ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    บทที่ 65 คงพอมีพรสวรรค์อยู่บ้างน่ะ

    ทีมคู่แข่งชิงรับสองคะแนนไปได้ก่อนตอนนี้ฝั่งฉินลู่เป็นฝ่ายครองลูกบ้างแล้ว 

            ยังคงเป็นฉินลู่ที่ประคองลูกไปยังเขตของคู่แข่ง 

            เมื่อฉินลู่มายืนที่วงนอก 3 แต้มอีกครั้ง หวังต้าเฉียงก็ได้เรียนรู้จากเรื่องเมื่อกี้มาแล้วเขาจึงไม่ได้เร่งให้ฉินลู่ชู้ตลูกออกไป แต่กลับเป็นฉินลู่เองที่ไม่อยากส่งลูกให้เพื่อนร่วมทีมแล้วเขาเล็งห่วงอย่างดี ก่อนกระโดดขึ้นชู้ตทันที 

            เมื่อฉินลู่โยนลูกบาสออกไปทุกคนในสนามต่างก็อึ้งทันที 

            “ชู้ตอีกแล้วเหรอ” หวังต้าเฉียงรู้สึกแปลกใจ แต่วินาทีต่อมา ความรู้สึกนั้นกลับกลายเป็นความทึ่งแทน 

            เพราะลูกบาสเข้าห่วงไปโดยไม่มีใครคาดคิด และได้ 3แต้มมาครองอย่างสบายๆ 

            “ลงห่วงเหรอ” 

            “ฟลุกหรือเปล่า” 

            “แม่เจ้าต่างกับการชู้ตลูกแรกเหลือเกินนะ...” 

            ทุกคนในสนามต่างมองฉินลู่อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง 

            ลูกแรกฉินลู่โยนไปไกลจากห่วงที่อยู่บนแป้นคนละโยดเลย แต่ลูกนี้กลับชู้ตแม่นเชียว? 

            หวังต้าเฉียงจับลูกบอลขึ้นมา เขาไม่มีเวลามานั่งอึ้งนานนักกลับสู่สนามอีกครั้ง เขาโยนลูกบาสให้ฉินลู่ทันทีพร้อมกับพูดว่า “พี่ฉินชู้ตอีกลูกสิ” 

            ฉินลู่รับลูกบาสมาและไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธแต่อย่างใดเขากระโดดขึ้นและชู้ตลูกบาสลงห่วงทันที 

            “ฟึบ!” 

            การชู้ตครั้งนี้ ลูกบาสผ่านลงกลางห่วงโดยไม่แตะตาข่ายเลยสักนิด! 

            “แม่เจ้า!” หวังต้าเฉียงถึงกับช็อก“พี่ฉิน นี่พี่เล่นบาสไม่เป็นจริงๆ หรือเล่นไม่เป็นแบบแค่พูดถ่อมตัวกันแน่? พี่มาแกล้งหลอกผมเล่นใช่ไหม” 

            ฉินลู่แบมือ “ฉันไม่เคยเล่นบาสมาก่อนจริงๆ อาจเป็นเพราะฉันคงจะพอมีพรสวรรค์ด้านนี้อยู่บ้างน่ะ” 

            “มา พี่ฉิน เอาอีกสักลูก” หวังต้าเฉียงเก็บลูกบาสขึ้นมาโยนให้ฉินลู่อีกครั้ง 

            ฉินลู่รับลูกบาสมาแล้วกระโดดขึ้นพร้อมกับโยนมันลงห่วงไป 

            “ฟึบ!” 

            เข้าห่วงอีกแล้ว! 

            เข้าห่วงโดยไม่โดนตาข่ายอีกแล้ว! 

            “ส่งลูกล่ะนะ!” 

            กระโดด โยนลงห่วง! 

            “ฟึบ!” 

            “ฟึบ!” 

            “ฟึบ!” 

            “ฟึบ!” 

