ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 54 : ศาสตราวิญญาณหิวโหย

    จารึกที่ 54 : ศาสตราวิญญาณหิวโหย : พันธสัญญาเลือดและหนี้สิน

    แสงตะวันยามรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องทะลุม่านหมอกหนาทึบของ "ป่าดงดิบไร้เงา" ลงมาเป็นลำแสงสีทองจางๆ ขับไล่ความมืดมิดของรัตติกาลให้ถอยร่นไป เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วเริ่มดังขึ้นประสานกับเสียงหยดน้ำค้างที่ร่วงหล่นจากปลายใบไม้ กระทบผิวดินชื้นแฉะเป็นจังหวะสัญญาณแห่งการเริ่มต้นวันใหม่


    แต่อาเจียกลับรู้สึกว่านี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะทางการเงินครั้งใหม่


    "โอ๊ย... หยุดสั่นได้แล้ว! เจ้าเป็นพู่กันนะไม่ใช่ลูกหมาตกน้ำ!"


    อาเจียโวยวายลั่น พลางพยายามกดมือลงบนอกเสื้อ ที่ซึ่ง พู่กันนิรันดร์ กำลังสั่นระริกอย่างรุนแรงและแผ่ความร้อนลวกผิวหนังออกมาเป็นระยะๆ มันไม่ได้สั่นเพราะความหวาดกลัว แต่ดูเหมือนมันกำลัง "เรียกร้อง" บางอย่างด้วยความเกรี้ยวกราด


    [มันไม่ได้หนาว...] เสียงของมู่เฉินดังขึ้นอย่างเคร่งขรึม [แต่มันกำลัง 'หิวโหย' ...การฝืนกฎเกณฑ์เหาะเหินเดินอากาศเมื่อครู่ เผาผลาญพลังงานที่สะสมไว้จนหมดเกลี้ยง บัดนี้ 'จิตวิญญาณศาสตรา' ภายในกำลังตื่นขึ้นและบางอย่างกำลังกระตุ้นมันหรือมันอาจต้องการพลังงาน]


    "อาหาร?" อาเจียเลิกคิ้ว ขนลุกซู่ "อย่าบอกนะว่ามันกินเลือดเนื้อ? ข้ายังไม่อยากเป็นศพแห้งตอนนี้!"


    [มันกินปราณบริสุทธิ์และวัสดุวิเศษต่างหาก!] มู่เฉินอธิบาย [พู่กันด้ามนี้ถูกผนึกไว้ถึง 9 ขั้น เพื่อกักเก็บพลังอำนาจที่แท้จริง ในสภาพปัจจุบันที่เป็นเพียง 'ขั้นที่ 0' หรือสภาวะหลับใหล มันเปรียบเสมือนหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง หากเจ้าไม่ป้อนมัน มันจะสูบพลังชีวิตเจ้าแทน!]


    ทันทีที่สิ้นเสียงอาจารย์ อาเจียรู้สึกหน้ามืดวูบ เหมือนถูกดูดเลือดออกจากตัว พู่กันในอกเสื้อเริ่มดูดกลืนพลังลมปราณอันน้อยนิดในร่างเขาอย่างตะกละตะกลาม


    "เฮ้ย! ไอ้พู่กันหน้าเลือด! หยุดนะโว้ย!"


    อาเจียรีบล้วงมือเข้าไปใน 'ถุงสมบัติ' (ที่ขโมยมาจากหอตำรา) ควานหา "หินปราณระดับต่ำ" ก้อนหนึ่งออกมา แล้วยัดใส่มือที่กำพู่กันอยู่


    ฟึ่บ!


    เพียงพริบตาเดียว หินปราณที่เคยเรืองแสงสีฟ้าก็หม่นแสงลงและกลายเป็นผงธุลีปลิวว่อนไปกับสายลม... พู่กันนิรันดร์ดูดกลืนพลังงานเข้าไปจนเกลี้ยง แต่มันยังคงสั่นไหวอยู่ ราวกับจะบอกว่า "แค่นี้จะไปพออะไร! เอามาอีก!"


    "นี่มัน... นี่มันตัวล้างผลาญชัดๆ!" อาเจียน้ำตาตกใน มองผงหินปราณที่ปลิวไปอย่างอาลัย "นั่นมันค่าข้าวข้าทั้งเดือนเลยนะ!"


