"ท่านคิริน... วางศิลานั่นลงเถอะค่ะ!" เซราฟิน่า ะโด้วยความหวาดกลัว "ข้าััได้ถึงกลิ่นอายของ 'กฎแห่งา' มันรุนแรงและเ็าเกินกว่าที่มนุษย์จะััได้ สิ่งนั้นคือประกาศิตจากสรวง์ที่ใช้ตัดสินผู้ที่ฝ่าฝืนครรลองของโลก!"
"กฎที่ตั้งอยู่บนการสูบเืเนื้อของธรรมชาติแบบนี้น่ะเหรอครับ?" คิรินจ้องมองศิลาสีดำด้วยสายตาพิจารณา "ในสายตาผม มันก็แค่ 'จดหมายเตือน' จากเ้าของที่ดินที่นิสัยเสียเท่านั้นแหละ"
ทันใดนั้นเอง ศิลาในมือของเขาก็แตกสลายกลายเป็ละอองแสงสีหม่นพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ท้องฟ้าเหนือโถงวิหารที่เคยเป็สีครามพลันมืดมิดลง รอยแยกขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางหมู่เมฆ เผยให้เห็นดวงตาั์สีทองเพียงดวงเดียวที่จ้องมองลงมาเบื้องล่าง
[ แจ้งเตือน: ท่านกำลังถูกจับจ้องโดย 'เจตจำนงแห่งดวงดาว' (The Will of Stars) ][ ข้อหา: แทรกแซงชะตากรรมของโลกและแก้ไขวัฏจักรแห่งพลังงานโดยมิชอบ ]
"ผู้พเนจรจากต่างมิติเอ๋ย..." เสียงกึกก้องที่ไม่ได้ดังมาจากอากาศแต่ดังมาจากในจิติญญาสั่นะเืไปทั่วทั้งนคร "เ้าได้ทำลายสมดุลที่พวกเราสร้างมานับหมื่นปี การมอบพลังชีวิตให้พฤกษาโลกโดยไร้การควบคุม จะนำมาซึ่งความโกลาหลที่โลกนี้ไม่อาจแบกรับได้!"
เอเลน่า และ โรแลนด์ ถึงกับทรุดเข่าลงด้วยแรงกดดันที่มหาศาล แม้แต่เซราฟิน่าที่เปี่ยมด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ยังต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันไว้เพื่อไม่ให้ล้มลง
มีเพียงคิรินที่ยังคงยืนนิ่ง เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นออกจากชุดคลุมพเนจรอย่างไม่สะทกสะท้าน
"ความโกลาหลงั้นเหรอ?" คิรินเงยหน้าสบตากับดวงตาั์นั้น "คุณหมายถึงการที่ผู้คนไม่ต้องล้มตายเพราะโรคร้าย หรือป่าไม้ที่ไม่ต้องแห้งแล้งอีกต่อไปน่ะเหรอครับ? ถ้าความสุขของสิ่งมีชีวิตคือความโกลาหลของคุณ... งั้นกฎของคุณนั่นแหละที่เป็ปัญหา"
"บังอาจ! เ้าเป็เพียงเศษเสี้ยวของพลังที่หลุดรอดมา จงรับการพิพากษาและคืนพลังทั้งหมดกลับสู่แกนกลางของโลกซะ!"
สายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์นับร้อยสายพุ่งลงมาจากรอยแยก มันไม่ใช่สายฟ้าธรรมดา แต่คือ 'ทัณฑ์์' ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสลายพลังงานทุกชนิดให้กลับกลายเป็ความว่างเปล่า
"ท่านคิริน! หลบเร็วเข้า!" เอเลน่าะโสุดเสียง
"ไม่จำเป็ครับ..." คิรินชูคทาไม้เก่าๆ ขึ้นเหนือหัว "ในเมื่อพวกคุณบอกว่าพลังชีวิตที่ผมให้มัน 'เกินควบคุม' งั้นผมก็จะทำให้พวกคุณเห็นว่า... พลังที่แท้จริงที่ไม่มีขีดจำกัดน่ะ มันเป็ยังไง"
"มหาเวทฮีลสยบ์: โล่แห่งนิรันดร์กาล (Aegis of Infinite Life)"[ ผลของ Overflow: เปลี่ยนพลังการรักษาที่พุ่งพล่านให้กลายเป็กำแพงพลังงานชีวิตที่ไม่มีวันพังทลาย ]
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ทัณฑ์์ที่ทรงพลังกระทบเข้ากับม่านพลังสีทองของคิริน แต่มันกลับไม่ะเิหรือทำลายล้าง สิ่งที่เกิดขึ้นคือสายฟ้าเ่าั้ถูก 'รักษา' จนกลายเป็เพียงละอองน้ำฝนที่อบอุ่นและโปรยปนลงมาสู่พื้นดิน พลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดของทวยเทพกลับถูกเปลี่ยนเป็หยาดน้ำที่ช่วยให้ดอกไม้ในวิหารผลิบานยิ่งกว่าเดิม
ดวงตาั์บนท้องฟ้าเบิกกว้างด้วยความสับสน "เป็ไปไม่ได้! เ้าฮีล 'สายฟ้าแห่งการทำลายล้าง' ของข้าให้กลายเป็พลังชีวิตงั้นหรือ!?"
"สำหรับผม ไม่มีอะไรที่รักษาไม่ได้หรอกครับ แม้แต่ความโกรธของคุณ" คิรินยิ้มบางๆ เขาดีดนิ้วหนึ่งที แสงสีทองจากตัวเขาพุ่งสวนกลับขึ้นไปที่รอยแยกบนท้องฟ้า
"ผมไม่ได้แค่จะป้องกันนะ... แต่ผมจะช่วย 'รักษา' มุมมองที่คับแคบของพวกคุณด้วย"
"มหาเวทฮีลเชื่อมจิตจักรวาล: ปัญญาแห่งพฤกษา"[ ผลของ Overflow: ส่งต่อความรู้สึกและพลังชีวิตของพฤกษาโลกที่เพิ่งฟื้นคืนกลับไปยังเหล่า 'เบื้องบน' ]
กระแสพลังงานสีเขียวมรกตที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาพุ่งเข้าใส่รอยแยก ทันใดนั้น ดวงตาั์สีทองก็สั่นไหว แสงสีม่วงดำรอบๆ รอยแยกถูกชำระล้างจนกลายเป็สีขาวนวล เสียงคำรามที่เคยโกรธแค้นกลับเงียบสงบลง
"...ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน? ความอิ่มเอมใจที่ไม่เคยััมานานนับหมื่นปี..." เสียงจากเบื้องบนเบาลงและสั่นเครือ "พฤกษาโลก... กำลังมีความสุขงั้นหรือ?"
"ธรรมชาติไม่ได้้าคนมาคุมกฎหรอกครับ เขา้าคนมาดูแล" คิรินลดคทาลง "ถ้าพวกคุณยังอยากเป็เทพที่น่านับถือ ก็เริ่มจากการเลิกดูดเืเนื้อโลกใบนี้ แล้วหันมามองความงามของมันที่ฟื้นคืนกลับมาเถอะ"
ท้องฟ้าที่เคยมืดมิดค่อยๆ เปิดออก แสงอาทิตย์ส่องสว่างลงมาอีกครั้ง ดวงตาั์จางหายไป เหลือเพียงเสียงกระซิบสุดท้ายที่ทิ้งไว้
"...เ้าผู้พเนจร... เราจะเฝ้าดูเ้าต่อไป หากสิ่งที่เ้าทำนำมาซึ่งปาฏิหาริย์ที่แท้จริง เราจะยอมรับกฎใหม่ของเ้า..."
คฤหาสน์กลับสู่ความสงบ โรแลนด์และเอเลน่าค่อยๆ ลุกขึ้นพลางหอบหายใจ ส่วนเซราฟิน่ามองคิรินด้วยสายตาที่แท้จริงแล้วตอนนี้ไม่ใช่แค่ความชื่นชม แต่คือความเทิดทูนระดับสูงสุด
"ท่านคิริน... ท่านเพิ่งจะสั่งสอน 'เจตจำนงแห่งโลก' ไปเมื่อกี้ใช่ไหมคะ?" เอเลน่าถามด้วยเสียงสั่นๆ
"ก็แค่การเจรจากับเ้าของที่ดินน่ะครับ" คิรินเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียงขนัที่โรแลนด์เพิ่งวางไว้ "เฮ้อ... คราวนี้ของจริงละ ผมจะนอนพักจริงๆ ห้ามใครกวนเด็ดขาด เว้นแต่ว่าจะมีใครเอาชาดีๆ มาเสิร์ฟนะ"
แต่ขณะที่คิรินหลับตาลง เขากลับรู้สึกถึงแรงสั่นะเืเล็กๆ ในกระเป๋าเสื้อ... มันคือเศษซากของศิลาสีดำที่เขานึกว่าแตกสลายไปแล้ว แต่มันกลับหลอมรวมกันใหม่กลายเป็ 'กุญแจสีทอง' เล็กๆ ดอกหนึ่ง
[ ปลดล็อกไอเทมพิเศษ: กุญแจสู่หอคอยา ][ สถานะ: ผู้ถือครองสิทธิ์การเข้าถึงความลับของโลก ]
คิรินถอนหายใจยาว "กะจะนอนยาวๆ สักหน่อย... งานใหม่มาอีกแล้วเหรอเนี่ย"