ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 68 ไม่ทันกาล
เสียงกรีดร้องของสัตว์อสูรดังระงมไปทั่วโถง
ขาแต่ละข้างของสัตว์อสูรทั้งสามตัวถูกคลื่นพลังจากคมขวานฟาดฟันเข้าใส่จนบางส่วนไหม้เกรียมเสียรูปทรง ไม่สามารถใช้งานพวกมันในการเคลื่อนที่ได้อีกต่อไป
ร่างอันใหญ่โตของสัตว์อสูรทั้งสามเมื่อสูญเสียอวัยวะในการเคลื่อนไหว สมดุลในการทรงตัวของพวกมันก็เสียหายตามไปด้วย ร่างที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงพากันล้มกลิ้งหน้าคว่ำไถลมาที่เบื้องหน้ากันหมด
ตึง!
กลุ่มคนที่ยืนอยู่กลางห้องต่างก็ตกใจรีบกระโดดถอยหลังกันแทบไม่ทัน
อเวกระดับเจ็ดทั้งสามคนรวมถึงซีเลียจ้องมองร่างสัตว์อสูรที่ล้มลงด้วยความตื่นตะลึง ก่อนจะลอบกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ
ทรงพลัง! ร่างแสงสีทองนั้นทรงพลังอย่างมาก เพียงการโจมตีเดียวก็จัดการสัตว์อสูรระดับเจ็ดทั้งสามตัวให้กลายเป็นสัตว์พิการได้ง่ายๆ ลดระดับความอันตรายไปได้มากโข
คนทั้งสี่มองร่างแสงสีทองอึ้งๆ ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มที่น่าจะรู้เรื่องราวทั้งหมดนี้ดีที่สุด
แต่ก่อนที่จะทันได้สื่อสารอะไรกัน เสียงตะโกนจากร่างแสงสีทองก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“ป้องกันสถานที่ทั้งหมดให้ข้า อย่าให้สัตว์อสูรเข้ามาขัดขวางได้!” ร่างแสงสีทองตะโกนเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน
ถึงแม้เขาจะจัดการสัตว์อสูรโดยรอบทั้งหมดจนสิ้นสภาพ แทบไม่หลงเหลืออันตรายใดๆ แต่สิ่งที่เขากำลังจะทำต่อไปไม่สามารถถูกขัดขวางได้ มันจำเป็นต้องทำให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็วที่สุด หากช้ากว่านี้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมาอีก
จินซึ่งเป็นมนุษย์ที่อยู่มาตั้งแต่ยุคหลังโลกาวินาศเข้าใจดีถึงความอันตรายของดันเจี้ยน ยิ่งกับดันเจี้ยนที่ยกระดับขึ้นเช่นนี้ เขาได้เรียนรู้ประสบการณ์อันเลวร้ายมากับตัว เป็นประสบการณ์เลวร้ายที่ถึงตายเลยทีเดียว
สิ่งที่จินต้องการจะทำคือทำลายแกนกลางดันเจี้ยนแห่งนี้ทิ้งไปเสีย
แกนกลางดันเจี้ยนเป็นเสมือนหัวใจ เป็นแหล่งพลังงานหลักของดันเจี้ยน หากไม่มีแกนกลาง มิติภายในดันเจี้ยนก็ไม่อาจรักษาเสถียรภาพและคงอยู่ได้ เมื่อทำลายแกนกลางดันเจี้ยน สถานที่แห่งนี้ย่อมล่มสลายลงในที่สุด
เมื่อมิติล่มสลาย ผู้ที่ยังรอดชีวิตอยู่ในดันเจี้ยนก็สามารถออกจากมิติลับได้อย่างปลอดภัย ส่วนศพไร้ชีวิตก็ถูกดูดกลืนย่อยสลายกลายเป็นเศษซากล่องลอยอยู่ในช่องว่างมิติ ซึ่งตัวของจินเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเดินทางต่อไปยังแห่งหนไหน