    [เจ้าโง่! ของระดับต่ำพรรค์นั้นจะไปพออิ่มได้อย่างไร] มู่เฉินกล่าวเสียงเรียบ [หากเจ้าต้องการให้มันสงบ หรือคิดจะ 'ปลดผนึกขั้นที่ 1' เพื่อให้มันเปลี่ยนสภาพเป็นศาสตราวุธที่ทรงพลังกว่านี้ เจ้าต้องหาสิ่งที่ล้ำค่ากว่านั้นมาเซ่นไหว้... เช่น แก่นโลหะวิญญาณ หรือเลือดหัวใจสัตว์อสูรธาตุทอง]


    "ปลดผนึก?" อาเจียหูผึ่ง คำว่า 'ทรงพลังกว่านี้' กระตุ้นต่อมความโลภของเขาให้ทำงานชนะความงก "ถ้าปลดผนึกแล้ว... มันจะขายได้แพงขึ้นไหม? เอ้ย! ข้าหมายถึง มันจะช่วยข้าหาเงินได้ง่ายขึ้นไหม?"


    [แน่นอน...] มู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะ [ในขั้นที่ 1 กายาของมันจะแปรเปลี่ยนจากไม้ผุพังเป็น 'โลหะมารทมิฬ' ที่แข็งแกร่งดุจเพชร เจ้าสามารถเปลี่ยนรูปทรงขนพู่กันให้กลายเป็นคมหอกสังหาร และที่สำคัญ... มันจะช่วยลดการใช้พลังปราณของเจ้าลงกึ่งหนึ่ง]


    "ลดต้นทุนการผลิต!" ตาของอาเจียลุกวาวเป็นประกาย "การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ผลตอบแทนช่างเย้ายวน..."


    กิ๊ง!


    จู่ๆ พู่กันนิรันดร์ก็หยุดสั่น ปลายพู่กันชี้โด่เด่ไปทางทิศเหนือของป่าดงดิบไร้เงา ราวกับเข็มทิศที่ถูกแม่เหล็กดึงดูด มันแผ่ไอความต้องการออกมาอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเมื่อครู่


    "มัน... ชี้ไปทางนั้นทำไม?" อาเจียถามอย่างงุนงง


    [จมูกไวจริงนะเจ้าตัวแสบ...] มู่เฉินตรวจสอบทิศทางนั้นด้วยจิตสัมผัส ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น [ดูเหมือนโชคชะตา (หรือความซวย) จะเข้าข้างเจ้า... ทางทิศนั้น ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของ 'พยัคฆ์ทมิฬเกล็ดโลหะ' สัตว์อสูรธาตุทองระดับร้อยปี... เลือดและกระดูกของมัน คือวัตถุดิบชั้นเลิศในการปลดผนึกขั้นแรก!]


    อาเจียกลืนน้ำลายเอือก มองไปทางทิศที่มืดมิดและเต็มไปด้วยไอหมอกสังหาร


    "เสือร้อยปี... กับข้าที่เพิ่งหัดเหาะตกต้นไม้เนี่ยนะ?"


    [ทางเลือกของเจ้ามีสองทาง...] เสียงมู่เฉินกดดัน [หนึ่ง... ไปล่ามัน แล้วยกระดับพู่กัน หรือสอง... นั่งรออยู่ที่นี่ ให้พู่กันดูดพลังเจ้าจนแห้งตายกลายเป็นปุ๋ย]


    อาเจียถอนหายใจยาวเหยียด ก้มมองพู่กันในมือด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย


    "จำไว้เลยนะ... ถ้าข้าขาดทุนกำไรจากการล่าครั้งนี้ ข้าจะเอาแกไปจุ่มส้วม!"


    เด็กหนุ่มกระชับพู่กันแน่น สั่งการให้ เจ้าถุงเงิน (ที่ขาเป๋) เดินนำหน้า แล้วย่องฝ่าดงหมอกมุ่งหน้าสู่รังพยัคฆ์ด้วยแววตาของพ่อค้าที่กำลังจะไปทวงหนี้... หนี้ที่เดิมพันด้วยชีวิต!


    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน