องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์รู้สึกร้อนอกร้อนใจ เมื่อรอมาหลายชั่วยามแล้วยังไม่ปรากฏร่างของผู้เป็นายออกมาจากจวนของราชครูหลิวไป๋ลู่
“ท่านอ๋อง ทำไมท่านยังไม่ออกมากันนะ” เฉินอี้ชะเง้อคอเฝ้ามองจากหลังคาเป็ระยะ หากอีกหนึ่งเค่อแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะเห็นเ้านายคงต้องบุกเดี่ยวเข้าไปสอดแนมด้วยตัวเอง
ในขณะที่กำลังจะปีนกำแพงเข้าไปสายตากลับเห็นการเคลื่อนไหวจากบนหลังคาแววตาของชายหนุ่มฉายแววด้วยความยินดีเมื่อเห็นหยางเฟยหลง
แต่พอเห็นสภาพของอ๋องหนุ่มแบบเต็มตา คิ้วเข้มก็ขมวดมุ่นเป็ปมจนยุ่งเหยิง
“ไม่ต้องถามอะไรข้าทั้งนั้น รีบกลับจวนก่อน” ร่างสูงใช้วรยุทธ์เหาะเหินหายไปจากจวนของคู่ปรับเบอร์หนึ่งอย่างรวดเร็ว
เฉินอี้รีบปิดประตูหน้าห้องของเ้านายหนุ่มทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้เหล่าคนรับใช้ทั้งหลายได้เห็นภาพของเ้าของตำหนัก
“ไปเอาเสื้อผ้ามาให้ข้าเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงกดต่ำบ่งบอกได้ว่าความอดทนใกล้จะหมดลงแล้ว
หากใครเป็เขาก็คงจะอยู่ในสภาวะทางอารมณ์ไม่ต่างกันเมื่อท่านอ๋องผู้เป็ใหญ่ในราชสำนักกลับต้องมาอยู่ในสภาพน่าอับอายด้วยการสวมใส่ชุดโปร่งบางของสตรีไม่พอซ้ำยังขาดวิ่นหลายส่วนจนเหมือนพวกขอทานเพราะพยายามยัดร่างกำยำลงไป...
เกรงว่าตอนนี้คนขอทานยังดูดีกว่าเขาด้วยซ้ำ!
“พ่ะย่ะค่ะ”แม้จะอยากถามผู้เป็นายใจจะขาดหากแต่ต้องปิดปากเงียบ ก่อนจะกลับมาหาหยางเฟยหลงพร้อมเสื้อผ้าในมือ
“สิ่งที่ข้าจะพูดกับเ้าต่อไปนี้ขอให้เ้าเก็บเป็ความลับ ห้ามแพร่งพรายออกไปเป็อันขาด หากเ้าเผลอหลุดปากบอกใครไปล่ะก็ข้าจะบั่นคอของเ้าซะ”
“เฉินอี้ผู้นี้จะไม่มีวันเปิดเผยความลับใดๆของผู้เป็เ้านาย แม้ว่าร่างนี้จะหมดลมหายใจไปแล้วก็ตามพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์เอ่ยให้สัจจะกับผู้เป็นายได้รับรู้ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่มีวันทรยศหักหลังเป็อันขาด
“สัตว์เทพในกำไลนั้นมีจริง” สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นมาหลายส่วน “และยังสาปข้าอีกด้วย”
“ห๊ะ! เป็เื่จริงหรือพ่ะย่ะค่ะ”
หยางเฟยหลงพยักหน้า