            พวกนักศึกษาทุกคน ทั้งที่อยู่ในสนามและบนอัฒจันทร์ต่างอึ้งไปตามๆกัน 

            รวมถึงกลุ่มนักศึกษาที่เดินผ่านมาก็ยังต้องหยุดเดินพวกเขาอ้าปากค้างดูฉินลู่โยนลูกบาสเข้าห่วงอย่างแม่นยำลูกแล้วลูกเล่า 

            “พระเจ้าช่วย คนๆ นี้คือใครกัน ทำไมถึงได้มีสกิลการชู้ตที่โหดขนาดนี้!” 

            “คงจะเป็นนักบาสอาชีพที่อยู่ในชมรมนั้นล่ะมั้งฉันก็ไม่รู้จักเหมือนกัน แต่สกิลการชู้ตลูก 3 แต้มนี่โหดเกินไปแล้ว” 

            “หรือว่าเขาจะเป็นสมาชิกในทีมบาสของมหาวิทยาลัยเรา” 

            “เป็นไปไม่ได้ถ้าในทีมบาสมหาวิทยาลัยมีสมาชิกที่โหดขนาดนี้ พวกเขาจะแพ้ให้กับทีมบาสจากเมืองเล็กๆที่อยู่นอกเขตเมืองหลวงอย่างราบคาบในการแข่งขันกระชับมิตรมหาวิทยาลัยได้อย่างไร” 

            “โหดมาก!โหดเกินมนุษย์มนา พวกนายเห็นหรือเปล่าเขาโยนลงห่วงโดยไม่แตะตาข่ายใต้ห่วงเลยสักลูกเดียว!” 

            “ไม่ได้การแล้ว ฉันต้องรีบถ่ายวีดิโอเก็บไว้...” 

            ลูกบาสที่ฉินลู่โยนลงห่วงไปดึงดูดความสนใจของผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ 

            ทำให้บริเวณรอบๆสนามมีผู้คนนับร้อยมารุมดูการแข่งขัน 

            พอฉินลู่โยนลูกบาสลูกที่ 50 เข้าห่วงไป เขาก็โยนลูกบาสทิ้ง พร้อมกับพูดว่า “ไม่ชู้ตละ” 

            หวังต้าเฉียงอึ้ง “พี่ฉิน พี่ชู้ตได้เยี่ยมเลยนะทำไมถึงบอกว่าจะไม่ชู้ตแล้วล่ะ พวกเราอยากดูว่าพี่จะโยนเข้าห่วงติดต่อกันได้มากที่สุดกี่ลูก” 

            ฉินลู่แบมือและพูดว่า “มันไม่สนุกแล้วพอเล่นมาถึงจุดที่โยนกี่ลูกๆ ก็ลงห่วงหมด เลยรู้สึกเหมือนไม่มีความท้าทายแล้วน่ะการเล่นบาสมันก็แค่เองนี้สินะ” 

            หวังต้าเฉียง “...” 

            นักบาสคนอื่นๆ ในสนาม “...” 

            นักศึกษาที่มาดูการแข่งขัน “...” 

            มีคนจำนวนมากที่อยากด่าฉินลู่ว่าขี้โม้ แต่พอเห็นสีหน้าจริงจังตอนเขาพูดแล้วกลับรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังพูดความรู้สึกจริงๆของตัวเองอยู่และนี่ก็ค่อนข้างจะทำให้นักศึกษาชายที่ชอบเล่นบาสถึงกับต้องกระอักเลือด 

            ที่แท้ การที่โยนลูกลงห่วงโดยไม่พลาดเลยมันน่าเบื่อขนาดนั้นเชียว? 

            นี่สินะที่เขาเรียกกันว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว... 

            “วันนี้ฉันสนุกมาก ไว้ว่างๆมาเล่นด้วยกันอีกนะ ฉันขอตัวล่ะ พอดีต้องไปหาข้าวกินก่อน ถ้าไม่รีบไปกินตอนนี้เดี๋ยวจะไม่ทันเวลาเข้างานในช่วงบ่ายเอา” ฉินลู่โบกไม้โบกมือลาหวังต้าเฉียงกับนักบาสคนอื่นๆแล้วหันหลังเดินออกไป 

            “นักศึกษา เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งไป” 

