จารึกที่ 216 : เนตรสูญตาตื่น : วิกฤตค่ายกลมายาและราคาแห่งการฝืนฟ้าดิน
เมื่อดวงตะวันลาลับขอบฟ้าและถูกความมืดมิดกลืนกิน ตลาดมืดกู่เฉิงที่เคยพลุกพล่านในช่วงกลางวัน กลับยิ่งทวีความคึกคักและอันตรายมากยิ่งขึ้นเมื่อราตรีมาเยือน แสงจากโคมไฟศิลาสีแดงหม่นสาดส่องไปตามตรอกซอกซอยที่คดเคี้ยว เผยให้เห็นแผงลอยที่เต็มไปด้วยของโจร โอสถเถื่อน และชิ้นส่วนสัตว์อสูรที่ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ท่ามกลางฝูงชนที่สวมหมวกฟางและผ้าคลุมปิดบังใบหน้า ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่มีใบหน้าซูบซีด ไว้หนวดเคราแพะหรอมแหรม และมีรอยแผลเป็นน่าเกลียดพาดผ่านแก้มซ้าย กำลังเดินขากะเผลกปะปนอยู่ในกลุ่มผู้บำเพ็ญอิสระ สภาพของเขาดูยากไร้และอมโรคราวกับคนใกล้ดับสูญ
ไม่มีผู้ใดในตลาดมืดแห่งนี้ล่วงรู้เลยว่า ชายอมโรคผู้นี้ แท้จริงแล้วคือ 'อาเจีย' มหาเศรษฐีถังแตกผู้มีค่าหัวสูงถึง 500,000 ศิลาปราณระดับกลาง! ด้วยวิชาจำแลงกายขั้นสุดยอดของจอมโจรพันหน้าที่ต้องจ่ายด้วยราคาแสนแพง บัดนี้โครงสร้างใบหน้าและกลิ่นอายปราณของเขาถูกเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์แบบ
"โอย... ศิลาปราณ 50,000 ก้อนของข้า... แค่คิดถึงตัวเลขนี้ ตับม้ามของข้าก็พานจะหยุดทำงานเสียให้ได้"
อาเจียพึมพำในลำคอด้วยความรันทด มือข้างหนึ่งกุมหน้าท้องที่ซ่อนรอยร้าวของจุดตันเถียนเอาไว้แน่น ทุกครั้งที่ก้าวเดิน ความเจ็บปวดแปลบปลาบยังคงแล่นริ้วขึ้นมาเตือนสติว่าเขาอ่อนแอเพียงใด
(นายท่าน... เลิกคร่ำครวญถึงเศษหินพวกนั้นเสียทีเถิดขอรับ) เสียงทุ้มต่ำติดตลกของเจ้าสัวในร่าง พยนต์เทวะ 神机 (เสินจี) ดังก้องผ่านกระแสจิตมาจากภายในแหวนมิติ (หากท่านมัวแต่เสียดายเงินจนลืมหายใจ ข้าจะได้เตรียมป้ายศิลาหลุมศพสลักคำว่า 'เศรษฐีขี้งกผู้ตายเพราะตรอมใจ' เอาไว้ให้ ท่านปรมาจารย์สั่งให้ท่านมาตามหาสมุนไพรวิเศษเพื่อซ่อมแซมจุดตันเถียนมิใช่หรือขอรับ รีบๆ เดินเข้าเถิด)
"หุบปากไปเลยไอ้พยนต์ทรพี! แกไม่รู้หรอกว่าการดิ้นรนหาเงินมันเหนื่อยยากเพียงใด!" อาเจียสวนกลับทางจิตอย่างเกรี้ยวกราด "ตอนนี้เราต้องประหยัดทุกอีแปะ! ข้าจะใช้สัญชาตญาณพ่อค้าของข้า กวาดหาสมุนไพรชำระล้างไขกระดูกที่ถูกที่สุดในตลาดนี้ให้จงได้!"
