จารึกที่ 140 : วีรบุรุษในเงามืด : ทางเลือกของคนฉลาด
รุ่งอรุณวันใหม่มาเยือนพร้อมกับเสียงระฆังสำนักที่ดังกังวานไปทั่วขุนเขา แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านม่านหมอก ขับไล่ความหนาวเหน็บของค่ำคืนอันยาวนาน บรรยากาศใน สำนักหมึกวารี วันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะที่ "ลานภารกิจ" ซึ่งเนืองแน่นไปด้วยศิษย์ที่มาจับกลุ่มคุยกันเรื่องข่าวใหญ่ล่าสุด
"เจ้าได้ยินไหม? เรื่องที่เกิดขึ้นที่ยอดเขาประจิมเมื่อวาน!"
"ได้ยินสิ! เขาว่ามี 'สัตว์อสูรระดับสูง' หลุดออกมาจากรอยแยกมิติ แต่ ศิษย์พี่หญิงเย่ปิงอวิ๋น เพียงคนเดียว สามารถขับไล่มันกลับไปได้!"
"สมแล้วที่เป็นเทพธิดาเหมันต์! งดงามและแข็งแกร่งไร้เทียมทาน!"
ท่ามกลางเสียงชื่นชมยินดีที่ดังเซ็งแซ่
อาเจีย ในชุดศิษย์สายในที่ซักสะอาดเรียบร้อย (พยายามทำตัวให้ดูธรรมดาที่สุด) เดินปะปนอยู่ในฝูงชน พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ดูเจ้าเล่ห์
"ใช่ๆ... ศิษย์พี่หญิงเย่สุดยอดจริงๆ..." อาเจียเออออห่อหมกไปกับคนข้างๆ
"ข้าเห็นกับตาเลยนะ นางวาดพู่กันกลางอากาศเพียงครั้งเดียว มังกรน้ำแข็งก็พุ่งออกมาตู้ม! อสูรหางจุกตูดหนีไปเลย!"
"เจ้าอยู่ในเหตุการณ์ด้วยรึ?" ศิษย์คนหนึ่งถามด้วยความอิจฉา
"ก็แค่คนแบกของน่ะ..." อาเจียยักไหล่ "โชคดีที่ไม่โดนลูกหลงตาย... แต่ก็ได้ 'เศษบุญ' มานิดหน่อย"
เขาเดินเลี่ยงออกมาจากวงสนทนา ตรงไปที่ "เคาน์เตอร์แลกแต้ม"
เมื่อยื่นป้ายหยกประจำตัวให้ผู้ดูแลตรวจสอบ ตัวเลขสีทองก็ปรากฏขึ้นบนแผ่นหิน
[ แต้มสะสมคงเหลือ : 5,250 แต้ม ]
"อุวะฮ่าๆๆ!" อาเจียกลั้นหัวเราะจนตัวสั่น
5,000 แต้มจากภารกิจลับ (ที่ผู้อาวุโสหลี่โอนให้เงียบๆ) บวกกับเศษเงินที่เหลืออยู่
นี่มันจำนวนมหาศาล! พอที่จะซื้อทรัพยากรบ่มเพาะพลังไปได้อีกหลายเดือน!
"ใครจะอยากเป็นวีรบุรุษให้คนหมั่นไส้..." อาเจียคิดในใจพลางจูบป้ายหยก "เป็น 'ตัวประกอบที่ร่ำรวย' สบายใจกว่าเยอะ!"
...
