๒๒
เรือนอาถรรพ์
ข้าพเ้าต้องขออภัยอย่างยิ่งที่ทิ้ง่ในการเขียน“ฝันสตอรี่” นี้นานมาก หลังจากข้าพเ้าเขียนมันไว้ครั้งล่าสุดในเื่“นอนเฝ้าทรัพย์” ข้าพเ้าก็ไม่มีฝันใดๆอันสลักสำคัญพอจักลิขิตเป็ลายลักษณ์อักษรเลยกระทั่งราตรีวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๗ ซึ่งข้าพเ้าได้ฝันถึงเื่ราวเกี่ยวกับบ้านหลังหนึ่ง
หากท่านเคยอ่านนิยายหรือชมภาพยนตร์มาบ้าง ท่านคงรู้สึกเสียอารมณ์ไม่น้อยเลยเทียวเกลือกว่าภาพยนตร์หรือนิยายที่ท่านกำลังทัศนาอยู่นั้นเกิดมีอ้ายอีคนไหนมาเปิดเผยเื่ราวสำคัญเสียดื้อๆ พาลให้ท่านไม่มีอารมณ์จักทัศนาภาพยนตร์หรือนิยายเื่นั้นต่อ
ที่ข้าพเ้ากล่าวเช่นนั้นเพราะข้าพเ้าจักเปิดเผยเื่ราวสำคัญของฝันเื่นี้ว่าอันข้าพเ้าเองได้พบกับมรณกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็มิใช่ว่าหลังจากข้าพเ้าในความฝันถึงแก่กรรมไปแล้วนั้นเื่ราวในความฝันจักจบลง ยังมีเื่ราวอันชวนปวดเศียรเวียนเกล้าธำรงต่อไป
มีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่ชื่อว่า“ไสนุ่น” ในตำบล ควนชุม อำเภอร่อนพิบูลย์จังหวัดนครศรีธรรมราช บ้านหลังนี้สร้างขึ้นั้แ่ปลายสมัยรัชกาลที่ ๕มีลักษณะเป็เรือนขนมปังขิง หลังคาเป็สามเหลี่ยมหน้าจั่ว ตัวคฤหาสน์แห่งนี้มีสองชั้นชั้นล่างจะเป็ปูนเปลือยที่ไม่ได้แต้มสีใดๆ ส่วนชั้นบนจักเป็ไม้ทั้งหมด
ไม้ดังกล่าวนั้นเป็ไม้สัก ถูกทาด้วยสีน้ำมันสีน้ำตาลแดงอนึ่งเคหาสน์แห่งนี้มีหลังคาสีเขียว หน้าต่างของอาคารนั้นเป็ลักษณะบานเกล็ดไม้ทาสีน้ำมันสีน้ำตาลแดงส่วนบันไดที่เชื่อมระหว่างชั้น ๑ และชั้น ๒ ไม่ว่าจะเป็ขั้นบันไดหรือราวบันไดนั้นก็ทำด้วยไม้สักทั้งหมด โดยที่บันไดนั้นทาสีน้ำมันสีน้ำตาลดำคล้ายกับเครื่องดื่ม CoCaCola
พื้นบ้านชั้น๑ ถูกปูด้วยคอนกรีตหนึ่งชั้นแล้วทับด้วยไม้ปาร์เกต์อีกชั้น ในขณะที่ชั้นสองซึ่งข้าพเ้ากล่าวไปแล้วว่าทำด้วยไม้ทั้งหมดแน่นอนว่าพื้นบ้านนั้นย่อมเป็พื้นไม้ปาร์เกต์ที่ทาสีน้ำมันสีตาลแดง
เรือนโบราณแห่งนี้ไม่มีห้องน้ำภายในหากจักเข้าห้องน้ำนั้นคงต้องไปเข้าที่สวนข้างบ้านโดยขุดหลุมฝังกลบ และหากจักอาบน้ำก็ต้องเดินไปตักน้ำจากบ่อน้ำข้างบ้านส่วนน้ำที่ใช้บริโภคนั้น ก็ดื่มจากโอ่งขนาดั์ซึ่งรองน้ำฝนไว้ดื่มกิน
บ้านหลังนี้เป็บ้านของหญิงผู้มีอันจะกินคนหนึ่งชื่อว่านางเหี้ยม สตรีผู้นี้สร้างบ้านขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของตนจากการที่เป็เศรษฐีบ่อกุ้งในนครศรีธรรมราช โดยสร้างขึ้นราวพุทธศักราช ๒๔๕๐