            ทันใดนั้นเอง ชายวัยกลางคนหัวโล้นคนหนึ่งก็วิ่งเหยาะๆเข้ามาขวางหน้าฉินลู่ ชายวัยกลางคนมองฉินลู่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยดวงตาที่เปล่งประกายราวกับว่าจะกลืนกินฉินลู่ลงไปทั้งตัวอย่างไรอย่างนั้น 

            ฉินลู่ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณและพูดอย่างประหลาดใจว่า “คะ…คุณเป็นใคร มีธุระอะไรกับผมงั้นเหรอ” 

            หวังต้าเฉียงที่อยู่ด้านหลัง พอเห็นชายวัยกลางคนหัวโล้นคนนี้สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที 

            เพราะเขารู้จักชายวัยกลางคนคนนี้ดี 

            จะไม่รู้จักได้อย่างไร 

            ชายวัยกลางคนหัวโล้นคนนี้เป็นหัวหน้าโค้ชของทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยหวาชิง 

            “สวัสดีฉันเป็นโค้ชของทีมบาสมหาวิทยาลัยหวาชิง นายเรียนอยู่คณะอะไร” 

            “ผมเหรอ” ฉินลู่ชี้ที่หน้าตัวเองพร้อมพูดถาม 

            “ใช่ นายเรียนคณะอะไร สาขาอะไร ฉันอยากชวนนายมาเข้าร่วมทีมบาสมหาวิทยาลัยของเราฉันคิดว่านายมีพรสวรรค์มาก และในอนาคตนายจะต้องกลายเป็นนักบาสเกตบอลมืออาชีพที่ยิ่งใหญ่แน่” 

            “ผมทำงานที่ห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยครับ” ฉินลู่พูดตอบพลางหัวเราะ 

            “ห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยเหรอ” ชายวัยกลางคนเกาหัวเบาๆ และครุ่นคิดอยู่นานสองนานกว่าจะได้คำตอบและพูดด้วยความอึ้งทึ่งว่า “นายไม่ใช่นักศึกษาหรอกเหรอนายคือหมอประจำมหาวิทยาลัย?” 

            “ถูกต้องครับผมเป็นหมอประจำมหาวลัยหวาชิง” ฉินลู่พยักหน้า 

            “เฮ้อ!” ชายวัยกลางคนกระทืบเท้าเบาๆด้วยความเสียดาย “ฉันก็นึกว่านายเป็นนักศึกษาเสียอีก จริงๆ เลยนะ...” 

            “ฮ่าๆผมเองก็อยากกลับไปเป็นนักศึกษาอีกครั้งเหมือนกัน” ฉินลู่หัวเราะออกมาและพูดต่ออีกว่า “ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ” 

            “เดี๋ยวก่อน!” ชายวังกลางคนเรียกเพื่อรั้งตัวฉินลู่ไว้อีกครั้ง และพูดว่า “นายเป็นคนมีพรสวรรค์ด้านการเล่นบาสเกตบอลอย่างมาก โดยไม่มีข้อกังขาใดๆฉันคิดว่านายน่าจะผันตัวมาเป็นนักบาสเกตบอลนะ เลิกเป็นหมอประจำธรรมดาๆในมหาวิทยาลัยหวาชิงเถอะ เอางี้ ฉันจะแนะนำนายนิดนึงนายลองไปฝึกซ้อมที่ชมรมบาสเกตบอลเมืองจิงเฉิงของเราดูสิ ถ้าผ่านการซ้อมแล้ว เงินเดือนที่ได้จะมากกว่าเงินเดือนจากการเป็นหมอประจำมหาวิทยาลัยเยอะเลยล่ะ” 

            “ฝึกซ้อมเหรอ เป็นนักบาสเกตบอลด้วย?”ฉินลู่ถามอย่างสงสัย 

            “ใช่แล้วถ้านายยังคงความสามารถในการประคองลูกบาสและสกิลการชู้ตแบบนี้ไว้จนถึงช่วงการคัดตัวในรอบฝึกซ้อมจริง นายจะผ่านการซ้อมได้อย่างแน่นอนนายจะกลายเป็นนักบาสเกตบอลอย่างเป็นทางการและมีโอกาสได้เป็นพอยต์การ์ดหลักของทีมบาสเกตบอลด้วยฉันเชื่อสายตาตัวเองเสมอ อนาคตของนายพัฒนาได้อย่างไม่จำกัด และไม่แน่นายอาจมีโอกาสได้เป็นสมาชิกของทีม NBA เลยก็ได้นะ” 

             คำพูดของชายวัยกลางคนทำให้ทุกสายตาที่มองฉินลู่อยู่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง 

            ให้ไปเป็นนักบาสเกตบอลอาชีพงั้นเหรอ 

            มีโอกาสได้เป็นสมาชิกทีม NBA ด้วย? 

