“จริงด้วย ทำไมฉันถึงนึกไม่ถึงนะ?”
ลู่เซิ่งตาเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น!
แต่ถัดมาเขาก็ขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า“แต่เจ้ารัศมีพิพากษานี่ ดูเหมือนฉันจะยังไม่ได้เรียนเลยนะ!”
“นายท่าน ท่านลืมกองตำราทักษะที่ข้าเคยให้ไปแล้วหรือ?”
ออสการ์รีบเอ่ยเตือนทันควัน!
“ตำราทักษะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นลู่เซิ่งยังไม่ทันจะนึกออกว่าเกิดอะไรขึ้น ออสการ์ก็กล่าวเสริมต่อว่า“ถ้าข้าจำไม่ผิดในบรรดาตำราทักษะพาลาดินที่ข้าเคยให้ท่านไปก่อนหน้านี้มีทักษะรัศมีพิพากษารวมอยู่ด้วย!”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!”
ลู่เซิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าตอนที่อยู่ในรังมังกรต้องสาป ออสการ์เคยส่งกองตำราทักษะระดับต่ำของพาลาดินให้เขาเพื่อให้เขาเรียนรู้ทักษะแสงแห่งการไถ่บาป!
เมื่อคิดได้ดังนี้ลู่เซิ่งรีบเปิด 'ช่องเก็บของติดตัว' ออกมาควานหา และเขาก็พบตำราทักษะ รัศมีพิพากษาจริงๆ!
[รัศมีพิพากษา]
หมายเหตุ:พาลาดินเปิดใช้งานรัศมีพิพากษา จะสะท้อนดาเมจ 1% ของความเสียหายทั้งหมดที่ศัตรูทำใส่กลับไปยังฝ่ายตรงข้ามรัศมีครอบคลุม 1 ตารางกิโลเมตร ภายในขอบเขตนี้เพื่อนร่วมทีมของพาลาดินจะได้รับผลโบนัสสะท้อนดาเมจจากรัศมีนี้ด้วย!
...
“เอ๊ะ! มีอยู่จริงด้วย!”
ลู่เซิ่งหยิบตำราทักษะออกมาจากช่องเก็บของติดตัวพร้อมกับตาเป็นประกาย!
“แล้วท่านจะมัวยืนอึ้งอยู่ทำไมล่ะขอรับ รีบเรียนเร็วเข้า!”
ออสการ์เห็นดังนั้นก็รีบเร่งเร้าอยู่ข้างๆ
“อ้อๆ!”
ลู่เซิ่งได้สติกลับมาจึงรีบกดไปที่ตำราทักษะในมือเพื่อเรียนรู้ทันที
ติ๊ง!
ยินดีด้วยคุณได้เรียนรู้ทักษะใหม่ 'รัศมีพิพากษา'!
“ขออย่าให้ฉันต้องผิดหวังเลยนะ อย่าให้ฉันต้องผิดหวังเลย!”
ลู่เซิ่งมองดูทักษะใหม่เอี่ยมที่ปรากฏขึ้นในแถบทักษะเขาเฝ้าภาวนาในใจพลางกัดฟันกรอด จากนั้นจึงขยับจิตสั่งการ!
“เสริมพลังหมื่นเท่า รัศมีพิพากษา!”
วิ้ง...
วินาทีต่อมารัศมีสีทองอร่ามที่สลักไว้ด้วยวงเวทอันซับซ้อนก็พลันปรากฏขึ้นใต้เท้าของลู่เซิ่งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
หลังจากร่ายทักษะนี้เสร็จลู่เซิ่งก็ถือโอกาสตรวจสอบผลสถานะบนตัวเขาเองทันที!
[รัศมีพิพากษา]
หมายเหตุ:พาลาดินเปิดใช้งานรัศมีพิพากษา จะสะท้อนดาเมจ 10,000% ของความเสียหายทั้งหมดที่ศัตรูทำใส่กลับไปยังฝ่ายตรงข้ามรัศมีครอบคลุม 10,000 ตารางกิโลเมตร ภายในขอบเขตนี้เพื่อนร่วมทีมของพาลาดินจะได้รับผลโบนัสสะท้อนดาเมจจากรัศมีนี้ด้วย!
...
“ฮ่าๆ ได้ผลจริงๆ ด้วย!”
เมื่อเห็นว่าข้อสันนิษฐานของออสการ์ถูกต้องไม่มีผิดเพี้ยนลู่เซิ่งก็ดีใจจนแทบจะตะโกนออกมา!
“นี่... นี่น่ะหรือคือพรสวรรค์การต่อสู้ระดับ SSS...”
ออสการ์เองก็อุทานด้วยความตื้นตันใจไม่หยุด!
แม้ว่าก่อนหน้านี้มันจะเคยเห็นมาแล้วว่าเสริมพลังหมื่นเท่าของลู่เซิ่งนั้นหลุดโลกขนาดไหน
และไอเดียเรื่องการเสริมพลังรัศมีนั้นมันจะเป็นคนนำเสนอเองก็ตาม!
แต่พอได้เห็นลู่เซิ่งเสริมพลังรัศมีระดับต่ำจนกลายเป็นของผิดมนุษย์มนาขนาดนี้ออสการ์ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหลือเชื่อจนดูเหมือนไม่ใช่ความจริง!
“ออสการ์ เร็วเข้า เราไปช่วยคนกัน!”
ในตอนนี้เมื่อผลของรัศมีแผ่ซ่านออกไป ลู่เซิ่งไม่รอช้า เขาโบกมือเรียกออสการ์ทันที
“ขอรับนายท่าน!”
…
ในขณะเดียวกันณ เขตสงครามทรายโลหิต ภายในพื้นที่หนองน้ำแห่งหนึ่งซึ่งห่างจากเมืองกระดูกโลหิตไม่ถึงสองพันเมตรผู้ใช้อาชีพจากประเทศเสินเซี่ยสองคนกำลังวิ่งหนีสุดชีวิตอยู่คนละตำแหน่ง
ทั้งสองคนเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง
ฝ่ายชายถือไม้เท้าเวทสวมชุดคลุมจอมเวท และสวมหมวกที่มีรูปทรงประหลาดเห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ใช้อาชีพสายเวท
ส่วนฝ่ายหญิงนั้นมีรูปร่างเพรียวบางสวมชุดเกราะเบา ในมือทั้งสองข้างถือกริชสีเขียวเข้มคู่หนึ่งชัดเจนว่าเป็นผู้ใช้อาชีพสายว่องไว
ทว่าในตอนนี้สถานะของทั้งคู่ดูไม่สู้ดีนัก ไม่เพียงแต่ค่าเลือดจะลดต่ำลงจนเหลือไม่ถึง 20เปอร์เซ็นต์ แม้แต่จุดทรัพยากรก็ใกล้จะเหือดแห้งเต็มที
ทั้งคู่พยายามวิ่งฝ่าหนองน้ำอย่างบ้าคลั่งพลางเหลียวหลังกลับไปมองเป็นระยะ ราวกับกำลังหลบหนีอะไรบางอย่างที่ตามล่ามาติดๆ
ปัง!
ทันใดนั้นฝ่ายชายเกิดก้าวพลาดไปสะดุดเข้ากับก้อนหิน ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรงทันที
“จ้าวสวิน!”
เมื่อเห็นภาพนั้นหญิงสาวที่อยู่ข้างๆ ก็ตกใจแทบสิ้นสติ เธอไม่สนเรื่องการหนีอีกต่อไปรีบหันหลังกลับมาหาเขาพร้อมเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “คุณเป็นยังไงบ้าง?”
“เหวินถิง คุณรีบหนีไปเถอะ ผมจะถ่วงเวลาพวกมันไว้เอง!”
ชายที่ชื่อจ้าวสวินทอดถอนใจดวงตาฉายแววสิ้นหวังอย่างลึกซึ้ง เขาเอ่ยเร่งเร้าหญิงสาวด้วยความร้อนรน
“ไม่ จะไปก็ต้องไปด้วยกัน!”
เหวินถิงได้ยินดังนั้นก็ส่ายหัวปฏิเสธแทบจะทันทีโดยไม่ต้องคิด
“เหลวไหล! ป่านนี้แล้วเธอยังมองสถานการณ์ไม่ออกอีกเหรอ?”
