บทที่ 21 เรารับเงินนี้ไว้ไม่ได้
เช้าวันรุ่งขึ้น เล่อเวยบอกความคิดของตัวเองกับจี่เฟิ่งเป็อย่างแรก
เหตุผลหลักคือ เธอไม่้าจมปลักอยู่ในหมู่บ้าน เธออยากออกไปเผชิญโลกกว้าง และหาโอกาสเรียนหนังสืออีกครั้ง
ตอนแรก จี่เฟิ่งลังเลอยู่บ้าง แต่พอได้ยินว่าเล่อเวยตั้งใจที่จะเรียนหนังสือ เธอก็ตัดสินใจได้
หลังอาหารเช้า พวกเขากลับไปที่บ้านสกุลเล่อ
สถานที่แห่งนั้นไม่อาจเรียกว่าบ้านได้อีกต่อไป แม้กำแพงด้านนอกลานบ้านจะยังอยู่ แต่บ้านทั้งหลังไหม้ดำจนเป็ตอตะโก
แม้จะตัดสินใจปล่อยวางแล้วตอนที่คุยกับเล่อเวย แต่ตอนที่จี่เฟิ่งเห็นเศษซากที่ครั้งหนึ่งเคยเป็บ้าน ก็อดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตา “ไม่เหลืออะไรแล้วจริงๆ”
บ้านหลังนี้ได้รับการซ่อมแซมตอนที่เล่อฟางผิงแต่งงานกับเธอ ถึงพวกเขาจะยากจน แต่สำหรับจี่เฟิ่งแล้ว ที่แห่งนี้รวบรวมความทรงจำเอาไว้มากมายนัก
บ้านที่เวยเวยและตงตงเกิด บ้านที่ใช้บอกลาสามี...
ไฟได้พรากทุกอย่างไปจนหมดสิ้น!
ลุงเฉียวกับคนในบ้านคุยกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะยื่นถุงผ้าให้จี่เฟิ่ง “รับนี่ไปสิ”
จี่เฟิ่งรู้สึกงุนงง เมื่อลองเปิดดู ก็พบห่อเงินพันซ้อนไว้อย่างเรียบร้อยในนั้น โดยมีเงินสองสามเหมาอยู่้า สิบหยวนอยู่ด้านล่าง “พี่เฉียว นี่มันอะไรกัน”
“พวกเราคิดว่า ถึงอากาศจะอุ่นขึ้นแล้ว แต่นอนข้างนอกคงจะลำบาก เงินนี่ชาวบ้านช่วยกันรวบรวมมาให้เมื่อเช้า เดี๋ยวต้ากุ้ยกับฉันจะเข้าเมืองไปซื้ออิฐกับพวกวัสดุ เอามาเร่งซ่อมบ้านให้ ถึงไม่ดีเท่าหลังเดิม แต่ก็น่าจะพออยู่อาศัยได้”
เล่อเวยซึ่งยืนอยู่ข้างจี่เฟิ่ง เหลือบมองถุงผ้า กะเอาจากความหนาของปึกเงินสิบหยวนด้วยสายตา ในนั้นน่าจะมีเกินพันหยวน สำหรับหมู่บ้านยากจนเช่นนี้ เงินจำนวนนี้เพียงพอที่จะสร้างบ้านดินได้หลังหนึ่งแล้ว เพราะไม่จำเป็จะต้องวางระบบท่อ ไฟฟ้าก็ต่อจากสายไฟภายนอก ส่วนน้ำก็สูบเอาจากบ่อในสวน หุงหาอาหารด้วยเตาไฟ ไม่จำเป็ต้องใช้แก๊ส
การสร้างบ้านคือ การสร้างเฉพาะตัวบ้านจริงๆ
ถึงแม้ครอบครัวอื่นในหมู่บ้านเฟิงเล่อจะไม่ได้ขัดสนเท่ากับบ้านสกุลเล่อ แต่เรียกว่าร่ำรวยก็คงจะไม่ได้ เงินพันหยวนนี้ น่าจะเป็เงินออมของหลายครอบครัวรวมกัน
เล่อเวยรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ชาวบ้านเฟิงเล่อมีน้ำใจยิ่งนัก!
หลังเธอประสบความสำเร็จในชาติก่อน ทั้งเฝิงเจียงและยายเฒ่าล้วนตายไปนานแล้ว เล่อเวยสามารถกลับมาเยี่ยมน้าสะใภ้กุ้ยกับคนอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องระแวงอะไรอีก ทั้งยังช่วยสร้างถนนและโรงเรียนให้หมู่บ้านเพื่อตอบแทนน้ำใจของชาวบ้านที่มีต่อครอบครัวของเธอ
เล่อเวยยังจำได้ ตอนเธอกลับมา สิ่งที่ชาวบ้านถามเป็อย่างแรกคือ ่หลายปีที่ผ่านมา เธอมีชีวิตที่ดีหรือไม่ ได้รับความทุกข์ยากตอนออกไปบ้างหรือเปล่า
ถือเป็โชคดีของเล่อเวยที่มีเพื่อนบ้านเช่นนี้ เธอจดจำความเมตตาเหล่านี้ไว้ในใจ ไม่มีวันลืมเลือน
“ลุงเฉียว เราคงรับเงินนี้ไว้ไม่ได้”
ลุงเฉียวคิดว่าเธออายที่จะรับมัน จึงเอ่ยปากแนะนำ “เด็กน้อย อย่าหาว่าลุงสอนเลยนะ ครอบครัวเธอไม่มีรายได้อื่น มีญาติก็เหมือนไม่มี แค่เงินจากรัฐเล็กๆ น้อยๆ จะไปอยู่ที่ไหนได้ แล้วจะกินอยู่ยังไง บ้านของลุงเปิดต้อนรับพวกเธอเสมอ ต้ากุ้ยเองก็เช่นกัน แต่คนเราจะอยู่ได้อย่างสบายใจ ก็ต่อเมื่อมีบ้านเป็ของตัวเองไม่ใช่เหรอ”
เล่อเวยพยักหน้า “คุณลุงพูดถูกค่ะ แต่เพราะอย่างนั้น เราถึงรับไว้ไม่ได้!”
“หมายความว่ายังไง”
“ถ้าเรารับไว้ แต่จ่ายคืนไม่ได้ คงรู้สึกผิดไปตลอดที่ต้องติดหนี้ทุกคน ฉันกับแม่คุยกันแล้วว่าจะไม่สร้างบ้านใหม่ วันนี้พวกเราสองคนตั้งใจจะเข้าเมืองไปเจอกับอาฟาง หารือเื่ฝากย่าไว้กับเธอ แล้วค่อยหางานในเมืองทำกัน”
เล่อเวยคิดว่า ด้วยความคิดและประสบการณ์ของตัวเอง ความรู้และความขยันขันแข็งของจี่เฟิ่ง บวกกับนิ้วทองคำของเล่อตง การออกจากหมู่บ้านมีแต่จะนำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น
แต่ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านเฟิงเล่อมานานไม่คิดเช่นนั้น ทันทีที่พวกเขาได้ยินว่าทั้งหมดจะออกไปหางานทำ หลายคนก็ทักท้วงด้วยความหวังดี
“หางานในเมืองไม่ใช่เื่ง่าย พวกเธอคิดน้อยเกินไปหรือเปล่า!”
“นั่นสิ ตอนนี้อาจจะลำบากสักหน่อย แต่พอเล่อตงอายุสิบหก เขาก็จะได้ที่ดินไว้ทำกิน จากนั้นก็สบายแล้ว”
“ถ้าพวกเธอออกจากหมู่บ้านตอนนี้ ก็จะไม่ได้ที่ดินผืนนั้นนะ!”
เล่อเวยไม่สนใจที่ดินพวกนั้น เธอดึงถุงผ้าจากมือจี่เฟิ่งแล้วบังคับคืนให้ลุงเฉียว ก่อนจะพูดเสียงดังว่า “ถึงพวกเราจะรับเงินนี้ไว้ไม่ได้ แต่จะไม่ลืมน้ำใจของทุกคนในหมู่บ้านนี้เลย ฉันสัญญาค่ะ ว่าวันหนึ่งคนอย่างเล่อเวยจะสร้างชื่อให้กับตัวเอง และจะไม่มีวันลืมหมู่บ้านเฟิงเล่อของเราเป็อันขาด!”
