รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    พวกเจ้าอยากฝึกตนหรือ

            “ใครเป็นคนทำ!?”

             

            เสียงคำรามราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังโกรธดังก้องไปทั่วทั้งอาคารในน้ำเสียงที่แผ่ออกมาแฝงไว้ด้วยลมปราณที่สามารถทำร้ายคนธรรมดาให้บาดเจ็บได้มาด้วย

             

            “คุณพ่อใจเย็นๆก่อน...”

             

            ชายวัยกลางคนรีบเข้าไปจับไหล่บิดาไว้ให้ใจเย็นลงสักหน่อยแต่ในใจของเขาก็กำลังโกรธเกรี้ยวอย่างยิ่งเช่นกันเพราะเบื้องหน้าของเขาคือร่างของลูกสาวที่กลับบ้านมาด้วยสภาพสะบักสะบอมกระดูกทั่วร่างหักหลายจุด หมดสิ้นภาพลักษณ์คุณหนูตระกูลหานที่แสนสูงส่ง

             

            “เจิ้นตง! แกไม่ห่วงลูกสาวแกรึไง!?”

             

            ชายชราหันมาตะคอกใส่ลูกชายเขาคนนี้คือตัวตนสูงสุดของตระกูลหาน

             

            พยัคฆ์ภูผา ปรมาจารย์หานจุนโป๋

             

            หลังจากออกมาจากการฝึกตนสิ่งที่ได้เห็นก็คือร่างของหลานสาวที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลไปทั่วทั้งร่างแล้วสำหรับปรมาจารย์ที่มีอำนาจในภูมิภาคตะวันออกนี้จะไม่ให้เขาโกรธได้อย่างไร

             

            เพราะมันไม่ใช่แค่หลานสาวเขาถูกทำร้าย

             

            แต่มันหมายถึงมีคนกำลังท้าทายตระกูลหานอย่างไม่เกรงกลัวต่างหาก!

             

            “ไปสืบมาหรือยัง?”

             

            หานจุนโป๋เมื่อได้ระบายความโกรธไปบางส่วนก็เริ่มสงบลงเขาถามลูกชายทันทีที่ทั้งสองคนออกมาจากห้องผู้ป่วย

             

            “รู้ตัวคนทำแล้วครับ”

             

            หานเจิ้นตงที่มีศักดิ์เป็นพ่อของหานเซี่ยวยี่ตอบแต่สีหน้าที่ทั้งดูลังเลและแปลกใจนั่นทำให้หานจุนโป๋สงสัย

             

            “แล้วแกไม่ไปจับมันมาล่ะ!?”

             

            ชายชราพูดอย่างหัวเสีย  วิชาของเขาทำให้กลายเป็นคนอารมณ์ร้อนซึ่งลูกชายอย่างหานเจิ้นตงเข้าใจในจุดนั้นดี

             

            “หรือมันจะหนีไปแล้ว?”

             

            ไม่แปลกที่หานจุนโป๋จะคิดแบบนั้น เพราะการมากระตุกหนวดเสืออย่างตระกูลหานในภาคตะวันออกนี้ไม่มีทางที่คนทำจะกล้าอยู่ที่นี่แน่

             

            ดังนั้นทางเดียวคือหนีออกไปจากตะวันออกหรือบางทีอาจจะหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ลูกชายเขาถึงไม่สามารถตามจับมันกลับมาได้

             

            “ไม่ใช่ครับ...คนที่ทำร้ายเซี่ยวยี่ยังอยู่ในเมืองนี้ด้วยครับ”

             

            “แล้วแกมัวทำอะไรอยู่หา!?”ก่อนที่พ่อจะหัวเสียไปมากกว่านี้ หานเจิ้นตงจึงรีบบอกความจริงไปทุกอย่าง

             

            “คนที่ทำเป็นปรมาจารย์คนหนึ่งครับ...”

             

            “...แกว่าอะไรนะ?”

             

            หานจุนโป๋เหมือนลูกบอลที่ถูกปล่อยลมเขาทำสีหน้าเคร่งเครียดแล้วรีบยืนยันกับลูกชาย

             

            “คนที่ทำร้ายขื่อปรมาจารย์ไป่ฟานเซียนเธออยู่ที่บ้านตระกูลถังในวันที่เซี่ยวยี่ไปที่นั่นพอดีครับ”เมื่อได้ฟังลูกชายอธิบายเขาก็ขมวดคิ้วชื่อของปรมาจารย์ส่วนมากในประเทศนี้เขาก็รู้จักจนหมดสิ้น

             

            แต่ไม่มีสักคนที่มีชื่อว่าไป่ฟานเซียน

             

            นิสัยของหานจุนโป๋นั้นเหมือนกับสัตว์ป่า เวลาที่ต้องสู้ก็จะร้ายกาจและบ้าคลั่งแต่ถ้ารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยก็จะไม่หุนหันพลันแล่นไปติดกับและจะระแวดระวังกับสิ่งที่ไม่เคยเห็นและไม่รู้จักทุกอย่าง

             

            นั่นทำให้เขานำพาตระกูลหานขึ้นมารุ่งเรืองเหนือทั้งภูมิภาคได้เช่นนี้

             

            “หรือจะเป็นยอดฝีมือที่ไม่เปิดเผยตัว?”หานจุนโป๋พึมพำเพราะแก่ชรามาจนป่านนี้เขาจึงเคยพบกับยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ที่ไม่เป็นที่รู้จักมาสองสามคนซึ่งแต่ละคนฝีมือไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงเลยสักนิด

             

            ดังนั้นจำนวนปรมาจารย์ทั้งประเทศความจริงแล้วมีเท่าไรเขาก็ไม่ทราบได้

             

            และสำหรับคนที่ไม่รู้จักหานจุนโป๋เชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเองที่จะระมัดระวังไว้ก่อนจะดีกว่า

            “ตอนนี้เธออยู่ที่บ้านพักส่วนตัวหลังหนึ่งที่ชายทะเลจะเอายังไงดีครับ?”

             

            “ปรมาจารย์ไป่นั่นอายุเท่าไร?”หานจุนโป๋ถามเรื่องที่สำคัญที่สุด เขาเกรงว่านางอาจจะเป็นตัวตนเก่าแก่จากที่ใด

             

            “รูปลักษณ์ภายนอกสันนิษฐานว่าอายุประมาณยี่สิบกว่าปีเท่านั้นครับ...”

             

            พรวด!

             

            แม้จะเป็นถึงหานจุนโป๋แต่เมื่อได้ยินก็ถึงกับสำลักน้ำลายโดยไม่รู้ตัวปรมาจารย์ที่อายุน้อยถึงขนาดนี้เขาพึ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก

             

            “...สืบไปก่อนส่งคนไปสอดแนมเพื่อยืนยันด้วยว่าเธอคนนั้นเป็นระดับปรมาจารย์จริงๆ” เมื่อดึงสติกลับมาได้  หานจุนโป๋ก็หันไปสั่งการดวงตาของเขาหรี่เล็กลงพร้อมกับแผนการที่เริ่มวางอยู่ในหัว

             

            “แล้วก็เรียกหลงยี่กลับมาด้วย...”

             

             

             

             

             

             

            กลับมาที่บ้านพักติดชายทะเลหลังจากที่หน่วยเหยี่ยวดำเอาของขวัญมาแสดงความขอโทษก็ผ่านมาแล้วหนึ่งอาทิตย์ไป่ฟานเซียนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านหนังสือในห้อง นางเริ่มอ่านหนังสือหลากหลายแนวทางมากขึ้นเรื่อยๆเพื่อซึมซับเอาความรู้ทั่วไปและสามัญสำนึกในยุคปัจจุบันที่นางไม่มีสักนิด

             

            “...ประเทศส่วนใหญ่ในยุคสมัยนี้ไม่อนุญาตให้ฆ่าคน”

             

