จารึกที่ 264 : อักขระมารกลืนโลหิต : โลกใบเล็กและความหวังแห่งบรรพชน
เถ้าถ่านสีเทาที่เคยเป็นถึงร่างกายของมหาอำนาจมารระดับกึ่งวิญญาณแรกเริ่ม ปลิวว่อนไปตามกระแสลมที่บิดเบี้ยวภายในก้นบึ้งของหุบเหวไร้เสียง
ความเงียบสงัดที่แท้จริงเข้าปกคลุมสมรภูมิ ท่ามกลางซากศพของศิษย์นิกายมารโลหิตนับสามสิบชีวิต อาเจีย ในชุดคลุมสีดำที่สะบัดพลิ้ว ยืนตระหง่านอยู่ประหนึ่งขุนเขาบรรพกาลที่ไม่อาจสั่นคลอน นัยน์ตาสีเงินยว
งของเขากวาดมองเศษซากความพินาศด้วยความเย็นชา ไร้ซึ่งความเวทนาต่อผู้ที่หมายจะพรากชีวิตและปล้นชิงทรัพย์สินของเขา
ผู้อาวุโสแห่งเผ่าศิลาไร้เนตรยังคงหมอบกราบอยู่แทบเท้า ร่างกายชราภาพสั่นสะท้านด้วยความยำเกรงต่อ 'ผู้สืบทอดแห่งความว่างเปล่า' ทว่าก่อนที่ชายชราจะได้เอ่ยปากมอบสมบัติตามที่ตกลงกันไว้... กฎเกณฑ์แห่งนรกภูมิก็พลันเกิดการพลิกผัน!
"บุ๋ง... บุ๋ง... ครืนนนน!"
จู่ๆ โลหิตสีแดงคล้ำที่เจิ่งนองอยู่บนพื้นศิลาจากร่างของพวกมารนับสามสิบชีวิต กลับมิได้แห้งเหือดหรือซึมลงดิน ทว่ามันกลับเดือดพล่านและเรืองแสงสีแดงฉานประหนึ่งมีชีวิต! เลือดเหล่านั้นไหลมารวมกันที่กึ่งกลางลานกว้างอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นวังวนโลหิตขนาดยักษ์ที่ปลดปล่อยกลิ่นอายความอาฆาตที่รุนแรงยิ่งกว่าผู้อาวุโสโลหิตคลั่งเมื่อครู่ถึงสิบเท่า!
"ศิษย์พี่อาเจีย! ระวัง!" เฟิงหลิงเอ๋อร์ กรีดร้องเตือน เนตรดาราของนางเบิกกว้างเมื่อเห็นเส้นใยแห่งความตายสีดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นมาจากวังวนโลหิต "นั่นมันมิใช่วิชาของพวกมารที่ตายไปแล้ว... แต่มันคือ 'เจตจำนง' ของบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ใต้หุบเหวนี้! มันกำลังใช้เลือดของพวกมารเป็นสื่อกลางในการอวตารขึ้นมา!"
"เจตจำนงมารบรรพกาล!" ฉินมู่หลาง และ เฟิงอี้หราน ขยับเข้ามาขนาบข้างอาเจียทันที กระบี่นิรันดร์และเปลวเพลิงสีทองแดงลุกโชนเตรียมพร้อมปะทะ
จากใจกลางวังวนโลหิต ปรากฏรูปหน้าขนาดมหึมาที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมพุ่งขึ้นมาเหนือพื้นดิน มันคือ 'มารโลหิตบรรพกาล' จิตวิญญาณต้นกำเนิดของนิกายมารโลหิตที่ถูกสวรรค์ผนึกไว้ใต้แดนเนรเทศสูญญตามานับหมื่นปี!
"ผู้ใด... บังอาจสังหารสาวกของข้า... ผู้ใด... บังอาจลบเลือนวิถีโลหิตของข้า!"
เสียงคำรามของมันมิใช่เสียงที่เปล่งจากลำคอ ทว่ามันคือคลื่นเจตจำนงที่กระแทกเข้าสู่วิญญาณโดยตรง! พลานุภาพของมันเทียบเท่ากับเซียนระดับ 'วิญญาณแรกเริ่มขั้นกลาง' อย่างแท้จริง! แรงกดดันมหาศาลทำให้ข่ายอาคมป้องกันของผู้อาวุโสเผ่าศิลาแตกละเอียดในพริบตา!
"ระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นกลาง!" หลินชิงเสวี่ย หน้าซีดเผือด แม้พวกนางจะบรรลุขอบเขตแก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ ทว่าการข้ามขั้นไปสู้กับตัวตนระดับนี้ มันฝืนตรรกะแห่งวิถีเต๋ามากเกินไป!
มารโลหิตบรรพกาลอ้าปากกว้าง ปลดปล่อยแรงดูดมหาศาลหมายจะกลืนกินทุกชีวิตในหุบเหวไร้เสียงให้กลายเป็นสารอาหารของมัน!
"พวกเจ้าถอยไปปกป้องเผ่าศิลาซะ!"
อาเจียตวาดกร้าว เขาก้าวออกไปขวางหน้าแรงดูดนั้นแต่เพียงผู้เดียว ชายหนุ่มมิได้เบิกเนตรสูญตาขั้นที่สามเพื่อลบล้างมัน ทว่ารอยยิ้มที่ปรากฏบนมุมปากกลับเย้ยหยันและป่าเถื่อนยิ่งกว่าอสูรกายจากขุมนรก!
"มารบรรพกาล? ชอบสูบเลือดกลืนกินผู้อื่นนักใช่หรือไม่?"
อาเจียฉีกแขนเสื้อข้างขวาออกจนขาดวิ่น เผยให้เห็นท่อนแขนที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ทว่าบนผิวหนังและกระดูกของเขานั้น... สลักไว้ด้วย 'อักขระมาร' สีแดงคล้ำที่ดิ้นพล่านประหนึ่งมังกรที่หิวกระหาย! มันคืออักขระมารดั้งเดิมที่อาเจียใช้ความเจ็บปวดในแดนเนรเทศ สยบและหลอมรวมมันไว้ในร่าง!
"วันนี้... บิดาจะสอนให้เจ้ารู้ว่า... มรรคาแห่งการ 'ช่วงชิงและขูดรีด' ที่แท้จริง... มันต้องทำเช่นไร!"
อาเจียกระแทกเท้าลงพื้น พุ่งทะยานเข้าหาวังวนของมารโลหิตบรรพกาลอย่างบ้าบิ่น! เขาง้างแขนขวาขึ้นสุดหล้า เจตจำนงแห่งอักขระมารที่บริสุทธิ์และดิบเถื่อนที่สุด ปะทุออกจากเส้นชีพจรเทียม!
"อักขระมาร... กลืนฟ้าสยบโลหิต!"
พริบตาที่อาเจียยื่นแขนขวาเข้าไปในวังวนโลหิต... แทนที่ร่างกายของเขาจะถูกดูดกลืน ทว่า 'อักขระมาร' บนแขนของเขากลับทำงานสวนทาง มันสร้าง 'หลุมดำ' ขนาดเล็กขึ้นที่กลางฝ่ามือ!
แรงดูดของหลุมดำนั้น ทรงพลัง ดุดัน และไร้ความปรานียิ่งกว่ามารบรรพกาลนับร้อยเท่า!
"อ๊ากกกก! นี่มันกลิ่นอายอันใด! อักขระมารของเจ้า... เหตุใดจึงเก่าแก่และตะกละตะกลามยิ่งกว่าข้า! ปล่อยข้า!"
เจตจำนงมารบรรพกาลกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีด! มันสัมผัสได้ว่าวิถีแห่งการกลืนกินของมัน เป็นเพียงแค่ทารกแรกเกิดเมื่ออยู่ต่อหน้าอักขระมารที่สลักอยู่บนกระดูกของมนุษย์ผู้นี้!
"ปล่อย? ฝันไปเถอะ! พลังงานระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นกลางเช่นนี้ เอาไปขายประมูลที่หอสุวรรณดาราคงได้ศิลาปราณเป็นภูเขา! ข้าจะสูบให้แห้งไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว!"
อาเจียหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาสาดประกายความหน้าเงิน อักขระมารบนแขนขวาสว่างวาบเจิดจ้า มันดูดกลืนทะเลโลหิตและวิญญาณมารบรรพกาลเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างตะกละตะกลาม!
กระแสพลังงานมารที่สกปรกและบ้าคลั่งไหลทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรเทียม ทว่าก่อนที่มันจะทันได้ทำลายสติสัมปชัญญะของอาเจีย... 'หมุดยึดอักขระมาร' ที่เขาสลักไว้ตามข้อต่อก็ทำหน้าที่ของมัน! กรงขังแห่งความบ้าคลั่งสกัดกั้นพิษร้ายเอาไว้ และส่งต่อพลังงานดิบเข้าสู่จุดตันเถียน เพื่อให้ 'แก่นทองคำหมื่นอักขระ' (ที่หลอมรวมกับวิถีสูญตา) ทำการ 'กรองและชำระล้าง' เหลือไว้เพียงปราณบริสุทธิ์ที่อัดแน่นจนถึงขีดสุด!