นางเหี้ยมเป็สตรีผิวคล้ำ ใบหน้าเหลี่ยมคางหมูหน้าผากโค้ง คิ้วทรงสูง ตาสองชั้นแต่เล็กแลลอยขนตาสั้น มีหูใบเล็กและติ่งหูบาง จมูกเรียวเล็กแลสันจมูกบาง ร่องจมูกแคบริมฝีปากบาง ปากมีลักษณะเป็ปากนก ไว้ผมหยักศกยาวประคอคล้ายผมทรงนักเรียนหญิง สีผมของนางเหี้ยมนั้นเป็ดอกเลาด้วยอายุอานามที่มากพอสมควรแล้วนางเหี้ยมเป็สตรีที่ค่อนข้างเตี้ย มีส่วนสูงเพียง ๑๔๘ เิเ น้ำหนักเพียง ๓๐กิโลกรัมเท่านั้น
ภายหลังจากการสร้างเรือนหลังนี้วันหนึ่งขณะที่แกกำลังเดินอยู่หน้าบ้าน บังเอิญว่ามีเกวียนเทียมควายซึ่งมีควายตัวหนึ่งดุร้ายบ้าคลั่งมันวิ่งมาอย่างเร็วจี๋พร้อมเกวียนเปล่าที่ปราศจากเ้าของ ควายบ้าตัวนั้นวิ่งลากเกวียนมาจนกระทั่งถึงบ้านของนางเหี้ยม มันวิ่งมาหานางเหี้ยมในทันที ทำให้แกล้มลง แลทั้งควายทั้งเกวียนนั้นก็ทับร่างนางเหี้ยมจนแหลกทำให้เ้าของบ้านเสียชีวิตคาที่ หากแต่ิญญานั้นยังคงวนเวียนอยู่รอบบ้านไม่ไปผุดไปเกิดสักที จากรุ่นสู่รุ่น สืบต่อกันมา
…
หลังมรณกรรมของนางเหี้ยม ปรากฏว่านางมี้ สตรีผู้มีศักดิ์เป็ญาติกับนางเหี้ยมนั้นได้เข้ามาบ้านหลังนี้ต่อ ทว่าแกได้สี่ปีเท่านั้นวาระการเป็เ้าของก็ต้องเปลี่ยนมือ
นางมี้เป็หญิงสาววัยสามสิบ ใบหน้าวงรีรูปไข่หน้าผากกว้างดั่งภูผายอดดอย ผิวขาวผุดผ่องเฉกเช่นปุยนุ่น เส้นผมหนาและหยักศกไว้ผมสีดำเทียมกลางหลัง คิ้วบางแต่โก่งสูง หางคิ้วชี้ขึ้น แกเป็คนเบ้าตาลึกตานั้นกลมโต ขนตายาว ใบหูยาน ติ่งหูสั้นจนเหมือนเป็คนไม่มีติ่งหู จมูกค่อนข้างโตปีกจมูกกว้างแต่ดั้งจมูกหัก ร่องจมูกตื้น ริมฝีปากหนาทั้งบนและล่างปากเหมือนดังเสี้ยวดวงแข คางแหลม มีส่วนสูง ๑๕๗ เิเ น้ำหนัก ๔๔กิโลกรัม
วันหนึ่งขณะที่แกกำลังเดินอยู่ในบ้านเพื่อไปทำกับข้าวในห้องครัวิญญาของนางเหี้ยมเ้าของเรือนก็เกิดเฮี้ยนขึ้นมาเลยบันดาลให้นางมี้นั้นเป็ลมหมดสติ ล้มลงจนศีรษะฟาดพื้นไม้ปาร์เกต์ในบ้านหลังนั้นแล้วสิ้นใจในทันที จากนั้นนางเหี้ยมจึงเข้าสิงร่างนางมี้ และอยู่ในร่างของนางมี้สืบต่อมาจนร่างนั้นสิ้นอายุขัยในราวพุทธศักราช ๒๕๐๐
…
ผู้ที่มาสืบทอดเรือนไม้หลังเก่านี้แทนนางมี้คือนางดวงดาว ลูกสาวของนางมี้ โดยนับว่าแกนั้นได้บ้านหลังนี้ได้ยาวนานนับ๓๐ ปี เผอิญว่าด้วยความเฮี้ยนของทั้งิญญานางเหี้ยม รวมถึงิญญานางมี้ผู้เป็มารดาซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็ิญญาร้ายปราศจากคุณความดีด้วยเพราะิญญานางเหี้ยมครอบงำ ได้บันดาลให้นางดวงดาวถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา
นางดวงดาวเป็สตรีที่มีใบหน้ากลมหน้าผากสูงดั่งยอดดอย ผมบางหยักศกสีดำผมของนางดวงดาวถูกตัดสั้นคล้ายทรงผมของบุรุษเพศ คิ้วบางหางคิ้วชี้ขึ้น ตาสองชั้น ตาเล็กหางตาเชิดขึ้นขนตางอนแต่หุบ หูเหลี่ยม ใบหูยาน ติ่งหูบาง สันจมูกเป็คม ดั้งไม่หักจมูกเหมือนลูกชมพู่ขนาดพอดีไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไปแต่จัดว่าแกเป็คนที่มีปีกจมูกกว้าง ร่องจมูกยาวริมฝีปากแดงระเรื่อโดยที่ริมฝีปากบนจักบางกว่าริมฝีปากล่างแกเป็คนที่มีริมฝีปากล่างห้อยเล็กน้อยแต่ไม่ถึงขั้นอัปลักษณ์ คางมน เป็คนร่างค่อนข้างสูงแลผอมแกสูง ๑๖๕ เิเ น้ำหนัก ๔๘ กิโลกรัม มีผิวสีน้ำผึ้ง
มรณกรรมของนางดวงดาวเกิดขึ้นเมื่อแกเดินไปตัดกล้วยน้ำว้าที่ข้างเรือนหลังนั้นเผอิญว่าอิทธิฤทธิ์ของิญญามารดาบันดาลให้มีแมงมุมแม่หม้ายดำตัวใหญ่ซึ่งคลานมาจากในซอกกล้วยเครือนั้นแมงมุมร้ายได้กัดเข้าที่คอของนางดวงดาวเข้าอย่างจัง แล้วไม่นานนางดวงดาวก็ถึงแก่กรรมปิดฉาก ๓๐ ปีในการบ้านหลังนั้น
อย่างไรก็ตาม ใน่ที่ป้าดวงดาวได้เข้ามาอาศัยในบ้านหลังนี้แกได้สร้างห้องส้วมคอห่านขึ้นเพื่อความสะดวกสบายในการทำธุระหนักเบา โดยเป็อาคารเล็กๆหลังบ้านลักษณะของอาคารนั้นก่ออิฐบล็อกสี่ด้านไม่ฉาบปูนและทาสี ทั้งยังใช้หลังคากระเบื้องสีขาวคลุมไว้กันฝนนำคอนกรีตมาละเลงเป็พื้นห้องน้ำ ไม่มีการปูกระเบื้องแต่อย่างใด พร้อมกันนั้นยังติดตั้งส้วมคอห่านสีน้ำเงินและก่ออิฐฉาบปูนเป็บ่อน้ำเล็กๆสี่เหลี่ยมเพื่อใช้ขันตักน้ำราดกอปรกับในพุทธศักราช ๒๕๒๓ ไฟฟ้าเริ่มเข้ามาในหมู่บ้านไสนุ่นป้าดวงดาวจึงซื้อเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำจากในบ่อไหลเข้ามาที่ห้องน้ำได้โดยตรงและไม่เสียเพลาหรือกำลังเพื่อไปตักน้ำในบ่อน้ำอีกแล้ว อนึ่งน้ำประปานั้นกว่าจักมาถึงหมู่บ้านไสนุ่นก็เกือบ๔๐ ปีให้หลัง ฉันนั้นั้แ่ยุคป้าดวงดาวเป็ต้นไปนั้น แม้มีไฟฟ้าใช้แล้วก็จริงแต่ยังคงใช้น้ำบ่อบาดาลอยู่เรื่อยมา
...
ราวพุทธศักราช ๒๕๓๐ข้าพเ้าในความฝันก็ได้มาบ้านหลังนี้ต่อจากนางดวงดาวโดยข้าพเ้ามีศักดิ์เป็หลานของป้าดวงดาว ได้เข้าบ้านหลังนี้เพียง ๑๒ปีเท่านั้น มรณกรรมก็มาเยือนข้าพเ้าในทันที ด้วยฤทธิ์เดชของิญญาสามตนทั้งิญญาของนางเหี้ยม นางมี้แลิญญาของป้าดวงดาวซึ่งกลายเป็ิญญาร้ายไปหลังมรณกรรม
ข้าพเ้าในความฝันก็ดูไม่แตกต่างจากความจริงสักเท่าไหร่นักเป็ชายผิวขาวรูปร่างสูงแต่อ้วน สูง ๑๘๐ เิเ น้ำหนัก ๑๑๐ กิโลกรัมใบหน้ารูปไข่ เส้นผมบาง ผมดำหยักศกถูกปล่อยไว้ให้ยาวประบ่า หน้าผากโค้ง คิ้วค่อนข้างหนาลักษณะของปลายคิ้วจักหนากว่าส่วนหัวของคิ้ว ตาสองชั้น ดวงตาเล็กตาซ้ายกับขวาไม่เท่ากัน ตาปรือ ขนตาบาง ดั้งจมูกหัก จมูกเหมือนชมพู่ลูกเล็กๆเหยียดตรงร่องจมูกกว้างและยาว ใบหูค่อนข้างยาน ติ่งหูย้อยดูคล้ายหูของพระพุทธรูป ริมฝีปากหนาทั้งบนแลล่างปากเป็กระจับ ฟันเหยิน คางมน