            ไป่ฟานเซียนพึมพำเบาๆขณะที่ปิดเอาหนังสือกฎหมายในมือลงในยุคนี้เองก็มีกฎข้อนี้เช่นเดียวกันเพียงแต่มันจะค่อนข้างเคร่งครัดกว่ายุคสมัยก่อนอย่างยิ่งและฆาตกรแทบจะถูกประณามจากสังคมและไม่เป็นที่ยอมรับในทันที

             

            ในยุคก่อนมีเมืองบางแห่งเท่านั้นที่มีกฎนี้และถึงอย่างไรหากผู้ที่สังหารคนอื่นเป็นตัวตนที่ทรงอำนาจก็ไม่มีใครกล้าจะมาเอาเรื่อง

             

            “...ยุคนี้จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่?”

             

            ไป่ฟานเซียนเพียงครุ่นคิดอยู่คนเดียวเท่านั้นนางไม่ใช่คนที่จะฆ่าคนไม่เลือกหน้าเพียงเพราะพวกเขาเข้ามากวนอารมณ์เสียหน่อย

             

            ถ้าพวกเขายังไม่ “ข้ามเส้น” ของนาง อย่างมากนางก็แค่ทุบตีจนลุกไม่ขึ้นแล้วปล่อยไปก็แค่นั้น

             

            อย่างคุณหนูตระกูลหานนั่น

             

            แต่ถ้าพวกเขา “ข้ามเส้น” ของนางมาจริงๆนางก็ไม่รังเกียจที่จะสังหารพวกเขาโดยไม่ทิ้งหลักฐานเอาไว้

             

            แค่นั้นก็ไม่มีใครเอาผิดนางได้แล้วใช่ไหมล่ะ?

             

            ไป่ฟานเซียนเดินออกมาจากห้อง ระเบียงของบ้านกลายเป็นสถานที่ประจำที่นางจะออกมานั่งรับลมและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของทะเล

             

            ที่นั่นนางสัมผัสได้ถึงตัวตนของชายชราและเด็กน้อยสองคนโดยที่ชายชรากำลังยืนอยู่ที่ชายหาดและร่ายรำกระบวนท่าอย่างเชื่องช้าโดยมีถังเย่เย่และฮุ่ยเอ๋อจ้องมองด้วยสายตาเป็นประกาย

             

            หวงจื่อหานอาศัยช่วงเวลาที่ว่างจากการดูแลบ้านช่วงบ่ายเพื่อฝึกฝนร่างกายก่อนหน้าที่เขาได้รับบาดเจ็บทำให้ทั้งพลังฝึกตนถดถอยและไม่สามารถใช้ร่างกายได้อย่างคล่องแคล่วจึงห่างหายจากการฝึกฝนไปช่วงใหญ่

             

            แต่ในตอนนี้ร่างกายของหวงจื่อหานหายดีเป็นปลิดทิ้งชายชรารู้สึกราวกับตัวเองจะหนุ่มไปอีกเป็นสิบปีร่างกายที่เคลื่อนไหวได้ดั่งใจรวมถึงลมปราณที่ลื่นไหลนี่ทำให้เขามีความสุขมากๆ

             

            เด็กน้อยทั้งสองมองท่าทางของลุงหวงแล้วเริ่มทำตามถังเย่เย่คิดว่าเป็นเรื่องสนุก ส่วนฮุ่ยเอ๋อนั้นจริงจังกว่าเธอนั้นมีความฝันที่อยากจะแข็งแกร่งขึ้นตั้งแต่แรก ทำให้เมื่อมีโอกาสอยู่ต่อหน้าฮุ่ยเอ๋อจึงพยายามเรียนรู้และจดจำทุกอย่างให้มากที่สุด

             

            ด้านหวงจื่อหานเองก็ไม่มีทางที่จะขี้เหนียวกับเด็กสองคนนี้เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนอยากจะเรียนรู้ก็ไม่ลังเลที่จะเริ่มสอนท่าทางที่ถูกต้องให้

             

            กระบวนท่าของหวงจื่อห่านคือวิชากำลังภายนอกที่เรียกว่า“เพลงหมัดตระกูลถังแปดกระบวน”

             

