"โอ้ย!"
"ที่นี่มัน..."
เด็กหนุ่มร่างบางมองไปรอบๆ ตัว ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียนที่คุ้นตา โต๊ะและเก้าอี้ที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็ระเบียบทุกอย่างดูปกติ มีเพียงแต่เขาเท่านั้นที่รู้สึกว่าภาพที่เห็นนี้มันช่างแตกต่างจากห้องเรียนปกติอย่างสิ้นเชิง
เด็กหนุ่มพยายามลุกขึ้นรีบตรงดิ่งไปที่หน้าต่างภายในห้องอย่างทุลักทุเล วิวทิวทัศน์ที่ควรจะเป็สนามฟุตบอลของโรงเรียนกลับมืดสนิทคล้ายกับมีคนเอาสีมาทาทับหน้าต่างยังไงอย่างงั้น
แม้ว่าหน้าต่างจะดำมืดสนิทแต่ภายในห้องกลับมีแสงสว่างอ่อนๆ ของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า...
"กี่โมงแล้วนะ?!!"
เด็กหนุ่มหันควับมองไปยังนาฬิกาประจำห้องที่คุ้นเคย เสียงของนาฬิกายังคงดังกึกก้องท่ามกลางความเงียบสงัดภายในห้อง แต่เข็มของนาฬิกากลับไม่ขยับและชี้ค้างอยู่ที่ 4 โมง 44 นาที 44 วินาที...
"เอาจริงดิ?!"
...
ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้
"ริวจิ นายเคยได้ยินเื่ที่เขาคุยกันในโรงเรียนไหม? "
"ฉันชื่อริว! ไม่ใช่ริวจิ!"
"โถ่ ริวจิออกจะน่ารักแท้ๆ... เฮ้ยย! อย่าเมินคำถามกันสิ"
"ฉันไม่รู้เว้ย เื่อะไร?"
"เื่นั้นไง ที่บอกว่าให้เอามือไปแตะที่กระดานดำในตึกเก่าอะ"
"เื่เล่าหลอกเด็กนั่นอะเหรอ? "
"ใช่! แต่มันเป็เื่จริงนะ!! เื่ที่รุ่นพี่ของเราเมื่อปีที่แล้วหายตัวไปเกือบครึ่งห้อง แต่ทางโรงเรียนปิดข่าวไว้ ฉันคิดว่ามันต้องเป็เพราะกระดานดำที่ตึกเก่าแน่นอนเลย!"
"บ้าแล้ว นี่มันสมัยไหนกันแล้ว ตื่นๆ ยัยบ้าดาริน!"
"นี่นายว่าฉันบ้าเรอะะ??!!"
ผมกับดารินเป็เพื่อนกันั้แ่สมัยเด็ก เธอเป็คนที่ร่าเริงอยู่ตลอดเวลา ชอบความท้าทาย มักดึงผมเข้าไปยุ่งกับเื่ที่เป็ปัญหาอยู่เสมอ เรียกได้ว่าเป็ตัวทำลายความสงบของผมเลยก็ว่าได้ ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบหรอกนะ... มันก็สนุกดี
แต่่หลังๆ มานี้ ผมรู้สึกว่าเธอไม่ร่าเริงเหมือนเมื่อก่อนเลย แม้ว่าเธอจะยิ้มและหัวเราะอยู่ตลอดก็เถอะ แต่ภายในใจของเธอต้องมีเื่อะไรบางอย่างที่คอยกวนใจเธออยู่เป็แน่ และที่แปลกอย่างมากก็คือเื่ที่เธอชวนผมคุยในวันนี้ มันเป็เื่ที่เกี่ยวกับเื่เล่าประจำโรงเรียนของเราที่เล่าต่อกันมาว่า หากใครเอามือไปัักับกระดานดำในห้องห้องหนึ่งที่ตึกเก่า ในวันศุกร์ที่ 13 เวลา 4 โมงเย็น 44 นาที 44 วินาที คนคนนั้นจะถูกดูดเข้าไปในมิติที่เต็มไปด้วยเขาวงกตและถ้าหากหาทางออกไม่เจอก็จะไม่สามารถกลับออกมาได้
มันเป็เื่เล่าที่เล่าต่อกันมานานมากแล้วตามประสาโรงเรียนแถวชนบท แต่กลับเป็ที่พูดถึงอีกครั้งเพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนพึ่งครบรอบ 1 ปีที่พวกรุ่นพี่ในโรงเรียนของเราได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย... จะพูดว่าไร้ร่องรอยก็อาจจะเกินไป เพราะหลังจากที่มีการแจ้งความว่ามีนักเรียนหายไปจำนวนมาก ตำรวจก็เข้าตรวจสอบพื้นที่ในโรงเรียนของเราทันทีและพบว่าในห้องเรียนหนึ่งของตึกเก่ามีรอยมือติดอยู่บนกระดานดำเต็มไปหมดและเมื่อลองนับจำนวนรอยมือเ่าั้แล้วพบว่าตรงกับจำนวนของรุ่นพี่ที่หายไป
นี่อาจจะเป็เื่ที่แต่งขึ้นก็ได้เพราะไม่มีนักเรียนคนใดได้เห็นมันกับตา เป็เพียงการเล่าต่อๆ กันมาของพวกคุณครูแต่นักเรียนดันไปได้ยินเข้าเลยทำให้กลายเป็เื่เล่าที่น่ากลัวแบบนี้ ยัยดารินที่เฉยๆ กับเื่แบบนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมากลับให้ความสนใจ? ช่างน่าแปลกจริงๆ
"นี่! ริว วันศุกร์ที่จะถึงนี้ เป็วันศุกร์ ที่ 13 แหละ"
"แล้ว? "
"ไปแตะกระดานดำกับฉันหน่อยสิ ฉันอยากรู้ว่ามันเป็เื่จริงรึเปล่าอ่าา ฮ่าๆ"
"บ้าเรอะ ฉันยังไม่อยากหายไปหรอกนะ"
"ไหนนายบอกว่าเป็เื่หลอกเด็ก?" ดารินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่ใบหน้าของเธอกำลังยิ้มเยาะให้กับผมที่กำลังกลับคำพูดของตัวเอง!!
"... อยากไปก็ไปเองดิ"
"ใจร้ายอะ ไปด้วยกันนะ นะ นะ นะ ไปด้วยกัน!"
"เธอนี่เป็เด็กหรือยังไง!"
"ก็ฉันอยากรู้นี่"
"เธออยากหายไปเหมือนกับพวกรุ่นพี่เหรอ? " ดารินนิ่งเงียบไม่ตอบคำถามของผม
"งั้นฉันไปคนเเดียวก็ได้ เชอะ!"
"..."
ช่างเป็เื่ที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของผมที่ไม่ได้ห้ามเธอ...
ในคืนวันศุกร์ที่ 13 เวลา 22:30 น.
เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้นแจ้งเตือนว่ามีสายเรียกเข้า จนทำให้ผมต้องตื่นจากการหลับไหล ผมรับสายนั้นด้วยน้ำเสียงที่งัวเงย
"สะ สวัสดีครับ? "
"ริว! ลูกน้าได้อยู่ที่บ้านของเธอไหม? "
"เอ่ออ.. ดารินเหรอครับ? ไม่นะครับ.." เสียงร้องไห้โฮดังมาจากปลายสายทันทีหลังจากที่ผมคำถามไป
"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?!"
"ดารินหายตัวไป ตอนนี้ยังไม่กลับบ้านเลย" คุณแม่ของดารินตอบผมด้วยน้ำเสียงที่สะอึกสะอื้น
"บะ บ้าน่า ยัยบ้านั่น!"
ผมสติหลุดไปชั่วขณะ บ้านของผมอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมาก ผมจึงรีบวิ่งไปยังโรงเรียนในทันทีโดยปราศจากการคิดและการไตร่ตรองใดๆ โชคดีที่แม้จะเป็ตอนกลางคืนแต่ประตูหลักของโรงเรียนจะเปิดอยู่ตลอดเวลา
ผมมุ่งตรงไปยังตึกเก่า สภาพของตึกเก่าในตอนกลางคืนนั้นน่ากลัวมาก ไม่มีแสงไฟใดๆ ภายในตึกเลย ผมวิ่งไปยังห้องที่เขาว่ากันว่าเป็ห้องที่พวกรุ่นพี่หายตัวไปด้วยความหวังว่าดารินจะอยู่ในห้องนั้น
"ดาริน!"
ผมเปิดประตูห้องเรียนห้องนั้นด้วยความเร่งรีบ เสียงของประตูกระทบกับผนังเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งตึกท่ามกลางความเงียบงันในตอนกลางคืน ผมหายใจหอบพลางมองไปยังห้องที่ว่างเปล่า...
ในตอนนี้มีเพียงแสงของพระจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกภายในห้อง แต่มันก็เพียงพอที่ทำให้ผมเห็นรอยมือเล็กๆ ที่ติดอยู่บนกระดานดำในห้องนั้น... ผมทรุดลงกับพื้น น้ำตาเริ่มไหลรินอาบแก้ม สิ่งเดียวที่ผมคิดได้ในตอนนี้คือ...
ผมได้เสียดารินให้กับเื่เล่าหลอกเด็กบ้าๆ นั่นแล้ว...
...