"ซูมมมมมม!"
เพียงไม่ถึงสิบลมหายใจ ทะเลเลือดขนาดมหึมาและวิญญาณมารบรรพกาล ถูกแขนขวาของราชันหน้าเงินสูบกลืนหายไปจนหมดสิ้น!
หุบเหวไร้เสียงกลับคืนสู่ความแห้งแล้งอีกครั้ง อาเจียยืนหอบหายใจเล็กน้อย ร่างกายของเขาแผ่กลิ่นอายที่หนักอึ้งและลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม พลังปราณที่เอ่อล้นจากการกลืนกินมหาอำนาจมารระดับวิญญาณแรกเริ่ม ทำให้แก่นทองคำขั้นสมบูรณ์ของเขาเปล่งประกายสีรุ้ง... มันคือสัญญาณของการบ่มเพาะที่เต็มเปี่ยม เตรียมพร้อมทะลวงสู่ระดับวิญญาณแรกเริ่มในอนาคตอันใกล้!
"ปีศาจ... อาเจียคือมารร้ายตัวจริง..." เย่ปิงอวิ๋น พึมพำด้วยริมฝีปากที่สั่นระริก การใช้ความป่าเถื่อนสยบความป่าเถื่อน เป็นภาพที่ติดตาพวกนางไปอีกนาน
อาเจียสะบัดแขนขวาเพื่อระบายความร้อน ก่อนจะล้วงเอาเสื้อคลุมตัวใหม่จากแหวนมิติมาสวมทับ เขากลับมาปั้นหน้าขึงขัง และเดินตรงเข้าไปหาผู้อาวุโสเผ่าศิลาไร้เนตรที่ยังคงหมอบกราบอยู่
"เอาล่ะตาเฒ่า... เรื่องระทึกขวัญจบลงแล้ว บัดนี้คือเวลาของธุรกิจที่แท้จริง!"
อาเจียแบมือออกไปตรงหน้า "ข้ากำจัดมารกึ่งวิญญาณแรกเริ่มให้พวกเจ้าหนึ่งตัว และมารบรรพกาลอีกหนึ่งตัว! ค่าบริการคุ้มครอง ค่าเสี่ยงภัย ค่าเสียเวลา และค่าสึกหรอของเสื้อคลุมข้า... จ่ายมาซะ! ผลึกมิติบรรพกาล!"
ผู้อาวุโสเผ่าศิลาสั่นสะท้าน เขารีบก้มหน้าลงกับพื้น "ข้าน้อยทราบแล้วขอรับท่านผู้สืบทอด! เผ่าศิลาไร้เนตรยินดีมอบสมบัติล้ำค่าที่สุดที่บรรพชนปกป้องไว้ให้แก่ท่าน!"
ชายชรายกมือขึ้นแตะที่รอยบุ๋มบนหน้าผากของตนเอง ปากสวดบริกรรมคาถาที่เก่าแก่ พริบตานั้น ผนังถ้ำศิลาด้านหลังก็สั่นสะเทือนและเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นแท่นบูชาที่สร้างจากหินหยกสีขาวบริสุทธิ์
บนแท่นบูชานั้น มีกล่องหินสลักลวดลายบรรพกาลวางอยู่สองใบ
ผู้อาวุโสเดินไปประคองกล่องหินทั้งสองใบมาคุกเข่ามอบให้เบื้องหน้าอาเจีย
"กล่องใบแรก... คือ 'ผลึกมิติบรรพกาล' จำนวนสามสิบหกก้อนขอรับ มันอัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งการบิดเบือนพื้นที่ เพียงพอที่จะสร้างแกนกลางค่ายกลข้ามมิติได้นับสิบครั้ง!"
อาเจียตาลุกวาว เขารีบเปิดกล่องใบแรก ภายในเปล่งประกายแสงสีเงินที่ดูลึกลับและไร้รูปทรง มันคือแก่นแท้แห่งมิติที่ประเมินค่ามิได้! จอมขูดรีดรีบตวัดมือเก็บมันลงแหวนมิติอย่างรวดเร็วประหนึ่งกลัวว่ามันจะระเหยหายไป
"ส่วนกล่องใบที่สอง..." ผู้อาวุโสมีน้ำเสียงที่เคร่งขรึมและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น "มันคือสมบัติแห่งวิถีชีวิต ที่บรรพชนของพวกเรานำติดตัวมาจากหุบเขาต้องห้ามก่อนที่จะถูกสวรรค์ทำลาย... สิ่งนี้ รอคอยท่านมานับหมื่นปีขอรับ"
อาเจียขมวดคิ้ว เขาค่อยๆ เปิดฝากล่องหินใบที่สอง...
"วาบบบบ!"
แสงสีทองอมเขียวสว่างไสวเจิดจ้าไปทั่วหุบเหว ภายในกล่องหิน ปรากฏดอกบัวผลึกแก้วที่มีกลีบเก้าชั้น ตรงกลางเกสรของมันมีลักษณะคล้าย 'ดวงตา' ที่หลับใหล กลิ่นอายแห่งชีวิตที่บริสุทธิ์และทรงพลังที่สุด แผ่ซ่านออกมาจนรอยแตกร้าวบนพื้นศิลาเริ่มมีต้นหญ้าสีเขียวงอกเงย!
"นี่มัน..." หลินชิงเสวี่ยและเย่ปิงอวิ๋นสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายชีวิตที่ท้าทายความตาย พวกนางถึงกับสูดลมหายใจลึก
"บัวเนตรสวรรค์บรรพกาล!"
เสียงสั่นสะท้านที่เต็มไปด้วยความปีติยินดีอย่างบ้าคลั่ง ดังก้องขึ้นจาก 'พู่กันนิรันดร์' ที่สอดอยู่ในสาบเสื้อของอาเจีย! มันคือเสียงของ มู่เฉิน บรรพชนแห่งสำนักหมื่นอักขระ!
"อาเจีย! สวรรค์ประทานพรแล้ว! บัวเนตรสวรรค์บรรพกาล... มันคือวัตถุดิบระดับตำนานที่สามารถลอกเลียนวิถีเต๋า และก่อกำเนิด 'กายเนื้อ' ที่ปราศจากกฎเกณฑ์ของวัฏจักรได้! หากข้าได้ดูดซับมันและหลอมรวมกับวิถีอักขระ... ในอนาคต ข้าก็สามารถสร้างกายเนื้อและฟื้นคืนได้อีกครั้ง!"
อาเจียเบิกตากว้าง แม้เขาจะปากหมาและชอบต่อล้อต่อเถียงกับมู่เฉินเพื่อแย่งชิงความได้เปรียบ แต่ในใจลึกๆ เขาเคารพและผูกพันกับอาจารย์ปู่วิญญาณผู้นี้มากที่สุด
"ดี! ในเมื่อมันเป็นประโยชน์ต่อท่านอาจารย์ข้าก็จะรับไว้!"
อาเจียหยิบกล่องบัวเนตรสวรรค์บรรพกาลขึ้นมา ทว่าทันทีที่มือนั้นสัมผัสกับกล่อง พลังงานชีวิตและปราณมิติที่ตกค้างจากมารบรรพกาลที่อาเจียเพิ่งกลืนกินเข้าไป พลันทำปฏิกิริยากับพู่กันนิรันดร์!
"วิ้งงงงงงง!"
พู่กันด้ามสีเงินยวงลอยขึ้นจากสาบเสื้อ เปล่งแสงเจิดจรัส! พลังงานวิญญาณมหาศาลและกฎเกณฑ์มิติที่อาเจียสะสมมาตลอดการเดินทางในแดนเนรเทศ ถูกพู่กันนิรันดร์ดูดซับเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม!
ภายในมิติของพู่กันนิรันดร์... พลันเกิดการสั่นสะเทือน!
องค์หญิงน้อย จิตวิญญาณแท้จริงของพู่กันนิรันดร์ ที่อยู่ในรูปลักษณ์ของเด็กหญิงผมสีเงิน ลอยตัวขึ้นกลางอากาศ ดวงตาของนางส่องประกายสัจธรรมแห่งการรังสรรค์มิติ!
"พลังงานมากพอแล้ว... มิติแห่งสัจธรรมโลกใบเล็ก... จงเปิดออก!"
ครืนนนนน!
