บทที่ 104
ติดต่อการซื้อขาย
จางหยวนเดินทางมายังเมืองข้างๆหลังจากที่เขาจัดเตรียมบางอย่างในช่วงยามราตรีเสร็จ
เขาเดินทางมาพร้อมกับผู้ติดตามจำนวนหนึ่งเมืองที่ตั้งอยู่ข้างเมืองจินหยวนมันเองเป็นเหมือนขนาดกลางไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนักมันเรียกว่าเมืองไท่ซาน
จางหยวนตั้งแต่เช้ามืดเดินทางมาถึงเมืองแห่งนี้ก็ช่วงในยามประมาณสายของวัน
แม้ว่าจะเป็นเมืองที่อยู่ใกล้ๆแต่ก็ต้องใช้เวลาในการเดินทาง
ระหว่างเมืองจินหยวนและเมืองไท่ซานอยู่ห่างกันประมาณหนึ่งจำเป็นจะต้องใช้เวลาในการเดินทาง
อีกทั้งการเดินทางไปกลับระหว่างเมืองทั้งสองจำเป็นต้องใช้เส้นทางอ้อมเพราะแบบนั้นเลยใช้เวลามากกว่าปกติ
เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณถัดออกมาจากถัดออกมาจากทางทิศตะวันตก
เป็นเมืองขนาดกลางตั้งอยู่ในส่วนกลางของราชวงศ์ถือว่าเป็นเมืองที่มีผู้คนและประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
จางหยวนเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้
นี่เองก็เป็นครั้งแรกที่เขาเดินทางมาถึงเมืองแห่งนี้เช่นเดียวกัน
เขาไม่เคยเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้มาก่อนนี่เป็นครั้งแรกที่เดินทางมาเมื่อเดินทางมาถึงดววงตาทั้งสองข้างจ้องมองไปบริเวณด้านหน้า
เมืองที่มีพื้นที่กว้างขวางตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของเขา
จางหยวนที่ใช้สายตาของตนเองมองลอดออกจากบริเวณหน้าต่างออกมาด้านนอกเห็นเมืองไท่ซานยกยิ้มขึ้นด้วยความพึงพอใจ
“ นายท่านขอรับพวกเราเดินทางใกล้จะถึงแล้ว ”สารถีรถม้าที่ขับเคลื่อนรถม้าอยู่ด้านหน้าส่งเสียงดังเข้ามา
“ อ่า… ” จางหยวนตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เดินทางมาถึงเมืองแห่งนี้ในที่สุด
รถม้าวิ่งเข้าไปภายในประตูเมืองเมืองขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้เมืองจินหยวนและเมืองหลวงมันเป็นเมืองที่มีการค้าขายในระดับกลาง
สถานที่แห่งนี้ถ้าพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการค้าขายแน่นอนว่ามันไม่ได้เจริญรุ่งเรืองเทียบเท่ากับเมืองหลวงหรือว่าจินหยวน
แต่ว่าภายในสถานที่แห่งนี้มีบางอย่างที่จะทำให้จางหยวนสามารถหาเงินจำนวนมากได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
รถม้าที่วิ่งผ่านประตูเมืองเข้ามาวิ่งอยู่บนถนนเส้นหลักมุ่งตรงไปยังทางเดินหลักของเมือง
หลังจากนั้นไม่นานนักรถม้าที่กำลังขับเคลื่อนอยู่มันก็ค่อยๆหยุดลง
เมื่อล้อของรถม้าหยุดลงมันหยุดลงบริเวณด้านหน้าประตูสำนักขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
จางหยวนก้าวเท้าของตนเองลงมาจากรถม้าอย่างรวดเร็วดวงตามองตรงไปที่ประตูสำนักขนาดใหญ่บริเวณด้านหน้าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ประตูสำนักขนาดใหญ่ที่ทำขึ้นมาจากประตูหินแผ่นป้ายหินด้านบนถูกเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า
สำนักไท่ซาน
สถานที่แห่งนี้คือสำนักของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณผู้คนมากมายเดินทางมาเข้าร่วมสำนักนี้เพื่อที่จะทำการฝึกฝนพลังวิญญาณ
สำนักไท่ซานเป็นสำนักที่มีความเก่าแก่เป็นอย่างมากภายในราชวงศ์
ตั้งมั่นอยู่ที่เมืองแห่งนี้เดิมที่เมืองแห่งนี้มันไม่ได้ชื่อว่าเมืองไท่ซานแต่ว่ามันเป็นชื่ออื่น
ในประมาณสองชั่วคนที่ผ่านมาสำนักแห่งนี้ทำความดีความชอบมากมายองค์ฮ่องเต้องค์ก่อนเลยโปรดปรานในการตั้งชื่อเมืองแห่งนี้ให้เป็นชื่อของสำนัก
สำนักไท่ซานขึ้นชื่อว่าเป็นสำนักที่สร้างคนเก่งขึ้นมามาก
มันทำการสร้างผู้คนมากมายขึ้นมาผู้ที่ฝึกฝนพลังวิญญาณและสามารถบรรลุขึ้นไปอยู่ในระดับสูงได้ล้วนแล้วมาจากสำนักนี้เสียส่วนใหญ่
ยอดฝีมือประมาณสามในสิบส่วนของแผ่นดินกำเนิดมาจากสำนักนี้
จางหยวนสืบข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้มาสักพักแล้วมีเขาเองก็คลั่งไคล้เกี่ยวกับเรื่องการฝึกฝนพลังวิญญาณภายในร่างกาย
เพราะแบบนั้นการทำความเข้าใจและทำความรู้จักเกี่ยวกับพวกสำนักพวกนี้เอาไว้บ้างก็ถือว่าเป็นความรู้อย่างหนึ่ง
แต่ในวันนี้ที่เดินทางมาที่สำนักนี้หาใช่เกี่ยวกับเรื่องการฝึกฝนพลังวิญญาณไม่
จางหยวนเดินตรงเข้าไปหาพวกลูกศิษย์ที่เฝ้าประตูสำนักอยู่
พวกมันล้วนแล้วเป็นชายฉกรรจ์ร่างกายใหญ่โตมีลมปราณภายในร่างกายที่แข็งแกร่ง
พวกมันถือกระบี่คนละหนึ่งเล่มยืนด้วยท่าทางเคร่งขรึมอยู่บริเวณประตูสำนักมีจำนวนประมาณห้าถึงหกคน
ดวงตาของพวกมันมองตรงมาที่บุรุษหนุ่มขาเป๋ที่เดินเข้ามาหาพวกมันในตอนนี้พวกมันแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยเมื่อจางหยวนเดินตรงเข้ามาหาพวก
จางหยวนเดินมาหยุดลงบริเวณด้านหน้ายกมือทั้งสองข้างขึ้นประสานกันและพูดอย่างรวดเร็ว“ คารวะทุกท่านไม่ทราบว่าสถานที่อย่างดีใช่สำนักไท่ซานหรือไม่ ”
ตัวแทนของลูกศิษย์สำนักที่เฝ้ายามอยู่ก้าวเท้าออกมามันเป็นชายหนุ่มฉกรรจ์ที่มีความสูงใหญ่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “สถานที่แห่งนี้คือไท่ซานเจ้าเดินทางมามีธุระอันใด ”
จางหยวนยกยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ ข้าขอพบผู้ที่มีอำนาจของสำนักแห่งนี้ได้หรือไม่ ”
“ ไร้สาระคนที่มีอำนาจภายในสำนักแห่งนี้จะพบเจอคนไร้ชื่ออย่างเจาได้อย่างไร”
จางหยวนยกยิ้มขึ้นที่มุมปากกล่าวแนะนำตนเอง “ข้าเป็นพ่อค้ามาจากเรื่องจินหยวนขอรับในวันนี้มีของจะมาเสนอขายให้กับสำนักของพวกท่าน”
“ พ่อค้าอย่างงั้นรึ? ” มันแสดงใบหน้าสงสัย
ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่จางหยวนอย่างหวาดระแวง
ไม่แปลกที่มันจะแสดงท่าทางเช่นนั้นเพราะว่าที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีพ่อค้าผู้ใดที่เข้ามาติดต่อการค้าขายกับสำนักของมัน
จางหยวนเพื่อให้พวกที่อยู่บริเวณด้านหน้ายอมเชื่อเขายกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาเรียกข้ารับใช้บริเวณด้านหลังให้นำกล่องกล่องนึงออกมา
ข้ารับใช้ที่ติดตามมาด้วยนำกล่องไม้ยาวประมาณนึงถือออกมาจากด้านในแล้วก็นำมาส่งให้กับจางหยวน
จางหยวนรับมันเอาไว้ก่อนที่จะเปิดกล่องไม้กล่องนั้นออก
เมื่อกล่องไม้กล่องนั้นเปิดออกมันทำให้เหล่าลูกศิษย์ของสำนักไท่ซานที่อยู่บริเวณด้านหน้าดวงตาตื่นตระหนกตกใจ
“ อะไรกัน!!! ”ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเห็นสิ่งที่อยู่ภายในกล่องไม้ที่ถูกเปิดออกมา
มันคือโอสถฝึกฝนจำนวนมากกำลังเปล่งแสงสว่างไสว
พวกมันล้วนแล้วเป็นยาฝึกฝนพลังวิญญาณระดับสูงถูกเรียงตัวอย่างสวยงามและยังมีจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยเห็น
ภายในกล่องไม้กล่องนี่น่าจะมีพวกมันบรรจุอยู่ประมาณห้าสิบเม็ด
ดวงตาของคนผู้นั้นลุกวาวขึ้นทันควัน
“ เจ้ามาเสนอขายของสิ่งนี้อย่างนั้นหรือ!!! ”
“ ถูกต้องแล้วขอรับขาดมาเสนอขายของสิ่งนี้ที่นี่ข้าขอสนทนากับผู้ที่มีอำนาจได้หรือยัง”
ลูกศิษย์ผู้นั้นครุ่นคิดตัดสินใจสักพักด้วยใบหน้าจริงจังก่อนที่มันจะพูด“ รอก่อนถ้าเข้าไปถามด้านนายก่อน ”
หลังจากนั้นมันก็วิ่งเข้าไปภายในสำนักของมันหายไปครู่หนึ่งก่อนที่จะกลับออกมาด้วยคำตอบ
“ ท่านรองเจ้าสำนักให้เจ้าเข้าไปพบบริเวณด้านใน”
จางหยวนได้ยินคำตอบแบบนั้นมุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นด้วยความดีใจ
ณ ภายในสำนักไท่ซาน
หลังจากที่เดินผ่านเข้ามาภายในตัวสำนักพบเห็นว่าสำนักแห่งนี้เป็นสำนักขนาดใหญ่มีพื้นที่กว้างขวาง
ไม่เท่านั้นภายในสำนักยังดูมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากทุกอย่างมันดูหรูหราทั้งการตกแต่งและต่างๆ
เดินเข้ามาภายในสำนักผู้นำทางนำพาไปยังห้องรับรองของสำนักที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก
สำนักแห่งนี้มีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับจวนขนาดใหญ่ของขุนนางหรืออาจจะใหญ่กว่าจวนขนาดใหญ่ของขุนนางด้วยซ้ำ
เพราะว่าภายในสำนักมีผู้คนมากมายรวมตัวกันอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้
สำนักไท่ซานมีผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณรวมตัวฝึกฝนมากกว่าห้าร้อยคนเพราะแบบนั้นสถานที่แห่งนี้จำเป็นต้องรับรองผู้คนจำนวนมาก
จางหยวนเดินทางเข้ามาภายในห้องรับรองของสำนักพบเห็นกลับชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บริเวณด้านหน้า
ชายวัยกลางคนร่างกายสูงผอมบนใบหน้ามีหนวดเคราประดับอยู่เล็กน้อยผมด้านบนเป็นสีดำสลับกับขาวอายุเขาคราวๆหน้าน่าจะสักประมาณห้าสิบกลางๆ
คนผู้นี้ผู้ที่ปรากฏกายอยู่บริเวณด้านหน้าไม่ต้องคิดเลยว่าเป็นผู้ใดเขาคือรองเจ้าสำนักของสำนักไท่ซาน
จางหยวนก้มศรีษะของตนเองลงไปเล็กน้อยแล้วก็กล่าวคารวะออกไป “คารวะผู้อาวุโส ”
จบบท