วันหนึ่งขณะที่ข้าพเ้าอยู่ในบ้าน เผอิญว่าหลอดไฟในบ้านเสียหลอดนั้นมันเป็หลอดไส้ข้าพเ้าตัดสินใจจักเปลี่ยนหลอดไฟทั้งชุด จากหลอดไส้เก่าๆโบราณ ให้เป็หลอดนีออนโดยที่ข้าพเ้าสับสะพานไฟเรียบร้อยแล้วแต่ในขณะที่ข้าพเ้ากำลังติดตั้งรางไฟสำหรับใส่หลอดนีออนอยู่นั้น ิญญาร้ายนามว่าดวงดาวก็บันดาลให้สะพานไฟซึ่งถูกสับลงเพื่อตัดกระแสไฟฟ้าก็เลื่อนขึ้นมาจนกระแสไฟฟ้าเดินได้สะดวก ยังผลให้ข้าพเ้าถูกไฟช็อตจนเสียชีวิตคาที่
ข้าพเ้ารู้สึกเหมือนตนได้ผล็อยหลับไป แล้วเมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าข้าพเ้าเห็นร่างอันไร้ิญญาของตนนอนแนบกับพื้นกลับกลายเป็ว่าข้าพเ้าบ้านนี้ได้ถึงพุทธศักราช ๒๕๔๒ เท่านั้น
…
นายวงศ์ ญาติห่างๆของข้าพเ้าได้กลายเป็ผู้สืบทอดเรือนอาถรรพ์แห่งนี้
นายวงศ์เป็ชายผิวขาวร่างผอมบาง สูง ๑๗๐ เิเ น้ำหนัก ๕๐ กิโลกรัม มีใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมคางหมูเส้นผมบางสีดอกเลา ผมนั้นตัดสั้น หน้าผากแคบมีริ้วรอยยับย่นเนื่องจากอายุอานามพอสมควรคิ้วั เบ้าตาลึก ตาเรียว ตาชั้นเดียว แววตาดุ ขนตาสั้น หูเหลี่ยม ใบหูยาน ติ่งหูหนา สันจมูกโด่งดั้งแหมบ ร่องจมูกยาว ริมฝีปากบาง ปากเหมือนเสี้ยวพระจันทร์ มีหนวดจุ๋มจิ๋มสีดอกเลาเล็กน้อยคางเหลี่ยม ใบหน้ามีกระเล็กน้อย
ข้าพเ้าในความฝันซึ่งกลายเป็ิญญาร้ายได้บันดาลให้นายวงศ์เจ็บป่วยออดๆแอดๆ เข้าโรงพยาบาลบ่อยครั้งโรคที่นายวงศ์เป็ก็มักเป็โรคที่คนแก่ทั่วไปต้องเจอะเจอ ทั้งความดันโลหิตสูงโรคหัวใจ เส้นเืในสมองตีบ ข้อเข่าเสื่อม รองช้ำอาจกล่าวว่าข้าพเ้าเป็ิญญาที่จิตใจดีกว่าิญญาเ้าของบ้านคนก่อนๆก็ว่าได้ตรงที่ข้าพเ้าไม่ทำให้ใครถึงตาย ยังผลให้นายวงศ์จึงสืบทอดเรือนแห่งนี้ ๒๐ ปี จวบจนถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา
อย่างไรก็ตามใน่ที่นายวงศ์มาอาศัยในบ้านหลังนี้นั้น ได้เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆในบ้าน เป็ต้นว่าได้มีการรื้อพื้นที่บางส่วนของบ้านออกทั้งชั้น๑ แลชั้น ๒ ในพื้นที่ชั้นล่างดังที่กล่าวว่ามันเป็พื้นคอนกรีตที่ปูทับด้วยไม้ปาร์เกต์นายวงศ์ก็รื้อออกเสี้ยวหนึ่ง เพื่อทำห้องน้ำภายในเรือนแห่งนี้ส่วนพื้นที่ชั้นบนก็ทำห้องน้ำเช่นเดียวกัน โดยมีการทำห้องน้ำชนิด“ห้องน้ำซ้อนห้องน้ำ” หมายถึง พื้นที่ในบ้านบริเวณด้านหลังทั้งสองชั้นล้วนเป็ห้องน้ำข้างบนก็เป็ห้องน้ำ ข้างล่างก็เป็ห้องน้ำ เพื่อให้ง่ายต่อการก่อสร้าง
ห้องน้ำสองห้องถูกตกแต่งให้เหมือนกับห้องน้ำสมัยใหม่มันถูกปูกระเบื้องอย่างดี ติดตั้งส้วมนั่งราบแบบชักโครก พร้อมกับอ่างล้างหน้าสายฉีดก้น ฝักบัว
สำหรับห้องน้ำเก่าที่อยู่ด้านหลังบ้านนั้น นายวงศ์จัดแจงทุบมันแล้วสร้างบ่อพักน้ำขึ้นมาเพื่อสูบน้ำจากบ่อบาดาลเข้ามายังบ่อพักนี้และเมื่อ้าที่จักใช้น้ำก็เพียงเปิดก๊อก ปั๊มน้ำจักทำงานโดยอัตโนมัติมันจักดึงน้ำจากบ่อพักมาที่ก๊อกในทันที
อย่างไรก็ตามระบบน้ำเช่นนี้ใช้แค่ไม่กี่ปีความเจริญก็เข้ามาแทนที่ ในที่สุดหมู่บ้านไสนุ่นก็มีน้ำประปาใช้ในพุทธศักราช ๒๕๖๐ทำให้นายวงศ์ต้องจ้างช่างประปามาต่อท่อ ๒ ระบบ คือระบบน้ำประปาที่ต่อมาจากมิเตอร์แลระบบน้ำบ่อบาดาลดั้งเดิม
เหตุผลที่ต้องใช้น้ำ๒ระบบนั้นเพราะเมื่อถึงคราหน้าแล้ง การประปาของหมู่บ้านจักหยุดจ่ายน้ำ ทำให้ขาดน้ำใช้ฉันนั้นระบบบ่อบาดาลจึงยังคงสำคัญอยู่ถ้าว่าปีนั้นแล้งมากน้ำในบ่อก็เหือดแห้งเช่นเดียวกัน คงต้องถามชาวบ้านใกล้เคียงว่าน้ำในบ่อที่บ้านท่านยังไม่แห้งใช่หรือไม่ถ้าคำตอบคือใช่ก็เป็อันต้องหยิบยืมน้ำจากเพื่อนบ้านมาใช้แก้อัตคัดเป็การด่วน
…
นายรัฐ ลูกชายของนายวงศ์ ได้เข้ามาสืบทอดบ้านหลังนี้นับแต่พุทธศักราช ๒๕๖๒ เป็ต้นมา
นายรัฐเป็ชายร่างสมส่วน สูง ๑๗๕ เิเน้ำหนัก ๖๕ กิโลกรัม ผิวคล้ำ มีใบหน้ารูปไข่ คางมน ผมหนาเหยียดตรงสีดำ แต่ตัดสั้นหน้าผากแคบ คิ้วขมวด เบ้าตาลึก ตาสองชั้นกลมโต ขนตาบาง หูใหญ่ ติ่งหูแหลม สันจมูกโด่งดั้งแหมบ ร่องจมูกยาว ริมฝีปากบาง แต่ดำ เหงือกดำ ฟันดำและบิ่น ทั้งนี้เพราะนายรัฐเป็คนที่สูบใบจากพันยาเส้นเป็นิจศีล
อย่างไรก็ดีนายรัฐเป็ผู้มีบุญญาธิการสูงมาก เขาหมั่นทำคุณความดีมิหนำซ้ำยังพกเครื่องรางของขลังมากมาย ทำให้ิญญาเ้าของบ้านคนก่อนๆรวมถึงข้าพเ้านั้นก็มิอาจทำอันตรายนายรัฐได้
หลังนายวงศ์ถึงแก่ความตายแล้วเข้าสู่โลกิญญาข้าพเ้าครอบงำนายวงศ์ให้กลายเป็ิญญาชั่วร้ายในทันที แต่ด้วยความที่ข้าพเ้ากล่าวมาแล้วว่าข้าพเ้ามิใช่ิญญาร้ายแบบนางเหี้ยม นางมี้แลป้าดวงดาว ทำให้ข้าพเ้าสั่งการนายวงศ์ได้ไม่มากเท่าที่ควร
หลังมรณกรรมของนายวงศ์แม้ร่างของชายผู้นี้จะถูกฌาปนกิจตามประเพณีของพุทธศาสนาแล้วนั้นแต่ด้วยอิทธิฤทธิ์ของข้าพเ้า ทำให้ิญญาของนายวงศ์ ยังคงผลุบๆโผล่ๆมาให้ลูกหลานหรือคนที่อยู่ในบ้านหลังนั้นพบเห็น ในขณะที่นายวงศ์เองก็ไม่รู้ตัวว่าตนนั้นได้ตายไปแล้วยังคงพูดจาเหมือน “ตาแก่”ที่ขี้หลงขี้ลืมปกติทั่วไป
ความเฮี้ยนของบิดาทำให้นายรัฐตัดสินใจปิดตายบ้านหลังนี้แล้วสร้างบ้านหลังเล็กๆข้างเคียง โดยอยู่ในโฉนดที่ดินเดียวกัน วันหนึ่งซึ่งนายรัฐกำลังนั่งเก้าอี้ไม้หวายในบ้านหลังใหม่ที่ปลูกนั้นิญญาของนายวงศ์ก็โผล่มาทำให้นายรัฐใ
เสียงงึมงำๆพูดไม่เป็ภาษาของชายชราเนื่องจากไม่มีฟันมันทำให้ผู้เป็บุตรชายต้องผงะและอุทานออกมา
“พ่อ!!!”