            เป็นวิชาที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษตระกูลถัง พอถึงยุคสมัยของถังเทียนจี๋เขาก็ไม่ลังเลที่จะสอนมันให้กับคนสนิทที่สุดอย่างลุงหวงด้วย

             

            เพลงหมัดตระกูลถังแปดกระบวนเน้นการเคลื่อนไหวที่เชื่อมต่อกับพื้นดินเป็นหลักการถ่ายเทน้ำหนักและหยิบยืมพลังจากพื้นคือหลักการสำคัญของเพลงหมัดนี้

             

            เพราะฉะนั้นพื้นฐานของร่างกายจะต้องแข็งแรงช่วงสะโพกและต้นขาจะถูกฝึกฝนมากที่สุดในระยะเริ่มต้น

             

            แต่เมื่อผ่านไปสักพักลุงหวงกลับรู้สึกแปลกใจเพราะการฝึกกระบวนท่าของเด็กน้อยทั้งสองกลับราบรื่นกว่าที่คิดเด็กทั้งสองทำตามการเคลื่อนไหวง่ายๆของเพลงหมัดตระกูลถังได้อย่างสบายไม่มีท่าทีเหนื่อยล้าหรือปวดต้นขาออกมาให้เห็นสักนิด

             

            ร่างกายของทั้งสองคนกลายเป็นเหมาะกับการฝึกฝนอย่างที่สุดลุงหวงนึกออกทันทีว่ามันน่าจะเป็นผลมาจาก “โอสถขัดผิว”ที่ปรมาจารย์ไป่มอบให้เด็กทั้งสองคนนี้ใส่ไปยามที่อาบน้ำแน่ๆ

             

            เขามองผลลัพธ์ของมันด้วยความทึ่งและชื่นชมมันสามารถเปลี่ยนเด็กธรรมดาให้กลายเป็นแข็งแรงและสามารถฝึกฝนวรยุทธ์ได้อย่างง่ายดายเวลาที่ผ่านมาแค่อาทิตย์เดียวกลับได้ผลขนาดนี้

             

            ลุงหวงไม่อยากจะคิดว่าหากผ่านไปสักหนึ่งปีทั้งสองคนจะเป็นยังไง

             

             

            ก่อนที่ใครจะรู้ตัวร่างงดงามของไป่ฟานเซียนก็มาปรากฏ ข้างๆนางมองการฝึกฝนร่างกายของเด็กน้อยทั้งสองคนอย่างไม่พูดอะไรเพียงจ้องมองเด็กน้อยทั้งสองออกหมัดอย่างขยันขันแข็งเท่านั้น

             

            ลุงหวงเป็นคนแรกที่รู้ตัวเขารีบเข้ามาทำความเคารพไป่ฟานเซียนอย่างที่พ่อบ้านควรทำในใจนึกกังวลเล็กน้อยว่านายหญิงจะต่อว่าตนหรือไม่ที่สอนเด็กน้อยทั้งสองโดยไม่ได้ปรึกษา

             

            “ข้าไม่ว่าอะไรหรอก...”

             

            คล้ายว่าไป่ฟานเซียนรู้ว่าลุงหวงคิดอะไรนางโบกมือเป็นเชิงให้ชายชราสบายใจ และเดินเข้าไปหาเด็กน้อยทั้งสองคน

             

            “พวกเจ้าอยากฝึกตนหรือ?”

             

            ถังเย่เย่พยักหน้ารัวๆส่วยฮุ่ยเอ๋อนั้นพยักหน้าอย่างหนักแน่นหลังจากที่ได้เห็นนายหญิงของตัวเองที่สามารถสยบพวกคนน่ากลัวได้ง่ายดายนั่นก็กลายเป็นเป้าหมายของฮุ่ยเอ๋อไปเสียแล้ว

             

            เธออยากจะแข็งแกร่งเหมือนนายหญิง!

             

            เมื่อมองท่าทีจริงจังของเด็กน้อยทั้งสองไป่ฟานเซียนก็เผยรอยยิ้มบางเบา 

             

            “เช่นนั้นข้าจะสอนให้...”

