั้งครรภ์ส่วนเขาก็สอบได้จวี่เหรินจนคนอื่นอิจฉาและบอกว่า ‘มงคลคู่มาเยือน’ แล้ว เดือนหกของปีถัดมาหลินซื่อตายเพราะประสบปัญหาคลอดยากส่วนเสิ่นจื้ออวิ๋นก็พลาดตำแหน่งขุนนางเพราะไม่มีคนผลักดันจึงหดหู่เป็อย่างยิ่ง
หลังจากหลินซื่อจากไปได้แปดเดือน ก็มีคนแนะนำให้เสิ่นจื้ออวิ๋นแต่งงานกับเหยาซื่อบุตรสาวคหบดีผู้มั่งคั่งเมื่อทั้งสองแต่งงานกันเสิ่นจื้ออวิ๋นก็ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากตระกูลเหยาเป็จำนวนมาก เขาจึงใช้เงินนั้นสร้างเส้นสายในที่สุดผ่านไปเพียงครึ่งปีเขาก็ได้เลื่อนเป็ขุนนางขั้นหกแต่ไร้ตำแหน่งจากนั้นภายในเวลาสิบกว่าปีเสิ่นจื้ออวิ๋นก็ขยายเส้นสายของตนไม่หยุดหย่อนภายใต้การช่วยเหลือโดยอำนาจของตระกูลเหยาท้ายที่สุดแล้ว ยามนี้เขาก็ได้เป็ขุนนางขั้นสี่กินตำแหน่งเ้าเมืองสำหรับตระกูลเสิ่นแล้วนี่นับเป็เื่ใหญ่ที่สร้างเกียรติแก่บรรพบุรุษทั้งนั้น
หลังจากต่อสู้ดิ้นรนอยู่ในสนามราชการมาสิบกว่าปีทำให้เสิ่นจื้ออวิ๋นทราบความสำคัญของเส้นสายลึกล้ำยิ่งขึ้น
ดังสุภาษิตที่ว่า ‘ในราชสำนักไม่มีใครไม่เป็ขุนนาง’
แม้เสิ่นจื้ออวิ๋นได้รับการสนับสนุนจากพ่อตาแต่เื้ักลับไม่มีผู้ยิ่งใหญ่ให้พึ่งพิงอย่างแท้จริง นี่ทำให้เขาพะวงใจมาตลอดเป็บ่อเกิดความกังวลในใจอย่างไม่ต้องกังขา
เสิ่นจื้ออวิ๋นไปรับตำแหน่งที่ไหลโจวมาเกือบปีแล้ว แม้ผลงานดาษดื่น แต่ไม่อาจทำงานใหญ่อันใดให้ผู้คนชื่นชมกลับต้องมาเก็บกวาดความยุ่งเหยิงที่เ้าเมืองคนก่อนทิ้งไว้ให้จนหัวหมุน
ประจวบเหมาะที่ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นส่งจดหมายฉบับหนึ่งมาจากเต๋อโจวทำให้เขาดวงตาสว่างวาบโดยพลัน สังเกตเห็นเค้าความโชคดีได้อย่างเฉียบคมด้วยเหตุนี้เสิ่นจื้ออวิ๋นจึงให้เหยาซื่อผู้เป็ภรรยา มาหาในคืนที่ได้รับจดหมายและบอกนางเื่ที่ตระกูลจูถูกใจเสิ่นเย่ว์เฉิน
เหยาซื่อได้ยินดังนั้นก็ตะลึงพรึงเพริดไปตามคาดใจนเกือบทำถ้วยชาในมือร่วงลงพื้น เวลาผ่านไปหลายปีแล้วคล้ายว่านางลืมเลือนตระกูลเสิ่นไปนานแล้ว ยามนี้เสิ่นเย่ว์เฉินกลับมามีตัวตนในตระกูลแล้วหรือ
เหยาซื่อแต่งเข้าตระกูลเสิ่นมาหลายปีเนื่องจากอำนาจและความมั่งคั่งของบ้านเดิม ทำให้นางได้รับความรักจากสามีอย่างลึกซึ้งปกติแม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นยังเกรงอกเกรงใจนาง
หลังจากเหยาซื่อแต่งเข้ามา ก็คลอดบุตรสาวสองคนและบุตรชายหนึ่งคนให้แก่ตระกูลเสิ่นเรียกได้ว่าเหน็ดเหนื่อยตรากตรำและมีผลงานใหญ่หลวงดังนั้นตอนอยู่บ้านเสิ่นจื้ออวิ๋นจึงมักอ่อนโอนให้นางทุกเื่ โดยเฉพาะเื่ที่เกี่ยวกับเสิ่นเย่ว์เฉิน
เหยาซื่อไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเสิ่นเย่ว์เฉินสักนิด แต่กลับไม่พอใจในตัวบุตรสาวคนนี้ของเขาเป็อย่างมากจะอย่างไรนางก็เป็ลูกที่หลินซื่อภรรยาเก่าเหลือทิ้งเอาไว้ทั้งยังเป็บุตรสาวคนโตอีกด้วย
เื่ที่ตนเป็ภรรยาคนที่สองคล้ายเป็ตุ่มหนองในใจเหยาซื่อมาตลอดนางจะไม่พอใจทุกครั้งที่นึกถึงเสิ่นเย่ว์เฉินราวกับอีกฝ่ายเป็เครื่องหมายที่เก็บซ่อนเอาไว้เพื่อย้ำเตือนอยู่ตลอดว่า ตนไม่ใช่ภรรยาคนแรกของเสิ่นจื้ออวิ๋นเป็เพียงภรรยาคนที่สอง
ตอนนี้อยู่ดีๆเสิ่นจื้ออวิ๋นก็เสนอว่าจะให้บุตรสาวคนโตที่ขัดหูขัดตาผู้นั้นมาอยู่ที่นี่เป็การชั่วคราวในใจของเหยาซื่อย่อมไม่ยินยอมอย่างถึงที่สุด และนางก็ไม่เชื่อว่าตระกูลที่มีหน้ามีตาอย่างตระกูลจูจะถูกใจนังตัวซวยนั่นด้วย!
เดิมทีเสิ่นจื้ออวิ๋นก็ไม่เชื่อ แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของมารดา อย่างไรก็คงไม่ใช่เื่เท็จเขาจึงทำได้เพียงเชื่อไปเช่นนั้น
หากตระกูลจูสนใจเสิ่นเย่ว์เฉินจริง เช่นนั้นการแต่งงานนี้นับเป็โอกาสที่ดียิ่งสำหรับเขา