ยามสาย... ณ หอศัสตรา
บรรยากาศภายในหอศัสตรายังคงร้อนระอุด้วยเปลวไฟจากเตาหลอมเช่นเคย
อาเจียเดินอาดๆ เข้าไปใน เขตหวงห้ามชั้นใน อย่างคุ้นเคย โดยมี เจ้าสัวทมิฬ เดินตามหลังมาเงียบๆ
ผู้อาวุโสหลี่ นั่งรออยู่แล้วที่ห้องรับรอง ใบหน้าของชายชราดูอิดโรยเล็กน้อยจากการซ่อมแซมผนึกทั้งคืน แต่แววตายังคงคมกริบ
"มาทวงของรางวัลเร็วจริงนะ..." ผู้อาวุโสหลี่จิบชา "ข้านึกว่าเจ้าจะนอนพักสักวันสองวัน"
"เรื่องเงินเรื่องทองรอไม่ได้ขอรับ" อาเจียนั่งลงตรงข้าม หยิบขนมบนโต๊ะเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ "ท่านสัญญาว่าจะให้ข้าเลือกอาวุธระดับ 'วิญญาณ' หนึ่งชิ้น... ข้ามาตามนัด"
ผู้อาวุโสหลี่ส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะวางกล่องไม้สีดำยาวสามใบลงบนโต๊ะ
"ข้าคัดมาให้เจ้าแล้ว... สามชิ้นที่เหมาะกับรูปแบบการต่อสู้และพลังของเจ้าที่สุด เลือกเอา"
กระบี่แสงจันทร์ : กระบี่บางเฉียบที่ตีจากแร่เงินจันทรา เพิ่มความเร็วในการร่ายอักขระและนำผ่านปราณได้ดีเยี่ยม
โล่เกล็ดมังกรดิน : โล่ขนาดเล็กที่ขยายใหญ่ได้ตามการอัดฉีดปราณ ป้องกันการโจมตีระดับสร้างรากฐานได้สมบูรณ์แบบ
ถุงมือไหมอัคคีสวรรค์ : ถุงมือสีแดงเข้ม ถักทอจากใยแมงมุมไฟและเส้นเอ็นมังกร ทนทานต่อความร้อนสูงและการกัดกร่อน
อาเจียมองของทั้งสามชิ้นด้วยความลังเล ของดีทั้งนั้น!
แต่เสียงของ มู่เฉิน ดังขึ้นในหัว
"เลือกถุงมือ... กระบี่เจ้าไม่ถนัด... โล่เจ้ามีเจ้าสัวคอยกันให้แล้ว... แต่ถุงมือจะช่วยปกป้องมือเจ้าจากผลสะท้อนกลับเวลาใช้อักขระสูญตา และยังช่วยให้เจ้าเขียนอักขระกลางอากาศได้เสถียรขึ้น"
"ข้าเลือกอันนี้ขอรับ!" อาเจียชี้ไปที่ถุงมือสีแดง
"ถุงมือไหมอัคคีสวรรค์!"
"ตาถึง..." ผู้อาวุโสหลี่พยักหน้า "ถุงมือนี้นอกจากจะกันไฟกันพิษแล้ว ยังสามารถ 'จับ' อาวุธวิญญาณของศัตรูได้โดยมือไม่ขาด... เหมาะกับสไตล์การต่อสู้ระยะประชิด (และขี้โกง) ของเจ้า"
อาเจียสวมถุงมือทันที มันกระชับเข้ากับมือราวกับผิวหนังชั้นที่สอง รู้สึกอุ่นวาบและมีพลังไหลเวียน
"ขอบคุณท่านปู่หลี่! ...เอ่อ แล้วเรื่องหนี้สินค่าซ่อมเจ้าสัว..."
"ยกเลิกให้หมด!" ผู้อาวุโสหลี่โบกมือ "ถือเป็นค่าปิดปากเรื่องอสูรเงา... แต่จำไว้ ถ้าปากโป้งเมื่อไหร่ ข้าจะตามไปยึดคืนทั้งต้นทั้งดอก!"
...
ยามเย็น... ณ สวนไผ่ม่วง
อาเจียเดินกลับมาถึงเรือนพักด้วยความเบิกบานใจ
แต่เมื่อมาถึงหน้าเรือน เขาพบว่ามีแขกคนหนึ่งยืนรออยู่ท่ามกลางดงไผ่
ร่างระหงในชุดขาว ยืนหันหลังมองดูพระอาทิตย์ตกดิน บรรยากาศรอบตัวนางดูสงบและงดงามจนอาเจียไม่กล้าส่งเสียงดัง
เย่ปิงอวิ๋น หันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า
"ศิษย์พี่หญิง..." อาเจียประสานมือคารวะ "มาหาข้ามีธุระอะไรหรือขอรับ? หรือค่ายกลมีปัญหาอีก?"
"เปล่า..." เย่ปิงอวิ๋นส่ายหน้า "ข้าแค่แวะมา... ขอบคุณเจ้าเป็นการส่วนตัว"
นางยื่น "ถุงผ้าไหมสีฟ้า" ใบเล็กๆ ให้อาเจีย
"ข้ารู้ว่าเจ้าได้รางวัลจากผู้อาวุโสหลี่แล้ว... แต่นี่คือน้ำใจจากข้า"
อาเจียรับมาเปิดดู... ข้างในคือ "เมล็ดบัวหิมะพันปี" 3 เม็ด!
สมุนไพรระดับสูงที่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บภายในและฟื้นฟูจิตวิญญาณ! มูลค่าในตลาดประเมินไม่ได้!
"โอ้โห..." อาเจียตาเป็นประกาย "ศิษย์พี่หญิงใจป้ำจริงๆ! ข้าสัญญาว่าถ้ามีเรื่องอะไรให้ช่วย บอกมาได้เลยขอรับ! (ถ้ามีค่าจ้าง)"
เย่ปิงอวิ๋นยิ้มบางๆ (ซึ่งหาดูยากมาก)
"ข้าอาจจะต้องรบกวนเจ้าอีกแน่... เรื่องอสูรเงาโลหิตยังไม่จบ ผนึกแค่อ่อนกำลังลงชั่วคราว... และในสำนักตอนนี้ มีคลื่นใต้น้ำที่น่ากังวล"
นางมองเข้าไปในตาของอาเจีย
"การที่เจ้าเลือกปิดบังความสามารถและโยนความดีความชอบให้ข้า... เป็นการตัดสินใจที่ฉลาด... เพราะในศิษย์สายใน 'ผู้ที่โดดเด่นเกินไป มักจะอายุสั้น' ...รักษาตัวด้วย อาเจีย"
พูดจบนางก็สะบัดมือ พู่กันหยกขาว ลอยออกมาจากเอว ขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนพอให้ยืนได้ นางกระโดดขึ้นไปยืนอย่างสง่างามแล้วเหาะจากไป ทิ้งคำเตือนที่มีนัยยะสำคัญไว้
อาเจียยืนมองส่งนางจนลับสายตา กำถุงเมล็ดบัวหิมะแน่น
"ผู้ที่โดดเด่นมักอายุสั้น..." เขาพึมพำ "แต่ผู้ที่จนกรอบมักจะอดตาย... ข้าขอเลือกทางสายกลางแล้วกัน... รวยเงียบๆ กินเรียบๆ!"
เขาหันกลับไปหา เจ้าสัวทมิฬ ที่ยืนเฝ้าหน้าเรือนอย่างขยันขันแข็ง (และดูเท่ขึ้นในร่างหยกทมิฬ)
"ไปกันเถอะเจ้าสัว... วันนี้เรามีงานต้องทำอีกเยอะ... ทั้งฝึกวิชา ยกระดับ หุ่น และวางแผนหาเงิน..."
[ น้อมรับบัญชา... นายท่านผู้มั่งคั่ง... ท้องพระคลังเต็มเปี่ยม... กายาปลอดภัย... เป้าหมายต่อไป : ครองยุทธภพ? ] เจ้าสัวถามกวนๆ
"ครองยุทธภพบ้าอะไร! ครองตลาดการค้าต่างหาก!" อาเจียหัวเราะร่า เดินเข้าเรือนไปพร้อมกับคู่หูคู่ใจ
ประตูเรือนไผ่ม่วงปิดลง... ตัดขาดจากโลกภายนอกที่วุ่นวาย
หารู้ไม่ว่า... ตัวตนที่จะสั่นสะเทือนสามภพในกาลหน้า กำลังฟูมฟักตนเองอยู่อย่างเงียบเชียบ... ภายใต้เงามืดและแสงตะเกียงในห้องใต้ดินแห่งนี้