ทั้งยังก็ไม่ทราบเหตุผลด้วยเช่นกันว่าทำไมผู้ที่ยังรอดชีวิตจึงสามารถออกมาจากดันเจี้ยนได้โดยปลอดภัย
แต่ผู้คนสมัยก่อนได้คาดเดาเอาไว้ว่ามันเป็นระบบการให้รางวัลของดันเจี้ยน เพราะเดิมทีดันเจี้ยนก็เป็นสถานที่ที่ผู้คนมาล่าสมบัติอยู่แล้ว การที่สามารถทำลายแกนกลางดันเจี้ยนลงได้ก็ไม่ต่างไปจากการพิชิตดันเจี้ยน เป็นการสำเร็จเป้าหมายสูงสุด เมื่อพิชิตดันเจี้ยนลงได้ ก็ไม่แปลกที่จะถูกส่งออกมาด้านนอกโดยปลอดภัย
จินหาทางออกให้กับทุกคนโดยเลือกที่จะทำลายแกนกลางดันเจี้ยน นั่นเป็นวิธีเดียวที่จะพาทุกคนออกไปได้โดยไม่จำเป็นต้องวิ่งตามหาประตูมิติไปทั่วเขาวงกต
ทว่า...การทำลายแกนกลางดันเจี้ยนจะเป็นเรื่องง่ายได้เช่นไร ขนาดสมัยก่อนยังต้องใช้อเวกหลายสิบคนผลัดกันโจมตีเป็นเวลานานก่อนที่จะทำลายแกนกลางดันเจี้ยนลงได้ ทั้งยังต้องมีคนคอยป้องกันไม่ให้ดันเจี้ยนแผลงอภินิหารเพื่อมาปกป้องหัวใจของตนเองอีก
ดันเจี้ยนต่างมีจิตวิญญาณในตัวมันเอง สามารถรับรู้ถึงภัยอันตรายที่จะมาถึงตัวมันได้ หากแม้นได้รู้ว่าแกนกลางตกอยู่ในอันตราย ทั้งดันเจี้ยนจะพยายามปกป้องไม่ให้ตนเองต้องพังทลายในทันที มันจะทำทุกวิถีทางเท่าที่มันทำได้เพื่อเข้าขัดขวาง
ร่างแสงสีทองมองไปที่ก้อนกลมสีน้ำเงินที่ลอยอยู่เหนือปะรำพิธีตรงกลาง สายตาของเขาตอนนี้สามารถมองเห็นพลังงานที่โอบล้อมปกคลุมได้อย่างชัดเจน มันเต็มไปด้วยความไม่เสถียร จุดแตกร้าว และจุดอ่อนมากมาย
ยามที่เป็นมนุษย์ จินคงไม่สามารถสังเกตเห็นทั้งหมดนี่ได้ง่ายๆ หากไม่มีทักษะพิเศษที่มีความสามารถจำเพาะในการตรวจสอบ แต่ขณะนี้เขาเป็นร่างวิญญาณ ทั้งยังได้รับการเสริมพลังหยางอย่างเข้มข้นด้วยยันต์ผู้พิทักษ์ ทำให้เขาเห็นจุดบกพร่องของมันอย่างชัดเจน
อาจเป็นเพราะดันเจี้ยนแห่งนี้เพิ่งยกระดับมาหมาดๆ พลังงานจึงไม่เสถียร ทั้งยังผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน ถูกมนุษย์เข้ามาล่าสมบัติ ฆ่าสัตว์อสูร ทำลายพื้นที่ภายในมาอย่างมากมาย แกนกลางของดันเจี้ยนจึงอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์นัก เต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหาย
ร่างแสงสีทองพุ่งตัวเข้าหาแกนกลางสีน้ำเงินด้วยความรวดเร็ว กะพริบตาเพียงครั้งเดียวร่างแสงก็หยุดอยู่ตรงหน้าปะรำพิธี กำลังเงื้อขวานจะฟาดเข้าใส่จุดอ่อนของแกนกลางดันเจี้ยนที่ถึงแม้จะพยายามหลบซ่อนเพียงใดก็ไม่อาจหลบพ้นสายตาของวิญญาณบรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์
ปัง!
คมขวานกระแทกเข้าใส่ส่วนหนึ่งของลูกบอลทรงกลม พลังงานภายในของมันปั่นป่วนทันที แรงกระแทกรวมถึงพลังที่ส่งออกมาจากคมขวานรุนแรงพอที่จะสร้างความยุ่งเหยิงให้กับพลังงานทั้งหมดภายในก้อนกลมสีน้ำเงิน
การโจมตีของร่างแสงสีทองกระทบถูกจุดอ่อนของแกนกลางดันเจี้ยนเข้าอย่างจัง แต่ดูเหมือนว่าแกนกลางดันเจี้ยนที่ยกระดับตนเองขึ้นไปนี้จะดูถูกไม่ได้เลย การโจมตีเพียงหนึ่งครั้งของจินไม่สามารถสร้างความเสียหายจนมันแตกร้าวเสียหายได้ สมกับเป็นแกนกลางดันเจี้ยนที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความคงทน
ร่างแสงสีทองขมวดคิ้วเล็กน้อย ยันต์ผู้พิทักษ์อนุญาตให้เขาคงสภาพร่างนี้เอาไว้ได้เพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เขาก็ใช้มันมามากกว่าสิบวินาทีแล้ว หลังจากคำนวณเวลาและพลังป้องกันของแกนกลางดันเจี้ยนแล้ว เขาก็อดเป็นกังวลไม่ได้
เขาจำเป็นต้องทำลายแกนกลางดันเจี้ยนให้ได้ภายในเวลาจำกัด ดูจากความเสียหายที่เขาทำได้นั้น ภายในเวลาเท่านี้เขาอาจจะทำได้ไม่สำเร็จ หรือต่อให้ทำสำเร็จก็คงจะฉิวเฉียดน่าดู
ร่างแสงสีทองคิดอยู่เพียงชั่วแวบเดียว ก่อนจะระดมการโจมตีสุดแรงเกิดเข้าใส่ก้อนทรงกลมตรงหน้าทันที เขามีเวลาไม่มาก จำเป็นต้องทำลายแกนกลางดันเจี้ยนให้ได้ก่อนที่เวลาของยันต์จะหมดลง ร่างแสงสีทองเงื้อขวานจามเข้าใส่จุดอ่อนของก้อนทรงกลมไม่พัก ไม่มีจังหวะหยุดมือเลยแม้แต่วินาทีเดียว การเคลื่อนไหวลื่นไหลไม่มีสะดุด
ขณะที่จินโจมตีเข้าใส่แกนกลางดันเจี้ยนไม่หยุด สัตว์อสูรหลายตัวที่ไม่ได้บาดเจ็บสาหัสก็ค่อยๆ ลุกขึ้น ดวงตาของมันแดงก่ำ ดูบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม สัตว์อสูรที่สิ้นสภาพอยู่กับพื้นก็ดิ้นตะกุยตะกาย พยายามอย่างเต็มที่ที่จะใช้ร่างกายส่วนที่ยังใช้งานได้ เข้าโจมตีกลุ่มมนุษย์
คาลอส ซีเลีย และอเวกระดับเจ็ดอีกสามคนตื่นตัวทันที พวกเขาตั้งท่าป้องกัน สัตว์อสูรตัวไหนเข้ามาในระยะโจมตี พวกเขาก็กระแทกด้วยพลังสุดแรงเกิดเพื่อให้มันถอยกลับไป
ไม่เพียงเท่านั้น ตอนนี้ทั้งดันเจี้ยนเริ่มสั่นไหว เส้นทางต่างๆ เริ่มเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ทุกคนได้ยินเสียงแว่วๆ ของสัตว์อสูรวิ่งคำรามมาแต่ไกล ดังมาจากทุกเส้นทางที่มุ่งตรงเข้ามายังใจกลางดันเจี้ยน
ในที่สุดพวกเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมร่างแสงสีทองถึงกำชับเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าให้ป้องกันสัตว์อสูรไม่ให้เข้ามาขัดขวางการกระทำของเขา
ที่แท้ เป็นเพราะเขารู้ว่าเจตจำนงของดันเจี้ยนกำลังจะเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่ง พร้อมทำลายทุกอย่างที่เป็นภัยต่อตัวมัน!
ตึง!
ผลั่ก!
คาลอสและอเวกระดับเจ็ดทั้งสามคนพยายามอย่างเต็มที่ที่จะตอบโต้สัตว์อสูรภายในห้องโถง ปิดกั้นไม่ให้พวกมันเข้าไปหาร่างแสงสีทองที่อยู่ด้านใน แม้แต่ซีเลียที่เป็นอเวกระดับห้าก็ยังช่วยล่อหลอกสัตว์อสูรให้เกิดความสับสน
เหงื่อไหลเป็นหยดๆ ย้อยลงมาตามหน้าผาก ตอนนี้พวกเขาทุกคนได้แต่ภาวนาให้สัตว์อสูรที่กำลังมุ่งหน้ามา ยังมาไม่ถึงในเร็วๆ นี้ หาไม่แล้ว...พวกเขาคงไม่สามารถต้านทานต่อไปได้ไหว
ปัก ปัก ปัก!
เพล้ง!
หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง รอยร้าวบนแกนกลางดันเจี้ยนค่อยๆ ร้าวเป็นแนวยาว ในที่สุดก็แตกออกเป็นช่องโหว่เล็กๆ
พลังงานภายในแกนกลางดันเจี้ยนปั่นป่วนสับสนไปหมด พลังที่อยู่ภายในรั่วไหลออกมาภายนอกอย่างรวดเร็ว
ครืนนน!