            หมอประจำมหาวิทยาลัยคนนี้คงดีใจจนตัวลอยแล้วมั้ง 

            ในขณะที่ทุกคนมองฉินลู่ด้วยสายตาอิจฉากันอยู่นั้นฉินลู่กลับส่ายหัวไปมาและพูดปฏิเสธว่า “ขอโทษด้วยครับ อาชีพของผมคือหมอไม่ใช่นักกีฬาและผมเองก็ไม่ได้มีความสนใจอยากที่จะเป็นนักกีฬาด้วย” 

            ปฏิเสธงั้นเหรอ

            หมอประจำมหาวิทยาลัยคนนี้ปฏิเสธข้อเสนองั้นเหรอ 

            ทุกคนต่างรู้สึกงงงวย

            หวังต้าเฉียงเป็นคนแรกที่รวบรวมสติกลับมาได้เขารีบวิ่งเข้าไปยืนข้างๆ ฉินลู่ และพูดกับฉินลู่อย่างร้อนใจว่า “พี่ฉินพี่ซื่อบื้อหรือเปล่า นี่เป็นโอกาสที่จะได้เป็นนักกีฬาอาชีพเลยนะ! ดีกว่าการเป็นหมอประจำมหาวิทยาลัยเป็นไหนๆ เลยไม่ใช่เหรอ” 

            “ใช่ๆๆ” ชายวายกลางคนหัวโล้นก็ได้สติกลับมาบ้างแล้วเขาจึงจับมือทั้งสองข้างของฉินลู่ไว้และพูดว่า “นายคงจะยังไม่รู้ใช่ไหมว่านักกีฬาบาสเกตบอลมีรายได้เท่าไรเอางี้ดีกว่า นักกีฬาอาชีพที่ลงสนาม CBAในประเทศแค่เพียงวันเดียวก็มีรายได้เท่ากับเวลาที่นายทำงานเป็นหมอประจำมหาวิทยาลัยถึงหนึ่งเดือนเลยนะ” 

            ฉินลู่คลายมือของชายหัวโล้นที่กุมมือเขาอยู่ออกและยิ้มพลางพูดว่า “อันนี้ผมทราบครับ รายได้ของนักกีฬาบาสเกตบอลมืออาชีพนั้นสูงมากบางคนยังรับงานเป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์ต่างๆ ด้วย กลายเป็นเศรษฐีหมื่นล้าน” 

            “ใช่เลย! ถ้าเป็นนายแล้วล่ะก็ฉันว่าต้องทำแบบนั้นได้แน่ อนาคตของนายไม่มีทางแย่ไปกว่าเหยาหมิง[1]แน่!” ชายวัยกลางคนหัวโล้นพูดปลุกใจ 

            ฉินลู่ยังคงส่ายหัวไปมาพร้อมกับพูดว่า “แต่ว่าการที่ผมเลือกมาเป็นหมอไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของเงินทองหรอกครับ อาชีพที่ผมรักก็ยังคงเป็นอาชีพหมออยู่วันยังค่ำเพราะฉะนั้น ขอโทษจริงๆ ครับ” 

            พูดจบ ฉินลู่ก็เดินอ้อมชายวัยกลางคนหัวโล้นและเดินออกจากมหาวิทยาลัยไปโดยไม่สนใจผู้คนมากมายที่ยังคงอ้าปากค้างกันอยู่ 


    [1]เหยาหมิง คือนักบาสจีนที่ตัวสูง 2 เมตรกว่า เป็นนักบาสที่ดังระดับโลกหลายคนน่าจะเคยเห็นเขามาก่อนจากหน้ามีม เหยาหมิง

    คล้ายกับเรื่องซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน