ตอนที่ 30 – กลับคืนสู่หมู่บ้าน
หลังผ่านการทดสอบภายในค่ายกลภาพสะท้อนใจ หลี่เหวินและคณะเดินทางกลับหมู่บ้านอวิ๋นซานท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของต้นฤดูร้อน ใบไม้สีเขียวเข้มปกคลุมทั่วเส้นทาง และเสียงจั๊กจั่นร้องระงมเป็นฉากหลังให้การเดินทางครั้งนี้ฟังดูสงบสุขอย่างน่าแปลกใจ
แม้หัวใจของหลี่เหวินจะยังสะเทือนจากภาพสะท้อนในค่ายกล แต่เขากลับรู้สึกมั่นคงมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“เจ้าดูเปลี่ยนไปนะเหวินเอ๋อร์” ไป๋หลานพูดขณะมองเขาจากด้านหลังบนหลังม้า
“บางครั้งคนเราต้องผ่านเงามืด จึงจะเห็นแสงจริง ๆ” หลี่เหวินตอบยิ้ม ๆ พลางหยิบพัดผ้าไหมออกมาปัดลมอย่างคุณชายเจ้าสำราญ
...
เมื่อเดินทางถึงหมู่บ้าน เด็ก ๆ ต่างกรูกันเข้ามารายล้อมหลี่เหวิน ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านต่างตะโกนทักทายอย่างอบอุ่น
“ไอ้หนูเหวินกลับมาแล้วโว้ย! ข้ารอดื่มน้ำผึ้งฝีมือแม่เจ้าตั้งนาน”
“แม่ข้าเองยังเอ่ยปากชมเจ้าว่าขยันฝึกพลังไม่แพ้ใครเลย!”
เสียงหัวเราะดังกระจายทั่วลานบ้าน ชีวิตเรียบง่ายที่หมู่บ้านยังคงอยู่ แม้เบื้องหลังจะซ่อนความลับใหญ่โตเพียงใดก็ตาม
หลี่เหวินก้มตัวลงลูบหัวเด็กชายตัวน้อยผู้เคยฝึกหมัดท่าตลกตามเขา
“เจ้าฝึกไปถึงไหนแล้วล่ะ?”
เด็กชายทำท่าออกหมัดหนึ่งทีแล้วหัวเราะ “ยังไม่พ้นหมัดแรกเลยพี่!”
ทุกคนหัวเราะตาม พร้อมกันนั้นไป๋ซือ น้องสาวผู้แสนซนก็วิ่งเข้ามากอดพี่ชายด้วยท่าทางดีใจสุดขีด
“ข้าคิดถึงพี่ที่สุดเลย! วันนี้ในไร่มีฟักทองออกลูกคู่ด้วยนะ ข้าเก็บไว้ให้พี่ด้วย!”
“ลูกฟักทองคู่? แบบนั้นต้องทำแกงแล้ว!” แม่ของหลี่เหวินเดินออกมาจากบ้านพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น และกลิ่นน้ำซุปที่หอมโชยตามลม
...
ค่ำคืนนั้น ที่บ้านตระกูลหลี่เต็มไปด้วยแสงโคมอบอุ่น อาหารร้อนวางเรียงเต็มโต๊ะ พ่อของหลี่เหวินนั่งคุยเรื่องสัตว์ป่ากับไป๋หลาน ส่วนแม่กับไป๋ซือเตรียมน้ำมันงาหมักสมุนไพรให้เขาไว้ใช้บำรุงพลังภายใน
“ถึงเจ้าอยากเป็นคุณชายเจ้าสำราญ ก็ต้องกินยาขมเป็นบางครั้งบ้างล่ะนะ” แม่เขาพูดยิ้ม ๆ พลางยื่นชาสมุนไพรให้
เขายิ้มแหย ๆ รับไปด้วยท่าทีเรียบร้อย แต่แล้วก็หันมากระซิบกับน้องสาวว่า “เจ้าช่วยหาน้ำตาลเคี่ยวแอบใส่ทีสิ...”
ไป๋ซือกลั้นหัวเราะก่อนจะพยักหน้าอย่างรู้กัน
ชีวิตในหมู่บ้านดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง ทว่าในยามค่ำคืนนั้น เมื่อทุกคนหลับใหล เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นหน้าบ้าน
หลี่เหวินเปิดประตูพบชายชราคนหนึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น เขายื่นซองจดหมายลับให้พลางกล่าวว่า:
“จากนี้... เจ้าคงไม่มีเวลาว่างจิบชากับพระจันทร์อีกนาน”
ภายในซองจดหมาย มีตราประทับของ ‘สำนักเมฆาดำ’ — สำนักที่เคยล่มสลายไปตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน ทว่ากลับทิ้งเงามืดบางอย่างไว้ในแคว้นต้าหลิง
...
หลี่เหวินปิดประตูเงียบ ๆ หันกลับเข้าบ้าน ถอนหายใจ ก่อนจะหยิบพัดขึ้นมาโบกเบา ๆ
“เฮ้อ... ข้ายังไม่ทันได้นอนเต็มอิ่มเลยแท้ ๆ”
แต่ดวงตาเขา กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวเจิดจ้าท่ามกลางแสงจันทร์