ทั่วทั้งดันเจี้ยนสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว
พื้นดิน เพดาน หรือจะเป็นโพรงดินเริ่มมีรอยร้าวรอยแตกระแหงที่เห็นเด่นชัดหลายจุด
กลุ่มของคาลอสจำเป็นต้องตั้งสมาธิมากขึ้นในการตอบโต้กับสัตว์อสูร ซึ่งดูเหมือนทุกคนก็ทำได้ดี ยกเว้นก็แต่ซีเลียที่แค่พยายามทรงตัวเอาไว้ก็เต็มกลืนแล้ว เธอค่อยๆ เปลี่ยนตำแหน่งของตนเองไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยที่สุดอย่างรู้งาน หากถูกสัตว์อสูรเล่นงานในตอนนี้คงได้บาดเจ็บหนักเป็นแน่
ร่างแสงสีทองยังคงสับขวานใส่ก้อนกลมสีน้ำเงินไม่หยุด แม้จะมีรอยแตกที่แกนกลางดันเจี้ยนแล้วก็ตาม แต่นี่ยังห่างไกลจากความสำเร็จอีกมาก เขาจำเป็นต้องทำลายแกนกลางทั้งก้อน มิตินี้จึงจะปิดตัวลง
“โฮกกกกกก”
“กร๊าซซซซซ”
เสียงของสัตว์อสูรดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ถ้าฟังจากความดังของเสียง อีกเพียงไม่กี่อึดใจพวกมันคงมาถึงหน้าทางเข้าโถงแล้ว เหล่าอเวกที่คอยต่อสู้ป้องกันเหงื่อตกกันเป็นแถว พวกเขาไม่รู้หรอกว่าสัตว์อสูรเหล่านั้นแข็งแกร่งแค่ไหน แต่จากเสียงที่ได้ฟัง จำนวนของพวกมันต้องมหาศาลอย่างแน่นอน
ต่อให้เป็นช้าง แต่เมื่อเจอมดจำนวนมหาศาลที่บ้าเลือดพร้อมกัดกินตัวมันทั้งตัว อย่างไรก็ต้องมีหวาดกลัวกันบ้าง
เพล้ง!
ในระหว่างนั้นดูเหมือนบรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์จะทำผลงานได้ดี เขาทุบทำลายแกนกลางดันเจี้ยนจนยับเยิน เมื่อเกิดรอยรั่วจุดหนึ่ง การป้องของแกนกลางดันเจี้ยนก็ลดลงไปมาก พลังงานที่รั่วไหลออกไปทำให้มันอ่อนแอจนไม่สามารถต้านทานขวานต่อๆ ไปของจินได้เลย ค่อยๆ แตกร้าวลามไปเรื่อยๆ ราวกับใยแมงมุม
ผิวหน้าของก้อนทรงกลมแตกระแหงจนไม่เหลือจุดที่สมบูรณ์อีก ทุกจุดของแกนกลางดันเจี้ยนยามนี้ไม่ต่างไปจากจุดอ่อนในทุกอณู ทุบทำลายอีกเพียงไม่กี่ครั้งก็คงพังทลายสิ้น ไม่หลงเหลือโบราณสถานที่อนุรักษ์มานานกว่าสองร้อยปีอีกต่อไป
เพล้ง เพล้ง
ร่างแสงสีทองยังคงโจมตีต่อไปไม่ยั้ง เขาจำเป็นต้องแข่งกับเวลา...
ซึ่งตอนนี้เวลาเขาเหลืออีกไม่มากแล้ว และเวลาในการใช้ยันต์ของเขาก็จะหมดลง...... และการที่เวลาหมดลงในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสตายให้กับสมาชิกตระกูลมากขึ้นไปอีก
3วินาที
2 วินาที
1 วินาที
“บ้าเอ้ย ไม่ทันจนได้!” ร่างแสงสีทองเปล่งเสียงออกมาอย่างหัวเสีย อีกเพียงนิดเดียวแท้ๆ เพียงนิดเดียวเขาก็จะทำลายแกนกลางดันเจี้ยนได้จนสมบูรณ์แล้วเชียว
เมื่อพูดจบ ร่างแสงสีทองก็ค่อยๆ สลายหายไป ทิ้งขวานด้ามสั้นสีแดงเพลิงให้หล่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง