บทที่ 50 ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?
[แต่ก่อนที่การจับคู่ประลองจะประกาศฉันขอประกาศกฎของการประลองรอบคัดเลือกก่อนนะคะ ข้อแรกห้ามทำร้ายคู่ประลองจนถึงแก่ชีวิตข้อสองห้ากคู่ประลองขอยอมแพ้ต้องหยุดมือทันที ข้อสามห้ามใช้อาวุธลับทุกชนิดข้อสี่คำตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุดผู้เข้าร่วมประลองคนไหนฝ่าฝืนปรับแพ้อย่างไม่มีข้อยกเว้นและตัดสิทธิ์เข้าร่วมงานประลองที่ทางการจัดทุกรายการเป็นระยะเวลาห้าปี]
[จริงสิ ! ฉันเกือบลืมไป การประลองเป็นแบบแพ้คัดออกทุกคนจะต้องประลองอย่างน้อยสองรอบ จากนั้นเราจะทำการวัดอันดับจากเวลารวมทั้งสองรอบที่เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ใครที่อยู่อันดับหนึ่งร้อยคนแรกถึงจะได้สิทธิ์ในการเข้าสู้รอบศึกตัดสิน ขอให้ผู้เข้าร่วมประลองที่มีหมายเลขปรากฏบนหน้าจอเตรียมพร้อมบนสนามภายในสิบห้านาทีด้วยนะคะ โชคดีกับการประลองนะคะ]
สิ้นเสียงประกาศของพิธีกร หวังซินก็ถามขึ้นทันที“พี่ว่าหนูจะได้อันดับที่เท่าไหร่”
เธอคิดว่าในเมื่อทำอะไรไม่ได้แล้วก็ขอประลองให้ได้อันดับดี ๆ ก็แล้วกัน
“ไม่ต้องคิดเรื่องผลลัพธ์ทำตามจังหวะของตัวเองก็พอ” หวังเฟิงพูดจบก็นิ่งไปครู่หนึ่งจากนั้นก็พูดต่อว่า“แต่ถ้าเราติดห้าสิบอันดับแรกไม่ได้….”
“หยุด! หนูต้องติดห้าสิบอันดับแรก !” หวังซินรู้สึกขนลุกไม่อยากฟังประโยคถัดไป มันจะต้องเกี่ยวกับการฝึกวรยุทธ์แน่นอน
เห็นท่าทางของน้องสาวหวังเฟิงก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
และในตอนนี้เองบนหน้าจอแสดงผลทั่วทั้งสนามจากเดิมที่แสดงสปอร์ตโฆษณา สลับกับโลโก้ของงานประลองยุทธ์รุ่นเยาว์ก็เปลี่ยนเป็นตารางจับคู่ประลองแล้ว บนหน้าจอได้เปลี่ยนการแสดงผลจับคู่ไปเรื่อย ๆจนในที่สุดก็มีหมายเลข 251 ปรากฏขึ้นมา
“พวกเราไปกันเถอะ”
หวังเฟิงพูดพลางพร้อมเดินนำหวังซินไปยังเวทีประลองหมายเลขสิบหกผู้เข้าร่วมประลองและผู้ติดตามคนอื่นที่มีหมายเลขปรากฏบนหน้าจอก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวเช่นกัน
พอเดินมาถึงเวทีประลองหมายเลขสิบหกหวังซินก็สูดลมหายใจเข้าเรียกขวัญกำลังใจ พร้อมกับเดินขึ้นไปบนเวทีขณะที่หวังเฟิงยืนรออยู่ด้านล่างห่าจากเวทีประลองสามเมตร เช่นเดียวกันกับคนอื่น ๆที่มาในฐานะผู้ติดตามเช่นกัน
คู่ประลองของหวังซินรอบแรกคือผู้เข้าร่วมประลองหมายเลข 329 เป็นผู้ชายผิวคล้ำ ใบหน้าสัตย์ซื่อเพียงแต่ประกายในดวงตาแฝงความเจ้าเล่ห์เอาไว้ พอเห็นว่าคู่ต่อสู้เป็นเพียงเด็กวัยรุ่นผู้หญิงคนหนึ่งแถมยังมีใบหน้าที่น่ามองก็อดจะพูดขึ้นมาไม่ได้
“ยอมแพ้ไปดีกว่าไหมจ๊ะหมัด เท้าไม่มีหูมีตา เป็นอะไรขึ้นมาอย่าหาว่าพี่ไม่เตือนนะ”
หวังซินที่อยู่อีกฝั่งได้ยินก็เบะปากตอบกลับไป“เก็บปากไว้ไปกินข้าวต้มเถอะ”
ชายผิวคล้ำคู่ประลองได้ยินก็ยิ้มกริ่ม“กัดเจ็บเสียด้วย เดี๋ยวพี่จะดูแลอย่างดีเลย”
กรรมการที่ยืนอยู่ระหว่างกลางกลัวว่าหากทั้งสองคนเถียงกันต่อไปแล้วเลือดขึ้นหน้าขึ้นมาจะจัดการลำบากเลยกระแอมไปทีหนึ่ง เพื่อเป็นสัญญาณเตือนผู้เข้าร่วมประลองทั้งสองคน
“แฮ่มเตรียมตัวรอสัญญาณ…” กรรมการได้รับสัญญาณมาจากเจ้าหน้าที่ควบคุมส่วนกลางแล้วเขาแบมือขวาออก จากนั้นชูขึ้นไปบนฟ้า แล้วก็สับลงมาอย่างรวดเร็ว “เริ่มได้ !”
เหมือนทั้งสองจะคิดตรงกันพอได้ยินประโยคคำว่า “เริ่มได้” ก็พุ่งเข้าหากันราวกับนัดแนะกันไว้ทันที ชายผิวคล้ำเห็นว่าคู่ต่อสู้มีความมั่นใจแบบี้ก็ไม่กล้าประมาทในตอนที่ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลืออีกสี่ก้าวจะปะทะกันเขาก็กำหมัดรวบรวมพลังไว้เจ็ดส่วน แล้วก็ต่อยออกไปบริเวณหน้าอกของหวังซินทันที
หวังซินเห็นดังนั้นก็ดูแคลนขึ้นมาผู้ชายประเภทไหนถึงกล้าต่อยมาที่หน้าอกของผู้หญิง ? ความโกรธกรุ่นปะทุขึ้นในใจ เมื่อหมัดใกล้จะมาถึงตัวในระยะเผาขนหวังซินหมุนตัวเป็นครึ่งวงกลมหลบหมัดที่พุ่งเข้ามาได้อย่างพอดิบพอดีพร้อมกับเหวี่ยงศอกกลับหลังเข้าบนโหนกแก้มของอีกฝ่ายเต็ม ๆ
ปึก !
ยังไม่จบเพียงแค่นั้นเพราะจังหวะนี้หวังซินได้มาอยู่ด้านหลังของชายผิวคล้ำแล้วบวกกับร่างของอีกฝ่ายศูนย์เสียจุดสมดุลไปหวังซินไม่รอช้ายกเท้าถีบไปที่ข้อพับขาซ้ายด้านหลัง เสียง “ตุ๊บ”ของหัวเข่าที่แกระแทกพื้นดังออกมา ยังไม่พอ หวังซินยังเงื้องเท้าขวาขึ้น เหยียดตรงกลางอากาศวาดส้นเท้าเป็นเส้นตรงลงมาอย่างสวยงามลงบนกลางศรีษะของชายผิวคล้ำทันที
เสียง“โป๊ก !” ดังสนั่นไปถึงสนามประลองข้างเคียงพร้อมกับร่างของชายผิวคล้ำทีค่อย ๆ เอียงเซลงไปกับพื้น
กรรมการที่เห็นรีบเข้าไปดูอาการของชายผิวคล้ำทันทีเห็นว่าอีกฝ่ายสลบไปแล้ว น่าจะเพราะสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงเลือดสีแดงสดเริ่มไหลริน พอตรวจสอบลมหายใจพบว่ายังดีอยู่ เขาจึงรีบลุกขึ้นพร้อมกับประกาศผลทันที“ผู้ชนะได้แก่หมายเลข 251 !”
“เชี่ยยย! ผู้หญิงคนนี้โหดเป็นบ้า !”
“ดูการเคลื่อนไหวของเธอสิสุดยอด”
“เธอเป็นใครมาจากไหนกันเนี่ย”
“ไหน? ผู้หญิงคนไหน ฉันดูหมายเลข 25 อยู่”
“อะไรกันเนี่ย? หันมาอีกทีทำไมจบแล้วล่ะ ?”
เนื่องจากในสนามประลองมีหลายเวทีทำให้ผู้ชมเองก็เลือกไม่ถูกว่าจะดูเวทีไหนบ้างคนมีผู้เข้าร่วมประลองที่อยากเชียร์ในใจจึงมองแต่ผู้เข้าร่วมประลองที่ตนเองสนใจอย่างเดียวมีแค่บางส่วนที่ดูการประลองของหวังซินตั้งแต่ต้นและก็มีบางส่วนที่สนใจหน้าตาของหวังซินเลยว่าจะแวะมาดูทีหลังแต่เมื่อหันมาดูอีกทีก็พบว่าการประลองจบลงแล้วเวลาที่ใช้ในการประลองไม่ถึงสิบห้าวินาทีด้วยซ้ำ ! ณ วินาทีนี้เอง มีผู้ชมหลายคนสาบานในใจว่าหากหวังซินขึ้นเวทีประลองอีกจะไม่คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว
หวังซินเดินลงจากเวทีจากไปพร้อมกับหวังเฟิง ในอีกด้านหนึ่ง ชายผิวคล้ำผู้เข้าร่วมประลองหมายเลข 329 ก็ถูกผู้ติดตามสองคนที่มาด้วยกันหามลงจากเวทีใช่แล้ว… สาเหตุที่งานประลองยุทธ์รุ่นเยาว์ยอมให้มีผู้ติดตามมากถึงสามคนก็ด้วยเหตุนี้เองคนของใครก็เชิญแบกหามกลับไปเองเถอะ