Chapter 4
12:30 น.
ตื๊ด~~~ ตื๊ด~~~
เสียงสั่นของวัตถุบางอย่างทำให้ผมต้องควานหาต้นตอของเสียงทั้งที่ตายังปิดอยู่ ก่อนจะพบว่าเป็เสียงมือถือของตัวเองก็กดปิดแล้วนอนต่อทันที
แต่ดูเหมือนว่าการนอนของผมจะจบลงเพียงเท่านี้เมื่อเสียงของมือถือดังขึ้นอีก
ตื๊ด~~~
“ฮัลโหล” ผมกรอกเสียงง่วงๆ ลงไปในปรายสาย
“ไอ้ลม!” ผมรีบเอามือถือออกห่างจากหูทันที
หูจะแตกอยู่แล้วเว้ย ใครวะ
แต่เมื่อลืมตามองเบอร์คนที่โทรมาแล้วอยากจะด่ามันสักที
“มีอะไร โทรมาทำไมแต่เช้า” คนจะหลับจะนอนยิ่งวันนี้ไม่มีเรียนอยู่ด้วย
“เช้าเชี้ยไร มึงแหกตาดูนาฬิกาดิ้”
12:35 น. เออ เที่ยงก็ได้วะ
“แล้วมีอะไร ปกติไม่เห็นโทรมา” ผมนี่กอดผ้าห่มพร้อมจะหลับต่อละ
“มึงแหกขี้ตามาดูเพื่อนมึงเดี๋ยวนี้เลยนะ” ทำไมน้ำเสียงไอ้จินดูจริงจังผิดปกติจังวะ
ไอ้จิน คือเพื่อนสนิทสมัยอนุบาลเลยก็ว่าได้เดินตามกันต้อยๆ ั้แ่เด็กจนพอสอบเข้ามหาลัยก็คิดได้ว่า ผมโคตรเบื่อหน้ามันเลยแยกกันเรียนคนละคณะเลยดีกว่า ล้อเล่นน่ะครับจริงๆ ผมกับมันอยากเรียนคนละคณะอยู่แล้ว
“ใครวะ” นอกจากมันผมก็ไม่สนิทกับใครแล้วนะยกเว้นไอ้ไม้
“ไอ้ไม้ไง อย่าพูดเหมือนมึงมี่เพื่อนเยอะได้ปะ” อ้าวไอ้นี่
“แล้วมันไปทำอะไรล่ะ”
“ก็มันมาหาเื่คนในคณะกูเนี่ย จะต่อยกันปากแตกอยู่แล้ว”
“อะไรของมึง ก็ไอ้ไม้มันยังนอนอยู่...มันไปไหนวะ
ผมมองเตียงไอ้ไม้ก็พบแต่ความว่างเปล่า บอกผมทีว่ามันคือคนที่เมาหัวทิ่มเมื่อคืนมันจะออกไปหาเื่ชาวบ้านได้ยังไง
“ก็มันอยู่คณะกูไง มึงรีบมาห้ามมันเลยนะก่อนที่มันจะโดนรุมกระทืบตายซะก่อน”
จากง่วงๆ ผมถึงกับตาสว่างเลยครับตอนนี้ ผุดลุกขึ้นไปห้องน้ำอย่างไว
อย่าคิดว่าผมจะอาบน้ำแต่งตัวนะครับ แค่แปรงฟันก็พอแล้วตอนนี้
พออกมาจากห้องน้ำผมรีบคว้าชุดนักศึกษามาใส่ลวกๆ ก่อนจะหยิบกระเป๋ากับตังค์กับมือถือออกจากห้องทันที
ตอนนี้ผมโคตรงงเลยว่า ไอ้ไม้มันไปหาเื่เขาทำไม อีกอย่างสภาพแบบนั้นมันจะสู้ใครเขาได้วะ
ผมใช้เวลาไม่นานก็พาตัวเองมาถึงหน้าตึกคณะวิศวะ คงไม่ต้องบอกนะครับว่าตอนนี้สภาพของผมเป็แบบไหน…
“มันอยู่ไหน” หยิบมือถือขึ้นมาโทรออกหาไอ้จินทันที
“มึงเดินมาหลังตึกเลย เร็วๆ ” ได้ยินดังนั้นผมก็รีบเดินไปทันที
พอผมเดินมาถึงก็ต้องโล่งใจเพราะคนไม่เยอะ มีแค่ฝ่ายตรงข้าม4คน ไอ้จินกับกลุ่มเพื่อนของมัน ดีที่ไม่ทำอะไรโจ่งแจ้งไม่งั้นมึงดังกว่าเดิมแน่ไอ้ไม้
“มันไม่ฟังใครเลยว่ะ พวกกูพยายามห้ามแล้วนะกลัวมันโดนเขากระทืบ” ไอ้จินเดินตรงมาหาผมด้วยสีหน้ากังวล
“กูบอกว่าไม่รู้จักไง ฟังภาษาคนไม่รู้เื่หรอวะ”
“มึงจะบอกว่าคนของกูโกหกงั้นหรอ”
“กูจะไปรู้กับคนของมึงหรอ”
ผมเดินไปใกล้ๆ เพื่อดูสถานการณ์ยังดีที่ยังไม่วางมวยกัน ไม่งั้นคงได้เก็บศพจริงๆ แน่ ดูแต่ละคนไม่น่าจะธรรมดากัน ถึงจะมีคนหนึ่งที่ดูจะตัวเองที่สุดในกลุ่ม แต่ยังมี…นั่นมัน
ไอ้เด็กวิศวะที่ชื่ออิฐนี่หว่า
มึงมีเื่กับคนที่แบกมึงขึ้นห้องเมื่อคืนเนี่ยนะไอ้ไม้
สุดๆ ไปเลยพวก
อิฐทำหน้าตาไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด เหมือนกับว่าไอ้ไม้พูดอีกสักประโยคก็พร้อมจะบวกทันที
แล้วจะห้ามยังไงวะ แม่งจะต่อยกันอยู่แล้ว
“มึงจะไม่ยอมรับใช่ไหมไอ้ลูกหมา!”
“มึงว่าไงนะ!”
ยังไม่ทันที่ผมจะได้คิดอะไรพวกมันก็จะพุ้งใส่กันทันที ในหัวไม่ได้คิดอะไรเลยนอกจากวิ่งเข้าร่วมวงด้วย
โดยไม่ทันระวังผมกับไอ้ไม้ก็ล้มลงไม่เป็ท่า
ผมตั้งใจทำมันล้มต่างหากดีกว่ากินหมัดเป็ไหนๆ
“เหี้ยไรวะ!!”
" มึงเลิกบ้าแล้วตามกูมาเลย! " ผมลุกขึ้นทันทีก่อนจะคว้าแขนมันให้ลุกตาม
“ไอ้ลม ปล่อยกูจะไปเคลียร์กับมัน!”
ผมกระชากแขนมันอย่างแรงทำให้มันไม่มีแรงขัดขืนสักเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งคงเป็เพราะสภาพร่างกายตอนนี้
“ไอ้ลมปล่อยกู กูจะไปต่อยปากมัน!”
พอลากมันเดินตามมาได้สมควรผมก็ปล่อยมัน
“เลิกบ้าสักทีเถอะน่า” ผมผลักอกมันแรงๆ เพราะมันยังดึงดันที่จะกลับเข้าไป
ถ้ามันต่อยเขาคิดว่าเพื่อนเขาจะอยู่เฉยๆ รึไง โชคดีอาจจะแค่ยืนดูแต่ถ้าเขารุมขึ้นมามันเจ็บหนักแน่
“มันแย่งแฟนกูนะไอ้ลม”
“มึงตั้งสติก่อนไอ้ไม้ มึงทำแล้วมันได้อะไรนี่มันมหาลัยนะเว้ยมีเื่กันในนี้มีแต่เสียกับเสีย อีกอย่างมึงมาคนเดียวด้วยสภาพแบบนี้ มึงไม่โดนเขารุมกระทืบก็บุญแล้ว”
ดูท่าว่าตอนนี้ไม่พร้อมจะฟังอะไรทั้งนั้น เวลามันโกรธมันมักจะเป็แบบนี้ตลอดและยิ่งเป็เื่นี้มังคงไม่ยอมลงง่ายๆ
มันรักเขามากผมรู้ดี
“แล้วมึงจะให้กูทำยังไงมองดูพวกแม่งรักกันหรอ เหอะ กูทำไม่ได้หรอกนะ”
“กลับห้องกับกูแล้วไปตั้งสติเดี๋ยวนี้”
“กูไม่กลับ”
“ไอ้ไม้”
ขณะที่ผมกำลังจะคว้าแขนเพื่อจะพามันกลับไปกับผม มันก็พูดประโยคที่ทำให้ผมต้องชะงัก
“มึงไม่เคยรักใคร จะไปเข้าใจได้ไงวะ” ไอ้ไม้สะบัดแขนจากผมไม่ได้แรงนักแล้วเดินไปอีกทาง
ผมไม่ได้เดินตามเพราะอย่างน้อยทางที่มันเดินก็ไม่ใช่ทางที่ผมเพิ่งลากมันออกมา
และผมไม่ได้โกรธ แค่ไม่คิดว่ามันจะพูดแบบนี้
หลังจากที่ไอ้จินมาตามมาถามเื่ไอ้ไม้กับผมมันก็จะขึ้นไปเรียนคาบบ่าย ผมจึงหลบมานั่งตรงที่นั่งหน้าคณะอย่างเซ็งๆ ทั้งนึกเป็ห่วงไอ้ไม้ไม่รู้ว่ามันจะไปที่ไหนอีก
ผมเข้าใจความรู้สึกไอ้ไม้ดี แต่มันจะดีขึ้นแค่ยังไม่ใช่วันนี้
แต่สภาพของผมตอนนี้นี่สิ ชายเสื้อออกนอกกางเกง แขนเสื้อถูกพับถึงข้อศอก ผมที่ไม่เป็ทรง
มันจะดูแบดหรือจะดูหมดสภาพมากกว่ากันวะเนี่ย
ก่อนจะรู้สึกว่าสภาพตัวเองดูไม่ได้ไปมากกว่านี้ท้องไส้ก็เริ่มร้องประท้วง ดีที่ยังหยิบกระเป๋าตังมาด้วย
“มานั่งทำอะไรตรงนี้” ผมเงยหน้ามองตามเสียงที่ดังอยู่เหนือหัว
อิฐ
“อะนี่ จะได้ใจเย็นๆ ” แก้วชาเย็นถูกยื่นมาตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มที่มักจะส่งมาทุกครั้งเวลาเจอกัน
แต่ผมว่าคนที่ควรจะใจเย็นควรเป็มันมากกว่าผมนะ
“อะไร”
“ชาเย็นไงไม่เคยกินหรอ เชยนะเนี่ย”
ไอ้เคยน่ะมันเคยเว้ย แต่เอามาให้ทำไม
“เอาไปเถอะ อุตส่าห์ซื้อมาให้เลยนะ” ใครขอวะ
มันยัดแก้วชาเย็นใส่มือผมอย่างเอาแต่ใจ จะไม่รับก็ยังไงอยู่แต่จะกินไหมก็อีกเื่
“เื่เพื่อนมึงน่ะ” หลังที่มันกับผมต่างเงียบกันได้สักพัก มันก็พูดขึ้น
ผมหันไปมองว่ามันจะพูดอะไรต่อ
“กูไม่รู้เื่เลยนะ อยู่ๆ เพื่อนมึงก็มาหาว่ากูไปแย่งแฟนมัน”
ขนาดผมยังไม่รู้เื่เลยว่ามันฟื้นมาหาเื่คนอื่นได้ยังไง
เมื่อวานก็ไม่ได้มีท่าทีอะไร แล้วมันไม่รู้เื่อะไรมาตอนไหน
“ไม่รู้ว่าจะเชื่อไหม แค่อยากบอกไว้”
“อืม” ผมดูดชาเย็นในมืออย่างเซ็งๆ
“อร่อยปะ” แววตามันเป็ประกายทันทีที่ผมยอมกิน จะอะไรวะของฟรีใครๆ ก็ชอบอยู่แล้วปะ
“ก็ไม่ได้แย่”
“วันหลังก็มากินได้ ร้านอยู่ตรงข้ามคณะ…”
“วันหลังคงไม่มาแล้วล่ะ”
มันมองผมแล้วทำหน้าหงอยๆ ไม่เข้ากับตัวโตๆ ของมันเลยสักนิดเหมือนกับไอ้ไม้ไม่มีผิด
“กินข้าวยัง ไปกินข้าวกันไหม”
“หะ!” มันเบิกตากว้างทันที ก่อนจะกระพริบตาปริบๆ เห็นแล้วโคตรขำ
“ไม่ไปก็ไม่เป็ไร”
กว่าจะรอให้อึ้งเสร็จกระเพาะผมคงรอไม่ไหวแล้ว เลยเดินออกมาโดนที่มีอีกคนกึ่งวิ่งกึ่งะโตามหลังมา
“รอด้วยดิ!”
............................................
22:00 น.
ไอ้ไม้ยังไม่กลับห้อง โทรไปก็ไม่รับผมเลยเลิกพยายามไปั้แ่่เย็นถ้ามันโอเคคงจะกลับมาเองล่ะมั้ง
แต่ใจหนึ่งก็เป็ห่วงมันกลัวไปทำอะไรบ้าๆ เหมือนตอนบ่ายอีก
กึก!
ประตูถูกเปิดออกโดยคนที่ผมกำลังนึกถึง สภาพโดยรวมโอเคแสดงว่ามันไม่ได้ไปวอนตีนใครเขาอีก
“ลม” เสียงที่เรียกผมมันเบาหวิวเหมือนคนกำลังจะหมดแรงก่อนจะโผเข้ามากอดผม
“เขาทิ้งกูไปแล้วว่ะ เขาทิ้งกูไปแล้ว ฮึก”
ไอ้ไม้มันร้องไห้ออกมาแล้วกอดผมแน่น ผมจึงยกมือลูบหลังมันเบาๆ
“ไม่เป็ไรนะเว้ย มึงยังมีกูไง”
“เขาโกหกกูว่าคบกับไอ้วิศวะนั่น”
“จริงๆ แล้วเขาบอกว่าไม่ได้รักกูมาสักพักแล้ว เลยหาวิธีที่จะทำให้กูเลิกยุ่งกับเขา”
มันผละออกจากผมก่อนจะอธิบายทุกอย่างให้ผมฟังทั้งสะอื้นไปด้วย
สรุปแล้วมันเข้าใจผิดจนไปหาเื่เขา ส่วนแฟนมันก็มีคนใหม่โดยที่ไม่ยอมบอกว่าเป็ใครเพราะกลัวไอ้ไม้จะไปหาเื่ ตอนแรกไอ้ไม้มันก็ไม่ยอมเลิกแต่ทางนั้นก็ยังยืนยันว่าจะเลิกท่าเดียวมันจึงตัดสินใจเดินออกมา
“ไอ้ไม้ มึงเป็ถึงเดือนคณะนะเว้ยอย่ามาทำตัวเหมือนไม่มีใครเอาแบบนี้สิวะ”
“ก็เขาไม่เอากูจริงๆ ” นั่น ดราม่าไปอีก
“เออน่า”
“เห้อออ” มันนอนแผ่ไปกับเตียงอย่างหมดอาลัยตายอยาก แรกๆ ก็จะตายแบบนี้พอนานไปเดี๋ยวก็คิดได้เอง
“ลม”
“ว่า”
“ขอโทษนะ” มันว่าเสียงอ่อย
“เื่อะไร” ผมหันไปมองหน้ามัน
เมื่อตอนบ่ายยังจะต่อยกับเขาอยู่เลยตอนนี้มาทำเสียงเล็กเสียงน้อยซะงั้น
“ที่กูพูดไปแบบนั้น กูขอโทษ”
จริงๆ ผมไม่ได้โกรธมันเลยนะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ อีกทั้งมันก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร
แต่ผมว่ามันพูดผิดไปหน่อยนะ ใครจะไม่เคยมีความรักวะ
“สำนึกได้ก็ดี” แกล้งมันซักหน่อยครับข้อหาน่าหมั่นไส้
“มึงโกรธหรอที่รักกก” หลอนหูเลยทีนี้
“เปล่า แต่มึงพูดผิดไปหน่อยนะ”
“พูดผิด พูดผิดอะไรวะ” มันทำหน้างงๆ
“ที่บอกว่ากูไม่เคยรักใคร”
“หะ มึงมีความรักหรอ!” จะใอะไรเบอร์นั้น
พอพูดความจริงก็ไม่เชื่อ
“ไปอาบน้ำไป แม่งเหม็นว่ะ”
“ตอบกูก่อนมึงมีความรักหรอ”
“เชี้ยไม้ ไปอาบน้ำอย่ามาใกล้กู!” ผมแทบจะถีบมันทันทีเมื่อมันทำท่าจะะโเข้ามาหาผม
“ไปก็ได้แต่กลับมามึงต้องตอบกูนะ”
“เออๆ ”
เื่อะไรจะตอบวะ
ไลน์~
คงไม่ต้องดูก็รู้ว่าใครไลน์มามีคนเดียวที่ยังวนเวียนอยู่กับผมตอนนี้
A_d: นอนยัง
LM: ยัง มีอะไร
A_d: เปล่า...
พอเห็นว่าอีกคนไม่ได้มีธุระอะไรผมจึงทำเพียงแค่อ่านแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
สักพักก็มีข้อความเข้ามาอีก
A_d: ฝันดีนะ
LM: อืม ฝันดี
*** ฝากตอนนี้บอกฝันดีนักอ่านทุกคนนะคะ❤️