             

            ไป่ฟานเซียนโบกมือเบาๆร่างเล็กๆของฮุ่ยเอ๋อก็ลอยขึ้นมาจากพื้นและนั่งขัดสมาธิอยู่กลางอากาศโดยอัตโนมัติแรกๆฮุ่ยเอ๋อตกใจจนร้องออกมาแต่พอกระแสพลังบริสุทธิ์อันคุ้นเคยไหลเข้ามาในตัวเด็กน้อยก็หลับตาลงเพราะรู้ดีว่าพลังแปลกๆที่ไหลอยู่ในร่างคือพลังของนายหญิงของเธอ!

             

            ถังเย่เย่เองก็เช่นกันเธอถูกพลังของไป่ฟานเซียนยกขึ้นมาลอยอยู่เคียงข้างกับพี่สาว พลังปราณของไป่ฟานเซียนแทรกทะลวงเข้าไปในร่างกายเย่เย่สัมผัสถึงพลังที่นางเคยรู้สึกยามที่ได้รับการรักษาครั้งนั้น

             

            ทั้งสองคนลอยอยู่กลางอากาศ หันหน้าชนกันกระแสพลังของไป่ฟานเซียนไหลเวียนไปตามจุดชีพจรลมปราณแต่ละจุดในร่างอย่างเชื่องช้านางพยายามชักนำให้เด็กน้อยคุ้นเคยถึงชีพจรของตัวเองและการโคจรลมปราณเมื่อเห็นว่าคงจะต้องใช้เวลาสักพักหนึ่งไป่ฟานเซ๊ยนก็ละสายตาปล่อยให้เด็กน้อยค่อยๆทำความคุ้นเคยไป

             

            ลุงหวงมองวิธีการเริ่มฝึกตนของท่านปรมาจารย์ไปด้วยความประหลาดใจโดยปกติแล้วการฝึกตนให้สำเร็จขั้นรวมปราณนี้จะยุ่งยากสักหน่อย

             

            เพราะมันต้องอาศัยความพยายามของตัวเองเหมือนกับการขี่จักรยานหรือว่ายน้ำ ขอเพียงจับจุดได้ก็จะทำได้หลังจากนั้นต่อให้ไม่ได้ฝึกฝนต่อแต่ขอเพียงไม่นานก็สามารถกลับมาคุ้นเคย

             

            ส่วนคนที่ทำไม่ได้ก็จะทำไม่ได้เช่นนั้นไม่งั้นบนโลกนี้คงไม่มีคนบอกว่าว่ายน้ำไม่เป็นหรอก

            สำหรับตระกูลผู้ฝึกตนพวกเขาจะใช้วิธีให้ลูกหลานของตัวเองทำความคุ้นเคยกับลมปราณตั้งแต่เด็กทั้งโอสถและของวิเศษ ต่อให้เป็นตัวโง่งมแค่ไหนก็สามารถกลายเป็นขั้นรวมปราณได้หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของแต่ละคนแล้ว

             

            อย่างถังซื่อหยวนแม้จะเป็นถึงลูกคนเดียวของตระกูลถังแต่พลังฝึกตนกลับค้างเติ่งอยู่ที่รวมปราณขั้นสิบเช่นนั้น

             

            แต่การสอนของไป่ฟานเซียนต่างกันนางใช้ลมปราณของนางในการชี้นำ ขอเพียงสัมผัสได้ถึงลมปรราณของนางที่โคจรไปตามจุดชีพจรไม่นานลมปราณของเด็กน้อยทั้งสองก็จะก่อเกิดขึ้นมาเอง

             

            คล้ายกับการจับมือเขียนหนังสือไปเรื่อยๆ

             

            แต่คนที่จะทำเช่นนี้ได้ถ้าไม่เชี่ยวชาญเรื่องจุดชีพจรและการควบคุมลมปราณอย่างถึงที่สุดไม่มีทางทำได้

             

            และยิ่งทำสองคนพร้อมกันยิ่งเป็นไปไม่ได้!

    นิยายแนะนำ

    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373