พื้นที่มิติภายในขยายตัวออกไปอย่างบ้าคลั่ง! จากสิบจั้ง... เป็นร้อยลี้! พันลี้! ท้องฟ้าสีครามปรากฏขึ้น ผืนดินที่เคยว่างเปล่าก่อกำเนิดภูเขาสูงตระหง่าน แม่น้ำสายยาวไหลริน ปราณฟ้าดินที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าโลกภายนอกหลั่งไหลลงมาประหนึ่งฝนทิพย์!
บัดนี้ มิติภายในพู่กันนิรันดร์ มิใช่เพียงแค่เครื่องรางเก็บของ ทว่ามันได้วิวัฒนาการกลายเป็น 'โลกใบเล็ก' โดยสมบูรณ์! และดรุณีน้อย คือพระเจ้าผู้กำหนดกฎเกณฑ์ในโลกใบนี้!
"ไอ้ทึ่มหน้าเงิน! มิติของข้าขยายแล้ว! ต่อไปนี้เจ้าสามารถย้ายภูเขาหรือเอาสัตว์วิเศษเข้ามาเลี้ยงเป็นฝูงในนี้ได้เลยนะ!" เสียงใสแจ๋วขององค์หญิงน้อยดังสะท้อนออกมาด้วยความหยิ่งผยองและภาคภูมิใจ
อาเจียรับพู่กันที่ลดแสงลงกลับมาถือไว้ รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้า "ยอดเยี่ยมมาก... โลกใบเล็กที่มีปราณบริสุทธิ์... นี่มันคือทำเลทองที่สวรรค์ยังต้องอิจฉา! ปลูกสมุนไพรขายได้กำไรอื้อซ่าแน่!"
ชายหนุ่มหันกลับมามองผู้อาวุโสเผ่าศิลาไร้เนตรที่กำลังยืนมองด้วยความเลื่อมใส
"ตาเฒ่า... พวกเจ้ามอบสมบัติล้ำค่าให้ข้า ถือว่าพวกเราหมดหนี้บุญคุณต่อกัน" อาเจียเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงความหนักแน่น "พวกเจ้าจะอยู่ที่นี่ต่อไป หรือจะให้ข้านำพาพวกเจ้าเข้าไปหลบซ่อนใน 'โลกใบเล็ก' ของข้า และพาหนีออกจากแดนเนรเทศแห่งนี้?"
ผู้อาวุโสส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าที่ชราภาพ "พวกข้าถูกสาปและผูกพันกับกฎเกณฑ์ความตายของที่นี่แล้ว หากออกไปสู่โลกภายนอก ร่างกายศิลาของพวกข้าจะสลายไป... ขอเพียงท่านผู้สืบทอด นำกิ่งไม้ดำกลับคืนสู่วิถีมรรคา และดับสูญกฎเกณฑ์จอมปลอมของสวรรค์ได้... พวกข้าเผ่าศิลาไร้เนตร ก็ถือว่าภารกิจสำเร็จลุล่วงแล้วขอรับ"
อาเจียเงียบไปครู่หนึ่ง เขามิได้กล่าวคำอำลาที่สวยหรู ชายหนุ่มเพียงแค่ประสานมือคารวะผู้อาวุโสอย่างจริงใจเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ข้ามมิติมา
"รักษาตัวด้วย... สวรรค์อาจสาปพวกเจ้า... แต่ข้า อาเจีย จะเป็นคนทวงคืนความยุติธรรมนั้นให้เอง... พร้อมดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบ!"
สิ้นคำประกาศที่แฝงความหน้าเงินทว่าดุดัน อาเจียหันหลังกลับ ตวัดพู่กันนิรันดร์ขึ้นฟ้า
"มิตรสหายทั้งหลาย! แกนกลางได้มาแล้ว! กลับไปที่ฐาน หลอมรวมราชรถ... พวกเราจะแหวกมิตินรกนี่ กลับไปเก็บกวาดบัญชีเลือดให้สิ้นซาก!"
"โอ้ววววว!"
เสียงกู่ร้องของฉินมู่หลาง เฟิงอี้หราน และสตรีทั้งสามดังกึกก้อง พวกเขาทะยานขึ้นสู่ด้ามพู่กันยักษ์ พร้อมกับเจ้าสัวและเจ้าถุงเงิน พุ่งทะยานแหวกอากาศธาตุกลับสู่ฐานหลอม
มหาราชรถแห่งสูญตากำลังจะสมบูรณ์แบบ... และการทะลวงลิขิตฟ้าเพื่อหวนคืนสู่โลกผู้บำเพ็ญเพียร กำลังจะอุบัติขึ้น!
อ