บทที่ 22 การกินยา
หลังบอกเจตนารมณ์ของเธอ เล่อเวยก็ปฏิเสธเงินจากชาวบ้านอย่างหนักแน่น ครอบครัวของเธอไม่จำเป็จะต้องสร้างบ้าน จึงไม่้าเงินมากมายนัก
หลังส่งลุงเฉียวและคนอื่นๆ กลับ เล่อเวยกับครอบครัวก็กลับเข้ามาในบ้านของนางกุ้ย
เมื่อคิดทบทวนดูแล้ว เธอก็ตัดสินใจยืมเงินห้าสิบหยวนจากนางกุ้ย
พวกเขาสามคนมีเงินติดกระเป๋าเพียงหยิบมือ คิดจะไปตายเอาดาบหน้า แต่ก็ยัง้าทุนในการสร้างตัวอีกอยู่ดี
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วหลิ่วไถเฉิงก็เป็คนจัดหาเงินนั้นมาให้
จี่เฟิ่งปฏิเสธตามเคย พวกเขาเกี่ยงกันอยู่นาน จนเล่อเวยต้องออกปากให้หยุด
เธอไม่ได้ปฏิเสธหลิ่วไถเฉิงเสียทีเดียว เพราะ้าใช้โอกาสนี้ตอบแทนบุญคุณเื่เมื่อคืนที่เขาช่วยชีวิตเธอเอาไว้
หลิ่วไถเฉิงยืนกรานว่า การช่วยชีวิตคนเป็สิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว ไม่จำเป็จะต้องเก็บมาใส่ใจ แต่เธอไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
เธอจึงตั้งใจยืมเงินจากหลิ่วไถเฉิง เพื่อจ่ายคืนในภายหลังและจะใช้โอกาสนั้น ตอบแทนน้ำใจที่เขาช่วยชีวิตเธอ
เล่อเวยไม่ได้รู้สึกกดดันหรือกลัวที่จะสร้างปัญหาให้คนอื่นเท่าจี่เฟิ่ง เธอเชื่อว่าการกู้ยืมเงินในครั้งนี้ จะช่วยรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ได้
เงินห้าสิบหยวนที่ได้รับมา ขั้นแรกเล่อเวยให้จี่เฟิ่งติดตัวไว้สิบหยวน และให้เล่อตงยี่สิบหยวนเพื่อซื้อตัวยา
เธอจำเป็จะต้องเพิ่มพลังโดยเร็วที่สุด
เพราะก่อนออกจากหมู่บ้านเฟิงเล่อ เธอ้าแก้แค้นเฝิงเจียง
ถ้าเฝิงเจียงเผาบ้านเธอ เธอก็จะเผาบ้านสกุลเฝิงเช่นกัน!
แต่เธอยังพอมีมนุษยธรรมอยู่บ้าง คงไม่เผาเฝิงเจียงทั้งเป็ไปด้วย เพราะไม่อยากสร้างเวรกรรมกับใครอีกในชาตินี้
เพื่อแผนการของเธอ เธอจำเป็จะต้องเสริมพลังอย่างเร่งด่วน
ไม่ว่าอย่างไร เล่อตงก็เป็เพียงเด็กอ้วนน้ำหนักเกือบร้อยกิโล การหวังให้เขาช่วยเคลื่อนย้ายคนคงเป็ไปไม่ได้
จะให้เขากินยาเพิ่มพลังก็ไม่ได้เสียด้วย...มุมปากของเล่อเวยกระตุกเบาๆ
หลังจากได้เงินมาแล้ว จี่เฟิ่งก็ไปที่สถานีอนามัยเพื่อโทรแจ้งกับเล่อฟางฟาง น้องสามีให้มารับตัวนางเล่อ โดยมีเล่อตงติดตามมาด้วย
ถึงยายเฒ่าจะยังไม่ฟื้น แต่ลมหายใจของเธอก็ยังสม่ำเสมอ
เมื่อคืน ไฟลวกเท้าซ้ายนางเล่อ โชคดีที่เล่อเวยช่วยไว้ทันเวลา แผลจึงไม่ร้ายแรงนัก แต่อาจจะทิ้งรอยแผลเป็เอาไว้
อย่างไรก็ตาม การที่หญิงชราไม่ฟื้นทั้งที่เท้าถูกไฟลวก ต่อให้ใช้หัวเข่าคิด เล่อเวยก็รู้ได้ทันทีว่ามันผิดปกติ
ดูเหมือนว่าเล่อตงจะไม่ได้ตีนางเล่อที่หลังคอเพียงอย่างเดียว และเมื่อเธอนึกไปถึง ‘ยาวิเศษ’ ที่เล่อตงเอาออกมาให้เมื่อคืน เล่อเวยก็ฉุกคิดขึ้นมาได้
หากมียาที่รักษาคนได้ ย่อมมียาที่ทำให้คนหมดสติได้
ถ้าเล่อตงคือเฉินหย่งิที่ข้ามมิติมาอย่างที่เธอสงสัย ก็เป็ไปได้ว่าเขาจะเกลียดนางเล่อ
ในหมู่บ้านเฟิงเล่อ นอกจากบ้านลุงเฉียวที่ไม่เคยว่าร้ายยายเฒ่าเพราะเห็นแก่เล่อฟางผิง มีใครบ้างที่ไม่เกลียดหญิงชราคนนี้
เล่อเวยไม่อยากนั่งรอเฉยๆ เลยกลับไปดูซากบ้านเก่าเป็ครั้งแรก และพบว่าไฟได้เผาผลาญทุกอย่างไปจนหมด ไม่สามารถเอาอะไรกลับมาใช้ได้อีก
เธอเลยไปช่วยทำงานที่บ้านน้าสะใภ้กุ้ยแทน เล่อตงกับจี่เฟิ่งกลับมาตอนที่เธอกำลังยุ่งๆ อยู่พอดี
พอแม่เห็นเธอทำงานหนัก ก็รีบเข้ามารับไม้ต่อแล้วบอกให้เธอไปพัก
เล่อตงดึงเธอไปยังบริเวณที่ไม่มีใครอยู่ แล้วหยิบยาสีดำเม็ดใหญ่สองเม็ดออกมาจากกระเป๋า “กินนี่ซะ”
“เท่านี้เองเหรอ”
“ตราบใดที่มีตัวยา ฉันสามารถปรุงยาได้ทุกเมื่อ”
ปรุงยา...เล่อเวยจับใจความจากคำพูดของเล่อตง และเข้าใจได้ในทันทีว่านี่ไม่ใช่ยาธรรมดา แต่เป็ยาที่มาจากการเล่นแร่แปรธาตุ
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ รู้สึกประหม่าเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม นิ้วทองคำมากมายที่เขียนไว้ในนิยายล้วนแล้วแต่เป็เื่ของคนอื่น
แต่คราวนี้เป็ตาของเธอที่ต้องกินยาสองเม็ดนี้จริงๆ
เล่อเวยหลับตา ก่อนจะตัดสินใจกลืนยาทั้งสองเม็ดในคราวเดียว จนแทบจะสำลักออกมา
ยาเพิ่มพลังนั้นไม่เพียงไม่ขม แต่ยังมีกลิ่นหอมจางๆ ตอนแรกท้องของเธอเริ่มอุ่นขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่นานความอุ่นนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็ความร้อนแผดเผาไปทั่วทั้งร่างกายของเธอ
ราวกับอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิง และถูกเผาไหม้ด้วยไฟที่กำลังโหมกระหน่ำอีกครั้ง
“อ่า...อา...” เล่อเวยไม่อาจทนรับความเ็ปรวดร้าวนั้นได้ เข่าของเธออ่อนแรง จนล้มลงกับพื้น
ทรมาน...ทรมานเหลือเกิน!
เล่อเวยกัดฟันแน่น แต่กลั้นไม่อยู่ ก่อนจะกระอักเืออกมาจนท่วมปาก