ชายแก่ทำหน้าซีดๆ มึนๆ พูดจางึมงำไม่เป็ภาษายืนอยู่ตรงข้ามบุตรชายเหมือนคนปกติ
“นึกว่าพ่ออยู๋ในบ้านหลังเก่าซะอีก”
ชายแก่ได้ยินเสียงพูดของบุตรชายจึงพูดรู้เื่บ้างไม่รู้เื่บ้าง
“งึมงำ...กินข้าวยัง...งึมงำ...ขี้แล้วยัง”
นายรัฐไม่รู้จักทำอย่างไร จึงทำเหมือนกับว่าบิดาของตนยังมีชีวิตอยู่แลเขาคิดได้ว่า แม้จักสร้างบ้านหลังใหม่ แต่ิญญาบิดายังไม่ไปไหนเขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ผู้เป็พ่อได้ไปผุดไปเกิดเสียที
หลายวันต่อมานายรัฐจึงขับมอเตอร์ไซค์ฮอนด้ารุ่นซูเปอร์คัพสีเขียว-ขาวมุ่งหน้าไปยังวัดสามร้อยกล้า เพื่อพบกับ “หลวงลุงเคล้า” เ้าอาวาสของอารามแห่งนี้
…
วัดสามร้อยกล้าเป็วัดโบราณที่สร้างก่อนพุทธศักราช๒๕๐๐ อยู่ในหมู่บ้านสามร้อยกล้าซึ่งห่างจากหมู่บ้านไสนุ่นราว ๕ กิโลเมตร ที่เป็เช่นนั้นก็เพราะว่าหมู่บ้านไสนุ่นไม่มีวัดเป็ของตนเองฉันนั้นหาก้าไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ก็ต้องพึ่งพาวัดของหมู่บ้านใกล้เคียงแลวัดสามร้อยกล้านี้ก็เป็ตัวเลือกที่ดีของชาวบ้านละแวกนี้มานมนานกาเลแล้ว
ถนนจากบ้านของนายรัฐมายังวัดสามร้อยกล้านี้ค่อนข้างจักสลับซับซ้อนเริ่มต้นจากการที่นายรัฐเลี้ยวขวาจากบ้านของตนเพื่อวิ่งบนถนนขององค์การบริหารส่วนตำบลควนชุมมันเป็ถนนลาดยางซึ่งมีสภาพทรุดโซมเป็หลุมเป็บ่อ ต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร ขับไปประมาณ๑กิโลเมตรจักมีสี่แยกนายรัฐต้องเลี้ยวซ้ายเข้าถนนในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลควนชุมอีกเช่นเคยแต่คราวนี้ถนนเป็ถนนคอนกรีตค่อนข้างแคบ รถใหญ่สวนทางกันลำบากถนนสายนี้วิ่งผ่านสวนยางสวนปาล์มของชาวบ้านหลายคน วันดีคืนดีผู้ที่สัญจรมายังถนนเส้นนี้จักเห็นสารพัด“งู”!!! ต่างๆ เลี้อยข้ามถนนกันเป็ว่าเล่น
ถนนเส้นนี้ค่อนข้างยาว นายรัฐต้องวิ่งประมาณ๓ กิโลเมตรแล้วจึงถนนเส้นใหญ่ เป็ถนนลาดยางขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชถนนทรุดโทรมตามกาลเวลา มีหลุมบ่อเล็กน้อย โดยนายรัฐขับบนถนนเส้นนี้ประมาณ ๗๐๐ เมตรแล้วจึงกับสามแยกที่เป็ถนนลาดยาง ถนนซึ่งเดิมทีเป็ของกรมโยธาธิการ แล้วถูกโอนมาเป็ถนนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชถนนสายนี้ทรุดโทรมพอสมควร มีหลุมบ่ออยู่เป็ระยะ แต่โชคดีที่ระยะทาง ๓๐๐เมตรสุดท้ายนั้นสภาพของถนนไม่จัดว่าป่วยการ นายรัฐจึงเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปยังหน้าวัดแล้วเลี้ยวซ้ายปิดท้ายเข้าวัดสามร้อยกล้าในที่สุด
ในที่สุดนายรัฐก็มาถึงหน้ากุฏิของพ่อท่านเคล้าเ้าอาวาสวัดสามร้อยกล้า ชายหนุ่มจอดรถมอเตอร์ไซค์ดับเครื่องยนต์แล้วเดินเข้าไปภายในกุฏิของเ้าอาวาส
เ้าอาวาสเคล้า ท่านห่มจีวรสีเหลืองในลักษณะห่มเฉียงลักษณะของเ้าอาวาสรูปนี้ เป็ชายผิวขาวแต่คล้ำแดด ร่างผอม สูง๑๖๕ เิเน้ำหนัก ๔๕ กิโลกรัม ใบหน้าสี่เหลี่ยมคางหมู มีคางเหลี่ยม ศีรษะล้านเนื่องจากเป็พระแต่ถ้าสังเกตดีๆ ศีรษะจักเป็สีขาว เนื่องจากเ้าอาวาสรูปนี้แก่พรรษาพอสมควรแล้ว ท่านมีหน้าผากที่กว้างคิ้วเป็อย่างไรมิอาจทราบได้เนื่องจากเป็พระสงฆ์ต้องโกนคิ้ว เป็คนเบ้าตาลึกตาสองชั้นเรียว ตานั้นคล้ายกับเม็ดถั่วลันเตา ตาเป็ต้อเนื้อ ขนตางอนแต่หุบ หูใหญ่ใบหูยาน ติ่งหูย้อย สันจมูกโค้ง จมูกเหมือนลูกชมพู่ลูกเล็กๆ ดั้งหัก ร่องจมูกยาว ใบหน้ามีกระแลริ้วรอยเนื่องด้วยมากพรรษาริมฝีปากหนา ปากราวกับปากนก แต่ริมฝีปาก เหงือกและฟันค่อนข้างดำเนื่องจากในอดีตพ่อท่านเคล้านั้นเป็คนสูบบุหรี่แต่มาเลิกสูบได้ในภายหลัง เสียอย่างเดียวตรงที่ท่านหันมาติด “ยาเส้น” แทนบุหรี่บัดนี้ก็กำลังฉันยาเส้นพร้อมชาจีนในกุฏิกระทั่งนายรัฐเข้ามา
“นมัสการครับหลวงลุง”
“อาว มาไซรล่ะโยมรัฐ”[1]เ้าอาวาสเอ่ยขึ้น
“พอดีผมมีเื่อยากให้หลวงลุงช่วยหน่อยนะครับ”
“เื่อะไหรหลาว[2]”พ่อท่านเคล้าถาม
“คืออยากมนต์หลวงลุงกับพระรูปอื่นๆไปที่เรินผมหน่อยอะครับ”[3]
เ้าอาวาสทำสีหน้าใเล็กน้อยแล้วพาทีว่า
“ใครเป็ไหรที่บ้านเออะถึงอีมนต์อาตมา”[4]
“พ่อผมแหละครับ”
พ่อท่านเคล้าทำสีหน้าใกว่าก่อนเก่า รีบจำนรรจ์ฉับพลันทันใด
“เออะ!!! เขลอะแล้วโยมพ่อโยมตายนานแล้วเบอะ”[5]
“แต่ิญญายังวนเวียนไม่ไปไหนทีครับหลวงลุง”[6]
เ้าอาวาสที่กำลังฉันน้ำชาจีนอยู่ถึงกับสะดุ้งน้ำพุ่งออกจากปาก
“โยมเห็นเออะ!!!”[7]
ชายหนุ่มยิ้มเจี๋อนๆก่อนพูดขึ้นว่า
“หมัน”[8]
“ถึงอีนิมนต์ให้ไปทำบุญบ้านแล้วก็สวดไล่ผีเออะ”[9]
“ครับ”
หลวงลุงเคล้านิ่งเงียบอยู่สองสามนาที ก่อนจักพูดออกมา
“อีก ๓ วันอาตมากับพระอีก๕ รูปอีไปที่บ้านของโยมนะ[10]”
“ขอบคุณมากครับหลวงลุง”
นายรัฐกราบลาหลวงลุงเคล้าแล้วพูดว่า
“ผมลาล่ะครับ”
“เออ...เจริญพรโยม”
ชายหนุ่มเดินออกไปจากกุฏิเ้าอาวาส สตาร์ทรถ แล้วขับรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าซูเปอร์คัพออกจากวัดสามร้อยกล้ามุ่งหน้าไปที่เรือนของตน โดยกลับเส้นทางเดิมดังที่ได้กล่าวไปแล้ว
...
นายรัฐจัดการเคลียร์บริเวณบ้านให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้ขายหน้าพระที่วัดเขาและลูกหลานของเขาจัดแจงทำความสะอาดบ้านหลังนั้นให้สะอาดเอี่ยมอ่อง ทั้ง ปัดกวาด เช็ด ถู อย่างไรก็ตามิญญาของตาวงศ์ยังคงโผล่มาให้ใเป็ระยะๆ
สามวันต่อมา พื้นปาร์เกต์ของบ้านถูกปูด้วยเสื่ออย่างเรียบร้อยในบัดดลมีของคาวของหวานนานาชนิดเพื่อเป็ภัตตาหารถวายพระสงฆ์ นายรัฐ ลูกหลานรวมถึงเพื่อนบ้านใกล้เคียงต่างก็แต่งตัวมีระเบียบเพื่อมาที่เรือนหลังนี้นั่งเรียงกันบนพื้นซึ่งปูเสื่อไว้ แล้วในที่สุด หลวงตาเคล้าและพระอีก ๕รูปซึ่งนั่งรถคันสีเขียวหัวเป็ด เป็รถกระบะอิซูซุ รุ่นัทองของวัดก็เดินทางมาถึงสถานที่ประกอบพิธี
นายรัฐยกมือไหว้พระทั้ง ๖ รูปและหลวงลุงเคล้าเ้าอาวาสเอ่ยถามขึ้นมา
“โยมพร้อมแล้วใช่ไหม”
“ครับ”
เมื่อเ้าอาวาสเดินเข้ามาที่บริเวณหน้าประตูััที่ ๖ ของท่านก็อุบัติขึ้นมา แล้วหลวงลุงเคล้าจึงถามเ้าของบ้านว่า
“โยมแหลงว่าอีทำบุญให้พ่อโยมแต่สวนใช่ไหม”[11]
เ้าของบ้านงงเล็กน้อย ก่อนจะตอบหลวงลุงไป
“ครับ...พ่อผมครับ”
“จริงๆบ้านหลังนี้ไม่ได้มีแต่ิญญาพ่อของโยมนะ”
“ฮะ!!!จริงเออะหลวงลุง”[12]
นายรัฐใมาก
“ิญญาเ้าของบ้านคนก่อนหน้าพ่อโยมหลายๆคนยังไม่ไปผุดไปเกิด”
“ครับ”
“โยมอีทำบุญให้เขากันไหม นอกจากพ่อโยม”[13]
“ทำครับ”
แล้วพิธีการก็เริ่มขึ้นเมื่อใครสักคนไปจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยเสียงสวดภาษาบาลีคาถาต่างๆถูกร่ายขึ้นผ่านพระ ๖ รูป มีแสงประหลาด ๕ แสง ผุดขึ้นมาจากบริเวณเสาเอกของบ้านโดยแสงเ่าั้ได้ลอยขึ้นฟ้าแล้วหายวับไป ในที่สุดิญญาทั้งหมดของบ้านอันกอปรด้วยนางเหี้ยม นางมี้ ป้าดวงดาว ข้าพเ้า และนายวงศ์ก็ไปผุดไปเกิดในทันที
เมื่อเสร็จสิ้นการสวดมนต์และพระสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จนายรัฐจึงตรงเข้ามาถามเ้าอาวาสทันที
“ได้ผลไหมครับหลวงลุง”
“พวกเขาไปเกิดเหม็ดแล้ว[14]”เ้าอาวาสพูดขึ้นมา
นายรัฐถึงขั้นยิ้มบานจนเห็นฟันดำแล้วไม่กี่นาทีต่อมานายรัฐก็ไปส่งหลวงลุงเคล้ารวมทั้งพระรูปอื่นๆขึ้นรถกระบะอิซูซุกลับวัด
ข้าพเ้ามิอาจบอกได้ว่าเรือนแห่งนี้จักก่อเกิดอาถรรพ์อันใดให้แก่นายรัฐหรือไม่ เพราะหลังจากมีการทำบุญบ้านแล้วนั้นนายรัฐก็เคหาสน์หลังนี้ต่อไปจวบจนปรัตยุบัน แลมีการปรับปรุงบ้านสม่ำเสมอทำให้เรือนโบราณหลังเก่าสมัยรัชกาลที่ ๕ ยังคงงดงามอยู่คู่ยุคสมัย ฝันของข้าพเ้าก็มีอันสิ้นสุดไปด้วยประการฉะนี้
จ๊ะเสือไบ
๙สิงหาคม ๒๕๖๗
[1] แปลว่า มาทำไม
[2] แปลว่า เื่อะไรอีก
[3] แปลว่า คืออยากนิมนต์หลวงลุงกับพระรูปอื่นๆไปที่บ้านผมหน่อยอะครับ
[4] แปลว่า “ใครเป็อะไรที่บ้านเหรอถึงจะนิมนต์อาตมา”
[5] แปลว่า “เฮ้ย!!! เลอะเทอะแล้วโยมพ่อโยมตายนานแล้วนี่”
[6] แปลว่า “แต่ิญญายังวนเวียนไม่ไปไหนเลยครับหลวงลุง”
[7] แปลว่า “โยมเห็นเหรอ”
[8] แปลว่า ใช่
[9] แปลว่า “ แล้วจะนิมนต์ไปทำบุญที่บ้านแล้วก็สวดไล่ผีเหรอ”
[10] แปลว่า “อีก ๓ วัน อาตมากับพระอีก ๕ รูปจะไปที่บ้านโยมนะ”
[11] แปลว่า “โยมพูดว่าจะทำบุญให้โยมพ่อแต่เพียงผู้เดียวใช่ไหม”
[12] แปลว่า “ฮะ!!! จริงเหรอหลวงลุง”
[13] แปลว่า โยมจะทำบุญให้พวกเขาไหม นอกจากพ่อโยม”
[14] แปลว่า “พวกเขาไปเกิดหมดแล้ว”