จ้าวสวินแผดเสียงตะโกน“ไอ้พวกเดรัจฉานพันธมิตรสามประเทศพวกนี้มันตั้งใจจะฆ่าล้างบางพวกเราให้สิ้นซาก!”
พูดมาถึงตรงนี้เขาก็ชี้ไปยังเมืองกระดูกโลหิตที่พอจะมองเห็นเงาตะคุ่มอยู่ไม่ไกลพลางตะโกนก้อง“ข้างหน้านั่นก็คือเขตปลอดภัยเมืองกระดูกโลหิตของประเทศเสินเซี่ยเราแล้วแทนที่จะมาตายด้วยกันทั้งคู่ สู้ให้ผมอยู่ที่นี่บางทีอาจจะช่วยสร้างโอกาสให้คุณหนีรอดไปได้บ้าง!”
เมื่อสิ้นคำพูดจ้าวสวินไม่สนใจว่าเหวินถิงจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เขาแผดเสียงสั่งอีกครั้ง“รีบหนีไปสิ!”
“ไม่! ฉันบอกแล้วไง ว่าจะไปก็ต้องไปด้วยกัน!!!”
เหวินถิงกัดฟันแน่นตั้งท่าจะเข้าไปแบกเขาหนีไปด้วยกัน!
ในจังหวะนั้นเอง!
“คิๆ พวกแกมันก็แค่ไอ้พวกหมูชั้นต่ำที่โง่เง่าป่านนี้แล้วยังมีหน้ามาอวดความรักกันอีก ช่างไม่เจียมตัวจริงๆ!”
จู่ๆเสียงอันเย็นเยียบก็ดังขึ้น!
ถัดมาภายใต้สายตาที่ตื่นตระหนกสุดขีดของจ้าวสวินและเหวินถิง ร่างหนึ่งค่อยๆปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า ที่แท้เป็นนักฆ่าจากประเทศวอหนู
“ในสายตาฉัน พวกแกไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นแหละ ตายไปพร้อมกันที่นี่เป็นคู่รักลับๆ อยู่ในนรกน่ะดีที่สุดแล้ว!”
นักฆ่าจากประเทศวอหนูผู้นั้นเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมทันทีที่ปรากฏตัว
“แย่แล้ว!”
เมื่อเห็นผู้มาใหม่หัวใจของจ้าวสวินก็ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มส่วนเหวินถิงเองก็ตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว
แต่มันยังไม่จบเพียงเท่านี้
วิ้ง...
จู่ๆนักฆ่าอีกคนหนึ่งก็ค่อยๆ เผยร่างออกมาจากความว่างเปล่า
ทว่านักฆ่าที่ปรากฏตัวออกมาครั้งนี้ไม่ใช่ผู้ใช้อาชีพจากประเทศวอหนู แต่เป็นผู้ใช้อาชีพจากประเทศหนานป้าง
“เจ้าพวกวอหนู เลิกพล่ามไร้สาระกับพวกมันได้แล้ว รีบฆ่าพวกมันทิ้งซะจะได้จบเรื่องเร็วๆ!”
นักฆ่าประเทศหนานป้างผู้นั้นพอปรากฏตัวออกมาก็เอ่ยเร่งเร้านักฆ่าประเทศวอหนูทันที!
“ฆ่าพวกมัน?”
นักฆ่าประเทศวอหนูขมวดคิ้วพลางเอ่ยอย่างดูแคลน“พวกแกคนประเทศหนานป้างนี่ไม่มีอารมณ์สุนทรีย์เอาเสียเลยยัยผู้หญิงเสินเซี่ยคนนี้สวยขนาดนี้ ฆ่าทิ้งไปเฉยๆ ก็น่าเสียดายแย่!”
พูดจบเขาก็มองไปยังเหวินถิงที่มีหน้าตาและบุคลิกโดดเด่นเหนือใครดวงตาฉายแววตัณหาที่ยากจะปกปิดพลางหัวเราะอย่างวิปริต“สู้พวกเราฆ่าไอ้ผู้ชายคนนั้นทิ้งก่อนดีกว่า ส่วนนังผู้หญิงนี่...เก็บเอาไว้หาความสุขสักหน่อย แล้วค่อยถลกหนัง เลาะกระดูก ควักไส้ออกมาทรมานมันให้ตายอย่างช้าๆ ...”