ชายหนุ่มในร่างจำแลงเดินลัดเลาะเข้าไปในตรอกลึกที่มืดสลัวและไร้ผู้คนพลุกพล่าน ที่นี่คือ 'ตรอกคนตาย' แหล่งรวมพ่อค้าเถื่อนที่มักจะนำสมบัติที่ปล้นชิงมาจากศพมาวางขาย อาเจียกวาดสายตามองแผงลอยเก่าๆ แผงหนึ่งที่ปูด้วยผ้ากระสอบเปื้อนเลือด บนนั้นมีซากสมุนไพรและขวดโอสถวางระเกะระกะ
ดวงตาของเขาสะดุดเข้ากับ 'รากบัวสีหยก' ที่เหี่ยวเฉาและเต็มไปด้วยโคลนตม มันวางแอบอยู่มุมสุดของแผง
นั่นมัน... รากบัวผสานกระดูก 续骨莲根 (ซวี่กู่เหลียนเกิน)! สมุนไพรระดับปฐพีที่ใช้สมานรอยร้าวของเส้นชีพจร! อาเจียลอบกลืนน้ำลาย แต่อดกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้ เขาแสร้งทำเป็นหยิบขวดโอสถขุ่นมัวขึ้นมาดู ก่อนจะชี้ไปที่รากบัวอย่างไม่ใส่ใจ
"เถ้าแก่ รากไม้เน่าๆ นี่ขายอย่างไร? ข้าจะเอาไปต้มน้ำล้างเท้าเสียหน่อย" อาเจียกดเสียงให้แหบพร่าดุจชายชรา
พ่อค้าเถื่อนร่างท้วมที่มีรอยสักรูปตะขาบที่คอ หรี่ตามองลูกค้าซอมซ่อเบื้องหน้า แววตาของมันเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "ตาเฒ่า ตาของเจ้าคงฝ้าฟาง นี่คือรากบัวผสานกระดูกระดับปฐพี! ราคา 5,000 ศิลาปราณระดับล่าง ขาดตัว!"
"5,000 ก้อน! ปล้นกันชัดๆ!" อาเจียโวยวายทันที สันดานพ่อค้าทำงานเต็มสูบ "รากบัวสภาพเน่าเฟะ พลังปราณรั่วไหลไปเกินครึ่ง ซ้ำยังมีรอยพิษตะขาบกัดกินอยู่ที่ปลายราก หากกินเข้าไปมีหวังธาตุไฟแตกซ่าน! ของมีตำหนิเช่นนี้ ข้าให้ 50 ก้อนก็หรูแล้ว!"
พ่อค้าตะขาบหน้าดำคล้ำ มันไม่คิดว่าชายอมโรคผู้นี้จะตาแหลมคมมองทะลุรอยพิษที่มันจงใจพรางเอาไว้ได้!
"ไอ้เฒ่ารนหาที่ตาย! กล้ามาลูบคมข้าในเขตของข้ารึ!"
พ่อค้าเถื่อนตวาดลั่น มันไม่ได้ชักศัสตราวุธ แต่กลับกระทืบเท้าลงบนพื้นหินอย่างแรง 1 ครั้ง!
ครืนนน!!
ฉับพลันนั้น บรรยากาศรอบตัวอาเจียก็บิดเบี้ยว! แผงลอย ตรอกแคบๆ และแสงสลัวมลายหายไปในเสี้ยวพริบตา ถูกแทนที่ด้วยมิติสีเลือดที่เต็มไปด้วยไอหมอกสังหาร ทวนศิลาแหลมคมนับร้อยเล่มแทงทะลุขึ้นมาจากพื้นดินล้อมกรอบเขาเอาไว้ทุกทิศทาง!
"ค่ายกลสังหารเงามายา 幻影杀阵 (หวนอิ่งชาเจิ้น)!"
อาเจียเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พ่อค้าเถื่อนผู้นี้แท้จริงแล้วคือโจรที่ซุ่มวางค่ายกลระดับสูงเอาไว้ดักปล้นลูกค้าที่หลงเข้ามา!
"ตายซะเถอะไอ้เฒ่าหน้าโง่! ทรัพย์สินในแหวนมิติของเจ้า ข้าขอรับไปล่ะ!" เสียงของพ่อค้าตะขาบดังก้องมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับทวนศิลา 3 เล่มที่พุ่งแหวกอากาศเข้าหาจุดตายของอาเจียด้วยความเร็วสูง!
อาเจียพยายามจะก้าวเท้าหลบ แต่เพียงแค่ขยับตัว อาการบาดเจ็บที่จุดตันเถียนก็กำเริบขึ้นมาอย่างรุนแรงจนเขาเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น! เขาตามความเร็วของทวนศิลาไม่ทัน!
ข้าต้องวาดอักขระป้องกัน! อาเจียตื่นตระหนก มือขวาพุ่งไปคว้าพู่กันนิรันดร์ที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อ สัญชาตญาณเดิมสั่งให้เขารีดเร้นลมปราณจากจุดตันเถียนเพื่อเอาชีวิตรอด!
(หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้ศิษย์โง่เขลา! ตันเถียนของเจ้าจะปริแตก!) เสียงมู่เฉินตวาดลั่นในห้วงจิตดุจสายฟ้าฟาด!
ทว่ามันช้าไปเสียแล้ว อาเจียได้ดึงเอา 'เจตจำนงแห่งความว่างเปล่า' ที่ตกค้างอยู่ออกมา แต่เมื่อมันไหลผ่านจุดตันเถียนที่ร้าวราน มันกลับหาทางออกไม่ได้!
"อ๊ากกก!!!"
อาเจียกรีดร้องลั่นเมื่อปราณตีกลับ ร่างกายของเขาร้อนลวกดุจถูกโยนลงในเตาหลอม ทวนศิลากำลังจะพุ่งเจาะกะโหลกของเขาในอีกไม่ถึงเสี้ยวลมหายใจ! ความกลัวตายและความหวงสมบัติในแหวนมิติพุ่งขึ้นถึงขีดสุด!
"ข้าจะไม่ยอมตาย! และข้าจะไม่ยอมให้เงินของข้าตกเป็นของไอ้โจรหน้าสุนัขนี่เด็ดขาด!!"
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย เมื่อเจตจำนงแห่งความว่างเปล่าไม่อาจระบายออกทางตันเถียนเพื่อขีดเขียนอักขระได้ มันจึงถูกบีบอัดจนถึงขีดจำกัด และพุ่งทะยานย้อนกลับขึ้นสู่เส้นชีพจรบนศีรษะ... ทะลวงเข้าสู่ 'ดวงตา' ของอาเจียโดยตรง!
เปรี้ยง!!
ราวกับมีระฆังบรรพกาลถูกตีทลายลงในห้วงวิญญาณ! 'เนตรจารึก' ที่หลอมรวมอยู่กับดวงตาของเขามาเนิ่นนาน บัดนี้ถูกพลังแห่งความว่างเปล่าอัดกระแทกจนโครงสร้างเดิมแตกสลาย กฎเกณฑ์อันคุ้นเคยของนักจารึกยันต์ถูกลบล้างและเขียนทับใหม่ด้วยสัจธรรมที่โบราณยิ่งกว่า!
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเด็กหนุ่ม พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้จุดสิ้นสุดดุจห้วงอนธการ ภายในนัยน์ตานั้นมีประกายแสงสีม่วงทองหมุนวนดุจธารดารา กลิ่นอายที่แสนป่าเถื่อน ดุร้าย และขัดแย้งกับยุคสมัยปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง แผ่ซ่านออกมาจากดวงตาคู่นั้น!
วิวัฒนาการแห่งสัจธรรมได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว... เนตรสูญตา 空性眼 (คงซิ่งหย่าน)!
เมื่อเนตรสูญตาลืมตาตื่น โลกทั้งใบในมุมมองของอาเจียก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! ทวนศิลาที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นเพียงภาพเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าดุจหอยทาก ภาพมิติสีเลือดอันน่าหวาดหวั่น ถูกลอกคราบเปลือกนอกออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นอักขระนับแสนล้านตัวที่เกาะเกี่ยวกันเป็นเส้นสายพลังปราณสีแดง ถักทอเป็นร่างแหค่ายกลอย่างชัดเจน!
และที่สำคัญที่สุด... ท่ามกลางเส้นสายอันซับซ้อนนั้น อาเจียมองเห็น 'จุดสีดำ' เล็กๆ เท่าปลายเข็มที่ซ่อนอยู่ใต้โขดหินเบื้องซ้าย มันคือ 'รอยรั่วแห่งสวรรค์' หรือจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดของค่ายกลระดับสูงนี้!
"ตรงนั้นสินะ..."
อาเจียแสยะยิ้มเย็นชา เลือดสีแดงสดเริ่มไหลรินออกจากหางตาทั้ง 2 ข้างจากการที่กายหยาบต้องรับภาระหนักอึ้งในการมองทะลุกฎเกณฑ์สวรรค์ ทว่าเขาไม่สนใจความเจ็บปวด เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบ ศิลาปราณระดับล่าง ออกมา 1 ก้อน!
เขาไม่ได้ใช้อักขระ เขาไม่ได้ใช้ปราณเซียนแท้ เขาเพียงแค่ใช้กำลังแขนธรรมดาๆ ผสานกับความแม่นยำจากเนตรสูญตา ดีดศิลาปราณก้อนนั้นออกไปสุดแรงเกิด!
ฟุ่บ... เพล้ง!!
ศิลาปราณก้อนเล็กๆ พุ่งกระแทกเข้าที่ 'จุดสีดำ' อันเป็นศูนย์กลางรอยรั่วของค่ายกลอย่างพอดิบพอดี! ค่ายกลสังหารเงามายาที่แข็งแกร่งและซับซ้อน พลันพังทลายลงมาราวกับเศษกระจกที่ถูกค้อนศิลาทุบแตก!
"อ๊ากกก!!"
เสียงร้องโหยหวนของพ่อค้าเถื่อนดังขึ้นทันที การที่ค่ายกลถูกทำลายอย่างฉับพลันด้วยการเจาะทะลวงแก่นแท้ ทำให้มันได้รับผลสะท้อนกลับอย่างรุนแรง! ปราณในร่างตีกลับจนธาตุไฟแตกซ่าน ร่างอ้วนท้วนกระเด็นกระแทกกำแพงตรอก กระอักเลือดคำโตผสมเศษอวัยวะภายใน สลบเหมือดไปในพริบตา!
สภาพแวดล้อมกลับคืนสู่ตรอกซอมซ่ออันมืดมิดอีกครั้ง
"สำเร็จ... เนตรนี่มัน... ฝืนฟ้าดินเกินไปแล้ว..."
อาเจียหัวเราะแหบพร่า ความหน้าเงินทำเอาเขาลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ ขาทั้ง 2 ข้างพยุงร่างพุ่งเข้าไปหาร่างที่สลบไศลของพ่อค้าเถื่อน ใช้มือที่สั่นเทารูดแหวนมิติและคว้า 'รากบัวผสานกระดูก' มายัดใส่ถุงของตนเองอย่างรวดเร็วที่สุด
"กล้ามาหลอกขายของข้า... นี่คือค่าปรับข้อหาทำให้ข้าตกใจ!"
ทว่า... รอยยิ้มแห่งชัยชนะคงอยู่ได้เพียงไม่กี่ลมหายใจ
อึก!
ฉับพลันนั้น อาการปวดหัวอย่างรุนแรงดุจถูกค้อนศิลานับพันทุบลงบนกะโหลก ก็แล่นปลาบขึ้นมา! ราคาแห่งการฝืนฟ้าดินเริ่มทวงหนี้! โลหิตสีแดงข้นทะลักออกจากดวงตาทั้ง 2 ข้าง จมูก และมุมปาก สมองของเขาร้อนจัดจนแทบจะเดือดพล่าน!
"อ๊าก! ตาข้า! ตาข้าบอดแล้ว!"
อาเจียกรีดร้องลั่นเมื่อแสงสว่างในดวงตาดับวูบลง กลายเป็นความมืดมิดสนิท! นี่คือผลข้างเคียงอันโหดร้ายของการเปิดใช้เนตรสูญตาด้วยภาชนะร่างกายที่แตกร้าว ร่างของเด็กหนุ่มทรุดฮวบลงไปนอนกองกับพื้นดินลูกรัง สิ้นสติสัมปชัญญะไปพร้อมกับความมืดมิดและกองสมบัติที่เพิ่งปล้นมาได้!
...
เวลาผ่านไปชั่วก้านธูปไหม้ ท่ามกลางความเงียบสงัดของตรอกคนตาย
เงาร่างของชายชราผมเผ้ารุงรัง ในชุดนักพรตสีเทาที่ปะชุนจนมองไม่เห็นสีเดิม ค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมมืด 'นักพรตหมื่นอีแปะ' ยืนกอดอกมองดูร่างที่สลบไศลของอาเจียและสภาพอันน่าอนาถของพ่อค้าเถื่อน แววตาที่เคยกะล่อนกลิ้งกลอก บัดนี้ฉายประกายความตื่นตะลึงและสนใจอย่างปิดไม่มิด
"เพียงแค่พลิกข้อมือดีดศิลา 1 ก้อน ก็สามารถทำลายค่ายกลสังหารจากภายในได้อย่างหมดจด..." ตาเฒ่าฟันหลอลูบเคราของตนเองเบาๆ "ดวงตาที่สามารถมองทะลุจุดบกพร่องของสวรรค์ได้ ซ้ำยังมีความหน้าด้านหน้าเงิน ปล้นศัตรูทันทีที่สบโอกาส... หึๆ เจ้าเด็กนี่ มันเป็นสัตว์ประหลาดหรือตัวกะล่อนกันแน่"
นักพรตหมื่นอีแปะส่ายหัวอย่างระอา ก่อนจะเดินเข้าไปหิ้วคอเสื้อของมหาเศรษฐีถังแตก (ที่บัดนี้ตาบอดและเลือดอาบหน้า) ขึ้นมาพาดบ่าอย่างง่ายดายราวกับหิ้วกระสอบข้าว
"ถือว่าข้าลงทุนล่วงหน้าก็แล้วกันไอ้หนู... ตื่นมาเมื่อไหร่ เจ้าต้องจ่ายค่าหามศพและค่าคุ้มครองให้ข้า 10,000 ก้อนนะโว้ย!"
เงาของนักพรตเฒ่าและเด็กหนุ่มผู้ตาบอด เลือนหายไปในความมืดมิดของกู่เฉิง ทิ้งไว้เพียงตำนานบทใหม่แห่งการปล้นชิงและการตื่นรู้ของเนตรที่จะพลิกฟ้าคว่ำดินในอนาคตอันใกล้!